บทที่ 5 ไม่รักก็ไม่รัก
บทที่ 5
Peem_pmp : เดี๋ยวโดนๆ! ผัว 1 ลูก 1 แล้ว เอาอะไรมาโสดก่อน หรือจะเอาลูกเพิ่มอีกคนดี?’
1 นาที ผ่านไป...
3 นาที ผ่านไป...
5 นาที ผ่านไป...
ยัยเด็กไม่ยอมตอบกลับมาอีกเลย โทรแม่งเลยดีกว่า คิดถึงจนแทบบ้าแล้ว!
ภีมถือสายรออยู่นาน จนท้อใจคิดว่าเมียคงไม่รับสายเหมือนอย่างเคย แต่ในที่สุดก่อนสัญญาณจะตัดไป ใบหน้าอ่อนเยาว์ สวยหวานละมุนก็โชว์อยู่บนหน้าจอ
“มะลิ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าปลายสายไม่ยอมพูดอะไร
‘มีธุระอะไร...คะ’
มะลิตอบกลับเสียงห้วนๆ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามันคงไม่น่ารักซักเท่าไหร่ จึงมี ‘คะ’ ตามหลังประโยคด้วยเสียงแผ่วๆ
“เที่ยวสนุกมั้ย? ที่นั่นอากาศหนาวหรือเปล่า แล้วอ้วนงอแงป่ะ?”
ภีมพยายามชวนเธอคุย โดยไม่คิดจะถามว่า...หายงอนหรือยัง เพราะถ้าถามไปอาจจะไปกระตุกต่อมโมโหจนเธอยิ่งงอนเข้าไปใหญ่ ค่อยๆ ง้อ ค่อยๆ กล่อมไป เดี๋ยวมะลิก็จะกลับมาดีเอง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา...มันสอนให้เขารู้ใจเธอดียิ่งกว่าอะไร
‘ถามลูกสิ’ มะลิขยับกล้องไปใกล้ๆ น้องภาม
ซึ่งเมื่อเจ้าตัวเล็กเห็นใบหน้าหล่อที่คุ้นเคย ก็ยิ้มแฉ่ง ส่งเสียงเรียก ‘ป๊าๆ’ ไม่หยุดปาก
ภีมยิ้มรับลูก รู้สึกว่าใจกระชุ่มกระชวย มีความสุขมากขึ้นเป็นกอง เมื่อได้คุยกับเมียและลูก
“เที่ยวสนุกมั้ยอ้วน?”
‘หนุกๆ ป๊าไหนๆ’ (สนุก ป๊าอยู่ไหน)
“ป๊าอยู่มหาลัย คิดถึงป๊ามั้ย?”
‘กิ้ดตึ๋งป๊าๆ’ (คิดถึง)
“ป๊าก็คิดถึงอ้วน อยากหอมแล้วเนี่ย”
และสองพ่อลูกก็คุยกันอย่างมีความสุขไปอีกหลายประโยค จนเด็กน้อยเริ่มอยู่ไม่สุข ละความสนใจไปที่สิ่งอื่นนั่นแหละ คนเป็นพ่อจึงถามหาคนเป็นแม่
“เรียกมะลิให้หน่อยอ้วน บอกให้มาคุยกับป๊าบ้างสิ ป๊าอยากคุยด้วย” เขาบอกผ่านลูก ซึ่งแน่นอนว่าคนเป็นแม่ที่อุ้มน้องภามอยู่ต้องได้ยิน
‘ไปทำงานสิ จะทำอะไรก็ทำไป’ มะลิยอมคุยด้วยแต่ก็ยังติดอาการแง่งอนอยู่
“พักกินข้าวอยู่ เหนื่อยมาก! เฮียต้องตื่นแต่เช้าเลย นอนก็ดึก จนสภาพจะเหมือนซอมบี้อยู่แล้ว” ภีมโอดครวญหวังขอความเห็นใจจากเมียเด็ก
‘สมน้ำหน้า ให้เหนื่อยให้แย่ไปเลย’
“เงินหมดยัง พอใช้ป่ะ?” เขาย่นจมูกใส่คนที่ซ้ำเติมอย่างไม่จริงจังนัก
‘ยังไม่หมด แทบไม่ได้ใช้เลย หม่าม้ากับเจ่เจ๊พากันแย่งจ่ายให้หมด’
คนสวยเล่า เพราะตั้งแต่มาเที่ยว จนจะกลับอยู่แล้ว ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าของใช้ต่างๆ ของเธอและน้องภามมีแต่คนแย่งกันจ่าย
“เงินใช้จ่ายสัปดาห์นี้เฮียไม่ต้องโอนมาแล้วนะ เดี๋ยวหนูใช้เงินที่เหลือนี่แหละ”
‘ไม่เป็นไร เหลือก็เก็บไว้ เผื่อใช้วันหลัง’
‘แล้วเงินเฮียพอใช้มั้ย? หนูมีเงินเก็บหลายบาทแล้วนะ...เฮียมาเอาไปใช้ได้’
แม้จะยังไม่หายโกรธเต็มร้อย แต่เธอก็ยังคงเป็นห่วงเขา เพราะรู้ว่าค่าใช้จ่ายในเมืองใหญ่ที่เขาเรียนอยู่ค่อนข้างสูง
“มีสิ เฮียไม่ลำบากหรอกน่า เงินเก็บของเฮียเองก็มี..เก็บเอาไว้ให้มะลิกับเจ้าอ้วนใช้นั่นแหละ”
‘กลัวจะแอบเอาออกไปเปย์สาวมหาลัยหมดแล้วอ่ะสิ’ มะลิอดแขวะเขาไม่ได้ตามประสาคนขี้หวงแถมยังปากไว
“เปย์ทำไมสาวมหาลัย เปย์เด็กมัธยมดีกว่า”
‘ตาแก่หลอกเด็ก เดี๋ยวจะแจ้งตำรวจจับข้อหาพรากผู้เยาว์’ เธอเหน็บแนมใส่คนที่กำลังทำหน้าทะเล้นใส่
“เอาดิ เดี๋ยวแจ้งคืน จำไม่ได้รึไง...ว่าครั้งแรกมะลิเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมจะข่มขืนเฮียก่อน”
‘อร๊าย! หยุดพูดเลยนะคนบ้า’
มะลิหลุดร้องออกมาเสียงหลง หันซ้ายหันขวา กลัวเจ๊พายกับหม่าม้าที่กำลังเดินชมวิวและถ่ายรูปกันอยู่จะได้ยินเข้า
กลัวพวกท่านจะรู้ว่าเธอไม่ใช่สาวน้อยน่ารัก ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่เข้าใจกันอยู่ทุกวันนี้
ก็ใครจะไปกล้าให้รู้ล่ะ ว่าเธอเองนี่แหละ...ที่วันนั้นเป็นฝ่ายอ่อย และร้องขอเฮียภีมเอง แถมเมื่อเฮียไม่ยอมตอบรับ ยังเป็นฝ่ายจัดการขึ้นคร่อมและรุกเร้าเขาก่อนเลยด้วย
นึกถึงแล้วก็เขิน ทำไมเธอถึงก๋ากั่นได้ขนาดนั้นนะ…
“นั่นแน่! เขินหรอ หน้าแดงเชียว แอบคิดลึกอ่ะดิไอ้เด็กลามก สงสัยจะอยากขึ้นเฮียอีก”
ภีมเอ่ยล้อยัยเด็กลามกเบาๆ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว ว่าใบหน้าที่แสนหวาน ลุคที่เรียบหรูราวกับคุณหนูนี้...จริงๆ ซ่อนความเปรี้ยว และความเผ็ดร้อนเอาไว้
โยกทีก็เล่นซะจนเตียงแทบพัง ทำจนเขาแตกแล้วแตกอีกเธอก็ยังไม่พอใจ ไหนจะปากอวบอิ่มและลิ้นเล็กๆ นั่นอีก เขารู้ดีว่ามันพริ้วและช่ำชองแค่ไหน ได้เมียเด็กใครว่าไม่เด็ด...ไอ้ภีมคนนี้เถียงแทบขาดใจ!
‘หยุดพูดไปเลย หนูจะไปหาหม่าม้าแล้ว’ เธอถลึงตาใส่ ใบหน้ายังคงแดงก่ำ อยากให้เขาหยุดล้อเลียนกันซักที
และเธอจะไม่บอกเขาหรอก...ว่าท้องน้อยของเธอตอนนี้บีบรัดและเสียววาบๆ จนใจกลางกายสาวเริ่มมีน้ำหวานผลิปริ่มออกมา เมื่อในหัวนึกถึงบทรักที่เธอและเขามีร่วมกันอยู่เสมอ เวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน
แต่ว่าจะโทษว่าเธอหื่นคนเดียวได้ไง! ก็ผัวเธอน่ะมักจะชอบทำตัวให้น่าขึ้น...ขย่ม อยู่กันสองคนทีไรต้องถอดเสื้อโชว์หุ่นให้น้ำลายเธอสออยู่เสมอ แถมกางเกงที่ใส่ก็เนื้อบางจนเห็นลำขนาดใหญ่ที่ดันขึ้นมาจนตึงคับกางเกง แค่นั้นยังไม่พอ...ยังชอบชักชวนให้เธอดูคลิปลามกด้วยกันบ่อยๆ บอกให้เธอได้เรียนรู้และทำตามท่วงท่าใหม่ๆ ไปพร้อมกับเขา
ซึ่งเธอก็ชอบนะ! มันทำให้เธอได้รู้และมีวิธีเอาใจผัว จนเขาติดหนึบในรสสวาทของเราจนแทบไม่ออกห่างกันถ้ามีโอกาส
ยิ่งคืนไหนที่เขากลับมาบ้าน แล้วลูกชายไม่ได้นอนด้วย คืนนั้นเธอรู้ชะตาเลยว่า...ฟ้าสาง! เขาจัดจนน้ำแทบไม่มีออกซักหยดแล้วนั่นแหละถึงจะยอมเลิกรา ดังนั้นวันที่เขากลับมาบ้าน เธอจะเหนื่อยมากเป็นพิเศษ ตอนดึกต้องดูแลผัว ตอนเช้าก็ต้องตื่นมาดูแลลูก ทั้งที่ได้นอนไปเพียงน้อยนิด เหนื่อยจนแทบจะขยับตัวลุกไม่ขึ้น
แต่มันก็เป็นความทรมานที่เธอแสนจะมีความสุขและเต็มใจที่จะรับมันไว้ตลอดไป
ตอนดึกของคืนนั้น
กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะเหนื่อยจนแทบอาเจียนก็ตาม ภีมลากร่างกลับมาถึงคอนโดในเวลาเกือบห้าทุ่ม เขาทิ้งตัวลงบนที่นอน อยากจะหลับซะตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่อีกใจก็บอกว่า...อย่าพึ่งน็อก อาจจะยังมีคนที่บ้านรอเขาอยู่
นั่นก็คือเมียรักอย่างมะลิ
หลังจากที่ได้วิดีโอคุยกันไปในช่วงเที่ยง ก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันอีก แต่ภีมก็ยังพยายามหาเวลาว่างส่งข้อความหรือถ่ายภาพไปบอกเธอ รายงานแทบจะทุกๆ สถานการณ์ที่ได้ทำ ซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงเปิดอ่าน แต่ยังคงไม่ตอบ คงเพราะยังไม่หายโกรธกันดี
Peem_pmp : นอนยัง? เฮียกลับแล้วนะ เหนื่อยมาก
เขาพิมพ์ไปบอก กลัวว่าถ้าโทรไปตอนนี้อาจจะรบกวนการนอนของคุณแม่ยังสาว
ทางด้านมะลิที่คืนนี้ได้นอนคนเดียวเช่นเคย เพราะลูกชายถูกผู้เป็นย่า ที่แทนตัวเองกับหลานว่าหม่าม้า พาตัวไปนอนด้วยเหมือนแทบทุกคืน เพราะท่านค่อนข้างจะติดหลานมาก และก็อยากให้ลูกสะใภ้อย่างเธอได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง
จริงๆ เธอง่วงนอนจนตาแทบจะปิด แต่ก็ยังอยากรอผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูก อยากรอให้เขากลับถึงคอนโดก่อน เธอถึงจะสามารถนอนหลับลงได้อย่างสบายใจ
และก่อนที่เธอจะเผลอหลับไป ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาจากคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่พอดี
นิ้วเรียวสวยกดเข้าไปอ่านข้อความนั้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเฮียภีมได้บอกว่ากลับแล้ว เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าควรตอบกลับไปดีไหม...และสุดท้ายก็ตัดสินใจกดโทร
“มะลิ ยังไม่นอนอีกหรอ?” ภีมยิ้มให้กับคนแสนงอน ที่ตอนนี้ยอมโทรมาคุยกันซักที
‘จะนอนแล้วค่ะ ว่าแต่เฮียกลับดึกจัง’
“พึ่งปล่อยน้องๆ กลับ แล้วพวกรุ่นพี่ก็ต้องคอยอยู่เก็บของกันก่อนน่ะ”
‘แล้วพรุ่งนี้มีเรียนตอนเช้ามั้ย?’
มะลิเอ่ยถามคนที่หน้าตาดูโทรมขึ้นทันตาในระยะเวลาแค่สองวัน คงเป็นผลมาจากการนอนดึกตื่นเช้า แถมยังทำกิจกรรมจนแทบไม่มีเวลาพัก
“ไม่มี อาจารย์ยกคลาสไปสัมมนาต่างจังหวัด ดีหน่อย...จะได้พอมีเวลานอนพักบ้าง”
‘ดีแล้ว ตาดำเป็นหมีแพนด้าเลย แล้วก็รีบลุกไปอาบน้ำได้แล้วจะได้รีบนอน’ มะลิบอกด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เพราะเธอเองก็ง่วงมากเหมือนกัน
“โอเค แล้วอ้วนอ่ะ ไปนอนกับหม่าม้าหรอ?” เขาไม่ลืมที่จะถามถึงลูก เพราะถ้ามีน้องภามอยู่ด้วย มะลิต้องแพลนกล้องให้ดูแล้วแน่ๆ
‘ใช่แล้ว ตอนอุ้มกันไป เจ้าอ้วนดีใจใหญ่เลยที่จะได้ไปนอนกับแม่ตัวจริง’
หญิงสาวเอ่ยถึงลูกด้วยรอยยิ้มขำ เจ้าลูกชายดูเหมือนจะติดผู้เป็นย่ามากกว่าเธอที่เป็นแม่ตัวจริงซะอีก
“ไม่ต้องเศร้านะ เดี๋ยวผัวจะรีบกลับไปนอนเป็นเพื่อน”
‘เหอะ!’ คนหน้าสวยอดไม่ได้ที่จะเขม่นมองอีกฝ่ายตาขวาง
ทำเป็นพูดดี! ไม่กลับมานอนด้วยนานแค่ไหนแล้ว เธอไม่อยากจะนับวันนับเวลา
“โอ๋ๆ ดีกันๆ เฮียขอโทษ เฮียคิดถึงมะลิมากนะ” ภีมได้โอกาสง้องอน
เขาที่ไม่เคยง้อใคร แต่ทุกวันนี้...ตั้งแต่มีเมียเด็ก ก็พัฒนาตัวเองจนง้อเก่งพอตัว ด้วยความที่เจองอนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!
ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม? ยอมรับตรงๆ ว่าเหนื่อยแหละ...แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่สุขใจและพร้อมจะยอมรับมัน
‘ไม่ต้องมาโอ๋เลย หนูไม่รอเฮียละ จะกลับหรือไม่กลับ...หนูก็ไม่สนใจแล้ว! จะไม่คิดถึงเฮียแล้วด้วย!’
ว่าอย่างงอนๆ และทำปากยื่น จนภีมหมั่นไส้นึกอยากจะหยิกปากสวยๆ นั้น
“แต่เฮียคิดถึงมะลินะ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งที่เฮียผิดคำพูด”
‘ไม่รู้ๆๆ นอนดีกว่าๆ’ คนหน้าหวานทำปากยื่นและส่ายหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“โอเคๆ นอนกันๆ ฝันดีนะ...รักครับ”
‘ฝันดีค่ะ แต่หนูไม่รักเฮียหรอก แบร่!’
คนสวยอมยิ้มดีใจที่ผัวไม่ลืมที่จะบอกรักกันเลยซักวัน เมื่อวานก็ด้วย แม้เธอจะไม่ตอบ ไม่ยอมคุยด้วยซักคำ แต่เขาก็ยังคงอัดเสียงส่งคำบอกรักมาให้เธอได้ฟังจนเผลออมยิ้ม
“ไม่รักก็ไม่รัก...แต่เฮียขอดูนมหน่อย หิวนมเมียว่ะ”
