บทที่ 4 โสด
“เจ๊พาเจ้าอ้วนน้อยไปเล่นรอข้างนอกนะ แกแต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ เลย เดี๋ยวเจ๊จะพาไปส่องผู้ชายที่เขาค้อ...รับรองต้องมีหล่อกว่าผัวแกหลายเท่า! ถ้าแกอยากได้ใหม่ซักคน เจ๊ก็ไม่ว่าหรอกนะ น้องเจ๊มันไม่คู่ควรกับคนน่ารักอย่างแก”
เจ๊พายพูดติดตลกอย่างคนอารมณ์ดี โดยอุ้มเจ้าอ้วนที่แต่งตัวเป็นผึ้งน้อยไว้แนบอก
“เจ๊ก็! พูดอะไรก็ไม่รู้” มะลิยู่ปากใส่พี่ผัว ที่พยายามสอนให้เธอมองผู้ชายหล่อๆ แถมยุให้มีผัวใหม่อยู่เสมอ นี่ถ้าเฮียภีมมาได้ยินเข้า คงได้เถียงกันยกใหญ่กับพี่สาวอีกแน่
“แกก็อย่าเสียใจไปเลยนะ ไอ้ภีมมันบอกว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะรีบกลับมาพาลูกพาเมียไปเที่ยวเอง ให้อาทิตย์นี้เจ๊ช่วยทำหน้าที่แทนมันไปก่อน”
เจ๊พายปลอบใจและช่วยพูดแทนน้องชาย เพราะภีมส่งข้อความมาเล่าเรื่องให้ฟังตั้งแต่เมื่อวานแล้ว...เรื่องที่เมียงอน และได้ขอให้เธอที่เป็นพี่สาว ช่วยหาเวลาพาลูกกับเมียมันไปเที่ยวปลอบใจ
“มันไม่ได้ไม่สนใจแกนะมะลิ”
“หนูเข้าใจค่ะเจ๊...แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ หนูก็อุตส่าห์รอ อุตส่าห์คาดหวังว่าจะได้เจอ เลยมีนอยด์ๆ ไปบ้าง”
มะลิตอบเสียงอ่อน เพราะพออารมณ์เริ่มเย็นลงก็เริ่มมีสติ แต่ก็ยังไม่ยอมรับสายที่เขาพยายามโทรเข้ามา และไม่ได้ตอบกลับข้อความอะไรไป เพียงแต่เปิดอ่านทุกๆ ประโยคที่เขาส่งมา
และเรื่องที่จะไปเที่ยวเขาค้อ เจ๊พายได้โทรมาหาเธอเมื่อวานว่าอยากพาหลานไปเที่ยว หลังจากที่เธอทะเลาะกับเฮียภีมไปไม่เท่าไหร่ เธอเลยเดาได้ว่าเขาน่าจะเป็นคนบอกให้เจ๊เป็นคนมาชวน จึงถามออกไปตรงๆ...เจ๊ก็ยอมรับว่าเฮียภีมอยากให้พาเธอกับลูกไปเที่ยวจะได้ไม่ต้องเศร้าคอยผัวเก้อ ในตอนแรกเธอก็ปฏิเสธไปแหละ ไม่อยากเป็นภาระให้เจ๊ที่งานยุ่งมากอยู่แล้ว แถมตัวเธอเองก็ไม่มีอารมณ์ที่จะเที่ยวด้วย
แต่ไม่นานหม่าม้าภาก็มาเคาะห้องเพื่อขอคุยด้วย...มาบอกกันว่าหม่าม้าอยากไปเที่ยวเขาค้อ แล้วอยากให้หลานกับลูกสะใภ้ไปด้วยกัน เธอจึงต้องยอมตกลงที่จะไป
จะว่าไปบ้านนี้เขาก็ทำงานกันเป็นขบวนการดีนะ ตัวเองไม่ว่างมาง้อ ก็ให้พี่สาวมาช่วย พี่สาวช่วยไม่ได้ก็ให้หม่าม้ามาอีกคน นี่ถ้าเธอยังไม่ยอม...ต่อไปป๊าคงมาร่วมด้วยแน่
มะลินั่งเป็นเพื่อนคนขับซึ่งก็คือเจ๊พายอยู่ด้านหน้า โดยที่คุณย่ากับหลานนั่งกันอยู่เบาะหลังของรถ Mercedes-Benz SUV สีบรอนซ์เทาของเจ๊พาย
ระหว่างรถเคลื่อน เธอไม่มีอะไรทำจึงกดเข้าไปใน LINE Group ของครอบครัว ‘พีระเกียรติ’ จำได้ว่าก่อนออกรถ เจ๊พายได้ทำการเซลฟี่ (Selfie) ภาพพวกเราทุกคนและทำการส่งไปในกลุ่ม เพื่ออวดผู้ชายอีกสองคนของบ้านที่ไม่ได้ไปด้วย นั่นก็คือป๊าพลและเฮียภีม
Peem_pmp : ดูแลเด็กๆ ให้ด้วยนะเจ๊
ภีมส่งข้อความเข้ามาในกลุ่ม เข้าใจแหละว่าเด็ก...คือน้องภามแน่นอน แต่นี่ใช้คำว่า ‘เด็กๆ’ จะเป็นอะไรไปได้อีก นอกจากลูกพ่วงด้วยเธออีกคน
เชอะ!
ไม่สนใจหรอก…
มะลิเลือกจะเมินเฉย ไม่ตอบอะไรไป
จนได้ยินเสียงแจ้งเตือนมาจากแอปพลิเคชันธนาคาร พร้อมกับมีแจ้งเตือนแช็ตเข้า ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเฮียภีม ที่ส่งสลิปการโอนเงินมาให้เธอจำนวน 10,000 บาท
Peem_pmp : อยากได้ อยากกินอะไรก็ซื้อเลยนะ ถ้าหมดก็บอก เดี๋ยวเฮียโอนให้ใหม่
Peem_pmp : ส่วนเงินรายสัปดาห์ เดี๋ยววันอาทิตย์ เฮียโอนแยกให้นะ
สองข้อความติดๆ กันส่งเข้ามา แต่มะลิก็ยังเลือกที่จะไม่ตอบกลับ เพราะยังไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย
เธอรู้ว่าเงินจำนวน 10,000 ที่เขาโอนมานั้น กับเงินที่จะโอนมาในวันอาทิตย์ เป็นเงินคนละส่วนกัน
เฮียภีมจะโอนเงินแยกให้เธอสองส่วน คือเงินที่เป็นของเขาเอง เอาไว้เผื่อเธอจะอยากได้อะไรเป็นพิเศษ ให้เธอได้ซื้อได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร จะใช้ซื้อหรือจ่ายอะไรก็ใช้ได้เลยเต็มที่ ถ้าใช้ไม่หมดก็ให้เก็บเงินนั้นออมใส่บัญชีเป็นเงินเก็บไว้
กับอีกส่วนคือเงินรายอาทิตย์ที่ครอบครัวของเขา ให้ลูกสะใภ้้อย่างเธอเอาใช้จ่ายซื้อของ ใช้ไปโรงเรียน เสมือนเลี้ยงลูกสาวคนเล็กอีกคนนึง
มะลิมาอยู่บ้านของภีมตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าตั้งท้อง เพราะบ้านของเธออยู่ในอำเภอที่ค่อนข้างจะไกลกับตัวเมืองและโรงเรียนที่เรียนอยู่ อาจจะลำบากตอนที่ต้องไปหาหมอตรวจครรภ์ต่างๆ แถมที่บ้านยังมีแต่คนสูงอายุ คือตากับยาย และพี่ชายที่มักพาเพื่อนฝูงวัยฉกรรจ์มาก๊งเหล้ากันเป็นประจำ ส่วนพ่อแม่ของเธอทำงานอยู่ต่างประเทศ นานหลายปีถึงจะกลับมาหาซักครั้ง
ป๊าพลกับหม่าม้าภา จึงไปแสดงความรับผิดชอบและขอเธอมาอยู่ดูแลด้วยตั้งแต่นั้นมา
ที่บ้านเธอเองในตอนนั้นค่อนข้างจะเสียใจและผิดหวังกันมาก ยังจำได้ดีที่แม่วิดีโอคอลมาร้องไห้ผิดหวังในตัวเธอ และถามว่าจะเอายังไงในเรื่องการเรียน ไม่อยากเรียน? จะเอาผัวแล้วใช่ไหม? ในตอนนั้นเธอจำได้ดีว่ารีบส่ายหน้าตอบกลับไปว่าจะเรียน ไม่ยอมเลิกเรียนเด็ดขาด และไม่ขอเอาลูกออก...ถึงท้องก็จะเรียนต่อไปให้จบ
ตั้งแต่ที่รู้ว่าท้องจนตอนนี้น้องภามอายุจะได้ขวบครึ่งแล้ว เธอเรียนไปพร้อมกับเพื่อนทุกคนตามปกติ ด้วยท้องที่ไม่โต อาการแพ้ท้องก็ไม่มี ทำให้การใช้ชีวิตไม่ลำบาก ตอนท้องใหญ่ก็เปลี่ยนไซซ์เสื้อผ้าเอา บางคนที่ไม่ได้สังเกตคือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอท้อง
และมีแค่บางช่วงที่เธอหายไปก็คือตอนคลอดน้องภาม แต่ก็ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานก็กลับมาเรียนต่อ โดยการตามงานและตามสอบเอาทีหลัง ซึ่งทางอาจารย์และ ผอ. ก็เข้าใจและเปิดโอกาสให้สามารถเรียนต่อได้จนจบ เพราะทางครอบครัวของเฮียภีมได้มีการมาปรึกษาและขอความช่วยเหลือกันกับทางโรงเรียนตั้งแต่ที่เธอท้องแรกๆ แล้ว และหม่าม้ากับป๊าก็ได้ให้เงินสนับสนุนกับทางโรงเรียนเป็นจำนวนค่อนข้างมาก
อยากจะบอกว่าทุกคนในครอบครัวเฮียภีมดีกับเธอมาก ทั้งรักและเอ็นดู คอยดูแลทุกเรื่องเหมือนกับเป็นลูกสาวอีกคนนึง โดยเฉพาะน้องภามที่เธอกับเฮียภีมไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรเลย ตั้งแต่ฝากครรภ์ ค่ายา ค่าบำรุงต่างๆ จนน้องคลอด ค่านม ค่าแพมเพิส ค่าเสื้อผ้าของใช้ต่างๆ ทางหม่าม้ากับป๊าจัดการเองหมด...ซึ่งเธอเองก็ค่อนข้างเกรงใจ จึงรักและเคารพพวกท่านไม่ต่างจากพ่อแม่แท้ๆ เช่นกัน
ภีมมองข้อความที่ขึ้นสถานะว่าอ่านแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะตอบกลับมาเหมือนเดิม จึงเดินกลับไปร่วมกิจกรรมต่อ หลังจากแกล้งบอกเพื่อนๆ ว่าจะมาเข้าห้องน้ำ จริงๆ คือจะโอนเงินมาเปย์เมีย
เงิน 10,000 นั้นเป็นเงินเก็บของเขาเอง ที่พอรู้ตัวว่ามีลูกมีเมีย ก็เริ่มมองหาช่องทางทำเงิน ทั้งเทรดหุ้น ลงคริปโต เป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนในธุรกิจต่างๆ จนทุกวันนี้ผ่านมาจะสองปี ก็มีบางอย่างที่รุ่งได้กำไร ที่เสียเงินไปก็มี แต่ไม่เป็นไร...ก็ถือว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ถือว่าเป็นประสบการณ์ให้ตัวเองไป
จนตอนนี้เขาก็พอจะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองจำนวนค่อนข้างมากถ้าเทียบกับอายุและเพื่อนวัยเดียวกันหลายๆ คน แถมยังเงินที่ป๊ากับหม่าม้าส่งให้อยู่เสมอ เขาก็คอยเก็บสะสมไว้เรื่อยๆ ไม่ได้เอาออกมาใช้จ่ายสิ้นเปลือง คอยเก็บไว้ให้ลูกให้เมียใช้ดีกว่า
มหาวิทยาลัย บริเวณตึกคณะวิศวะกรรมศาสตร์
วันที่สองของการจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์กันในหมู่คณะรุ่นพี่รุ่นน้องวิศวะโยธา เมื่อมีเวลาภีมมักจะคอยหยิบโทรศัพท์เข้าไปดูใน LINE Group ครอบครัวอยู่เสมอ เพราะมีเจ๊พายคอยถ่ายรูปส่งมาอวดอยู่ตลอด...ว่าตอนนี้พวกเธอกำลังเที่ยวที่ไหน กินอะไร หรือที่พักเป็นยังไง ทำให้เขาได้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ที่ได้เห็นหน้าลูกเมีย ก็แม่คนขี้งอนยังไม่ยอมรับสาย...ไม่ยอมตอบข้อความเขาเลยซักนิด
และตอนนี้เขาก็กำลังดูวิดีโอที่มีคุณแม่ยังสาวนั่งอยู่บนตัวชิงช้ายักษ์ โดยที่คอยโอบกอดลูกชายแนบอก กำลังยิ้มและหัวเราะอย่างเบิกบานใจไปพร้อมกับลูกน้อย ที่มีผู้เป็นย่าคอยไกวชิงช้าให้อย่างระมัดระวัง
แม่ง! เห็นแล้วก็ยิ่งคิดถึงว่ะ อยากเป็นคนไกวชิงช้าให้ลูกเมียนั่งเองกับมือ คงจะมีความสุขกว่าตอนนี้ที่ได้แค่นั่งดูวิดีโอ
Peem_pmp : สนุกมั้ย เจ้าอ้วนน้อยงอแงหรือเปล่า?
ว่าแล้วก็ทักข้อความไปหาคนขี้งอน ซึ่งน่าจะมีถึงร้อยข้อความได้แล้วมั้ง ตั้งแต่ที่เธองอนกันไปเมื่อวันศุกร์
และก็นั่นแหละ...เหมือนเดิม! ยัยเด็กอ่านแต่ไม่ตอบ เมินแชทผัว!
งอนกลับดีไหมวะ? ไม่ดีกว่า เพราะงอนไปเมียก็ไม่ง้ออยู่ดี
ภีมจึงเลื่อนดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างนั่งกินข้าวช่วงพักกิจกรรม เลยได้เห็นว่ามะลิลง Story IG
Story ’Mali_jasmine
ภาพแม่ลูกนั่งยิ้มหวานกอดกันกลม แก้มแนบชิด อวดลักยิ้มทรงเสน่ห์ทั้งคู่
Caption : ขอบคุณหม่าม้ากับเจ่เจ๊ ที่พาเรา 2 พี่น้องมาเที่ยวงับ
2 พี่น้อง?
Peem_pmp : เดี๋ยวครั้งหน้าผัวจะพาเมียกับลูกไปเที่ยวเองนะ
คอมเมนต์ในสตอรี่เธอไปเลย แสดงตัวตนกันหน่อย...เผื่อจะมีพวกผู้ชายหน้าหม้อที่ยังไม่รู้ คิดว่าเจ้าอ้วนเป็นพี่น้องกับมะลิจริงๆ
กลัวคนมาจีบเมีย!
แต่เวลาไปไหนมาไหน ก็แทบไม่มีใครมองออกเลยนะว่านั่นคือแม่ลูก คิดว่าเป็นพี่น้องกันซะส่วนใหญ่ ด้วยความที่ทั้งหม่าม้า ป๊า รวมทั้งเจ๊พาย ช่วยกันเลี้ยงช่วยกันดูแลเจ้าอ้วนมาตั้งแต่อยู่ในท้อง พอคลอดออกมาพวกท่านก็แทนตัวเองเป็นหม่าม้า เป็นป๊าไปโดยปริยาย
คนอื่นที่พบเห็นก็มักจะคิดว่าพวกท่านมีลูกหลงตอนอายุมากแล้ว แต่พวกท่านก็ดูไม่แก่นะ ยิ่งหม่าม้ายังดูเหมือนสาววัยสามสิบกลางๆ อยู่เลย อาจจะเพราะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แม้อายุจริงๆ ใกล้จะเลยเลขสี่เข้าไปหลายปีแล้ว
Mali_jasmine : ผัวอะไรคะ? นี่โสดค่ะ
ในที่สุด ก็มีแจ้งเตือนจากมะลิตอบกลับมาซักที แต่ดูมันตอบมา! ทำเอาคนเป็นผัวหัวร้อนจนควันแทบออกหู...โสดพ่อง!
