บทที่ 5 นอกกาย
สองสัปดาห์ต่อมา…
ภายในคอนโดที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับมีเพียงความเงียบเชียบที่น่าอึดอัด ผู้บริหารหนุ่มวัยสามสิบสามปี กำลังง่วนอยู่กับการจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมตัวไปดูงานโรงแรมสาขาใหม่ที่ภูเก็ต ปกติแล้วหน้าที่จัดกระเป๋าจะเป็นของแฟนสาว ที่มักจะคอยใส่ใจเลือกเสื้อผ้าและของใช้ให้เขาอย่างพิถีพิถัน
แต่ครั้งนี้เขาต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง... เพราะเชอรีนกำลังงอนเขาขั้นหนัก
สาเหตุมาจากเขาตัดสินใจพาลูกสาวไปเที่ยวภูเก็ตด้วยในทริปดูงานครั้งนี้ แต่กลับปฏิเสธไม่ให้เชอรีนตามไปด้วย โดยอ้างเหตุผลเรื่องการเรียนของเธอ
“ขาดเรียนแค่สามวันเอง รีนตามทันอยู่แล้ว พี่เหนือแค่ไม่อยากให้รีนไปขวางหูขวางตามากกว่ามั้งคะ” เสียงหวานประชดประชันขณะยืนพิงประตูมองเขาจัดกระเป๋า
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ปีสามแล้ววิชามันยากขึ้นนะ ถ้าขาดไปสามวันแล้วตามไม่ทันตอนสอบจะลำบากเอา” ทิศเหนือตอบโดยไม่เงยหน้ามอง เขาพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่ในใจยังคงร้อนรนทุกครั้งที่เผลอสบตาเธอ “ไว้คราวหลังพี่พาไปเที่ยวเองสองคนนะ”
“หึ คราวหลังเหรอคะ? หรือว่าที่ไม่อยากให้รีนไป เพราะจะแอบไปสวีทกับเมียเก่ากันแน่”
คำพูดของเชอรีนเหมือนศรที่ปักเข้ากลางใจ ทิศเหนือชะงักมือที่กำลังพับเสื้อ ความเงียบงันปกคลุมห้องอยู่ครู่หนึ่งจนเขารู้สึกหายใจติดขัด
“มันไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ รอบนี้นิราไม่ได้ไป มีแค่คุณแม่กับน้ำหนึ่งที่ตามไปด้วย” ทิศเหนือฝืนใจเดินเข้าไปใกล้ ลูบแก้มนวลของหญิงสาวเบา ๆ หวังจะให้เธอคลายความพะวักพะวง
เขารู้ดีว่าทำไมเชอรีนถึงระแวงขนาดนี้... เพราะ ‘ความผิด’ ที่เขาเคยก่อไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่เธอจับได้ว่าเขาโกหกเรื่องลูกป่วย โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่เพื่อนเธอส่งมาให้ วันนั้นพวกเขาปะทะอารมณ์กันรุนแรง จนทิศเหนือต้องยอมสารภาพว่าเขาไปที่ผับนั่นจริง ๆ
แต่เขาก็เลือกที่จะพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว... เขาบอกเธอแค่ว่าไปดื่มกับกลุ่มเพื่อนและมีนิราอยู่ด้วย แต่กลับปิดตายเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไว้เป็นความลับสุดยอด
“อย่าให้รีนรู้นะ... ว่าพี่โกหกเหมือนตอนนั้นอีก” เชอรีนจ้องลึกเข้าไปในตาเขา แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้
“พี่สัญญาครับ... พี่จะไม่โกหกรีนอีกแล้ว” ทิศเหนือเอ่ยคำสัญญาที่หนักอึ้งอยู่ในลำคอ เขากดจูบลงบนหน้าผากเธอเพื่อยืนยันคำพูดนั้น ทั้งที่ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำสัญญากำลังเริ่มเน่าเฟะอยู่ในใจเขาเอง
ทางด้าน คุณนายฉัตรฉาย ตั้งแต่ที่เธอออกคำสั่งเด็ดขาดให้ลูกชายเลิกกับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า คนนั้น เธอก็ให้คนคอยสืบข่าวอยู่ตลอด แต่ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ทิศเหนือก็ยังไม่มีท่าทีจะสลัดผู้หญิงคนนั้นทิ้งเสียที
หากปล่อยไว้แบบนี้ เธอคงได้ลูกสะใภ้ไร้ศักดินามาทำลายชื่อเสียงตระกูลแน่ เธอจึงตัดสินใจว่าทริปภูเก็ตครั้งนี้แหละ... คือโอกาสทองในการ ‘ตัดไฟแต่ต้นลม’
“พี่เหนือ! ทางนี้ค่ะ” น้ำหนึ่ง โบกมือเรียกพี่ชายทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสีกรมท่าภูมิฐานเดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม
ทิศเหนือในมาดประธานบริษัท ‘เดอะ แกรนด์ โฮเทล’ ดูดีจนพนักงานและแขกคนอื่นต้องเหลียวมอง น้ำหนึ่งลอบยิ้มอย่างภูมิใจ พี่ชายของเธอเพียบพร้อมขนาดนี้ ผู้หญิงที่จะมาอยู่เคียงข้างต้องมีบารมีทัดเทียมกัน ไม่ใช่ผู้หญิงเกรดต่ำแบบเชอรีนที่เธอกับแม่แสนจะรังเกียจ
“ป่าป๊าขา” นิกกี้ ลูกสาววัยห้าขวบกระโดดโลดเต้นเมื่อเห็นหน้าพ่อ ทิศเหนืออุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่ ความเหนื่อยล้าจากการประชุมดูเหมือนจะมลายหายไปในทันที
“เจ้าหญิงของป๊า ทานอะไรอยู่ครับคนเก่ง”
“ทานไอติมค่ะ อร่อยมากเลย!” เด็กน้อยหัวเราะร่า เมื่อได้รับกล่องตุ๊กตาเจ้าหญิงเอลซ่าตัวใหม่ที่พ่อหยิบมาฝาก
ทิศเหนือพูดคุยกับลูกสาวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันไปทักทายคนอื่น ๆ ที่ร่วมโต๊ะ ทั้งคุณนายฉัตรฉาย น้ำหนึ่ง และ...
“สวัสดีค่ะพี่เหนือ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเดรสดูแพงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเรียบร้อย
“อ้าว น้องก้อย... มาเที่ยวด้วยเหรอเนี่ย?” ทิศเหนือทักทายอย่างเป็นกันเอง ‘ก้อย’ คือเพื่อนสนิทของน้องสาวที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตามานาน
“ใช่ค่ะ น้ำหนึ่งชวนก้อยมาพักผ่อนพอดี เลยถือโอกาสมาเที่ยวด้วยเลย” ก้อยตอบพลางหลบสายตาอย่างเหนียมอาย ความแอบรักที่สั่งสมมานานทำให้เธอไม่กล้าจ้องตาเขาตรง ๆ
“เดี๋ยวทานข้าวเสร็จ ตาเหนือพาหนูก้อยไปเดินดูรอบ ๆ โรงแรมหน่อยนะลูก” คุณนายฉัตรฉายรีบเปิดทางให้ลูกชายกับลูกสาวท่าน ส.ส. ได้ใกล้ชิดกัน
“ได้ครับ เดี๋ยวพานิกกี้ไปเดินเล่นด้วยกันเลย”
“น้องนิกกี้ไปไม่ได้ค่ะ!” น้ำหนึ่งรีบแทรกขึ้นมาทันควัน “หนึ่งสัญญากับหลานแล้วว่าจะพาไปเล่นน้ำที่สระ พี่เหนือพาก้อยไปเถอะค่ะ”
ทิศเหนือพยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรมาก “งั้นดูแลหลานดี ๆ อย่าให้คลาดสายตานะ”
น้ำหนึ่งลอบสบตากับแม่ด้วยความดีใจ แผนการจับคู่ครั้งนี้เธอเตรียมการมาอย่างดี และเธอมั่นใจว่ามันจะทำให้เชอรีนกลายเป็นอดีตไปในไม่ช้า
บรรยากาศโรงแรมหรูริมทะเลช่างเป็นใจ น้ำหนึ่งวางแผนขั้นสุดท้ายด้วยการชวนพี่ชายมานั่งดื่มที่บาร์ลับของโรงแรมเพื่อผ่อนคลาย
“พี่ไปรับโทรศัพท์แป๊บนะ” ทิศเหนือขอตัวลุกออกไป เมื่อเห็นหน้าจอโชว์ชื่อของเชอรีนเป็นรอบที่สามของคืนนี้
น้ำหนึ่งเบ้ปากลับหลัง “โทรจิกอย่างกับแม่ไก่... น่ารำคาญจริง ๆ”
“เราจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอหนึ่ง...” ก้อยถามด้วยน้ำเสียงกังวล มือไม้เริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด ถึงเธอจะรักเขามาก แต่แผนการ ‘รวบหัวรวบหาง’ แบบนี้มันดูรุนแรงเกินไปในสายตาเธอ
“มาถึงขั้นนี้แล้วจะกลัวอะไรก้อย! ถ้าแกไม่รีบคว้าไว้ แม่ฉันก็ต้องไปหาผู้หญิงคนอื่นมาประเคนให้พี่เหนืออยู่ดี แกเป็นเพื่อนฉันนะ ฉันอยากให้แกเป็นพี่สะใภ้ที่สุดแล้ว” น้ำหนึ่งโน้มน้าวด้วยเสียงกระซิบที่หนักแน่น
ก้อยเม้มริมปากแน่น ความต้องการครอบครองคนที่แอบรักมานานกำลังกลืนกินมโนธรรมในใจทีละน้อย...
“แล้ว... แกได้ยานี่มาจากไหน?”
“สั่งออนไลน์น่ะสิ ตัวเด็ดเลยนะ เพื่อนแฟนฉันเคยใช้ ได้ผลชะงัดเลยแหละ” น้ำหนึ่งกวาดสายตามองรอบข้าง เมื่อเห็นว่าทางสะดวก เธอจึงรีบหยดยาใสไร้กลิ่นลงในแก้วบรั่นดีของพี่ชายอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ทิศเหนือก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ เขาดูเคร่งเครียดจากการคุยโทรศัพท์จนต้องยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบครึ่งแก้ว
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ทิศเหนือเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มซึมตามไรผม ร่างกายเขาร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุมอยู่ข้างใน สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบคมเริ่มพร่าเลือน เขานึกว่าตัวเองเมาเพราะดื่มเร็วเกินไป...
โดยไม่รู้เลยว่า ดวงตาของน้องสาวที่จ้องมองมานั้น เต็มไปด้วยประกายแห่งชัยชนะที่กำลังรอคอยผลลัพธ์จากแผนการชั่วร้ายนี้อย่างใจจดใจจ่อ
เช้าวันต่อมา...
ภายในห้องสวีทรูมขนาดใหญ่บนชั้นสูงสุดของโรงแรมห้าดาว ทิศเหนือในมาด CEO ผู้เยือกเย็นหายลับไป เหลือเพียงชายหนุ่มที่กำลังเดินพล่านอยู่กลางห้องด้วยความรุ่มร้อนใจ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนกลายเป็นปมแน่นที่ไม่มีทีท่าจะคลายออก
เขาควรจะทำยังไงกับความผิดพลาดอันบัดซบที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ดี...
“พี่เหนือคะ...” เสียงหวานติดแววงัวเงียดังขึ้นจากบนเตียงกว้าง ก้อยค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น แสร้งทำสีหน้าเขินอายปนสับสน ทว่าในส่วนลึกของดวงตาเธอกลับฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
ในที่สุด... สิ่งที่เธอเฝ้าฝันมานานหลายปีก็กลายเป็นความจริง
“เรื่องเมื่อคืน... พี่ขอโทษนะก้อย พี่ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” ทิศเหนือเอ่ยปากทันทีที่เห็นหญิงสาวลืมตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนแทบไม่กล้าสบตาเธอ
คำว่า ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ มันหนักอึ้งอยู่ในอก เขาจำได้ลาง ๆ ว่าเมื่อคืนเขาเมามากจนแทบไม่มีสติ แต่พออารมณ์ถูกจุดติดด้วยสัมผัสและแอลกอฮอล์ เขากลับควบคุมตัวเองไม่ได้จนเรื่องเลยเถิดมาถึงจุดนี้
“ก้อย... ก้อยไม่เป็นไรค่ะพี่เหนือ” เธอตอบเสียงแผ่ว เบือนหน้าหนีทำเป็นหยิบผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่องรอยบนร่างกาย
ภาพในหัวของทิศเหนือย้อนกลับไปเพียงเลือนลาง... หลังจากที่เขาเมาจนเดินเซ น้ำหนึ่งกับก้อยช่วยพยุงเขาขึ้นมาบนห้อง แต่พอถึงหน้าห้อง น้ำหนึ่งกลับขอตัวไปหยิบของที่ลืมไว้ ทิ้งเขาไว้กับก้อยเพียงลำพัง เพียงแค่ก้อยเอื้อมมือมาประคองใบหน้าและสบตากันในความเงียบ สติที่เหลือน้อยนิดก็ขาดสะบั้นลงทันที
“เรื่องนี้พี่จะ...”
คำพูดของทิศเหนือถูกตัดฉับ เมื่อเสียงปลดล็อกประตูห้องดังขึ้นอย่างกะทันหัน
แกร๊ก!
“ป่าป๊าขา! / พี่เหนือ!”
“นิกกี้! / น้ำหนึ่ง!”
ทิศเหนือกับก้อยอุทานชื่อผู้มาใหม่พร้อมกันด้วยความตกใจ ก้อยรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวจนมิดถึงคอ ส่วนทิศเหนือรีบถลาเข้าไปหาลูกสาวและน้องสาว พยายามดันร่างทั้งคู่ให้ออกไปที่ห้องนั่งเล่นโดยเร็วที่สุด
“นี่พี่เหนือกับยัยก้อย... นอนด้วยกันเหรอคะ!” น้ำหนึ่งแสร้งเบิกตากว้าง ทำหน้าตกตะลึงราวกับเห็นภาพที่ไม่อยากเชื่อสายตา
“น้ำหนึ่ง หยุดพูดก่อน!” ทิศเหนือส่งสายตาดุระคนขอร้องให้น้องสาวหยุดส่งเสียง เพราะตอนนี้มีลูกสาววัยห้าขวบยืนอยู่ด้วย
โชคดีที่นิกกี้ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจภาพตรงหน้า ทิศเหนือรีบเปิดการ์ตูนในไอแพดให้ลูกสาวดูเพื่อเบนความสนใจ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับน้องสาว
“นี่เราเข้ามาได้ยังไงน้ำหนึ่ง”
“หนึ่งก็ไปขอคีย์การ์ดสำรองจากพนักงานมาน่ะสิคะ กะว่าจะพาหลานขึ้นมาปลุกพี่เหนือเพราะเห็นว่าเมื่อคืนเมาหนัก” น้ำหนึ่งตีหน้าซื่อ พูดจาฉะฉานเหมือนคนไม่รู้เรื่องรู้ราว “หนึ่งไม่คิดเลยนะว่าพอส่งพี่ถึงหน้าห้องแล้ว พี่กับก้อยจะ... ทำเรื่องแบบนี้กันต่อ”
“พี่เมา... พี่ไม่คิดว่ามันจะเกินเลยไปขนาดนี้” ทิศเหนือยกมือลูบหน้าแรง ๆ อย่างจนปัญญา
“แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วนะคะพี่เหนือ ก้อยเขาเสียหายนะ เพื่อนหนึ่งมีพ่อมีแม่นะคะ”
ผ่านไปราวสองชั่วโมง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อ คุณนายฉัตรฉายปรากฏตัวขึ้นหลังจากได้รับรายงานเรื่องผิดผีที่เกิดขึ้น
“พาหลานลงไปเล่นข้างล่างก่อนไป” คุณนายสั่งกำชับพี่เลี้ยงของนิกกี้เสียงเรียบ
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบที่แสนอึดอัดก็เข้าปกคลุมทันที เธอจ้องหน้าลูกชายด้วยสายตาคมกริบ
“แกต้องรับผิดชอบหนูก้อย” คำสั่งเด็ดขาดหลุดออกมาจากปากผู้เป็นแม่ “หนูก้อยเขาเป็นถึงลูกสาวท่าน ส.ส. แกไปทำเรื่องเสื่อมเสียกับเขาแบบนี้ ยังไงก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด”
“แต่แม่ครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมเมา!”
“เมาหรือไม่ แกก็ทำไปแล้ว!” คุณนายฉัตรฉายตบโต๊ะเสียงดัง “ไม่มีคำว่าแต่ทิศเหนือ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูพ่อแม่หนูก้อยเมื่อไหร่ ตระกูลเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แกต้องรับผิดชอบลูกสาวเขา!”
“ผมมีแฟนแล้ว... แม่จะให้ผมทำยังไง” ทิศเหนือเสียงสั่น ภาพของเชอรีนที่ยืนส่งเขาที่คอนโดฯ ลอยเข้ามาในหัว
“ก็แค่ไปจบกับเด็กนั่นซะ! เลิกทำตัวเหลวไหลกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าแล้วมารับผิดชอบคนที่คู่ควรกับแกจริง ๆ เสียที”
ทิศเหนือได้แต่นิ่งเงียบ... ความกดดันจากทุกทิศทางกำลังบีบให้เขาไม่มีทางเลือก
ความผิดพลาดครั้งนี้กำลังจะพรากทุกอย่างไปจากเขา...
