บทที่ 10 Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ – 5

Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ – 5

“คุณกลับไปก่อนนะครับ” คาร์รีมสั่งสาวร้อนลอดไรฟัน พลางหันไปกดอินเตอร์คอมสั่งการให้เลขาบอกพนักงานขับเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นยานพาหนะที่เขาใช้เดินทางไปมาระหว่างในตัวเมืองและโรงงานแห่งนี้ เพื่อพาราเชลไปส่งที่สนามบินและตัวเขาก็มีเรื่องสะสางกับยายผู้หญิงหน้าจืดด้วย

นางเอกสาวหน้าตึงออกอาการขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมจากไปแต่โดยดี โดยไม่ลืมเขย่งเท้ามอบจูบแลกลิ้นกันจ๊วบจ๊าบให้รินรดามองเป็นอาหารตาทิ้งท้ายด้วย...

“เธอมาสาย...” คาร์รีมหันมาตำหนิเสียงเรียบยกนาฬิการาคาเจ็ดหลักขึ้นดู “...ไปเกือบสิบห้านาที” และเขาก็ไม่แปลกใจที่หญิงสาวจะวิ่งมารายงานตัวสาย เพราะเป็นเขานั่นเองที่สั่งให้หัวหน้างานสั่งงานให้หญิงสาวทำเยอะๆ จะได้ไม่มีเวลาไปทำหน้าที่ที่เขาสงสัยอยู่ แต่ดูเหมือนแม่นี่จะมีสิบมือหรือยังไง เพราะเธอทำทันทำได้ดีและยังไม่มีความผิดพลาดในเรื่องใดๆ ให้เขาต้องรับรู้เลยสักครั้ง

“ก็งานฉันยุ่งนี่ นี่ก็รีบสุดๆ แล้ว ยังจะเอาอะไรอีก” เธอเถียงทันควัน “และจริงๆ ฉันก็สายแค่ห้านาทีแต่ต้องมายืนรอคุณกับหนึ่งในแฟนของคุณต่างหากเล่า” ถ้าไม่ต้องมารอเขาเก็บช็อตเด็ดเรียกเลือดนั่นเธอก็คงรายงานตัวเสร็จและกลับไปทำงานตัวเองนานแล้ว

“ราเชลไม่ใช่แฟน แต่เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งของฉันเท่านั้น” คนไม่เคยมีแฟนและไม่เคยรักใครจาระไนเสียงเรียบ คงเป็นเพราะเขาได้ผู้หญิงเหล่านี้มาง่ายเกินไป ทำให้ไม่เคยเห็นค่าในตัวพวกหล่อนเป็นแน่

“รวมทั้งสาวๆ คนอื่นที่คุณควงๆ ด้วยน่ะสิ” รินรดาประชดถามเสียงขุ่นมองเขาอย่างเกลียดชังยิ่งขึ้นไปอีก ใจจริงเธอไม่คิดว่าจะได้เห็นผู้หญิงของเขาแบบซ้ำหน้ากันด้วยซ้ำ เพราะดูท่าแล้วเขาไม่น่าจะใช้ผู้หญิงคนเดิมซ้ำเห็นเปลี่ยนบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนกางเกงในเสียอีก

“ถูกต้อง” เขาตอบอย่างไม่แคร์ว่าโดนหญิงสาวแอบประชดอยู่ ร่างใหญ่ก็เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กยิ่งขึ้นจึงทำให้รินรดาเห็นรอยขีดข่วนแดงๆ ตามแผ่นอกที่โผล่มาจากเสื้อซึ่งยังไม่ได้ติดกระดุมเรียบร้อยนั่น

คนเห็นหน้าแดงด้วยอาการที่นอกจากความโกรธ แต่ก็ยังเก๊กขรึม “มั่ว” เป็นครั้งแรกที่เธอพูดคำนี้ให้เขาได้ยินมันอดไม่ได้จริงๆ

“เขาเรียกว่าเปลี่ยนรสชาติต่างหากล่ะ” คนชอบรสชาติจากสาวๆ แบบหลากหลายแก้พลางกระตุกยิ้มตรงมุมปากไม่พอยังก้มหน้าคมหล่อบาดใจลงมาอยู่ในระดับเดียวกับดวงหน้าแดงก่ำของเธอด้วย

คนตัวเล็กผงะตาโตด้วยความตกใจกับความใกล้ชิดของเขาจึงรีบเบี่ยงหน้าเล็กหนี แต่เป็นความคิดที่ผิดเพราะมันทำให้เธอเหลือบไปเห็นถุงยางในสภาพใช้แล้วอยู่ที่พื้น และมีอะไรก็ไม่รู้...สีขาวขุ่นอยู่ในนั้นด้วย...

ยี้ สกปรก อีตานี่เป็นพวกขาดเซ็กซ์ไม่ได้หรือยังไง ถึงได้มาทำประเจิดประเจ้อไม่เลือกที่เลือกทางเลือกเวลาแบบนี้ วันก่อนแลกลิ้นกันหน้าแอร์พอร์ต วันนี้ก็เริงรักกันในห้องทำงาน...ดวงตาคู่สวยที่เปิดโพลงอยู่หลับปี๋ด้วยความอุจาดตา ใบหน้างามที่ซีดยิ่งขึ้นกว่าเดิมไปอีกหันกลับมาทางเดิม เพราะไม่อยากจะเห็นคราบโลกีย์ของเขาให้นานไปมากกว่านี้

เธอไม่ใช่เด็กอนุบาลนี่ ที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ค้างอยู่ในผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูปนั้นคืออะไร...

ทว่าด้วยที่หันหน้าสวยกลับมาอย่างเร็วรีบและดวงตาโตก็ปิดอยู่แล้วใบหน้าคมของเขาก็ยังโน้มต่ำอยู่...จึงทำให้ปลายจมูกเล็กจุ๋มจิ๋มน่ารักของรินรดาแตะเข้ากับปลายจมูกโด่งตามสัญชาติของเขาอย่างถนัดถนี่ ต่างฝ่ายก็ได้ต่างรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดใส่กันและมันเพียงพอให้ทั้งคู่ตกตะลึงหยุดจ้องหน้าแน่นิ่งอยู่ในท่าที่จมูกชนกันชั่วอึดใจ โดยมีนัยน์ตาสองคู่สบกันอย่างส่องประกายแวววับ...

คาร์รีมเองก็ตกใจไม่น้อยกับความรู้สึกแปลกๆ ที่แล่นพล่านไปทั่วกายยามได้กลิ่นสาว ผิวเนื้อที่แตะกันเพียงบางเบาหากให้ความรู้สึกราวกับโดนแนบด้วยเหล็กเผาไฟ ไหนจะลมร้อนๆ หอมกรุ่นที่รดเป่าหน้ากันอีกนั่น คาร์รีมแทบสาบานได้ว่ามันทำให้เขาขนลุกขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

แล้วที่น่าโมโหคือ เขาดันสั่งตัวเองให้ผละใบหน้าคมออกห่างจากดวงหน้าหวานแสนตื่นตระหนกนั่นไม่ได้นั่นต่างหาก ที่สำคัญในความจืดชืดไร้เสน่ห์ของแม่นี่ เขากลับเห็นว่าหญิงสาวมีบางสิ่งบางอย่างแฝงอยู่ จนเขาไม่กล้าคิดว่ามันคือความอยากรู้จักอยากค้นคว้าและอยากในบางสิ่งที่เขาไม่ควรรู้สึกกับเธอคนนี้เลยสักนิด...

รินรดาตกใจจนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รู้สึกไม่ต่างกับโดนหอมแก้มถึงจะไม่เคยมีใครเคยได้หอมแก้มเธอเลยสักครั้งก็เถอะ แต่มันคงให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบแบบนี้เป็นแน่ๆ แต่มานึกอีกทีจมูกเขาก็คงสกปรกไม่ต่างจากอวัยวะที่ใช้มั่วนั่นแน่ๆ

ร่างเล็กจึงเด้งตัวหนีร่างใหญ่อย่างรังเกียจ มือน้อยก็ยกขึ้นเช็ดๆ ถูๆ จมูกเล็กของตัวเองจนมันแดงก่ำ...และคนเห็นก็ออกอาการไม่พอใจจนควันออกหูกรุ่นๆ เพราะหญิงสาวทำราวกับรังเกียจขยะแขยงเขาอย่างนั้น

“อย่าทำเป็นไม่เคยไปหน่อยเลย” เขาเยาะเสียงต่ำพลางติดกระดุมเสื้ออย่างอ้อยอิ่ง และจัดแจงเสื้อผ้าบนตัวให้เรียบร้อย รินรดาตั้งสติก่อนสะบัดหน้าที่ทั้งแดงทั้งร้อนตอกกลับเสียงสั่น

“ไม่ใช่ไม่เคย แต่ไม่ไว้ใจคนมั่วอย่างคุณ”

“ฉันบอกเธอแล้วนี่ ว่ามันคือการเปลี่ยนรสชาติ เปลี่ยนบรรยากาศ” เขายักไหล่พูดอย่างไม่แคร์

คาร์รีมไม่เข้าใจตัวเองว่ายอมยืนฟังผู้หญิงคนนี้ด่าว่าอยู่เฉยๆ ได้ยังไง ทั้งยังยอมต่อปากต่อคำกับเธออีกด้วยทั้งๆ ที่เขาน่าจะไล่หญิงสาวออกไปตั้งนานแล้วกับการกระทำและวาจาแสนก้าวร้าวแบบนี้

“เปลี่ยนมากๆ มีหวังติดโรคตายเสียก่อน” หญิงสาวต่อว่าเขาอย่างไม่ไว้หน้า ทว่าดวงหน้าที่เคยซีดๆ มันแดงเสียจนอีกฝ่ายเห็นได้อย่างชัดเจนและมันก็ยิ่งทำให้เขาได้ใจ

“เธอก็เห็นหลักฐานแล้วนี่ ว่าฉันป้องกัน...” คาร์รีมยืนยันเสียงทุ้มติดเจ้าเล่ห์ พลางมองไปยังชิ้นส่วนที่เขาเอ่ยถึงนั่นด้วย รินรดาหน้าร้อนวาบยืนตัวแข็งไม่คิดหันไปมองชิ้นส่วนหลักฐานการป้องกันโรคของเขาให้ต้องเก็บไปฝันร้ายอีกครั้ง

“ถุงยางรั่ว จนติดโรคก็มีถมเถไป” รินรดาเถียงคำไม่ตกฟาก ขณะเดียวกันก็ต้องข่มทั้งความอายและความโกรธในตัวไว้ให้ลึกสุด...

คาร์รีมเลิกคิ้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอในเชิงเยาะ แล้วหรี่ตามองสาวร่างเล็กอย่างเหยียดหยันไม่แพ้กัน

“เก่ง...รู้ลึกดีนี่ช่ำชองไม่เบา” เขาแกล้งชมและทำไมคนฟังจะไม่รู้สึกถึงน้ำเสียงต่ำแสนดูแคลนจากลำคอแข็งแรงนั่นเล่า

“ก็ประมาณนั้น” เธอสะบัดเสียงยอมรับเสียเฉยๆ ”แต่ฉันไม่มั่วควงหลายคนเหมือนคุณหรอก” ทั้งยังอดต่อว่าแสดงความรังเกียจในใจออกมาอีกไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป