บทที่ 2 ไม่เข้าใจ

บทที่ 2

​“โอ้โห! ไอ้ห่าภีม นี่มึงแอบไปหลับมารึไงวะ? มาอีกทีก็ตอนงานจะเสร็จละ”

​อินทัชเอ่ยแหย่เพื่อนขำๆ เมื่อเห็นว่าภีมเดินมาจากทางระเบียง หลังจากหลบไปอยู่ข้างนอกมาพักใหญ่

​“มึงก็ต้องเข้าใจพ่อบ้านมันหน่อย คงไปส่งลูกส่งเมียเข้านอนแหละ”

​บอสช่วยพูด แต่ก็ติดแซวนิดๆ บรรดาเพื่อนในกลุ่มรู้กันดีเรื่องที่ ‘ภีมโยธา’ ขวัญใจของสาวๆ ในมหาลัยนั้นมีลูกมีเมียอยู่แล้ว

​“นานขนาดนี้ กูว่าไม่ใช่แค่ส่งเข้านอนละมั้ง...คงต้องง้อเอาใจลูกคนโตด้วยแหละ”

​นนท์เอ่ยยิ้มๆ เพราะตนนั้นสนิทกับภีมมาตั้งแต่เรียนชั้นมอหนึ่งมาจนถึงตอนนี้ เขารู้จักกับครอบครัว และลูกเมียของอีกฝ่ายดี ‘เจ้าอ้วน’ หรือ ‘น้องภาม’ ลูกคนเล็กของเพื่อนนั้นไม่เท่าไหร่ เพราะเจ้าอ้วนภามเลี้ยงง่ายมาก วันๆ ไม่เห็นจะทำอะไรนอกจากกินกับนอน ผิดกับลูกสาวคนโตของมัน ‘น้องมะลิ’ รายนั้นน่ะ...นึกจะดีก็ดีใจหาย นึกจะร้ายก็ร้ายวายป่วง แถมยังขี้งอนขั้นสุด ตอนพวกเขาเรียนกันอยู่มอหก เขาต้องขับรถไปเพื่อนไอ้ภีมง้อเมียมันที่บ้านอยู่บ่อยๆ

​เห็นภีมคลั่งรัก และตามใจเมียมันมากแบบนี้ แต่กับคนอื่นที่ไม่สนิทนี่อย่างกับเจ้าชายเย็นชา จะพูด จะยิ้มให้ใครซักทีก็แทบไม่มี

​“อยากเอาเมียเด็กก็งี้แหละ ต้องคอยเอาใจ” ราชาบอก

​“แหม ใครมันจะไปกินคนแก่แบบมึงล่ะ” อินทัชล้อเลียนเพื่อนที่ได้แฟนเป็นรุ่นพี่

​“แก่พ่องดิ!” ราชาเตะขาเพื่อนเบาๆ แฟนเขาอยู่ปีสาม แก่กว่าแค่ปีเดียวเอง

​“เออๆ รีบทำๆ จะได้กลับไปนอนกัน”

​ภีมไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด เขาไปนั่งประจำที่ของตนพร้อมที่จะเริ่มทำงานที่ทำค้างไว้ต่อ

​และคืนนี้กว่าจะแยกย้ายกันก็ดึกมากจริงๆ ด้วยพรุ่งนี้เช้าไม่มีคลาสเรียน พวกเขาเลยไม่ต้องรีบเข้านอน ทำโปรเจกต์กันเพลินจนลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีก็ตอนตีสองกว่า จึงชวนกันแยกย้ายแล้วค่อยมาช่วยกันทำต่อวันหลัง

​ห้องนอนในคอนโดภีม

​“เฮียกลับถึงห้องแล้ว อาบน้ำแล้ว เดี๋ยวนอนเลย” ภีมบอกคนปลายสายที่ตอนนี้ปรือตามองเขาผ่านกล้องโทรศัพท์

​‘ไหน...ดูรอบห้องสิ้’ เสียงงัวเงียของคนที่ต้องตื่นมารับสายเอ่ยบอก ง่วงมากแต่ก็อยากรับรู้ว่าเขากลับถึงคอนโดอย่างปลอดภัยไหม และก็อยากเช็กด้วยว่ามีคนอื่นกลับมาด้วยรึเปล่า!

​ขี้หึง ขี้หวง ขี้ระแวงชิบหายเลยยัยเด็ก!

​ภีมบ่นในใจ แต่ก็แพลนกล้องไปรอบตัว และรอบห้องตามที่อีกฝ่ายบอกให้ทำ

​“โอเคยัง?” เขาถาม

​‘โอเคค่า~ นอนได้ ฝันดีนะ หนูรักเฮียที่สุดเลย’

​“ฝันดีครับ บ๊ายบายนะ...”

​‘ลืมพูดอะไรป่ะ?’

​โอ๊ย! กูยังพูดไม่ทันจบประโยคเลย มันวีนสวนกลับมาละ แล้วกูจะเอาเวลาตอนไหนพูดวะ

​ภีมบ่นในใจ เมื่อโดนเมียเด็กถลึงตาใส่ แถมยังกระชากเสียงถามอย่างไม่พอใจ

​“ก็กำลังจะพูดนี่ไง ใจร้อนจังวะ” ภีมดุคนขี้วีนแบบไม่จริงจังนัก ก่อนจะบอกคำที่พวกเราต้องพูดบอกกันทุกๆ วัน

​“เฮียรักมะลิ”

​‘โอเคค่ะ จุุ๊บๆๆ รีบกลับมาหาหนูกับลูกนะ’

​ก็ที่ชวนเพื่อนๆ เร่งทำงานกันอยู่นี่...ก็เพราะอยากจะมีเวลาว่างวันหยุด เพื่อจะได้กลับบ้านไปหานี่แหละ ขืนอาทิตย์นี้ไม่ได้กลับไปหาอีก คงเจองอแงใส่อย่างไม่รู้จบ ไม่รู้ทำไมนับวันยัยเด็กที่เคยน่ารัก กลับงอแงมากขึ้นทุกวัน เอะอะก็งอน เอะอะก็วีน ก็เหวี่ยง เดี๋ยวก็หาว่าเขาเบื่อบ้าง ไม่รักบ้าง...แต่ที่หนักและบ่อยสุดคือ มักจะหาเรื่องชวนทะเลาะเรื่องที่เธอคิดว่าเขาจะมีคนอื่น ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยมีและไม่เคยคิด

​เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่เคยชอบใคร ไม่เคยคบใคร แฟนคนแรกที่มีก็คือ...มะลิ และยังได้เป็นคนแรกของกันและกัน เพราะบรรยากาศพาไป ตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะเกินเลยกันแม้แต่น้อย แต่พอมันมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อๆ ไป ด้วยความวัยรุ่นอะไรที่ดีๆ ตื่นเต้นและเร้าใจ เสียวขนาดนั้นมันก็ต้องติดใจกันเป็นธรรมดา

​แต่แม้ว่าจะรู้จักการป้องกันกันอย่างดี ก็ยังมีเจ้าอ้วนลูกรักติดท้องมาด้วย ตั้งแต่มะลิยังไม่ทันพ้นมอสี่ด้วยซ้ำ และถ้าให้เดาก็จะน่าติดมาตั้งแต่ครั้งแรก...ที่ครั้งนั้นเขาไม่มีถุง! อาศัยความรู้จากสื่อและข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับรู้มา เขาก็ได้เอาออกมาปลดปล่อยด้านนอก รินรดฝากไว้กับหน้าท้องแบนราบ ซึ่งยังจำได้ดีว่ามีบางส่วนฉีดพุ่งราดไปบนเนินนมสวยจนถึงริมฝีปากอวบอิ่มของมะลิ...ภาพตอนนั้นมันยังติดตาติดใจเขาอย่างไม่รู้ลืม และไหนจะภาพจำที่มะลิแลบลิ้นออกมากวาดชิมเจ้าน้ำขาวขุ่นนั้น ตอนได้เห็น...ทำเอาหน้าท้องเขาหดเกร็งด้วยความเสียว จนได้ต่อรอบสองกับเธอทันที

​แม้จะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของพวกเรา แต่ครั้งนั้นเขาก็จัดต่อกับเธอไปอีกสามรอบเน้นๆ และนี่แหละมั้ง...สาเหตุที่ทำให้ตั้งท้อง แม้จะปล่อยนอกทุกรอบ แต่ด้วยความที่ไม่มีถุง คราบอสุจิเชื้อพันธุ์ต่างๆ จึงมีหลุดลอดไปปฏิสนธิจนมีเจ้าอ้วนน้อยติดท้องมา

​แต่ถ้าถามว่าเสียใจไหม ที่มีลูกตั้งแต่เด็ก...ก็ไม่เสียใจนะ เพราะลูกเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ที่พระเจ้าประทานมาให้ ภามเป็นทั้งความสุขและทุกๆ อย่างในชีวิตของเขาและมะลิ รวมถึงป๊ากับหม่าม้าของเขาด้วย พวกเรารักเจ้าอ้วนมาก ดีใจและมีความสุขมากที่ได้เห็นลูกเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน

​แต่ก็ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ จะขอไม่ทำแบบในตอนนั้นอีก ไม่ใช่ไม่ทำเรื่องแบบนั้นกับมะลินะ ทำ! เขาทำแน่ มันดีมากจริงๆ แต่จะเลือกที่จะป้องกันให้ดี ไม่ให้พลาดมีเจ้าอ้วนน้อยในตอนที่พวกเรายังไม่บรรลุนิติภาวะแบบนี้ อยากจะรอมีเจ้าอ้วนในตอนเรียนจบ มีงาน มีเงินแล้ว มันคงจะดีกับพวกเราทุกคนมากกว่าในตอนนี้

​แต่ก็นะ ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว ย้อนเวลาไปไม่ได้ เขาก็จะขอดูแลชีวิตตัวเอง และชีวิตมะลิกับเจ้าอ้วนภามให้ดีที่สุด ให้ชีวิตครอบครัวของพวกเราสมบูรณ์และมีความสุขตลอดไป

​ช่วงบ่ายวันศุกร์ของสัปดาห์นั้น

​‘ค่าเฮีย ถึงไหนแล้วๆ’ เสียงสดใสของคนรอทวงถามทันทีเมื่อกดรับสาย

​ด้วยความที่อดใจไม่ไหว ภีมจึงได้บอกแผนการเซอร์ไพรส์มะลิไปตั้งแต่เมื่อคืน ว่าเรียนคาบสุดท้ายของวันศุกร์เสร็จเมื่อไหร่ จะรีบขับรถกลับไปหาทันที แถมยังเก็บของไว้เสร็จเรียบร้อยพร้อมออกเดินทางเต็มที่

​แต่ตอนนี้ยิ่งได้ยินน้ำเสียงที่แสนสดใส ใบหน้าที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขของมะลิ ก็ยิ่งทำให้ภีมรู้สึกผิดต่อเธอมากยิ่งขึ้น เพราะเขาคงกลับไปหาเธอกับลูกไม่ได้...อีกแล้วในสัปดาห์นี้

​“มะลิ...สัปดาห์นี้เฮียคงไม่ได้กลับแล้วนะ พอดีพวกรุ่นน้องมันมีปัญหากันอ่ะ รุ่นพี่เลยต้องอยู่ช่วยเคลียร์ กับจัดกิจกรรมด่วนในวันพรุ่งนี้เลย นี่โยธาทุกชั้นปีก็อยู่ช่วยจัดการกันหมด อาจารย์ก็ด้วย แล้วยิ่งพวกเฮียอยู่ปีสองยิ่งต้องอยู่ เพราะถือว่าเป็นรุ่นพี่สำคัญที่ต้องดูพวกปีหนึ่ง ...เฮียก็เลยบ้านไม่ได้จริงๆ”

​เขาอธิบายไปก็คอยสังเกตคนปลายสายไปด้วย จากรอยยิ้มกว้างที่มีประดับอยู่บนใบหน้า ตาพราวระยิบด้วยความดีใจก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ใบหน้าสวยห่อเหี่ยว เม้มปากแน่น ตาไหวระริกสะท้อนความเสียใจออกมา จนใจคนเป็นผัวเริ่มฝ่อ อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ แถมยังมีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่า ‘เด็กขี้แย’ ใกล้จะร้องไห้แล้วเต็มที

​“มะลิเข้าใจเฮียนะ...”

​เงียบ...

​ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมาแม้แต่คำเดียว

​“มะลิ..” ภีมเอ่ยเรียกคนที่มองเขานิ่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

​‘อะไร!’ อีกฝ่ายตะคอกกลับมาเสียงดัง ไม่อ่อนหวานเหมือนทุกครั้ง

​เมียที่น่ารักของเขา เธอมักจะพูดจาไม่น่ารักอยู่เสมอเมื่ออารมณ์เสีย

​“มันจำเป็นจริงๆ นี่ขนาดไอ้ราชาจองตั๋วจะบินกลับบ้านที่สงขลาเย็นนี้ มันก็ไม่ได้กลับ ต้องยอมทิ้งตั๋วเสียเงินฟรีเลย ตั๋วของมันเลื่อนไม่ได้”

​‘แล้วไง เรื่องของคนอื่นสิ เรื่องของไอ้ปีหนึ่ง ไอ้พวกมีปัญหาอะไรนั่นด้วย ให้มันจัดการกันเองสิ เฮียเป็นอะไรกับมันอ่ะ...เป็นพ่อมันมั้ย!’

​มะลิต่อว่าแรงๆ ตามอารมณ์โกรธ เธออุตส่าห์เฝ้ารอเขามาทั้งวันทั้งคืน มันเสียความรู้สึกคนรอจริงๆ นะ

​ข้อเสียของเธอคือ...เมื่อโมโหมักจะฟิวส์ขาด สติสัมปชัญญะที่มีหายหมด ชอบพูดอะไรแรงๆ ออกไปโดยไม่ได้คิดตริตรอง

​‘เฮียเป็นพ่อของภามนะ ภามไม่เจอหน้าพ่อมานานแค่ไหนแล้ว! จนลูกจะจำหน้าพ่อไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ’

​เธอยังคงต่อว่า สงสารทั้งลูก สงสารทั้งตัวเอง จะไม่โมโหขนาดนี้เลยถ้าเขาไม่มาบอกให้ความหวังกัน เราก็รอไปเถอะ ตื่นมาแต่เช้าเพราะนอนไม่หลับ รอคอยการมาของเขา คอยนับเวลา ทุกวิ ทุกนาที ว่าเมื่อไหร่คนที่แสนคิดถึงจะมาถึง อาบน้ำให้ตัวเองและลูกจนหอมฟุ้ง แต่งตัวน่ารักๆ รอคอยการมาของเขา

​แต่สุดท้าย กลับมาบอกกันว่ามาไม่ได้แล้ว เพราะปัญหาของคนอื่น แถมยังดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรเลยด้วยซ้ำ...สำหรับเธอ แค่พวกรุ่นน้องมีปัญหา ก็ให้เคลียร์กันเองสิ เธอไม่รู้หรอกว่าระบบมหาลัย ระบบพี่ระบบน้องอะไรนั่นมันเป็นยังไง เธอไม่คิดจะสนใจหรอก เพราะที่หนึ่งสำหรับเธอคือครอบครัว เธอจะไม่ยอมให้อะไรมาทำให้ครอบครัวเธอมีปัญหาแบบนี้...แบบที่เฮียภีมกำลังทำ

​“เฮียขอโทษ เฮียก็อยากกลับไปหาลูกหามะลิ แต่เฮียจะหนีไปก็ไม่ได้ เพื่อนปีสองทุกคน ไม่มีใครหนีกันซักคน พวกพี่ๆ ปีสามปีสี่ก็อยู่ จะให้เฮียหนีไปคนเดียวได้ไง แถมไอ้คนที่มีเรื่องมันดันเป็นน้องรหัสเฮียด้วย ...มะลิเข้าใจเฮียนะ?”

​ภีมบอกเสียงอ่อน เขาเสียใจจริงๆ ที่ผิดสัญญากับลูกเมีย แต่นี่จะให้เขาหนีพวกเพื่อนพวกพี่ไป เขาก็ทำไม่ได้ ไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวเพียงคนเดียวในหมู่คณะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป