บทที่ 8 Suspicious Behavior: เริ่มงาน บานปลาย กลายพันธุ์ - 3

รินรดาถือเอาความเงียบของเขาเป็นคำตอบจึงก้มศีรษะในเชิงลาอย่างคนมีมารยาท ก่อนหันหลังเดินจากไป ทว่าวิศวกรสาวที่หันหลังเดินจากไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็โดนแรงมหาศาลดึงจากทางด้านหลัง

จนร่างเล็กของเธอลอยหวือไปตามแรงอย่างง่ายดาย...ราวกับขนนกลอยล่องตามแรงลม ก่อนจะไปตกลงบนพื้นผิวแข็งแรงและร้อนระอุของแผ่นอกแกร่งยาวสามศอกของเขาพอดิบพอดี...

และส่วนที่กระทบลงบนร่างใหญ่อย่างถนัดถนี่นั่น ก็คือส่วนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไม้กระดานนั่นเอง...

แล้วร่างเล็กของเธอก็ตกอยู่ในวงแขนล่ำของอีกฝ่ายได้ยังไงเธอก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้... ทั้งยังโดนรัดไว้แน่นจะดิ้นหนีก็ไม่ได้อีกต่างหาก อีกทั้งยังสร้างความรู้สึกแปลกๆ คล้ายๆ กับตอนที่โดนเขาลากมาที่นี่ด้วย ที่สำคัญทำไมมันร้อนแบบนี้...รินรดาแน่นิ่งตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน...

ความนุ่มหยุ่นที่เบียดเข้ากับแผงอกล่ำของเขาเพียงเสี้ยววินาทีก็เพียงพอให้คนเจนศึกอย่างเขารู้ได้ทันทีว่าเขาเข้าใจยายไม้กระดานผิด...และนอกจะทำให้เขารับรู้สรีระที่แท้จริงของหญิงสาวแล้ว ยังทำให้คาร์รีมรู้ว่าร่างเล็กจิ๋วที่ซ่อนตัวภายใต้ชุดช่างหลวมโคร่งนี้ช่างนุ่มนิ่มน่าสัมผัสจนน่าแปลกใจ...

พร้อมกันนั้น...ก็มีความร้อนชนิดที่เขารู้จักดีพลุ่งพล่านขึ้นในตัวด้วย...

นัยน์ตาคมเพ่งมองดวงหน้าเล็กที่มีแววตื่นตระหนกและเงยหน้าจ้องเขาอยู่เช่นกันดวงตาสองคู่สบแน่นิ่งต่างฝ่ายต่างพิศมองอีกฝ่ายและต่างก็มองเห็นความผิดปกติที่ฉายวับอยู่ในนั้นด้วย...แล้วเหมือนกับว่าทั้งคู่โดนมนต์สาปให้แข็งทื่ออยู่ในท่านั้น...ท่าที่วงแขนแข็งแรงกำลังกอดร่างเล็กแนบร่างใหญ่ไปตลอดตัวจนพวกเขารู้สึกถึงความร้อนที่ถ่ายเทไปมาระหว่างกัน...

“ปล่อยนะ” รินรดาที่รู้สึกร้อนวูบวาบจนทนไม่ไหวและหายตกใจ จึงตั้งสติแล้วผลักร่างใหญ่ให้พ้นตัวเพราะพวกเขาอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็นและนานเกินไปแล้ว ใจจริงอยากจะกระแทกของเน่าๆ ให้ใช้มั่วไม่ได้ไปสักอาทิตย์ แต่ก็กลัวจะโดนพาไปฆ่าทิ้งกลางทะเลทราย

คาร์รีมที่กำลังอึ้งและตะลึงกับปฏิกิริยาความร้อนในร่างของตัวเองจึงเซไปตามแรงผลักของคนตัวเล็กได้อย่างง่ายๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือที่จับข้อมือนุ่มนั่นอยู่

“เธอชื่ออะไร มาจากไหนและมาทำอะไรที่นี่” เจ้านายหนุ่มถามเสียงกร้าวมือใหญ่ก็กำแน่นขึ้นคล้ายคาดคั้นเอาคำตอบ แต่เขาก็กำลังใช้เสียงตัวเองเข้าข่มอาการร้อนแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างใหญ่นั่นต่างหาก

“รินรดามาจากกรุงเทพ...และเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ดูแลโปรแกรมควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ซึ่งทำหน้าที่ต่อวงจรไฟฟ้าบนแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงานของคุณ”

หน้าที่ของเธอคือการควบคุมเครื่องจักรในส่วนของการสกรีนขั้วบวกขั้วลบให้กับแผงโซลาร์เซลล์[1]ด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่เธอเป็นคนเขียนขึ้นมา รินรดาตอบอย่างฉะฉานน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน มือน้อยก็สะบัดแรงขึ้นจนหลุดมือจากการเกาะกุม ถลึงตามองเจ้านายในเชิงปราม ถามดีๆ ก็ได้ทำไมต้องมาจับมือด้วย ถ้าอยู่เมืองไทยจะฟ้องคุณปวีณาคอยดู...

“แต่ฉันจำได้ว่าไม่มีรายชื่อผู้หญิงอยู่ในทีมงานวิศวกร” ถึงจะทึ่งในหน้าที่และความสามารถของหญิงสาวแต่คาร์รีมยังไม่ไว้ใจ

“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงก็ในเมื่อคนของคุณติดต่อฉันให้มาทำงานที่นี่ เอกสารการทำงานของฉันคุณก็ไปเช็กดูสิไปดูให้เห็นกับตาว่าฉันไม่ได้มั่วขึ้นเครื่องบินผิด จนมาทำงานอยู่ที่นี่ได้เป็นเดือนแล้ว”

น้ำเสียงคนกำลังอธิบายตัวเองดังขึ้น แต่เธอก็ไม่กล้าสบตาคมของเขาเท่าใดนัก เพราะคนที่ติดต่อเธอเป็นตาแก่จากที่ไหนก็ไม่รู้ แถมยังเพิ่มหน้าที่สปายให้เธออีกด้วย แต่จะต้องกลัวอะไรก็ในเมื่อเอกสารการเข้าทำงานของเธอถูกต้องทุกอย่าง แถมยังเซ็นสัญญา 6 เดือนเต็มก่อนเดินทางมาที่นี่เสียอีก

เจ้าของโรงงานหนุ่มขมวดคิ้วคิดหนักมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อใจสักเท่าใดนัก เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ได้จ้างหญิงสาวมาแน่ๆ แล้วยายคนนี้เข้ามาทำงานที่นี่ได้ยังไง แล้วยิ่งตอนนี้ทางบินคาดาร์ก็มีเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์แบบโลว์คอสต์อยู่ในมือและก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีคู่แข่งที่ไหนส่งคนเข้ามาขโมยข้อมูลการผลิตของเขาก็ได้ และถึงจะสงสัยแต่เขาก็ไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้เสียทีเดียวอย่างน้อยก็ต้องคอยจับตามองเอาไว้

“หมดธุระของคุณแล้วใช่มั้ย ฉันจะได้ไปทำงานต่อ” รินรดาแหวในน้ำเสียงทิ้งท้ายแต่ไม่กล้าหันหลังเดินโดยไม่ได้ยินคำอนุญาตของเขาอีกแล้ว

คาร์รีมหรี่ตามองวิศวกรสาวช่างต่อปากต่อคำและไม่มีแววเกรงกลัวในตัวเขาเลยสักนิด ก่อนสั่งหนักแน่น

“ไปทำงานของเธอต่อได้ แต่ต้องมารายงานตัวกับฉันทุกสามชั่วโมง”

“หา อะไรนะ” รินรดาที่ตาโตอ้าปากค้างมองหน้าเจ้านายเธออย่างไม่เข้าใจกับคำสั่งของเขา คิ้วสวยก็ขมวดเข้าเป็นปม ประสาทหรือเปล่าให้เธอวิ่งรอกไปมาเสียเวลาทำมาหากิน แค่ต้องทำงานที่รับผิดชอบเต็มๆ หน้าที่เธอก็ไม่มีเวลาไปพูดคุยกับใครแล้ว

“ฉันไม่ไว้ใจเธอ” คาร์รีมตอบไปตามตรงก่อนอธิบายเสียงเรียบ “เพราะฉะนั้นเธอต้องมารายงานตัว รายงานการทำงานที่เธอทำไปในแต่ละวันให้ฉันฟังทุกๆ สามชั่วโมง” พูดจบร่างใหญ่ก็หันหลังเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เป็นสัญญาณสิ้นสุดบทสนทนา

“อยากจับตาดูฉันมากนัก ทำไมไม่ย้ายฉันมาทำงานเลขาเลยล่ะ” รินรดาประชดถามดวงหน้าหวานบูดบึ้งอย่างคนอารมณ์เสีย ไม่ได้อยากจะเสียมารยาทกับนายจ้างแต่เจ้านายหนุ่มคนนี้ช่างมีนิสัยแปลกประหลาดเหลือเกิน

คาร์รีมกระตุกยิ้มตรงมุมปากหัวเราะเบาๆ ในลำคอพลางเอนร่างใหญ่ลงกับพนักเก้าอี้หนังอย่างดี

“เป็นความคิดที่ดี...ฉันจะเก็บไว้พิจารณา” เขาชมด้วยน้ำเสียงแอบเจ้าเล่ห์

คนฟังได้แต่กัดฟันกรอดๆ ทำเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างคนไม่มีทางเลือก ก่อนสะบัดใบหน้าจืดชืดของตัวเองพรืดแล้วเดินกระแทกเท้าแรงๆ ออกจากห้องเพื่อไปทำงานของตนทันที ปล่อยให้คนที่มองตามหลังต้องหัวเราะเบาๆ ออกมาอีกครั้ง..

โดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ามีความสุขกับการแค่ได้พูดคุยกับสาวไทยซ่อนรูปชื่อรินรดาคนนี้...

[1] เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับการเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำเช่นซิลิคอนมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำมาต่อเข้าเป็นอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้านี้ โดยใช้เทคนิคการตกกระทบของแสงอาทิตย์บนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป