บทที่ 3 ผัวที่ดีคือผัวใหม่
บทที่ 3
แล้วไอ้ปีหนึ่งพวกนั้นไปมีเรื่องกับใครไม่มี...แต่ดันมีเรื่องต่อยตีกันเอง แล้วโยธาของพวกเรายึดระบบรัก สามัคคีกันเป็นหลัก มันดันมาทะเลาะกันเอง ถ้าปล่อยไปทีนี้จะอยู่กันยังไง ขืนไม่จัดการในอนาคตก็อาจจะมีปัญหา...เพื่อนไม่เอาเพื่อน น้องไม่เอาพี่ พี่ไม่เอาอาจารย์งี้หรอ ไม่มีความรัก ความเคารพ ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ อย่างนี้ก็ตัวใครตัวมันอ่ะดิ ไม่พากันเรียน ไม่ช่วยเหลือกัน มีปัญหาก็ไม่รู้จะปรึกษาหรือพึ่งพาใครจนทำให้เรียนกันไม่จบ แล้วจะมีไปทำไมรุ่นพี่รุ่นน้อง ต่างคนต่างอยู่ ใครจะเรียนไม่จบก็เรื่องของมัน ใครเรียนไม่ไหวก็ช่างแม่ง ใครจะต่อยจะตีก็ปล่อยให้เอากันให้ตายงี้หรอ
มันก็ไม่ได้ไง!
แล้วไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดถึงครอบครัวนะ แต่แค่สัปดาห์นี้ไหมวะ เดี๋ยวสัปดาห์อื่นๆ ก็สามารถกลับไปหาได้ พอศุกร์หน้านะไม่ขับรถกลับละ ขึ้นเครื่องแม่งเลย ชั่วโมงนึงถึง ทันใจดี...จะได้กลับไปกอดกันให้หายคิดถึงเร็วๆ
‘ไม่อ่ะ... ไม่เข้าใจ’
“มะลิ” ภีมถอนหายใจ เมียเด็กของเขาถ้าได้โมโหแล้วก็ค่อนข้างจะเข้าใจอะไรยากนิดนึง ข้อนี้เขารู้ดี
มะลิจ้องคนในโทรศัพท์นิ่ง แววตาไหวระริก หยดน้ำด้านในพร้อมจะไหลรินออกมาเสมอ เธอไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอในฐานะที่เป็นคุณแม่แล้ว กำลังจะร้องไห้เหมือนเด็กๆ...อีกแล้ว
‘อือ อยู่ไปเหอะ ไม่ต้องกลับมาหรอก เดี๋ยวนี่อยู่กับลูกเองได้’
พูดจบก็กดตัดสายทันทีพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรูออกมาไม่ขาดสาย น้ำตาแห่งความเสียใจ น้อยใจ ความคาดหวังรอคอยต่างๆ ประเดประดังเข้ามาจนเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างลืมอาย ในหัวมีภาพต่างๆ หลายๆ เหตุการณ์ที่หลังๆ มานี้ เธอและภีมมีปัญหาสะสมกันมาจนแทบนับไม่ได้ว่ามีกี่เรื่องแล้ว
ร่างบางนั่งกอดเข่าซุกหน้าร้องไห้อยู่แบบนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะพยายามปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็ง ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาให้สดใส ไม่อยากให้ลูกและใครๆ ได้เห็นว่าตนอ่อนแอ...เมื่อแสร้งทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแล้วก็ออกไปหาน้องภามที่นั่งเล่นอยู่กับหม่าม้าด้านนอก เพื่อที่จะบอกทุกคนในบ้านว่า...สัปดาห์นี้เฮียภีมไม่ได้กลับบ้านแล้ว ทุกคนจะได้ไม่ต้องรอ
และตลอดวันนั้น มะลิเลือกที่จะไม่สนใจโทรศัพท์ที่ตนได้ปิดเสียงเอาไว้ ไม่คิดที่จะดูแม้แต่นิดว่าเขาคนนั้นจะโทรหา หรือทักมาแก้ตัวว่าอะไรบ้าง เธอไม่อยากคุยกับเขา ไม่อยากคาดหวังอะไรจากเขาอีกต่อไปแล้ว
Peem_pmp : เฮียขอโทษ ศุกร์หน้าเรียนเสร็จเดี๋ยวเฮียจะรีบกลับไปทันทีเลย
ภีมกดลบข้อความนี้ทิ้ง เพราะกลัวว่าถ้าอาทิตย์หน้ามีเหตุจำเป็นอะไรที่ทำให้ไม่ได้กลับอีก กลัวจะยิ่งทำให้คนตัวเล็กเสียใจซ้ำอีกครั้ง
Peem_pmp : เฮียขอโทษ เฮียคิดถึงมะลิกับลูกมากนะ
เขากดส่งข้อความนี้ไปแทน หลังจากที่โดนเธอกดตัดสายไปไม่รู้กี่สิบรอบ หลังเกิดเหตุการณ์เมียงอน...เขาก็พยายามโทรหาตลอด โทรหาทุกช่องทางที่สามารถติดต่อได้ มะลิก็ไม่เคยรับ แถมตัดสายทิ้งด้วย ก็เลยตั้งใจจะให้เวลาเธออีกนิด ให้เธอใจเย็นๆ และรอเขาเสร็จธุระจากตรงนี้ ตอนดึกค่อยโทรคุยปรับความเข้าใจกันใหม่
ภีมยัดโทรศัพท์รุ่นล่าสุดของตนใส่กระเป๋าเสื้อช็อปวิศวะ ก่อนจะหันกลับเดินไปยังใต้ถุนตึกของคณะที่ตอนนี้แทบจะไม่มีคนอื่นอยู่ นอกจากโยธาทุกชั้นปี ที่รวมตัวกันเพื่อเคลียร์ปัญหาของรุ่นน้องที่พึ่งเกิดเหตุการณ์ไปสดๆ ร้อนๆ
แต่เมื่อหันกลับมาเขาก็เห็นรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลังมองมาที่เขาอยู่ เขาจึงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“สวัสดีค่ะพี่ภีม ออกมาคุยโทรศัพท์หรอคะ? พอดีหนูจะมาเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ” เธอยกมือขึ้นสวัสดีตามธรรมเนียมรุ่นน้องเคารพรุ่นพี่อย่างที่พวกเรายึดกันมาเสมอ
“อ่อ แต่ใต้ตึกที่นั่งกันอยู่ก็มีห้องน้ำใกล้ๆ อยู่ด้านหลังนะ”
ภีมเอ่ยบอก เพราะคิดว่าเธออาจจะไม่รู้ตำแหน่งห้องน้ำใกล้ๆ ซึ่งการที่เธอออกมาตรงนี้จนได้เจอกับเขามันก็ค่อนข้างไกลพอสมควร ต้องเดินออกมาข้างนอกตัวอาคารเลยถึงจะเจอห้องน้ำบริเวณนี้
“พอดีห้องน้ำหญิงตรงนั้นมันปิดปรับปรุงไปหลายห้องค่ะ ห้องที่ว่างก็มีรุ่นพี่ต่อแถวรอใช้งานกันอยู่ มาเบลล์เลยเดินออกมาตรงนี้...น่าจะได้เข้าเร็วกว่าค่ะ”
รุ่นน้องตรงหน้าตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส ยิ้มกว้างตาเป็นประกาย ยิ้มจนตาเป็นรูปสระอิ เหมือนยัยเด็กขี้งอนของเขาเลย แต่ดูแค่แว๊บเดียวก็รู้ได้เลยว่ามะลิยิ้มน่ารักกว่าหลายสิบเท่า ยิ่งนึกถึงลักยิ้มบุ๋มๆ ที่มีอยู่ทั้งสองข้างแก้มของเมียด้วยนะ ยิ่งใจละลาย
และแค่นึกถึงรอยยิ้มของเมีย ก็ทำเอาคนหน้านิ่งเผลอยิ้มออกมาเหมือนไอ้เด็กหนุ่มคลั่งรัก ว่าแล้วก็รีบกลับไปดูสถานการณ์ดีกว่า...ว่าเคลียร์กันไปถึงไหนแล้ว อาจจะโชคดีเสาร์-อาทิตย์นี้ไม่ต้องมีการจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ เขาอาจจะได้จองตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับบ้านวันนี้เลยก็ได้
ภีมเดินจากไปแล้ว โดยไม่ได้รับรู้เลยว่ารุ่นน้องสาวที่ชื่อมาเบลล์ยังยิ้มกว้างไม่หยุด
เธอคิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ลองเสี่ยงแกล้งเดินมาเข้าห้องน้ำที่ด้านนอก เมื่อด้านในที่พวกรุ่นพี่ทุกคนยืนล้อมน้องปีหนึ่งเอาไว้ ไม่มีพี่ภีมที่เธอหลงชอบอยู่ด้วย เธอจึงแกล้งทำทีเป็นปวดฉี่และไปขออนุญาตพี่รหัสของตนเพื่อออกมาเข้าห้องน้ำ เธอเดินวนหาอยู่พักใหญ่จึงมองเห็นแผ่นหลังกว้างที่เธอจำได้ทันทีว่าคือคนที่เธอชอบ จึงรีบเร่งฝีเท้าเดินมาทางนี้แถมพอมาถึงพี่เขายังหันกลับมาพอดี และที่สำคัญเมื่อกี๊พี่เขาหลุดยิ้มให้เธอด้วย ทำเอาเธอแทบกรี๊ดออกมาเพราะความดีใจ
ฉายาเสือยิ้มยาก ที่สาวๆ พูดถึงพี่ภีมหน้าหล่อ แต่วันนี้เขากลับดันยิ้มหวานให้เธอ ใจละลายมากบอกตรงๆ เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของพี่เขา นี่คนอื่นจะรู้กันไหมนะ...ว่าพี่เขามีลักยิ้มบางๆ อยู่ที่ข้างแก้มด้านซ้ายด้วย นี่ถ้าไม่ได้มาเห็นรอยยิ้มของพี่เขาใกล้ๆ เธอก็คงไม่รู้เช่นกันว่าเขามี
น่ารักจัง แถมหล่อมากด้วย ตัวก็ห๊อมหอม แถมสูงมากด้วย ยิ่งเห็นก็ยิ่งชอบ ยิ่งอยากได้!
และพี่ภีมยิ้มให้เธอแบบนี้ เธอก็คงพอจะมีหวังใช่ไหม? เธอชอบพี่เขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นเมื่อตอนรับน้อง แต่ไม่รู้จะหาวิธีเข้าใกล้ยังไง เพราะพี่เขาค่อนข้างจะถือตัว และไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่ถ้าไม่ได้สนิท
งั้นวันนี้เธอลองทักพี่เขาไปดีกว่า ถึงแม้พี่เขาจะยังไม่ยอมกดรับเธอเป็นเพื่อนทาง Facebook และไม่ยอมรับการติดตามของเธอทาง Instagram ที่ตั้งค่าความส่วนตัวเอาไว้เลยก็ตาม
ในเวลา 03:15 ของอีกวัน
ภีมกลับถึงห้องในตอนตีสามเข้าไปแล้ว เพราะหลังจากปล่อยให้น้องปีหนึ่ง กลับไปพักผ่อนเพื่อที่วันรุ่งขึ้นจะต้องตื่นมาร่วมกิจกรรมที่ได้จัดขึ้นอย่างกะทันหันแล้ว พวกรุ่นพี่ทุกคนต้องคอยอยู่ช่วยกันคิดกิจกรรม บ้างก็เตรียมสถานที่ เตรียมกิจกรรมไว้รอ
จากที่คิดว่าถ้าว่างเมื่อไหร่จะโทรไปง้อเด็กก็ไม่มีเวลาเลยไม่ได้โทร แต่เขาก็ยังมีส่งข้อความไปบอกอยู่ตลอดนะ อย่างถ่ายรูปให้ดูว่าทำอะไรอยู่ อยู่ตรงไหน อยู่ใกล้ใครบ้าง ล่าสุดก็ถ่ายห้องนอนส่งไป ว่าตัวเองกลับมาถึงคอนโดเรียบร้อยแล้ว
แม้ว่า...มะลิจะไม่เคยเปิดอ่านข้อความใดๆ เลยก็ตาม ตั้งแต่ข้อความแรกที่ส่งไปหลังจากเธอกดตัดสายไปด้วยความโกรธ
Peem_pmp : ฝันดีนะ พรุ่งนี้ฝากหอมลูกให้ด้วย เฮียนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นแต่เช้าไปคณะ
Peem_pmp : เฮียรักมะลินะ
ภีมพิมพ์บอกไปอีกครั้งก่อนจะหลับไปแทบจะทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป
ทางด้านมะลิ
รุ่งเช้ามะลิตื่นขึ้นมาเพื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้ตัวเองกับลูก เพราะหม่าม้ากับเจ่เจ๊ที่เป็นมารดาและพี่สาวแท้ๆ ของเฮียภีม จะพาเธอกับน้องภามไปเที่ยวที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง เจ๊พายนัดแนะไว้ว่าจะมารับพวกเราที่บ้านตอน 9 โมงเช้า เดี๋ยวไปแวะทานข้าวเที่ยงที่คาเฟ่แถวเขาค้อเลย
มะลิที่กำลังประแป้งเด็กอ้วนจนตัวขาวโพลน เตรียมโยนลงหม้อชุบแป้งทอดได้เลย ก็ต้องหยุดภารกิจที่ทำอยู่ เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูและผละออกไปเปิดดูว่าใครมาหา
“อ้าวเจ๊ สวัสดีค่ะ มาถึงเร็วจัง หนูยังแต่งตัวให้อ้วนไม่เสร็จเลย”
มะลิสวัสดีผู้ที่เป็นพี่สาวของสามี เหลือบมองนาฬิกาผนังก็เห็นว่ายังไม่ถึงเวลานัด ที่ตอนนี้ยังไม่ถึง 8 โมงครึ่งเลย
“คิดถึงหลาน” เจ๊พายบอกด้วยใบหน้าตื่นเต้นและรีบเดินไปหาหลาน ที่กำลังยิ้มกว้างรีบลุกขึ้นยืนจะโผมาหาป้าคนสวยด้วยความคิดถึง พร้อมกับร้องเรียก
“พายๆ มาๆ”
“จะตกเตียงนะอ้วน ค่อยๆ เดินสิ”
มะลิร้องเตือนลูกชาย ที่นับวันก็ยิ่งพลังล้น เดี๋ยวนี้เดินแทบไม่เป็นแล้ว ลุกขึ้นได้ก็จะออกตัววิ่งอย่างเดียว
“โอ้โห! อ้วนจ้ำม่ำใหญ่เลย น่ารักจังหลานใครเนี่ย”
พายรีบอุ้มตัวกลมๆ แขนเป็นปล้องๆ เหมือนเจ้ามิชลินแมนขึ้นมากอดและฟัดไปที่แก้มกับพุงอ้วนๆ ของหลานไม่หยุด
“จะใส่ชุดผึ้งน้อยหรอ? ว้าว เจ้าอ้วนจะเป็นผึ้งน้อยหรอลูก มาเดี๋ยวเจ๊ช่วยใส่ให้นะ” พายเห็นชุดที่มะลิวางเตรียมไว้ใกล้ๆ ก็หยิบมาใส่ให้หลานรัก
“ผึ้งๆ มะลิว่าหย่อๆ” (หล่อ)
เด็กน้อยบอกเล่า จำคำที่แม่ชอบพูดว่าแต่งแล้วจะหล่อ
ภามเรียกแม่ตัวเองว่ามะลิ ตามที่ได้จดจำมาจากคนอื่นๆ ที่เรียกเธอว่า ‘มะลิ’ เด็กน้อยจึงเรียกตามแบบนั้นมาตลอด โดยที่เรียกปู่ย่า และป้าว่า ‘ป๊า หม่าม้า เจ๊’ ตามที่ภีมกับมะลิเรียก และพวกเขาเหล่านั้นก็ชอบแทนตัวเองแบบนั้นกับหลานอยู่ตลอด
มะลิมองผู้เป็นป้าสายโหด กำลังคุยเสียงสองเสียงสามกับหลาน ผิดกับตอนที่คุยกับเฮียภีมและบรรดาลูกน้องผู้ชายที่ร้านวัสดุก่อสร้างของตัวเองลิบลับ รายนี้เขาเป็นขาโหด ลูกน้องคนไหนดื้อ หรืออู้งาน ต้องเจอเจ๊พายปะ ฉะ ดะไม่ไว้หน้าทุกราย
บ้านของภีมมีเชื้อจีนมาจากอากง ที่มาตั้งหลักแหล่งที่ประเทศไทยจนได้สร้างครอบครัวที่นี่ แรกเริ่มเป็นคนงานคอยแบกส่งปูนก่อสร้าง จนถึงทุกวันนี้ตระกูลมีความเจริญรุ่งเรือง จนเปิดเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีของจำหน่ายทุกชนิดในการสร้างบ้าน ถ้ามาที่ร้านก็คือได้ครบทุกอย่าง...มีกระทั่งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว ทั้งของตกแต่งมากมาย เรียกง่ายๆ ก็คือห้างสรรพสินค้าวัสดุที่ใหญ่ที่สุดในโซนภาคนี้ และตอนนี้ได้ขยายกิจการเพิ่ม โดยมีเจ๊พายแยกไปดูแลเต็มตัว แต่ด้วยความที่อีกสาขาอยู่ในอำเภอที่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เจ๊พายจึงกลับมาเยี่ยมบ้านและหาหลานอยู่เสมอ และทุกครั้งที่มาจะต้องพากันไปเที่ยว แถมมีของติดไม้ติดมือมาให้หลานเสมอ เจ้าอ้วนน้อยจึงติดและชอบผู้เป็นป้ามาก
ดูสิ หัวเราะกันไม่หยุดเลยทั้งป้าทั้งหลาน
จากปากสีชมพูสวยของพาย ตอนนี้เริ่มเป็นสีซีดขาวแล้ว เพราะเอาแต่ฟัดไม่หยุดไปที่เจ้าอ้วนตัวเปื้อนแป้ง จนตอนนี้แป้งได้ไปเกาะติดอยู่ที่ปากและหน้าผู้เป็นป้าหมดแล้ว
“เจ๊พาเจ้าอ้วนน้อยไปเล่นรอข้างนอกนะ แกแต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ เลย เดี๋ยวเจ๊จะพาไปส่องผู้ชายที่เขาค้อ...รับรองว่าต้องมีหล่อกว่าผัวแกหลายเท่า! ถ้าแกอยากได้ใหม่ซักคน เจ๊ก็ไม่ว่าหรอกนะ น้องเจ๊มันไม่คู่ควรกับคนน่ารักอย่างแก”
