บทที่ 11 Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 6

Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 6

“รูปหล่อพ่อรวยเงินหนัก แถมโสดสนิทอย่างฉัน สาวๆ ก็ตามติดเป็นเรื่องปกติ...มาโทษฉันคนเดียวคงไม่ได้หรอกรินรดา” อีกครั้งที่คาร์รีมยักไหล่พูดในเรื่องจริงและเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของเขา

เขาก็แค่นักธุรกิจคนหนึ่งที่กำลังทำธุรกิจให้กับชีวิตส่วนตัวของเขาก็ในเมื่อดีมานด์กับซัพพลายตรงกัน...ธุรกิจก็เฟื่องฟู เหมือนกับที่มีสาวๆ เข้ามารายล้อมรอบตัวเขาโดยที่เขาไม่เคยต้องลงมือทำอะไรแล้วไยจะต้องปฏิเสธน้ำใจไมตรีนี้ไป เพราะถึงยังไงสาวๆ เหล่านี้ก็ได้ของกำนัลกันเป็นกอบเป็นกำจากเขาอยู่แล้ว

“แล้วที่เธอไม่ควงหลายคน ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีนิสัยมั่วหรือเป็นพวกรักเดียวใจเดียวหรอก...แต่เพราะผู้หญิงหน้าตาจืดชืดอย่างเธอ จะมีใครมาหลงเสน่ห์กันสักกี่คนเชียว” คาร์รีมวิจารณ์ในเชิงดูถูกเหยียดหยันตามมาทำเอาคนฟังตัวสั่นพั่บๆ

หน็อยมาดูถูกกันเกินไปแล้วอีตาหน้ายักษ์

“จะกี่คนมันก็เรื่องของฉัน แต่หนึ่งในนั้นไม่ใช่คุณแน่ๆ แค่หางตาฉันยังไม่คิดเหลียวไปมอง...” รินรดาสวนกลับอย่างไม่มีเกรงกลัว อย่างมากก็ถูกไล่ออกเขาจะทำอะไรเธอได้ “แล้วถ้าคุณมีเวลาว่างนัก ก็เรียกผู้หญิงคนอื่นในสต๊อกมาคุยด้วยละกัน เพราะฉันจะกลับไปทำงานแล้ว” วิศวกรสาวผู้ตั้งใจทำงานลาพลางหันหลังเดินทันที

ขืนอยู่นานเธออาจจะทนไม่ได้ และตั๊นหน้านายบ้ากามเป็นรางวัลความมั่วของเขาแน่ๆ

คาร์รีมโกรธจนควันออกหู เพราะโดนหญิงสาวด่าครั้งแล้วครั้งเล่า อยากจะจับแม่สาวอวดดีปากจัดหักคอนัก แต่หญิงสาวก็พูดถูกทำไมต้องมาเถียงในเรื่องไร้สาระให้เสียเวลาทำงาน นั่นมันชีวิตส่วนตัวของเขา เขาจะใช้ชีวิตยังไงมันก็เรื่องของเขา และมันไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน แล้วไยเขาจะต้องใส่ใจแก้ตัวกับคำของเธอ

“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป” เสียงทุ้มท้วงเอาไว้ ร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูจึงหันกลับมาอย่างคนอารมณ์เสีย

“ฉันเห็นดีด้วยกับข้อเสนอของเธอ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ก็ย้ายมาเป็นเลขาได้เลย” เจ้านายหนุ่มกำหนดหน้าที่ใหม่ซึ่งเขาบอกไว้กับราเชลก่อนหน้านี้แล้ว และรินรดาก็งงเป็นไก่ตาแตกรวมทั้งตอนนี้ด้วย

“เฮ้ย ทำงี้ได้ไง” รินรดาตาโตนึกว่าเขาพูดเล่นกับแม่สาวสีแดงนั่น “แล้วหน้าที่ที่ฉันรับผิดชอบอยู่ล่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้เรียนเลขามาด้วย” พลางค้านด้วยคำถามในใจหลากหลาย

“ฉันมีเงินมากมายจะจ้างวิศวกรคนใหม่ ส่วนเธอก็มาเรียนงานกับซายิด” เขาตอบราวกับเด็กกำลังเล่นขายของกันอยู่ บทจะเลิกเล่นก็เลิก บทจะเปลี่ยนใจไปเล่นซ่อนหากันก็เปลี่ยนใจกันทันที

รินรดาได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับความไม่มีเหตุผลและตรรกะในการทำงานของเจ้านายผู้มีธุรกิจใหญ่โต แล้วเป็นเลขาต้องแต่งตัวสวยๆ หรือเปล่า เธอไม่มีเสื้อผ้าแบบนั้นติดตัวมาสักชุด ช่างสิ อยากให้มาเป็นเลขานักเธอก็จะใส่ชุดช่างนี่แหละมาทำงาน...

“ได้ งานคุณพังก็อย่ามาโทษฉันละกัน” คนโดนเปลี่ยนตำแหน่งสะบัดหน้าเชิดเดินจากไปโดยไม่คิดลา

ลับหลังร่างเล็ก...คาร์รีมยกมือลูบหน้าคมอย่างคนไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองในเวลานี้

เขาจะทำแบบนี้ไปทำไมกัน แต่ไม่ว่าถามตัวเองสักกี่ครั้งคำตอบที่ได้ก็คือ ‘ไม่ไว้ใจในตัววิศวกรสาว’ คาร์รีมจึงต้องย้ายหญิงสาวมาทำงานใกล้ๆ ตัวเพื่อที่เขาจะได้คอยจับตาสังเกตพฤติกรรมอันน่าสงสัยของเธอไปด้วย

โดยที่เจ้าของกิจการหนุ่มไม่ได้ล่วงรู้ว่า มันเป็นการเปิดโอกาสให้สปายสาวได้เข้ามาล้วงข้อมูลส่วนตัวของเขาได้ง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก...

เลขานุการสาวจำเป็นที่เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งตรงโต๊ะทำงานสุดหรูหน้าห้องนายจ้างยกมือขึ้นปาดเหงื่ออย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งด้วยเพราะอุณหภูมิร้อนระอุจากทะเลทรายด้านนอกซึ่งส่งผลถึงห้องปรับอากาศภายใน และทั้งด้วยความเร่งรีบในการวิ่งกลับมานั่งประจำการที่โต๊ะทำงานซึ่งเธอรับหน้าที่ได้มากว่าสองอาทิตย์แล้ว

แต่พอดีมีปัญหาเกี่ยวกับระบบผลิตในโรงงานตรงส่วนที่เธอเคยรับผิดชอบมาก่อน รินรดาจึงแอบวิ่งไปช่วยแก้ไขด้วยใจรักโดยที่นายจ้างหน้ายักษ์ไม่รู้ และถึงจะเป็นงานที่เธอไม่มีความรู้และไม่ถนัดเลยสักนิด แต่รินรดาก็เรียนรู้งานในหน้าที่เลขาได้เร็วตามประสาคนหัวไวและมีคนเก่งอย่างซายิดคอยช่วยสอนงานนั่นเอง หญิงสาวจึงไม่ได้ทำให้ธุรกิจของเขาย่ำแย่ไปอย่างที่ตัวเองเคยคิด

ส่วนคนเป็นเจ้านายก็ยัง ‘มั่ว’ ไม่เลิกเหมือนเดิม ผู้หญิงที่เขาควงหรือไปมาหาสู่นั้นมากหน้าหลายตาจนเธอเริ่มสับสนว่าใครเป็นใคร และเริ่มนับไม่ถูกแล้วว่าเขามีสาวๆ ในสต๊อกกี่คนกันแน่...

สำหรับงานหน้าที่สปายก็ยิ่งทำได้ง่ายเข้าไปใหญ่ก็ในเมื่อเธอเห็นพฤติกรรมของคุณชายคาร์รีมตำตาอยู่ทุกวัน รินรดาเบ้หน้าอยากจะแช่งให้เขาติดโรคตายเข้าสักวัน แต่ก็กลัวจะเป็นบาปต่อตัวเองเสียเปล่าๆ

ตาลุงนายจ้างอีกคนของเธอก็แปลกนัก นอกจากรอฟังรายงานของเธอแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นหรือให้เธอต้องทำอะไรมากไปกว่าที่ทำอยู่ แถมยังไม่เคยติดต่อเธอเลยสักครั้ง หากเธอก็ยังได้เงินเดือนเพิ่มอย่างที่คุณลุงว่าไว้จริงๆ ทำไมรอบตัวเธอถึงมีแต่คนแปลกๆ รินรดาทอดถอนใจ

มือเล็กจัดเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อย เพราะนี่ก็ใกล้เวลาเลิกงานเต็มที แต่แล้วรินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาสาละวนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงหวานราบเรียบแต่ทรงอำนาจ จนเธอต้องเด้งตัวลุกขึ้นยืนกับคำที่ได้ยินผ่านโสตประสาทหูไป

“หล่อนเป็นใคร แล้วมาวุ่นวายอะไรตรงนี้” นางนาตาลีที่แวะมาหาบุตรชายคนรองถามอย่างงุนงง เมื่อเห็นสาวเอเชียมานั่งผิดที่ผิดทางอยู่ตรงในส่วนสำนักงาน

“ดิฉันเป็นเลขานุการคนใหม่ค่ะ” รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวกับรัศมีของอีกฝ่ายก็เธอไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วจะต้องกลัวอะไร

“แล้วทำไมหล่อนถึงแต่งตัวแบบนี้” นางถามต่อ พลางกวาดสายตาสำรวจร่างเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในชุดช่างด้วยความรู้สึกไม่ใคร่จะพอใจในความไม่มีระเบียบของหญิงสาว

“เออ จริงๆ ดิฉันเป็นวิศวกรค่ะ และเพิ่งย้ายมารับหน้าที่นี้ค่ะ เลยยังไม่มีเสื้อผะ...” เลขานุการสาวที่รู้สึกอึดอัดกับสายตาช่างสำรวจของผู้ใหญ่ แต่ยังอธิบายไม่จบอีกฝ่ายก็พูดแทรกขึ้น

“ช่างเถอะ” ท่านหญิงแห่งบินคาดาร์ที่ขี้คร้านจะสนใจโบกมือห้ามจึงหันมาถามหาลูกชายแทน “ลูกชายฉันอยู่ในห้องหรือเปล่า”

“อยู่ค่ะ” รินรดาพยักหน้าตอบอย่างนอบน้อมเมื่อรู้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แล้วนางก็หันหลังเดินไปหาลูกชายทันที ไม่แปลกใจสักนิดว่าทำไมนายคาร์รีมถึงมีนิสัยแปลกๆ ก็ในเมื่อมีมารดาแปลกด้วยนี่เอง รินรดาสะบัดหัวไล่ความคิดเรื่องชาวบ้านทิ้งก่อนหันไปสนใจงานของตัวเองบนโต๊ะต่อ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป