บทที่ 8 บท 2.4

“ผมจะใช้ปากจนกว่าคุณร้องขอให้ผมหยุด”

“ผมจะไม่มีทางทำแบบนั้น แต่ปล่อยให้ตัวเองเสร็จในปากคุณ”

ในที่สุดภัทรหลับตาลง เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะเลยเถิดมากขึ้นเรื่อย ๆ อกบางกระเพื่อมขึ้นตามแรงหายใจ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด เขาข่มตาลงและในขณะเดียวกันก็กำโทรศัพท์ไว้แน่น

เพราะตอนนี้ภัทรไม่ได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง จึงไม่สามารถทำอะไรได้ตามที่ใจต้องการ ร่างกายของเขากำลังปั่นป่วนอย่างหนัก หลังจากถูกพิษของการคุยแต่เรื่องใต้สะดือเล่นงาน ภัทรขมวดคิ้วอยู่หลายครั้งหลายครา ความต้องการที่ยังไม่ปลดปล่อยกำลังทำให้เจ้าของร่างกายอย่างธนภัทร เริ่มกระสับกระส่าย

เปรี้ยง!

“อ๊ะ!” ภัทรหลุดเสียงร้องออกมา หลังจู่ ๆ เสียงฟ้าผ่าก็ดังจนทำให้บ้านสั่นสะเทือนไปทั้งหลังและด้วยความตกใจ ทำให้ภัทรขยับเข้าไปชิดคุณภาสกรที่นอนอยู่ข้าง ๆ กันโดยอัตโนมัติ จนทำให้ร่างกายของเราสัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ ภัทรลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก เกรงว่าอาการกลัวเสียงฟ้าผ่าของตนเองจะทำให้คุณภาสกรที่อาจหลับไปแล้วตื่น

“ข—ขอโทษครับ” ธนภัทรรีบเอ่ยขอโทษผู้เป็นเจ้านายก่อนจะรีบผละออกในทันที หลังเห็นว่าคุณเขาตื่นแล้วและเรากำลังสบตากันในระยะใกล้

“คุณกลัวฝนเหรอ” คุณภาสกรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มหู น้ำเสียงไม่ได้งัวเงียคล้ายกับคนเพิ่งตื่นนอนแต่อย่างใด

“เปล่าครับ....ผมแค่กลัวเสียงฟ้าร้อง มันน่ากลัวเกินไป” ภัทรว่า

สิ้นเสียงของภัทร ฟ้าก็ผ่าลงมาอีกครั้ง! เสียงดังสนั่นจนบ้านหลังเล็กของเขาสั่นสะเทือนไปทั้งหลัง นั่นทำให้ภัทรถึงกับสะดุ้งโหยง ขยับเข้าใกล้คุณเขาอีกครั้ง

“ขอโทษครับ....” ภัทรรีบเอ่ยขอโทษและผละออกอีกครั้ง

“ไม่ต้องกลัวนะ คืนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียว” คุณภาสกรไม่ได้มีท่าทีรำคาญแต่อย่างใด กลับยื่นมือมาลูบหัวเจ้าของบ้านตัวเล็กเพื่อปลอบโยน ในขณะเดียวกันภัทรเองก็ไม่ได้ปัดสัมผัสของคุณเขาออก แต่ปล่อยให้คุณเขาลูบหัวตัวเองอยู่อย่างนั้น เพราะใจยังสั่นกับเสียงฟ้าร้องเมื่อครู่อยู่

ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งคู่ มือของคุณภาสกรลูบกลุ่มผมของภัทรอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ในขณะที่ภัทรกำลังเคลิ้ม จวนจะหลับอยู่รอมร่อ ภัทรก็รู้สึกว่ามือของคุณภาสกรกำลังค่อย ๆ สอดเข้ามาตรงบริเวณหลังคอ คล้ายกับจะคว้าร่างภัทรให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอด

“คุณภาสกรครับ...”

“คุณกำลังตัวสั่นนะรู้ตัวหรือเปล่า กลัวเสียงฟ้าร้องมากสินะ” ธนภัทรอยากจะแย้งไปว่าตัวเขาไม่ได้สั่นตามที่คุณเขากล่าวอ้าง แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างทำให้ภัทรตัดสินใจไม่พูดมันออกไป

ด้วยบรรยากาศนำพาหรืออะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ใบหน้าเรากลับมาอยู่ห่างกันแค่คืบอีกครั้ง ภัทรรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนกรุ่นของคุณเขา มันทำให้ภัทรรู้สึกใจเต้นแรง อารมณ์วาบหวามตั้งแต่ตอนที่คุยกับคุณพีถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

ภัทรอยากเป็นคนเริ่มก่อนแต่เขาไม่มีความกล้าพอ กลัวคุณภาสกรจะปฏิเสธแล้วเราจะเข้าหน้ากันไม่ติด เขาเกรงว่าหลังจากนี้ไปตัวเองจะทำงานลำบากเอา

ดวงตาของภัทรจับจ้องริมฝีปากของคุณภาสกรนานนับนาที ก่อนจะละสายตาแสร้งมองไปทางอื่นแทน ทั้ง ๆ ที่ในความจริง เขาอยากลองสัมผัสริมฝีปากนั้นดูสักครั้ง แต่คงไม่ใช่แค่ภัทรคนเดียวที่รู้สึก เพราะในเวลาต่อมาริมฝีปากของภัทรก็ถูกคุณภาสกรบดขยี้มันอย่างช้า ๆ ด้วยนิ้วหัวแม่มือใหญ่ ภัทรไม่ได้ปัดมือคุณเขาอย่างที่ควรจะทำ แต่กลับมองการกระทำของคุณเขาด้วยอาการใจระส่ำแทน

“ผมขอสัมผัสคุณมากกว่านี้ได้ไหม”

“......” เป็นอีกครั้งที่ภัทรเลือกที่จะไม่ตอบ แต่หลับตาลงปล่อยให้คุณภาสกรสัมผัสริมฝีปากของเขาด้วยริมฝีปากของเจ้าตัว นั่นยิ่งทำให้ภัทรใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่ริมฝีปากของเขาถูกคุณภาสกรบดขยี้ด้วยนิ้วหัวแม่มือเสียอีก

“อ้าปากหน่อยได้ไหม.....คนดี” หลังจากที่คุณภาสกรสัมผัสริมฝีปากส่วนนอกจนพอใจแล้ว เขาก็ออกคำสั่งกับภัทรอีกครั้ง

ราวกับคำพูดของคุณภาสกรเป็นคำสอนของพ่อแม่ที่ภัทรต้องเชื่อฟัง เพราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ภัทรก็ค่อย ๆ อ้าปากออก ปล่อยให้คุณเขาสอดลิ้นเข้ามาตวัดสัมผัสกับท่อนลิ้นของภัทรในโพรงปากของเขา ภัทรรู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังใจเต้นแรงจนเผลอกำชายเสื้อคุณเขาเอาไว้แน่น

จากสัมผัสที่อ่อนโยนถูกแปรเปลี่ยนเป็นความรุ่มร้อนและเราก็มีความเห็นตรงกันว่าต้องการมากกว่าแค่การจูบแล้วจบไป

“คุณมีถุงยางหรือเปล่าครับ” ธนภัทรเอ่ยถามเสียงแผ่วด้วยความขลาดอาย อายก็อาย แต่ความอยากได้มันมีมากกว่าจึงทำให้ภัทรตัดสินใจถามคุณเขาออกไป

“มี...แต่อยู่บนรถ”

“......” คราวนี้ภัทรถึงกับเงียบ

“ไม่ได้สินะ.....” คุณภาสกรว่าพร้อมกับระบายยิ้มจาง ๆ

“คุณภาสกรครับ! ผมไม่ได้รังเกียจคุณนะครับ แต่ว่า....” ภัทรรีบโพล่งออกไป กลัวว่าคุณเขาจะเข้าใจผิด

“ผมเข้าใจ....ยังไงความปลอดภัยต้องมาก่อนความต้องการอยู่แล้ว”

“......”

“ฝนหยุดแล้ว ผมว่าผมกลับดีกว่า”

“ง—งั้นผมจะไปส่ง” ภัทรว่า

“คุณไม่ต้องลงไปส่งหรอกเดี๋ยวผมเดินไปที่รถเอง คุณนอนพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า....ฝันดีอีกครั้งครับ” คุณภาสกรไม่ว่าเปล่า แต่ยังจูบหน้าผากภัทรเบา ๆ แทนคำปลอบโยน ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกขึ้นแล้วออกจากห้องไป ทิ้งให้ภัทรอยู่ในห้องเพียงลำพังด้วยความรู้สึกสุดแสนจะเสียดาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป