บทที่ 5 Introduced by Fate: บุพเพอาละวาด - 5
“ผมต้องถามคุณมากกว่า ว่าคุณมาทำอะไรในห้องน้ำชาย” คาร์รีมถามกลับเสียงเรียบไม่คิดหันมามองอีกฝ่าย แถมยังดำเนินภารกิจที่ค้างอยู่อย่างใจเย็น ไม่สนว่ามีคนจ้องตาโพลงอยู่
“บ้าน่า นี่จะเป็นห้องน้ำชายได้ไงก็ฉันเพิ่งเดินสวนกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อกี้” สาวห้าวกัดฟันเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธออายจนหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว
คาร์รีมกระตุกยิ้มตรงมุมปาก แม่นี่คงเห็นแม่บ้านทำความสะอาดเดินสวนออกไปจึงทึกทักว่านี่เป็นห้องน้ำหญิง แล้วข้างในนี่มันก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าห้องน้ำชาย ตาถั่วแล้วยังมั่วนิ่มอีก เขาแอบต่อว่าในใจ พลางหันหน้าคมมาสำรวจสาวโรคจิตด้วย
หุ่นแบนราบ หน้าจืดปากซีด ไร้สิ่งดึงดูดใจบนใบหน้าที่ตื่นตระหนกนั่นสักนิด ไม่ใช่สเปกเขาอย่างแท้จริง
“ที่คุณเห็นน่ะ แม่บ้านทำความสะอาด แล้วนี่ก็ห้องน้ำผู้ชาย...” คนเริ่มอารมณ์เสียบอกด้วยน้ำเสียงที่ดุเข้มยิ่งขึ้น ก่อนจ้องผู้หญิงโรคจิตกลับด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ พร้อมกับท้าในแบบที่เจ้าตัวก็คิดไม่ถึง
“แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อจะดูหลักฐานประกอบก็ได้นะ” คาร์รีมท้าด้วยเสียงยานคางพลางเตรียมหันร่างใหญ่มาโชว์ความยิ่งใหญ่ให้หญิงสาวเห็น ยืนยันว่านี่เป็นห้องน้ำผู้ชาย และมันก็เป็นแผนหนามยอกเอาหนามบ่งยายโรคจิตนั่นเอง
“กรี๊ดๆ ไอ้โรคจิตๆๆ” รินรดายกมือปิดตาทันที พร้อมหวีดร้องด้วยความตกใจแล้วก็หลับหูหลับตาวิ่งพรวดหนีคนโรคจิตไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนคนโรคจิตที่ชอบโชว์ก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนปล่อยมือออกมาจากของส่วนตัวซึ่งโดนจัดเก็บไว้เรียบร้อยแล้วไม่ได้ออกมาเพ่นพ่านอย่างที่คนวิ่งหนีป่าราบคิดไว้สักนิด
คาร์รีมส่ายหัวอย่างนึกตลกกับความเปิ่นของสาวต่างชาติหน้าจืดนิสัยประหลาดพลางเดินไปล้างมือทำความสะอาดจากนั้นก็ออกไปรับนาโอมิซึ่งเป็นนางแบบสั่งตรงมาจากปารีสและคงยืนรอเขาอยู่ตรงจุดนัดพบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
“อ้าว แกฉี่เสร็จแล้วเหรอ ทำไมเร็วจัง ล้างสะอาดหรือเปล่ายะ” ธเนศร้องถามก่อนแดกดันตามประสาเมื่อเห็นรินรดาวิ่งกลับมารวมกลุ่มกับเพื่อนอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้พวกเขามายืนรอรถที่จะมารับอยู่ตรงหน้าสนามบินแล้ว
“ไม่ฉงไม่ฉี่แล้ว” คนเพิ่งเจอคนโรคจิตบอกเสียงสูงปรี๊ด พลางส่ายหัวเป็นระวิงเพื่อสลัดภาพฝันร้ายทิ้งพร้อมกับสั่นตัวขยะแขยงภาพที่เห็น ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่ก็ยังถือว่าเห็น...แถมยังคิดจะหันมาโชว์เธออีกโรคจิตชัดๆ
ยิ่งคิดรินรดายิ่งขนลุก ทว่าดวงหน้าหวานดันร้อนผ่าวและแดงปลั่งเพราะจริงๆ แล้วเป็นเธอต่างหากที่เข้าห้องน้ำผิด ลักษณะห้องน้ำก็บอกดีอยู่แล้ว แต่ยังยืนต่อปากต่อคำกับเขาได้เป็นนาน มิหนำซ้ำเธอยังสวนกับชายหนุ่มอีกสองคนตอนวิ่งออกมาแล้วมันก็น่าอายเหลือเกิน
โอย ไอ้รินทำไมโก๊ะแบบนี้...แต่ความเปิ่นของเธอก็ยังไม่ทุเรศเท่าความชอบโชว์ของอีกฝ่ายนั่นหรอก ยิ่งคิดยิ่งอายหน้าก็ยิ่งแดงจนเพื่อนสาวแตกสังเกตเห็น
“เป็นไรวะหน้าแดงเชียว” ธเนศถาม
“มะ ไม่ได้เป็นไร” รินรดารีบปฏิเสธก่อนเพื่อนจับผิดได้ ก่อนขยายความด้วยเสียงเข้มเขียว “จะให้เป็นอะไรได้ ก็ร้อนไงแก ฮาฟาร์ทะเลทรายทั้งนั้น” เธอหาเหตุผลมาบอก
ร่างเล็กก็เบียดเข้าไปยืนใกล้ธเนศยิ่งขึ้น แล้วเอาคางเกยไหล่ร่างใหญ่จากทางด้านหลัง วงแขนเรียวเล็กก็ยกขึ้นกอดเพื่อนไว้หลวมๆ พลางพยายามสลัดภาพนายโรคจิตทิ้งให้ได้สำเร็จ และแน่นอนว่ามีอีกหนึ่งหนุ่มมองตาปรอยมาจากทางด้านหลังด้วย เฝ้าแต่หวังว่าสักวันหญิงสาวคนนี้จะให้ความสนิทสนมกับตัวเองแบบนี้บ้าง
“นังริน อย่ามากอดฉันนะ เดี๋ยวฉันก็ขายไม่ออกกันพอดี แกไม่เห็นหรือฉันกำลังยืนอ่อยหนุ่มๆ ฮาฟาร์อยู่” ธเนศสั่งเสียงเขียวด้วยกลัวว่าจะมีคนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นแฟนกับเพื่อน เพราะในตอนนี้เขากำลังเล่นหูเล่นตาแต่พองามกับหนุ่มๆ ที่นี่
“มายก็อด! อยากกรีดร้องเป็นภาษาอิตาเลียน ทำไมถึงหล่อลากไส้ได้แบบนี้” ชายคนเดิมยังครวญครางแต่เสียงนั้นหลุดลอดไรฟันออกมาเท่านั้น เพราะไม่ต้องการเปิดเผยตัวเองเร็วเกินไปพลางทำตาเพ้อฝัน
“โดยเฉพาะคนนั้นแกดูดินังรินแม่เจ้า!! He หล่อลากไส้ หล่อเกินคำบรรยาย หล่อวัวตายความล้ม”น้ำเสียงทุ้มที่เริ่มแหลมขึ้นๆ บอก มือที่เรียวสวยราวกับสตรีเพศก็ชี้ไปยังร่างใหญ่ของผู้ชายสไตล์ Dark tall and handsome ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากที่พวกเขายืนอยู่
หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้คิดตามในสิ่งที่เพื่อนรำพันออกมาสักนิด เงยหน้าขึ้นไปดูตามที่มือเพื่อนชี้อยู่ และนั่นจึงทำให้เห็นร่างใหญ่ของคนที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องกลับไปฝันร้าย...ซึ่งก็คือชายคนที่เพื่อนกำลังคลั่งอยู่นั่นเอง
รินรดาตาโตด้วยความตกใจเพราะหันไปสบกับดวงตาคมกริบของเขาพอดี เนื่องจากอีกฝ่ายก็กำลังหันมองมาทางเธออยู่เช่นกัน แต่คนไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ อย่างเธอก็จ้องกลับแบบไม่มีความเกรงกลัว ทั้งๆ ที่อายจนแววตาไหวระริกกับความเซ่อซ่าของตัวเองเธอ แค่ไม่อยากแสดงให้ชายโรคจิตเห็นว่าเธอหน้าบางก็แค่นั้น
หุ่นก็ดูล่ำใช้ได้ แต่หน้าตาเครียดขรึมดูร้ายกาจ และนิสัยชอบโชว์นั่นต้องปรับปรุงโดยด่วน รินรดาแอบพิจารณาอีกฝ่ายแบบไม่ได้ตั้งใจ
คาร์รีมที่เห็นอากัปกิริยาของสาวโรคจิตมาตลอดก็เพ่งมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเห็นหญิงสาวโอบกอดกับเพื่อนชายอยู่นานแล้ว และหญิงสาวก็เป็นฝ่ายกอดด้วย...ตามประสาสาวปล่อยเนื้อปล่อยตัว...
ทีเมื่อกี้กรี๊ดลั่นห้องน้ำ ที่แท้ก็เห็นจนชินแล้ว...คาร์รีมอดเย้ยในใจไม่ได้
“มองอะไรอยู่หรือคะ” นาโอมิที่ยืนเบียดเสียดแนบชิดกับร่างใหญ่ถามอย่างออดอ้อน มือเล็กก็ลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งอย่างคนรู้งานว่าเธอต้องทำตัวยังไงให้ชายรูปหล่อรวยมหาศาลติดใจ
“ไร้สาระน่ะครับ” คาร์รีมยักไหล่ตอบก่อนหันมาสนใจสาวสวยหยาดเยิ้มตรงหน้าแทนสาวโรคจิตหน้าตาจืดชืดนั่น “หิวหรือยังครับ อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ ผมจะสั่งให้เชฟทำให้” เขาถามอย่างเอาใจพลางสลัดเรื่องขุ่นมัวในหัวทิ้ง
นาโอมิหัวเราะอย่างมีจริต ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนวาบหวิว
“ถ้าบอกว่าหิวคาร์รีมที่สุด แล้วฉันจะได้...ทาน...หรือเปล่าคะ” หล่อนเน้นเสียงต่ำจงใจให้อีกฝ่ายรับทราบถึงอาหารที่หล่อนกำลังหิวกระหายนัก
นอกจากรวยล้นจนไม่มีที่เก็บเงินและสมบัติแล้ว คาร์รีมยังมีรูปร่างหน้าตาดีเลิศชนิดที่นายแบบทั้งหลายต้องกระเด็นตกขอบรันเวย์ไปแบบไร้คู่แข่ง ที่สำคัญสำหรับเรื่องบนเตียงเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร และหล่อนก็รักรูปรสกลิ่นเสียงของเขายิ่งนัก...
“แน่นอนที่สุดครับ” สิ้นเสียงทุ้มนุ่ม...คุณชายรูปหล่อก็ได้รับรางวัลด้วยการประกบจูบแสนดูดดื่มตามวิธีจูบของสัญชาตินางแบบสาวอย่างไม่อายฟ้าดิน ไม่อายผู้คนรายรอบว่าทั้งคู่นั้นกำลังแลกลิ้นกันอย่างเมามันอยู่ตรงหน้าสนามบิน ก่อนที่คู่รักไม่อายใครจะผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่งเสียดาย เมื่อลีมูซีนหรูคันยาวเหยียดจอดเทียบตรงที่พวกเขายืนรออยู่ โดยมีคนขับรถที่แต่งตัวด้วยสูทราคาแพงวิ่งลงมาเปิดประตูรถให้
จากนั้นทั้งคู่ก็ก้าวขึ้นรถเพื่อจะได้สานต่อสิ่งที่ค้างคาเอาไว้...ในรถคันที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปนั่นเอง...
ส่วนสาวไทยที่หรี่ตามองตามรถหรูอย่างรังเกียจก็เห็นการกระทำอันประเจิดประเจ้อของอีกฝ่ายโดยตลอด นอกจากโรคจิตแล้วยังบ้ากามอีก รินรดาเบ้ปากต่อว่าก่อนสะบัดหน้าเชิดอย่างไม่คิดสนใจเรื่องของชาวบ้านอีกต่อไป
พร้อมกันนั้นรถของบริษัทก็มาจอดรับพอดี คณะของรินรดาก็พากันขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยังที่พักซึ่งทางบริษัทจัดเอาไว้ให้ใกล้ๆ กับโรงงานผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์นั่นเอง
