บทที่ 6 เราเลิกกัน

ท่ามกลางเสียงดนตรีสดที่ดังระงมและแสงไฟสีนวลตาในร้านเหล้าย่านมหาวิทยาลัย เหล่านักท่องราตรีต่างดื่มกินกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยงในคืนวันศุกร์

ทว่าสำหรับเชอรีน วันนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อปาร์ตี้ เธอไม่ได้มาในฐานะลูกค้า แต่มาในฐานะพนักงานพาร์ทไทม์ หรือที่ใคร ๆ มักเรียกว่า ‘สาวเชียร์เบียร์’

นี่คือเดือนที่ห้าแล้วที่เธอต้องใส่ชุดรัดรูปเดินไปมาเพื่อเพิ่มยอดขาย เธอทำเฉพาะวันศุกร์และเสาร์เพื่อไม่ให้กระทบกับการเรียนในฐานะเฟรชชี่ปีหนึ่ง

ชีวิตของเชอรีนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเสียแม่ไปตั้งแต่เด็กและไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ‘น้าแรม’ น้องสาวของแม่คือคนเดียวที่เลี้ยงดูเธอมาอย่างตามมีตามเกิด จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อนที่โชคชะตาเข้าข้าง เมื่อน้าแรมได้แต่งงานกับชาวสวีเดนและย้ายไปอยู่ต่างประเทศ น้าเขยผู้ใจดีส่งเสียให้เชอรีนได้เรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังและมีเงินใช้ไม่ขาดมือ

แต่สวรรค์ก็มีเวลาจำกัด... เมื่อน้าแรมมีลูกหลงในวัยทอง ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้เงินส่งเสียที่เคยได้รับลดน้อยลง แม้น้าแรมจะไม่เคยบ่นว่าเธอคือภาระ แต่เชอรีนก็รู้ดีจากคำพูดอ้อม ๆ ว่าเธอควรจะเริ่มยืนด้วยขาของตัวเองได้แล้ว

นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องยอมสลัดภาพนักศึกษาวัยใส มาใส่ชุดโชว์ส่วนสัดที่เสี่ยงต่อการโดนลวนลาม เพื่อแลกกับรายได้ที่สูงกว่างานทั่วไป

“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ... ขอโทษจริง ๆ ค่ะคุณลูกค้า!”

เสียงแก้วเบียร์กระทบโต๊ะพร้อมกับของเหลวสีทองที่สาดกระเซ็นใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่มตรงหน้าจนเปียกโชก เชอรีนหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปลก ๆ ด้วยความซุ่มซ่ามของตัวเอง วันนี้มันวันซวยอะไรกัน!

“เอ่อ... ไม่เป็นไรครับ”

“แต่เสื้อคุณเปียกหมดเลยนะคะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อย ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาชายหนุ่มหน้าตาดีที่เธอก่อเรื่องใส่

“ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ผมมีเสื้อสำรองติดรถไว้ เดี๋ยวไปเปลี่ยนก็เรียบร้อยแล้ว”

แทนที่จะโกรธจัดหรือต่อว่า ชายหนุ่มกลับส่งยิ้มบาง ๆ มาให้จนเชอรีนแปลกใจ... คนอะไรเสื้อเปียกขนาดนี้ยังจะมายิ้มอยู่อีก

“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงแหลมปรี๊ดของผู้จัดการร้านดังแทรกเข้ามา เชอรีนตัวสั่นด้วยความกลัวจะถูกหักค่าแรง

“รีนซุ่มซ่ามทำเบียร์หกใส่ลูกค้าค่ะ...”

“เธอนี่มันจริง ๆ เลย! ไปทำงานต่อซะ ทางนี้ฉันจัดการเอง”

หลังเลิกงานในคืนนั้น เชอรีนเดินคอตกออกมาจากประตูหลังร้านด้วยความเหนื่อยล้า เธอถูกผู้จัดการสวดยับไปอีกเกือบชั่วโมง แถมยังโดนหักค่าแรงไปเกินครึ่ง วันนี้ช่างเป็น Bad Day ที่สุดในชีวิต

“เฮ้อ... เหนื่อยชะมัด”

“เลิกดึกเหมือนกันนะเรา”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นในมุมมืดข้างรถยนต์คันหรูทำให้เชอรีนสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองร่างสูงที่ยืนพิงรถพลางสูบบุหรี่อยู่เงียบ ๆ

“ว้าย! ตกใจหมด... คุณนั่นเอง”

“วันนี้คุณทำเสื้อผมเปียกนะ” เขาเอ่ยยิ้ม ๆ

“ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”

“ถ้าอยากไถ่โทษ... ก็บอกชื่อมาก่อนสิครับ”

“คะ?” เชอรีนขมวดคิ้วงุนงง ขอโทษแล้วเกี่ยวอะไรกับบอกชื่อด้วย?

“ผมแค่... อยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้”

นั่นคือประโยคที่เขาใช้สานสัมพันธ์กับเธอในวันนั้น...

เชอรีนนั่งนิ่งอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องนอนที่เคยเป็นวิมานของเธอและเขามาตลอดเกือบสองปี แสงไฟจากหน้าจอมือถือสะท้อนบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอหัวเราะเยาะให้ความทรงจำในวันแรกที่เจอกัน...

ถ้าวันนั้นเธอไม่ซุ่มซ่ามทำเบียร์หกใส่ทิศเหนือ ชีวิตเธอตอนนี้จะเป็นยังไงนะ?

เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว เธอได้รับข้อความจากน้ำหนึ่ง น้องสาวตัวดีของทิศเหนือ สิ่งที่ถูกส่งมาคืออาวุธร้ายแรงที่ทำลายหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ทั้งรูปภาพที่เขาเดินเคียงคู่กับผู้หญิงคนใหม่ ภาพที่เขานั่งดื่มใกล้ชิดกัน และที่ร้ายแรงที่สุด... คือคลิปวิดีโอการสนทนาระหว่างทิศเหนือกับแม่ของเขา

ใจความในคลิปชัดเจนจนไม่ต้องแปล... เขาบอกแม่ว่า ‘มีอะไร’ กับผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว

‘ว่าที่พี่สะใภ้คนใหม่ คนนี้คุณแม่ปลื้มมาก แต่งเดือนหน้าเลยดีมั้ยน้า อิอิ’

ข้อความสั้น ๆ จากน้ำหนึ่งเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม ตลอดเวลาที่คบกันมา เชอรีนซื่อสัตย์ต่อเขามาเสมอ เธอรักและเชื่อมั่นว่าเขาคือผู้ชายที่จะมาหยุดชีวิตที่เคว้งคว้างของเธอได้ แต่สุดท้าย... เขาก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนก่อน ๆ

ทิศเหนือไม่ใช่แฟนคนแรกของเธอ ก่อนหน้านี้เธอเคยผิดหวังจากคนรักมาถึงสองครั้ง ซึ่งทุกคนล้วนจบลงที่ ‘การนอกใจ’

ทำไมกันนะ... ทำไมคนอย่างเธอถึงไม่เคยสมหวังในความรักเลย?

เธอทุ่มเททุกอย่างให้เต็มร้อยเสมอ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือการหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เชอรีนปาดน้ำตาที่ไหลพรากไม่หยุด เธอพยายามทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา... ช่วงปีแรกที่คบกัน ทิศเหนือคือสวรรค์ของเธอ เขาทำให้ชีวิตเด็กกำพร้าอย่างเธอกลายเป็นเจ้าหญิง ไม่ต้องทำงานหนัก มีเงินใช้ มีของแบรนด์เนมประเคนให้ทุกอย่าง

แต่ในช่วงหลายเดือนมานี้ ‘เมียเก่า’ ของเขากลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกันบ่อยขึ้น เชอรีนยอมอ่อนให้จนเพื่อน ๆ ด่าว่าโง่ เพราะลึก ๆ เธอไม่อยากเสียความสุขสบายและความรักนี้ไป

แต่ครั้งนี้... เพื่อนเธอคงไม่ต้องเหนื่อยด่าอีกแล้ว เพราะท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอน เชอรีนได้ตัดสินใจเลือกทางเดินสุดท้ายให้กับความรักครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว

“กลับมาแล้วเหรอคะ?” น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหายของคนบนเตียง เอ่ยทักทันทีที่ประตูห้องเปิดออก

“ครับ... คิดถึงจังเลย” ทิศเหนือเดินยิ้มเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังตามความเคยชิน

ทว่าครั้งนี้เชอรีนกลับสะบัดตัวออกอย่างแรงจนเขาเซถอยไป

ร่างกายของเขายังมีกลิ่นน้ำหอมหรือสัมผัสจากคนอื่นติดอยู่หรือเปล่า เพียงแค่คิดว่าอ้อมกอดนี้เพิ่งผ่านใครมาเธอก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน

“รีนเป็นอะไร... ร้องไห้ทำไมครับ?” เขาถามด้วยสีหน้าซื่อตาใส ราวกับจำไม่ได้เลยว่าตัวเองไปทำระยำอะไรไว้

“ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไม... พี่ทำอะไรไว้ล่ะ!”

“รีนหมายถึงเรื่องอะไร พี่งงไปหมดแล้วนะ”

“อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลยพี่เหนือ! พี่คงคิดว่ารีนโง่มากสินะ ที่บอกว่าไปทำงานน่ะ... จริง ๆ แล้วไปนอนกับคนอื่นใช่ไหม!” เชอรีนแผดเสียงใส่หน้าเขาพร้อมกับระดมกำปั้นทุบลงบนอกกว้างอย่างคุมอารมณ์ไม่ได้ ความเจ็บที่มือยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บที่หัวใจ

“รีน ใจเย็นก่อน! ฟังพี่ก่อนนะ มันไม่ใช่แบบที่รีนคิด...”

“ไม่ใช่ตรงไหน!” เธอชูโทรศัพท์ขึ้นมา ภาพถ่ายที่เห็นชัดทุกรูขุมขนถูกโชว์เด่นหรา “นี่อะไร? พี่จะบอกว่าคนหน้าเหมือนเหรอ หรือพี่มีแฝดที่ไหนโผล่มา หลักฐานชัดขนาดนี้ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอคะ!”

ทิศเหนือชะงักไปทันที ดวงตาคมสั่นไหวด้วยความตกใจ “ใคร... ใครส่งรูปพวกนี้ให้รีน?”

“ใครส่งมันไม่สำคัญหรอกค่ะ แต่สำคัญที่รีนรู้หมดแล้วว่าพี่นอนกับมัน!” เชอรีนตะโกนลั่นห้อง น้ำตาไหลพรากจนมองทางแทบไม่เห็น สภาพของเธอในตอนนี้มันช่างน่าสมเพชเสียจริง

“รีน... พี่ไม่ได้ตั้งใจ เรื่องคืนนั้นพี่อธิบายได้” ทิศเหนือพยายามเข้าไปคว้าตัวเธอมาปลอบ แต่เชอรีนถอยหนีราวกับเขาเป็นสิ่งปฏิกูล

“ใจเย็น ๆ นะ อย่าร้อง...”

“ทำไมพี่ทำแบบนี้กับรีน!”

“ฟังพี่ก่อน เรื่องคืนนั้น... พี่เมามาก พี่พลาดไปจริง ๆ พี่ขอโทษนะรีน ให้โอกาสพี่เถอะ”

คำว่า ‘เมา’ และ ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ คือข้ออ้างสุดคลาสสิกที่เชอรีนได้แต่นึกสมเพชในใจ

ถ้าเมาแล้วคุมตัวเองไม่ได้ ทำไมถึงพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องดื่มกับผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่แรกทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว?

“รีนว่าเราเลิกกันเถอะ... เราคงไปกันไม่ได้จริง ๆ”

“ไม่เอานะรีน! พี่ไม่เลิก พี่รักรีนนะ คืนนั้นมันอุบัติเหตุจริง ๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” เขาพุ่งเข้ามากอดเธอไว้แน่น ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอ พร่ำบอกคำขอโทษและขอโอกาสซ้ำ ๆ

แต่สำหรับเชอรีน... ความรู้สึกมัน ‘ขาด’ ไปแล้ว ปัญหาเรื่องเมียเก่าที่ยังคาราคาซัง แม่ของเขาที่ไม่เคยยอมรับเธอ และความไม่ซื่อสัตย์ครั้งนี้ มันคือฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้น

ครืด... ครืด...

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของทิศเหนือดังขัดจังหวะ เขาไม่ยอมรับสายในสามรอบแรก เพราะกำลังง้อคนตรงหน้า ทว่าในรอบที่สี่ เมื่อเห็นว่าเป็นสายจากนิรา เขาจึงตัดสินใจกดรับเพราะกลัวจะเป็นเรื่องของลูก

“ว่าไงนะ!” สีหน้าของทิศเหนือเปลี่ยนจากความกังวลเรื่องแฟนสาว กลายเป็นความตระหนกสุดขีด “เดี๋ยวจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้!”

“น้องนิกกี้ตกบันไดขาหัก พี่ต้องรีบไปดูทางนั้นก่อน... เรื่องของเราไว้กลับมาเคลียร์กันนะ พี่รักรีนนะครับ!”

เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะกุลีกุจอวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่หันมามองความบอบช้ำของคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘คนรัก’ แม้แต่นิดเดียว

เชอรีนมองตามหลังเขาด้วยแววตาว่างเปล่า...

เคลียร์เหรอ? ไม่มีอะไรต้องเคลียร์แล้ว เพราะสำหรับเธอ ‘มันจบแล้ว’ จริง ๆ

เมื่อห้องกลับมาสู่ความเงียบ เชอรีนปาดน้ำตาแล้วเริ่มเก็บข้าวของ เธอไม่ได้เล่นตัวเหมือนนางเอกละครที่เดินออกไปแต่ตัวเพื่อรักษาศักดิ์ศรี เพราะในโลกความเป็นจริง ถ้าเธอไม่เอาเสื้อผ้าหรือข้าวของที่เขาซื้อให้ไป เธอก็คงไม่เหลืออะไรติดตัวเลยสักอย่าง

เธอเลือกเฉพาะของที่จำเป็น อัดลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เขาเคยซื้อให้เช่นกัน ที่พึ่งสุดท้ายในตอนนี้คือ ‘พิ้งกี้’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ไว้วางใจ

เชอรีนลากกระเป๋าออกจากห้องที่เคยเรียกว่ารังรัก มุ่งหน้าไปหาเพื่อนพร้อมเล่าเรื่องราวทั้งหมดด้วยเสียงสั่นเครือ

“อยู่ห้องฉันไปก่อนจนกว่าจะหาที่ใหม่ได้นะรีน... ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้น อย่าไปเสียน้ำตาให้มันอีกเลย” พิ้งกี้ปลอบพลางดึงเพื่อนเข้ามากอด

เชอรีนพยักหน้าช้า ๆ แม้ในใจจะเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก แต่เธอก็ภูมิใจที่ครั้งนี้... เธอไม่ได้ ‘โง่’ ให้เขาหลอกอีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป