บทที่ 15 บท 4.3
“เจ้านายน้าภัทรนี่ เขาใจดีจังเลยนะฮะ”
“…..”
“น้าภัทรฮะ….”
“อือ….ใช่ เขาใจดี”
“เลี้ยงข้าวเราไม่พอยังซื้อขนมให้โอ๊ตอีก ใจดีมากเลย” หลานชายพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม ขณะที่แขนทั้งสองข้างยังกอดถุงขนมใบใหญ่เอาไว้ด้วย
สองน้าหลานเพิ่งกลับเข้าบ้านได้เพียงไม่นาน หลังภัทรพาคุณภาสกรไปรับหลานชายที่โรงเรียน เราจึงแวะทานข้าวเย็นข้างนอกบ้านเสียเลย ซึ่งคุณเขาก็อาสาเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหาร ไม่ยอมให้ภัทรออกเงินช่วยสักบาทเดียว
อยากจะชื่นชมคุณภาสกรอย่างเต็มใจอยู่หรอก แต่ตอนนี้ภัทรไม่มีอารมณ์จะชื่นชมหรือเยินยอใครทั้งนั้น เนื่องด้วยเรื่องส่วนตัวที่ทำให้เขาแทบทานอาหารมื้อเย็นไม่ลง แถมภัทรยังไม่ยิ้มแย้มเหมือนอย่างเคย ทำเอาคนรอบข้าง แม้แต่หลานชายอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้
หลังส่งหลานเข้านอน เช็กประตูบ้าน กลอนหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว ภัทรก็กลับเข้ามาในห้องนอน สถานที่ส่วนตัวของตนเองด้วยความหนักอกหนักใจ ทั้งวันมานี้ก็ว่าแย่แล้ว เพราะไหล่ทั้งสองข้างแบกรับความกลัวที่ยังไม่เกิดขึ้นจนเหนื่อยล้าไปหมด แต่ตอนนี้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปอีก
หากย้อนเวลากลับไปได้ ธนภัทรจะไม่มีทางเอ่ยถามเรื่องนั้นกับคุณภาสกรเป็นอันขาด เพราะคำตอบของคุณเขา มันทำให้ภัทรรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ตอนนี้เหมือนเขาต้องตระหนักไว้เสมอ ห้ามให้คุณเขาผิดหวังเป็นอันขาด หากอยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นมากกว่าเจ้านายและลูกน้อง ซึ่งก็แปลว่าคุณภาสกรจะรู้ความลับของภัทรไม่ได้เด็ดขาด
ธนภัทรคิดเวลาตัวเองมีสติในการเล่นโซเชียลเสมอ เขาเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะเล่นทุกอย่างอย่างมีสติ แต่ครั้งนั้นภัทรเผลอไม่ระวังไปเพียงเสี้ยววิ ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะต้องมานั่งหนักใจ นับวันรอว่าเมื่อไรความลับจะแตก
คุณพีดีกับภัทรก็จริง เราคุยกันมากกว่าใคร แต่ตอนนี้อีกฝ่ายรู้เรื่องส่วนตัวภัทรแล้ว คนเราขนาดรู้หน้ายังไม่รู้ใจ แล้วนี่รู้จักกันแค่ตัวอักษร อีกทั้งภัทรเองก็ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยสักครั้ง ข้อมูลส่วนตัวที่พอจะเป็นหลักประกันว่าจะไม่แพร่งพรายความลับของกันและกันก็ไม่มี มีหรือจะไว้ใจได้
ในตอนนี้ภัทรอยากขังตัวเองอยู่ในห้องด้วยซ้ำ จะออกไปก็ต่อเมื่อหาทางออกให้กับเรื่องได้แล้ว แต่เขารู้ดีว่าตัวเองทำเช่นนั้นไม่ได้ ภัทรไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว เขามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
พอคนเริ่มจนตรอก ไม่รู้จะทำยังไงให้ตัวเองปลอดภัย ก็เริ่มมีความคิดแปลก ๆ เข้ามาในหัวว่าจะชิ่งลาออกก่อนที่ความลับจะแตกหรือจะให้บริษัทรู้แล้วออกปากไล่ออกเอง เพราะทุกอย่างมันกำลังดีแล้ว ภัทรจึงไม่อยากให้คุณเขาผิดหวัง อีกทั้งวัยอย่างภัทรไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะโยกย้ายหางานใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการ แม้มันจะดูบ้าบิ่นไปเสียหน่อย แต่ภัทรก็จะเก็บความคิดนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ตัวเอง
แทนที่จะพักผ่อนนอนเอาแรงไว้ค่อยหาทางออกอีกครั้ง แต่ตอนนี้แสงอาทิตย์แห่งเช้าวันใหม่ส่องเข้าผ่านหน้าต่างแล้ว เปลือกตาบางกลับไปเคยคิดจะปิดลงเพื่อพักสายตาเลยสักครั้ง ภัทรนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง เขายังอยู่ในชุดทำงานของเมื่อวาน บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้ลุกไปอาบน้ำแต่อย่างใด
ตราบใดที่ยังหาออกให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ ภัทรคิดว่าเขาคงไม่สามารถฉีกยิ้มได้อย่างเต็มปากได้แล้ว ความรู้สึกอึน ๆ ไม่มีความสุข กระปรี้กระเปร่าเหมือนอย่างเคย เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อภัทรเดินทางมาถึงบริษัท ตอกบัตรเข้าแผนกก่อนเวลาทำงานด้วยซ้ำ ช่วงนี้ใต้ตาก็ว่าคล้ำกว่าปกติอยู่แล้ว พอไม่ได้นอนเพิ่มอีกสักคืนก็ยิ่งแย่ไปใหญ่
หลังจากวางกระเป๋าโน้ตบุ๊กและเอกสารไว้โต๊ะทำงานได้แล้ว ภัทรก็ลุกไปชงกาแฟไว้ดื่มต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองง่วงนอนระหว่างวัน
สภาพมนุษย์ซอมบี้เป็นยังไงภัทรไม่เคยเห็น จนกระทั่งพี่นัทบอกและเขาได้มีโอกาสมองสภาพตัวเองในกระจกนั่นแหละ เขาก็ถึงบางอ้อ
เมื่อคืนภัทรได้ลองเข้าไปเช็กทวิตเตอร์อีกครั้ง แต่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร แค่เข้าไปเช็กกล่องข้อความเผื่อคุณพีจะทักมา อาจจะต่อรองด้วยเงินทองหรือไม่ก็สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แต่กลับไร้วี่แวว นั่นยิ่งทำให้ภัทรกลัว
เขาไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดีขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าภัทรอย่างชัดเจน ภัทรยอมถูกเรียกเงินเพื่อปิดปากยังดีกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายส่งเรื่องให้ทางบริษัท แต่ตอนนี้คุณพียังเงียบนั่นก็แปลว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการเงินทองหรืออะไรทั้งนั้นและจะถือไพ่เหนือภัทรแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
หลังจากทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ ภัทรก็เดินกลับมาที่โต๊ะตั้งใจว่าจะทำงานที่เหลือให้เสร็จแล้วจะได้พักผ่อนเสียที เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเลิกงานแล้ว ภัทรอยากจะกลับบ้านแล้วรีบเข้านอนก่อนหกโมงเย็นด้วยซ้ำ เพราะร่างกายมันเริ่มไม่ไหวแล้วและหากคืนนี้เขาอดนอนอีก คงมาทำงานไม่ไหวแน่
ขณะที่ธนภัทรกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานในส่วนของตัวเองให้รีบเสร็จอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้นพอดี มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ก ในขณะเดียวกันสายตาก็กำลังไล่ตรวจเอกสารไปด้วย
ทันทีที่เปิดอ่านข้อความ หัวใจดวงน้อยของภัทรก็ร่วงไปถึงตาตุ่มเมื่อเห็นว่าใครทักมา คุณภาสกรคนที่ภัทรเฝ้าฝันให้เขาทักมาก่อน จู่ ๆ ก็ทักมาหาอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย คุณเขาไม่ได้ส่งเป็นข้อความหรือสติกเกอร์มา แต่กลับส่งเป็นรูปภาพพร้อมข้อความแนบท้าย
“ใช่คุณหรือเปล่าครับ?”
“…!!”
อาการตัวชาเป็นยังไงภัทรก็เพิ่งเคยวันนี้ ไม่คิดไม่ฝันว่าความลับจะแตกเร็วขนาดนี้ สมองรีบประมวลผลในทันที อาการลนลานทำตัวไม่ถูกเกิดขึ้นโดยพลัน สงสัยว่าคุณเขาได้รูปเจ้าปัญหานี้มาได้ยังไง ทว่ายังไม่ทันได้เริ่มตามหาความจริง หนึ่งในพี่ประจำแผนกก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเขาเสียก่อน
