บทที่ 3 Introduced by Fate: บุพเพอาละวาด -3

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะไม่บอกใคร เราจะรู้กันแค่สองคน...นั่นเพราะฉันมีงานพิเศษให้หนูทำนอกเหนือจากตำแหน่งวิศวกรที่เธอสมัครเอาไว้” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังหนักแน่นยิ่งขึ้นไปอีก “เอาละ...ฉันมีเวลาไม่มาก เอาเป็นว่าฉันขอเข้าประเด็นเลยแล้วกัน...ฉันสนใจจะจ้างหนูเป็น ‘สปาย’” ถ้อยคำกระชับรัดกุมและได้ใจความครบถ้วนถูกเอ่ยผ่านลำโพงอย่างเข้าเรื่อง

“หา อะไรนะคะ” รินรดาถามย้ำเสียงหลง

“ฉันรู้ว่าหนูได้ยินที่ฉันพูดชัดเจน” อีกฝ่ายย้ำอย่างไม่สนในน้ำเสียงแหลมของรินรดา “แล้วหน้าที่ของเธอก็ไม่ยาก แค่ตามสืบชีวิตประจำวันของผู้ชายที่ชื่อ คาร์รีม บิน คาดาร์ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าของโรงงานที่เธอจะไปทำงานด้วยยังไงล่ะ”

แล้วว่าที่นายจ้างก็อธิบายรายละเอียดของงานและหน้าที่ของงานสปายให้เธอฟังอย่างละเอียดยิบ ราวกับว่าเธอรับงานนี้ไปแล้วและในทันทีที่ทางโน้นพูดจบ...

“มะ ไม่ดีมั้งคะ หนูคิดว่าหนูคงทำงานนี้ไม่ได้หรอกค่ะ” เธอละล่ำละลักปฏิเสธ ถึงงานที่ถูกจ้างจะเป็นแค่สปายชีวิตประจำวันของผู้ชายคนหนึ่ง แต่ก็เป็นเจ้านายเธอ ถึงจะไม่ได้บ่อนทำลายธุรกิจของใครก็ตามแต่ก็ยังได้ชื่อว่าสปายอยู่ดี...

“...ฉันจะให้ค่าตอบแทนเป็นสองเท่าของเงินเดือนที่หนูจะได้ และเงินหนึ่งล้านบาทจะถูกโอนเข้าบัญชีหนูที่เมืองไทยทันที ถ้าหนูตอบตกลง แล้วถ้างานนี้สำเร็จฉันจะตกรางวัลให้หนูอย่างงาม” น้ำเสียงแหบๆ ยังดังออกมาต่อเนื่องราวกับไม่ได้ยินคำปฏิเสธของเธอ

รินรดาคิดหนัก ใจหนึ่งก็อยากรับ ใจหนึ่งก็อยากจะปฏิเสธ แต่งานตำแหน่งนี้กับบริษัทนี้เป็นงานที่เธอใฝ่ฝัน เธอจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพอย่างมหาศาล รวมทั้งเธอจะได้ทำงานที่เธอรัก เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ ‘สปาย’ เพิ่มด้วยนิดหน่อย และเธอก็คงไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรมมากไปกว่าแฮ็กข้อมูลส่วนตัวของคนที่ชื่อคาร์รีมอะไรนั่น

“ทำไมต้องเป็นหนูด้วยล่ะคะ” เธออึกอักถามคิ้วขมวดจนเป็นปมยุ่งจนแทบแกะไม่ออก

“ฉันเชื่อว่าหนูจะทำงานนี้ได้ดี เพราะหนูเป็นผู้หญิงประเภทที่คาร์รีมไม่ชอบมากที่สุด” เสียงนั้นตอบมาอย่างหนักแน่นและมั่นใจ แต่มันทำให้คนฟังเจ็บใจนัก

“หมายความว่ายังไงคะ” รินรดาถามย้ำเสียงหลง อะไรกันยังไม่ทันได้เห็นหน้าผู้ว่าจ้าง เธอก็โดนปรามาสเอาไว้เสียแล้ว อีตานั่นเป็นใครและหน้าตาดีขนาดไหนกันเชียว ทำไมต้องมีสปายตามติดตามสืบ...

“ก็หมายความว่า...คาร์รีมไม่มีทางเหลียวหางตาไปแลหนูเป็นแน่ เพราะไม่ว่ายังไง...คุณชายคาร์รีมก็จะต้องแต่งงานกับลูกสาวของฉันคนเดียวเท่านั้น”

สองเดือนต่อมารินรดาก็แพ็กกระเป๋าและเดินทางไปยังประเทศฮาฟาร์พร้อมเพื่อนสนิทซึ่งจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันคือเอกภพและธเนศ ซึ่งทั้งสามจะมาทำงานร่วมกับทีมวิศวกรจากประเทศอื่นๆ อีกหลายสิบคน เพื่อติดตั้งระบบในโรงงานผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ รวมทั้งงานสปายนายคาร์รีมนั่นด้วย...

ใช่ ในที่สุดเธอก็รับงานนี้ จะว่าตอบตกลงก็ไม่เชิง แต่เพราะโดนมัดมือชกด้วยเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทที่ถูกโอนเข้ามาในบัญชีของเธอในวันรุ่งขึ้นนั่นต่างหาก จึงทำให้เธอต้องรับงานนี้ไปโดยปริยาย แต่สำหรับคนอย่างเธอ ลองว่าถ้าไม่สนใจงานนี้จริงๆ ต่อให้โอนเงินมามากกว่านี้เธอก็ไม่สน...

จำได้ว่าวันนั้น...วันที่สัมภาษณ์งานกับนายจ้างแสนลึกลับนั่น หลังจากถูกวางสายไปแบบดื้อๆ เธอก็นั่งนิ่งเป็นหุ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เกือบชั่วโมง เพราะความสับสนและงุนงงกับอาชีพใหม่ของตัวเอง...และอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง...แต่มันคือเรื่องจริง เพราะตอนนี้เธอและเพื่อนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ก็ได้ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและมายืนรอกระเป๋าอยู่ตรงสายพานเรียบร้อยแล้ว

“แกเอากระเป๋ามาแค่นี้เองหรือไอ้ริน” เสียงเอกภพร้องถามเมื่อเห็นเจ้าตัวกำลังคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าขนาดกลางออกจากสายพานที่วิ่งวนอยู่และมีกระเป๋าอยู่บนนั้นมากมาย รินรดาจึงหยิบฉวยได้อย่างทุลักทุเล

“มาฉันช่วย” ชายคนเดิมเสนอก่อนรีบเข้าไปยกกระเป๋าให้หญิงสาวขึ้นมาวางบนรถเข็นแทนทันที

“อืม เอามาแค่ลูกเดียว จะขนมาทำไมมากมาย” รินรดาตอบพลางสอดส่องสายตามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะเป็นคนง่ายๆ กินอยู่สบายไม่เรื่องมาก เธอจึงไม่ใช่พวกต้องมีพิธีรีตองและบ้าหอบฟางเหมือนผู้หญิงรักสวยรักงามทั้งหลาย

“แต่มาอยู่ที่นี่ตั้งหกเดือนนะ แกเอาข้าวของเครื่องใช้มาพอใช้หรือ” เอกภพยังเป็นห่วงเพราะขนาดเขาที่เป็นชายแท้ยังมีกระเป๋าที่ขนเสื้อผ้าของใช้มาถึงสองใบ “ดูไอ้เน็ตมันขนอย่างย้ายบ้านมาอยู่ที่ฮาฟาร์” เขาพูดพลางชี้ไปยังเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ขนกระเป๋าเสื้อผ้ามาถึงสี่ใบใหญ่สำหรับการเดินทางมาทำงานที่นี่เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม

“อย่าไปเทียบกับไอ้เน็ตตี้มันเลย มันต้องทำสวยเยอะจึงขนมาแบบฟูลออฟชั่น” รินรดาแขวะเพื่อนชายใจสาวที่ไม่มีใครหน้าไหนรู้ เพราะเจ้าตัวนั่นมีรูปร่างหน้าตาและการแต่งตัวเป็นชายเต็มร้อย

“ฉันไม่เน่าเหมือนแกนี่ไอ้รินที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ กันได้” ธเนศหันมาย้อนกลับโดยเก๊กหน้าขรึมเป็นชายแท้ ไม่กรีดกรายให้ใครได้สงสัย

“ขี้เกียจซัก ซักบ่อยๆ เปลืองน้ำ” รินรดาตอบคล้ายๆ ยอมรับในคำกล่าวหาของเพื่อน

“ยี้ ซกมก แล้วอย่างนี้จะมีใครยอมเอาแกไปเป็นเมียวะนังริน” หนุ่มสะอาดโวยวายด้วยเสียงที่แหลมขึ้น

“ก็แกไงถ้าแกไม่นอนกับฉัน ฉันจะปล้ำแกเองไอ้เน็ต” รินรดายิ้มขี้เล่นแล้วก่อนชี้ไปทางเจ้าตัว พลางกระโดดขึ้นขี่หลังร่างใหญ่อย่างสนิทสนมด้วย

“อีกอย่างฉันเป็นผู้หญิงตัวไม่เหม็นโว้ย” เธอตะโกนใส่หูอย่างหมั่นไส้พ่อคนรักสะอาด พร้อมหอมแก้มเพื่อนสาวแอ๊บแมนฟอดใหญ่อย่างมันเขี้ยว โดยไม่ทันเห็นสายตาคมหม่นแสงลงของเอกภพที่ยืนดูการหยอกล้ออย่างสนิทสนมของทั้งสองตามประสาคนแอบรักเพื่อนสาวมาเป็นเวลานาน หากได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ...

ส่วนคนถูกหอมแก้มก็ยกมือถูแก้มจนผิวขาวเกินหญิงแดงเถือกไปหมด พลางทำตัวสั่นอย่างขนลุกขยะแขยงในกิริยาของเพื่อนสาว

“ยายบ้า ผู้หญิงเหมือนกันมาทำอย่างนี้ได้ไงยะ เดี๋ยวฟ้าก็ผ่าตายหรอก ฉันยังไม่อยากตายก่อนได้สามีหล่อๆ รวยๆ นะยะ” ธเนศโวยวายลั่นอย่างลืมตัว ก่อนทำเสียงเข้มให้เป็นแมนเต็มร้อยอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป