บทที่ 12 Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 7

Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 7

“เรานี่ยังไงกันนะคาร์รีม จะชวนแม่ไปดินเนอร์และทำความรู้จักกับแฟนทั้งที ทำไมไม่โทรมานัดแม่เองล่ะ...นี่อะไร...แค่ส่งอีเมลไปนัด...ต่อให้งานยุ่งแค่ไหนก็เถอะ แต่นี่มันเรื่องในครอบครัวเราก็ต้องโทรมาบอกแม่เองสิ...”

คนเป็นแม่เปิดฉากดุพ่อพวงมาลัยเสียงเขียวทันที ที่เปิดประตูห้องทำงานเข้ามา ใบหน้าที่ยังงามงดบูดบึ้งนั่นเพราะนางนาตาลีออกอาการขัดใจที่ได้รับอีเมลนัดทานอาหารค่ำจากลูกชายแทนที่จะเป็นโทรศัพท์อย่างที่ควร แล้วเรื่องสำคัญอย่างไปดูตัวสาวอย่างนี้แล้ว แค่ส่งอีเมลนัดมาคำสองคำใช้ได้ที่ไหนกัน...

การปรากฏตัวของมารดาทำเอาเจ้าของห้องต้องขมวดคิ้วอย่างงงงวย แล้วไหนจะคำพูดที่หลุดออกมาจากเรียวปากที่ถูกเคลือบไว้ด้วยลิปสติกแบรนด์ราคาแพงนั่นอีก...

...เขาไปนัดมารดาว่าจะแนะนำผู้หญิงให้รู้จักตั้งแต่เมื่อไหร่!?

เพราะวันนี้เขานัดดินเนอร์กับอเล็กซานดร้านางแบบสาวจากแดนกระทิงดุนั่นต่างหาก และมันไม่ใช่การดูตัว มันไม่มีทางเป็นการดูตัว ก็ในเมื่อหญิงสาวไม่ใช่แฟนของเขาสักหน่อย

“ผมนัดดินเนอร์กับคุณแม่หรือครับ” คาร์รีมที่ยังงงเป็นไก่ตาแตกถามย้ำ

“ใช่น่ะสิ ก็เราอีเมลไปหาแม่เมื่อวานนี้นี่ อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้ว” นางนาตาลีตอบก่อนทำเสียงอย่างคนน้อยใจในตอนท้าย

ทุกวันนี้มารดาอย่างนางแทบไม่ได้เห็นหน้าค่าตาของลูกๆ นาซิมก็ย้ายครอบครัวไปอยู่ลอนดอน คาร์รีมก็พำนักอยู่ที่โรงงานมาเกือบสองเดือนแล้ว ถึงนางจะทราบว่าลูกชายขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินไปกลับในเมืองเป็นว่าเล่น แต่ไม่เคยจะแวะเยี่ยมเยียนพ่อแม่เลยสักครั้ง

ส่วนลูกสาวคนเล็กก็บินไปคุยเรื่องธุรกิจที่ดูไบ แล้วจากนั้นก็บินไปเซ็นสัญญาขายน้ำมันให้กับสายการบินแห่งหนึ่งที่นิวยอร์ก คฤหาสน์หลังใหญ่ของนางจึงเงียบเหงายิ่งนัก...

“ไม่ครับผมจะลืมนัดสำคัญกับคุณแม่ได้ยังไงครับ งั้นไปกันเลยครับผมให้ซายิดจองโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว”

ลูกรักของนาตาลีรีบปฏิเสธก่อนเอ่ยอย่างออดอ้อน มือหนาปิดแฟ้มตรงหน้าหยิบเสื้อสูทที่แขวนไว้พาดบ่า แล้วเดินไปควงร่างที่ยังสวยของผู้เป็นแม่เป็นสัญญาณความพร้อมในการเดินทางไปดินเนอร์กับมารดา... ที่เขามั่นใจว่าไม่ได้ส่งอีเมลไปนัดแน่ๆ แล้วใครกันที่ทำแบบนี้...

“ไปจ้ะ แม่ก็ชักหิวแล้ว” นาตาลีตอบก่อนพากันเดินออกจากห้องทำงานกันไป

แล้วในขณะที่ทั้งคู่เดินผ่านโต๊ะทำงานของเลขาจำเป็น ร่างสมส่วนของมารดาคาร์รีมก็หยุดเดินแล้วหันมาคุยเสียงจริงจังกับลูกชาย

“อ้อ คาร์รีมแม่ว่ามันดูไม่เหมาะนะ ที่จะให้เลขาของเราแต่งตัวแบบนี้มาทำงาน เกิดมีคู่ค้าคนสำคัญทางธุรกิจมาเยี่ยมโรงงานได้อายเขาแย่” นาตาลีแกล้งตำหนิเสียงดัง นัยน์ตาสวยคมก็ทอประกายวิบวับ นางตั้งใจพูดให้คนที่ใส่ชุดลูกหมีและนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์มือเป็นระวิงอยู่ได้ยินและหูผึ่งขึ้นมาด้วย

โอย แม่ลูกคู่นี้นี่ เหมือนกันอย่างกับแกะ คนโดนกล่าวถึงแอบนินทาเจ้านายในใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เลขาผมเขาอาจจะขาลาย หรือขาโก่งก็ได้ ถึงไม่กล้าใส่กระโปรงมาทำงาน” คาร์รีมเองก็ดูถูกอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน ใบหน้าคมก็หันไปมองร่างเล็กที่นั่งหน้างอตัวสั่นอยู่ด้วย แล้วเขาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าขึ้นเลือดฝาดจากความโกรธของเลขาตัวเอง

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเจ้านายหนุ่มก็รู้ถึงเหตุผลของการใส่ชุดช่างมานั่งหน้าสลอนอยู่หน้าห้องทำงานดี เพราะรินรดาได้บอกกับเขาไว้แล้วว่านอกจากกางเกงยีนเสื้อยืดที่อยู่ภายใต้ชุดช่างแล้ว เธอไม่ได้มีเสื้อผ้าสวยงามแบบอื่นๆ ติดมาด้วยเลย และเขาก็เห็นว่าไม่เห็นผิดปกติตรงไหน เพราะเขาแค่ต้องการจับตาดูหญิงสาวไม่ได้รอดูเธอแต่งตัวสวยๆ มาทำงาน และถึงแม่นี่จะแต่งตัวสวยขึ้นมา มันจะสวยขึ้นมาสักเท่าไหร่กันเชียว...

“วันหลังจะนัดดินเนอร์กันก็ชวนพ่อเขาด้วยนะ ชวนแต่แม่คนเดียวแบบนี้ พ่อเขาก็น้อยใจแย่” น้ำเสียงหวานของคนเป็นแม่เอ่ยอย่างแฝงถ้อยคำตำหนิให้บุตรชายฟัง

นางนาตาลีที่เพิ่งเสร็จจากทานอาหารค่ำเดินควงแขนร่างใหญ่ออกมาจากร้านอาหารชื่อดังซึ่งต้องจองโต๊ะล่วงหน้าไว้เป็นเดือนๆ แต่สำหรับคุณชายคาร์รีมแล้วไม่ว่าจะโทรจองเวลาไหนก็จะมีโต๊ะรองรับให้เสมอ...

“ครับ...ฝากขอโทษคุณพ่อด้วยนะครับที่ไม่ได้ชวนมาด้วย” คาร์รีมรับฟังแต่ก็อดขมวดคิ้วครุ่นคิดเรื่องดินเนอร์ผิดแผนนี้ไม่ได้ จะว่าซายิดส่งเมลไปนัดมารดาให้ก็ไม่น่าเป็นไปได้ในเมื่อเขาไม่ได้สั่ง...

“เสียดายนะแฟนเราเขาท้องเสียกะทันหัน มาดินเนอร์ด้วยไม่ได้ แม่เลยอดดูหน้าว่าที่ลูกสะใภ้เลย” นาตาลีเปรยออกมาราวกับว่าเสียดายนักหนาที่อดเห็นหน้าคู่ควงของลูกชายทั้งๆ ที่นางก็พอจะรู้ว่า คงเป็นคาร์รีมเองนั่นแหละที่ขัดขวางการพบหน้ากับสาวๆ ทั้งหลายไว้

“โอกาสหน้าก็ยังมีครับคุณแม่” คนเป็นลูกบอกพร้อมกับต้องเสหลบสายตาคาดคั้นของมารดา และมันก็จริง เขาเป็นคนโทรยกเลิกนัดกับคู่ควงสาวเอง ไว้ไปเจอกันทีเดียวที่เพ้นท์เฮาส์ก็ได้ เพราะยังไงก็มีเชฟชื่อดังคอยทำอาหารให้เขารับประทานอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว

และที่เขาต้องยกเลิกนัดกับนางแบบสาวเพราะอเล็กซานดร้าก็เป็นแค่หนึ่งในคอลเลคชั่นสาวๆ ของเขาเท่านั้น ไม่ใช่แฟนอย่างที่มารดาเข้าใจผิด...

“ได้จ้ะ แต่อย่าช้านะ แม่อยากเห็นหน้าแฟนคาร์รีมเร็วๆ ว่าจะสวยน่ารักเหมือนพี่สะใภ้ของเราหรือเปล่า”

“ครับคุณแม่” เป็นอีกครั้งที่คาร์รีมตอบรับคำโดยไม่มองหน้ามารดา เพราะเขายังไม่มีแฟน ไม่เคยรักใคร และไม่คิดจะแต่งงาน แล้วจะนัดมารดามาดูตัวแฟนสาวได้ยังไง

แล้วดวงตาคมกริบที่เสมองไปทางอื่นก็ต้องเปิดโพลงขึ้นมา เมื่อคาร์รีมหันไปเห็นเข้ากับร่างเล็กของคนที่เขารู้จักมากว่าสองเดือนแล้ว และหญิงสาวก็กำลังเดินควงคู่กันอย่างสนิทสนมกับชายหนุ่มหน้าไทยๆ คนหนึ่งซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นหนึ่งในทีมวิศวกร และที่สำคัญมันไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่เขาเห็นที่สนามบินวันก่อน

ว่าแต่เขา...ว่ามั่วเอย...ใช้ผู้หญิงเปลืองเอย...ตัวเองก็ใช่ย่อย คาร์รีมวิจารณ์อย่างห้ามตัวเองไว้ไม่อยู่

‘ไม่ชอบใช้ผู้ชายร่วมกับใคร แต่ชอบเอาตัวเองไปให้ผู้ชายผลัดกันเชยชมงั้นสิ’ คาร์รีมเยาะด้วยรอยยิ้มเหยียดตรงมุมปาก

“ชักช้าอะไรอยู่จ๊ะคาร์รีม แม่อยากกลับบ้านแล้ว...อ้าวมองอะไรอยู่นั่นน่ะ” คนเป็นแม่หันมาดุลูกชายที่หยุดเดินไปเสียเฉยๆ และกำลังจ้องไปทางอีกฝั่งหนึ่งของถนนเลยหันไปมองตามจึงทำให้นางเห็นรินรดาด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป