บทที่ 14 Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 9
Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 9
“ต๊าย นังรินเสื้อผ้าสวยๆ ทั้งนั้นเลย แกไปเอามาจากไหนเนี่ย แกไปลองให้ฉันดูหน่อยสิ”
หนุ่มเจ้าสำอางที่จะแต๋วแตกมากเป็นพิเศษยามอยู่กันในที่ลับตาคน ถลาเข้ามานั่งล้อมวงกองเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเตียงก่อนหยิบจับชุดสวยขึ้นชื่นชมด้วยนัยน์ตาฝันหวาน
“ไว้ฉันจะแปลงเพศเมื่อไหร่ จะมายืมแกใส่นะ” ธเนศวาดฝันตาวาววับ พลางคว้าเดรสสั้นสีหวานขึ้นทาบตัวแล้วหมุนไปหมุนมาหน้ากระจกบานใหญ่ รินรดากลอกตาอย่างระอากับอาการสาวแตกของเพื่อน
“ไม่ใช่ของฉัน เขาส่งมาผิด เอามา ฉันจะพับเก็บส่งคืน” เธอแหวเสียงแข็งเป็นการขู่เพื่อนรักไปในตัวไม่ให้หยิบจับวุ่นวาย พลางยื่นมือรับเดรสที่ธเนศยื่นกลับอย่างเสียดาย
“โหย เสียดายฉิบ สวยๆ ทั้งนั้น คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดประหนึ่งสั่งตรงมาจากปารีสแฟชั่นวีค แถมยังเป็นไซซ์แกด้วย ดูสินมเนิมได้มาถูกไซซ์เปี๊ยบ” ธเนศยังไม่เลิกพล่ามนัยน์ตาคมก็กวาดมองไปในกล่องและเสื้อผ้าที่ยังรายรอบอยู่ด้านนอกจึงทำให้เห็นเข้ากับการ์ดซึ่งมีชื่อเพื่อนโชว์หราอยู่
“เฮ้ย ไม่ได้ส่งผิดนี่หว่า ส่งมาให้แกนี่” คนชอบของสวยๆ งามๆ วี้ดว้ายอย่างตื่นเต้นอีกครั้งพลางจับกล่องเทลงเตียงจึงทำให้เห็นเครื่องสำอางมากมายอยู่ในนั้นด้วย
“ต๊ายยย Chanel ทั้งนั้น กรี๊ดด นังเน็ตตี้จะเป็นลมฮ้า นังรินมาเล่นแต่งหน้ากันดีกว่า”
“ไม่เอาหรอก ฉันจะส่งคืนเขา” รินรดาพูดออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าจะติดต่อส่งคืนกันยังไงอีกต่างหาก
“อย่าโง่ไปนังริน เขาส่งมาให้ แกก็เก็บไว้ซะ แล้วมานี่เลยมาให้ฉันฝึกฝีมือณบัดนาว”
เสียงที่ถูกดัดให้แหลมดังออกมาแค่นั้นรินรดาก็กลายเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ให้เพื่อนสาวแตกจับแต่งตัวแต่งหน้าทำผมอย่างสนุกสนาน โดยที่เจ้าตัวที่นึกสนุกขึ้นมาก็ไม่คิดคัดค้านอะไร ทั้งยังรู้สึกเป็นสุขที่เห็นตัวเองในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
...และยังอดคิดไม่ได้ ถ้านายหน้ายักษ์ได้มาเห็นเธอในตอนนี้ จะยังคิดดูถูกเธออย่างที่ปรามาสเอาไว้อีกหรือเปล่า...
แล้วในตอนเช้าวันจันทร์ธเนศก็มาเคาะประตูห้องรินรดาแต่เช้าตรู่เพราะตั้งใจจะมาจับเพื่อนสาวแต่งตัวสวย เนื่องจากตอนซ้อมแต่งหน้ารินรดายืนยันกระต่ายขาเดียวว่าไม่คิดจะแต่งตัวสวยๆ ไปทำงานให้เปลืองเวลานอน และที่สำคัญเธอไม่จำเป็นต้องแต่งตัวสวยไปให้ใครประทับใจ
“นังรินตื่น ฉันจะได้แต่งตัวให้แก” ธเนศเร่งเสียงแหลมปรี๊ดพลางจัดแจงเครื่องสำอาง ตรงโต๊ะเครื่องแป้งไว้ให้พร้อมมือ
“นังเน็ตตี้ ฉันจะนอน แกอย่ามากวนได้ไหม เมื่อวานแกยังเล่นไม่พออีกเหรอ” รินรดาแหวด้วยน้ำเสียงงัวเงียยกผ้าห่มคลุมโปงอย่างตัดรำคาญ นี่เพิ่งจะหกโมงเช้าที่ทำงานก็อยู่ใกล้แค่นี้จะรีบตื่นไปไย
“หัดแต่งตัวซะบ้างสิแก จะได้ขายออกสักที แกจะอยู่เป็นสาวทึนทึกไปจนตายหรือไง เดี๋ยวก็โดนหยากไย่ขึ้นนาแกพอดี อีกอย่างขยับตำแหน่งไปเป็นถึงเลขาแล้ว ก็ต้องรู้จักหัดแต่งเนื้อแต่งตัวเสริมนมให้สมตำแหน่ง” ธเนศคะยั้นคะยอแกมบังคับและให้เหตุผลตามสไตล์ตัวเองก่อนจัดการลากร่างเล็กที่ยังฝังตัวอยู่บนที่นอนให้ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ โดยที่เจ้าของห้องไม่อาจปฏิเสธได้
...นั่นเพราะอีกใจหนึ่ง เธอก็อยากจะเห็นคนหน้าแหกหมอไม่รับเย็บเหมือนกัน...
ร่างสูงใหญ่ไม่ต่างกับยักษ์อย่างที่เลขาสาวแอบนินทาเอาไว้เพราะความสูงถึง190 เซนติเมตรเดินอย่างอารมณ์ดีเข้ามาในที่ทำงาน คาร์รีมเสริมความหล่อเหลาและภูมิฐานให้กับตัวเองด้วยสูทหรูสีดำราคาแพงแบรนด์ดังจากอิตาลี ใบหน้าคมคายที่หล่อบาดจิตสดใสร่างกายกระชุ่มกระชวยและโล่งเบาผ่อนคลายพร้อมตะลุยงานหนัก...
เพราะสุดสัปดาห์ที่ผ่านเขาใช้เวลาอยู่กับนางแบบสาวอเล็กซานดร้ากันอย่างถึงพริกถึงขิงและดุเด็ดเผ็ดมันส์ ได้ปลดปล่อยความเครียดในตัวรวมทั้งความเครียดจากการเกิดจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ออกไปจนหมดนั่นเอง
และการที่เขายังมีความสุขจากสาวสวยล้ำด้วยเรือนร่างเนื้อนมไข่ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงรสนิยมของเขาได้เป็นอย่างดี... ว่าไม่ใช่อย่างสาวจืดไม่ต่างกับแกงจืดไม่ได้ใส่เครื่องปรุงเป็นแน่
นอกจากนี้ราเชลคู่ควงเบอร์หนึ่งที่จะแวะเวียนกลับมาหาเขาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ก็จะบันดาลความสุขให้กับเขาได้อย่างเหลือล้นอีกเหมือนเช่นเคย คาร์รีมคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจจนร่างใหญ่เดินมาถึงบริเวณหน้าห้องทำงาน ทว่าเขาไม่เห็นร่างสาวจืดเลขาของตัวเองจึงสอดส่ายสายตาหา...
แล้วร่างเล็กที่กำลังยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่ตรงมุมเสาต้นหนึ่งด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ ก็ทำให้นายจ้างหนุ่มต้องหยุดมองอย่างไม่ไว้ใจ แต่ความไม่ไว้ใจมันเทียบไม่ได้กับความแปลกประหลาดใจที่ถาโถมขึ้นมาแทนที่...
เมื่อดวงตาคมของเขาได้เห็นชัดๆ ว่าหญิงสาวที่ปกติจะกระเซอะกระเซิงอยู่ในชุดช่างนั้น เปลี่ยนแปลงตัวเองไปอยู่ในชุดกระโปรงสั้นสีครีมที่มีแจ๊คเก็ตพอดีตัวสวมทับไว้ และผมยาวดำขลับที่ปกติจะถูกมัดลวกๆ เอาไว้ก็ถูกเกล้าไว้อย่างสวยงามเรียบร้อย...
คาร์รีมกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง...
หัวใจหนุ่มเต้นเร็วขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว แล้วเมื่อร่างใหญ่เดินมาเผชิญหน้ากับร่างเล็กที่หันมาพอดี ใจที่เต้นระส่ำของเขาก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเพราะความตื่นตะลึงกับภาพลักษณ์ใหม่ของแม่เลขาหน้าจืดของตัวเอง
ไวกว่าความคิดของตัวเอง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเล็กปราดเดียวตั้งแต่หัวจรดเท้า และยังดีที่เขาสั่งตัวเองไม่ให้กวาดมองสำรวจร่างเล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงหน้าหวานซึ่งถูกตกแต่งไว้อย่างดีพอเหมาะพอดี แล้วมันก็ทำให้หญิงสาวดูดีขึ้นมามากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
และแค่เพียงแวบเดียวที่ได้เห็นร่างเล็กในรูปลักษณ์ใหม่นั้น มันเพียงพอให้เขารู้ว่าเขาเข้าใจในตัวหญิงสาวผิดไปหลายอย่างนัก...ทำเอาใบหน้าคมที่ร้อนผ่าวคล้ายจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ
หุ่นไม่ได้แบนราบเป็นไม้กระดาน...
หน้าไม่ได้จืดชืดเป็นกระดาษ...
ที่สำคัญ ขาเรียวงามไม่ได้โก่งหรือลายพร้อยแต่อย่างใด...
แค่นี้ก็สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้กับคาร์รีมที่ยืนนิ่งงันไปพักใหญ่...
คนโดนสำรวจสะดุ้งโหยง เมื่อหันมาเห็นร่างยักษ์ของคนที่เธอกำลังนินทาอยู่ จริงๆ เธอก็คอยหันซ้ายหันขวาดูลาดเลาให้ตัวเองอยู่ตลอด นั่นเพราะกำลังโทรศัพท์คุยรายงานตารางเวลานัดสาวให้นายจ้างหลังจากทางโน้นติดต่อให้เบอร์โทรมาเมื่อเช้านี่เอง รวมทั้งขอบคุณเรื่องส่งโบนัสชิ้นโตมาให้เธอนั่นด้วย
แล้วในทันทีที่เธอหันหลังมาเห็นคนตัวโตซึ่งทำหน้าราวกับคนเห็นผีอยู่ รินรดาก็แกล้งทำเป็นคุยโทรศัพท์กับคนรักที่อุปโลกน์ขึ้นแทนทั้งภาษาไทยและอังกฤษปนกันเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจด้วย
“ที่รักขา แค่นี้นะคะ รินต้องไปทำงานแล้วค่ะ ไว้ค่อยคุยกันนะคะ คิดถึงที่รักที่สุด Miss you and love you as alwaysจุ๊บๆ ค่ะ” (รักและคิดถึงเสมอค่ะ) หลังจากจูบส่งท้ายคำลาให้กับโทรศัพท์ในมือ รินรดาก็เงยหน้ามองคนหน้ายักษ์หมายส่งเสียงทักทาย ทว่าเสียงทุ้มของเขาก็สั่งอย่างแข็งกร้าวออกมาเสียก่อน
“รินรดา ตามฉันเข้ามาในห้องด้วย” พูดจบคาร์รีมที่อารมณ์สุนทรีย์มลายเมื่อได้ยินคำพร่ำลาหวานซึ้งของเลขาก็หันหลังดังขวับแล้วเดินนำหน้าเข้าไปในออฟฟิศทันที
ลูกน้องสาวย่นจมูกล้อเลียนตามหลัง ไม่เข้าใจอารมณ์ของชายหนุ่ม ไปกินรังแตนมาจากไหนอีกแล้ว สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีสาวๆ ให้มั่วด้วยเป็นแน่ แล้วนี่เธออุตส่าห์แต่งตัวสวยพริ้ง อีตายักษ์ตาถั่วไม่เห็นเลยหรือไง
‘เสียเวลาแต่งสวยชะมัด’ หญิงสาวบ่นพลางเดินตามร่างใหญ่เข้าไปในห้องตามประกาศิตของเขา...
