บทที่ 2 บท 1.1

“ทำวันนี้ให้เต็มที่นะทุกคน ถ้าการเจรจาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลังจากเสร็จประชุมเราจะไปฉลองกัน”

“เข้าใจแล้วค่า/เข้าใจแล้วครับ” เสียงเหล่าพนักงานในแผนกขานรับหัวหน้ากันอย่างพร้อมเพียง

ทุกคนต่างกระตือรือร้นกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากเป็นพิเศษ เนื่องด้วยวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของบริษัท เพราะมีการเจรจา ทำสัญญากับบริษัทฝั่งยุโรป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทเป็นที่รู้จักและได้ขยายฐานลูกค้าไปทางฝั่งยุโรปมากขึ้น

เหล่าพนักงานต่างตั้งใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากการเจรจาครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นั่นหมายความว่าในสิ้นปีนี้โบนัสก้อนใหญ่กำลังรอเราอยู่

ธนภัทรรู้สึกประหม่าเล็กน้อย หลังจากรู้ว่าตัวเองมีรายชื่อที่ต้องเข้าร่วมการเจรจาด้วย การเจรจาทำสัญญาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพูดคุยกันระหว่างสองผู้บริหาร หาข้อตกลงแล้วลงนามทำสัญญาเท่านั้น แต่เหล่าพนักงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เช่นกัน เพื่อที่จะได้โชว์ศักยภาพของบริษัท ข้อดีของผลิตภัณฑ์ มูลค่าทางการตลาดและผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับ

หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ทั้งสองบริษัทอาจจะได้เจรจาตกลงธุรกิจอื่นที่อยู่ในเครือบริษัทเดียวกันด้วย นั่นหมายความว่าจะมีเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนเข้ามา

ในตอนแรกธนภัทรคิดว่าตัวเองจะไม่ได้เข้าร่วมเจรจาครั้งนี้ด้วยซ้ำ เพราะเขาเพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ไม่ถึงปี ไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญอะไร แถมตำแหน่งของเขาก็ยังอยู่ปลายแถวของแผนกอีกต่างหาก บางครั้งเขาก็ต้องเป็นลูกมือ คอยช่วยเหลือรุ่นพี่ในแผนก เพื่อที่จะได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ที่ต้องพึงมีเอาไว้

“ภัทรอย่าลืมเช็กแผ่นนี้ให้ด้วยนะ”

“ได้ครับ พี่นัท” ว่าจบก็รับเอกสารที่จะใช้ในการประชุมครั้งนี้มาตรวจเช็กเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจัดเรียงเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย นำไปวางเรียงให้เป็นระเบียบเพื่อเตรียมประชุมในบ่ายวันนี้

ธนภัทรไม่เคยรู้สึกประหม่าเท่านี้มาก่อน เขาไม่ได้แสดงอาการประหม่าออกมาให้คนรู้ แต่อาการที่ว่ามันอยู่ข้างใน....เขากำลังกังวลทุกอย่าง กลัวตัวเองจะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ทำให้การเจรจานี้ผิดพลาด แม้ความผิดพลาดนั้นอาจเป็นแค่กระจุกเล็ก ๆ แต่ธนภัทรจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเด็ดขาด

ยิ่งเห็นว่าทุกคนเป็นจริงเป็นจัง ตั้งใจทำงานเพื่อให้การประชุมครั้งนี้ออกมาดีที่สุดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น พยายามตรวจเช็กเอกสารที่เหล่ารุ่นพี่ในแผนกส่งให้ตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขาเป็นคนตรวจเอกสารครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะนำเข้าห้องประชุม ดังนั้นหน้าที่ที่เขาได้รับมอบหมายในตอนนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน

“นาน ๆ คุณภาสกรจะเข้าบริษัท ตั้งใจทำงานนะ แสดงศักยภาพตัวเองให้เขาเห็นเท่าที่ทำได้ เผื่อเขาจะเห็นแววแล้วให้เลื่อนตำแหน่งให้เราเร็ว ๆ” พี่นัทชวนภัทรคุย หลังอีกฝ่ายเห็นว่าธนภัทรเริ่มทำหน้าเครียด

“คุณภาสกรเหรอครับ” ธนภัทรถาม

“ใช่....ไม่รู้จักหรือ”

“เคยได้ยินชื่อครับ แต่ไม่เคยเห็นหน้า”

“เขาไม่ค่อยเข้ามาบริษัทหรอก ได้ยินจากเลขาเขาว่า คุณภาสกรกำลังเรียนต่อปริญญาเอกอยู่ แล้วก็กำลังวุ่นกับธุรกิจส่วนอื่นที่กำลังบุกตลาดต่างประเทศด้วย”

“......”

“แต่พี่จะบอกให้นะ คุณภาสกรน่ะ....หล่ออย่าบอกใครเชียว”

“เหรอครับ” เมื่อได้ยินรุ่นพี่คนสนิทว่าเช่นนั้น ธนภัทรก็เริ่มอยากเห็นหน้าคุณภาสกรขึ้นมาบ้างแล้ว อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะหล่อแค่ไหน ถึงทำให้ลูกน้องเอ่ยปากชมได้

“ใช่ หล่อมาก....แต่ไม่มีพนักงานคนไหนกล้าเอาคุณภาสกรไปเพ้อฝัน ใฝ่สูงอยากยืนเคียงข้างคุณเขาหรอก”

“อ้าว ทำไมล่ะครับ” ธนภัทรถามต่ออย่างสงสัย หากมีเจ้านายหล่อเหลา ลูกน้องที่ยังโสดก็ย่อมแอบเพ้อฝันบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมดา

“เฮ้อ....พี่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้าภัทรได้เห็นคงจะถึงบางอ้อเองนั่นแหละ คนบางคนไม่ได้เกิดมาคู่เราหรอก บางคนก็มีไว้แค่ให้มองเท่านั้น”

ยิ่งใกล้ถึงเวลาประชุมมากขึ้นเท่าไร ธนภัทรก็ยิ่งรู้สึกประหม่ามากขึ้นเท่านั้น คราวนี้เขาเริ่มออกอาการผ่านทางน้ำเสียงและแววตาจนรุ่นพี่ร่วมแผนกต้องคอยปลอบว่าไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

ก่อนจะถึงเวลาประชุม คนของทางบริษัททั้งฝั่งเขาและคู่เจรจาก็เริ่มทยอยเข้าห้องประชุม เพื่อที่จะได้เริ่มประชุมตามกำหนดการ บริษัทที่ธนภัทรทำงานอยู่ ให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามาก กำหนดการตอนไหนก็ต้องเริ่มตอนนั้น

“ภัทร...คุณภาสกรมาแล้ว” พี่นัทที่นั่งอยู่ข้างกันเอ่ยบอกธนภัทรเสียงแผ่ว ให้เราได้ยินกันแค่สองคน

หลังจากที่ก้มมองตักตั้งสติกับตัวเองอยู่นานสองนาน เพียงได้ยินเช่นนั้นธนภัทรก็รีบเงยหน้าขึ้น มองตรงไปยังประตูทันที ก่อนที่คุณภาสกรจะเข้ามา ทีมเลขาก็ได้เข้ามาก่อน เพียงแค่ได้เห็นหน้าคุณภาสกร ธนภัทรก็ถึงบางอ้อตามที่พี่นัทพูดไว้ทันที เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเหล่าพนักงานถึงไม่กล้าเพ้อฝัน คิดเกินเลยกับคุณเขา

ธนภัทรเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยล่ะ....

คุณภาสกรน่าจะสูงร้อยแปดสิบกว่า ๆ เขาเดินเฉิดฉายมาแต่ไกล เข้าประชุมก่อนกำหนดไม่ต่างจากเหล่าพนักงานเช่นกัน ทุกคนบนโต๊ะลุกขึ้นเพื่อทำความเคารพเจ้านายรวมถึงเขาด้วย

ดวงตาของธนภัทรจับจ้องผู้บริหารหนุ่ม ผู้เป็นเจ้านายตัวเองตาไม่กะพริบ คุณภาสกรสามารถแสดงเสน่ห์ออกมาได้โดยไม่ต้องพูดด้วยซ้ำ นั่นทำให้ภัทรมองคุณเขาแทบไม่ละสายตา เพราะเขาเพิ่งเคยเจอหน้าอีกฝ่ายครั้งแรก ย่อมประหม่าและตกใจในความมีเสน่ห์ของคุณเขา ซึ่งพนักงานคนอื่นอาจจะเคยชินไปแล้ว

คุณภาสกรกวาดสายตามองเหล่าพนักงานในปกครองของตัวเองและวินาทีที่คุณภาสกรเลื่อนสายตามาสบกับเขา ธนภัทรก็รีบส่งยิ้มไปให้เจ้านายตามมารยาท ถือเป็นการฝากเนื้อฝากตัวไปด้วย ซึ่งคุณภาสการก็ส่งยิ้มตอบกลับมาตามมารยาทเช่นเดียวกัน

เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของคุณภาสกร ธนภัทรก็รู้สึกว่าโลกของเขาได้หยุดหมุนไปชั่วคราว...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป