บทที่ 4 2 หมดโอกาส

2

หมดโอกาส

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางมีโต๊ะเลคเชอร์เรียงเป็นแถวแนวยาว นักศึกษาหลายคนในห้องนี้กำลังก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบปลายภาคอย่างเคร่งเครียด บางคนเข้าใจในรายวิชานี้ดีก็ลงมือทำด้วยความรวดเร็วพอทำเสร็จก็สามารถลุกออกไปได้ทันที รอบนี้หญิงสาวตั้งใจมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะความดื้อรั้นของเธอ เธอจึงซ้ำชั้นมาสามปีเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าเธอไม่ชอบสาขานี้จริงๆ

          ใบหน้าสวยเริ่มเครียดขึ้น คิ้วสวยเริ่มขยับเข้าหากัน เพราะเธอกำลังวิเคราห์โจทย์ตัวเลขมากมายบนกระดาษข้อสอบ พร้อมกับลอบมองนาฬิกาในห้องสลับกับข้อสอบตรงหน้าอยู่บ่อยครั้ง เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่งานแฟชั่นโชว์ชุดราตรีกำลังจะเริ่มขึ้น

          “แพรพลอย”

          “อาจารย์อยากให้เธอจบสักทีนะ” อาจารย์คุมสอบเอ่ยเตือนฉันด้วยความเอือมระอากับความไม่ตั้งใจของฉัน เพราะอาจารย์ท่านนี้เห็นฉันมาบ่อยครั้งในการคุมสอบ

          “รอบนี้หนูตั้งใจค่ะ”

          “จบแน่นอน” ฉันเหลือบมองใบหน้าของอาจารย์พร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆ และรีบผละก้มหน้าทำข้อสอบอีกครั้ง ฉันเข้าใจความหวังดีของท่านและรอบนี้ฉันตั้งใจอยากจะจบสาขานี้จริงๆสักที สมองเริ่มกลับมาประมวณผล มือบางตวัดเขียนลงด้วยความมั่นใจและเข้าใจโจทย์จากที่เธอแบ่งเวลาทบทวนหนังสือ

          “เสร็จ!! ฉันทำได้แล้ว” ร่างบางรีบลุกออกไปส่งกระดาษคำตอบหน้าโต๊ะอาจารย์ พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความรีบร้อนเพราะเธอมีเวลาไม่มาก อาจารย์คุมสอบท่านเดิมที่กำลังจะอ้าปากพูด กลับต้องรีบส่ายหน้าด้วยความเห็นใจว่าลูกศิษย์ของเธอคนนี้แท้จริงแล้วเป็นคนมีความสามารถ แต่อาจจะผิดที่แค่นั้นเอง

          “อาจารย์ขอให้เธอโชคดี”

          “นะแพรพลอย”

ร่างบางเริ่มเดินกึ่งวิ่งไปที่จอดรถสำหรับนักศึกษา มหาลัยแห่งนี้เป็นมหาลัยชั้นนำสำหรับนักศึกษาต้องการจบไปทำธุรกิจ ทำให้การเรียนการสอนของที่นี้ค่อนข้างครบครัน พ่อแม่จึงส่งให้เธอมาเรียนที่นี่ แต่จริงๆแล้วเธออยากเรียนอีกมหาลัยอีกที่มากกว่า

แกร็ก~

          เธอรีบก้าวเข้าไปในรถอย่างรีบร้อน ไม่รอช้าเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อออกสู่ท้องถนนกลับพบว่ารถมากมายหลายคันติดอยู่บนท้องถนนเดียวกันกับเธอ

          “จะติดทุกที่ทุกเวลาเลยหรือไง” หญิงสาวยกนาฬิกาแบรนด์ดังที่ข้อมือขึ้นมาดู

          “เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง” นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยขับอย่างร้อนใจ คาดว่าเธอไปถึงจะมีเวลาเตรียมตัวเพียงสิบนาที งานแฟชั่นที่เธอจะไปรอบนี้เป็นงานที่เธอได้รับโอกาสมาจากรุ่นพี่อีกคน ทุกๆงานมีความสำคัญกับเธอหมดทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ ซึ่งเธอก็ให้ความสำคัญหมด ไม่นานรถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกไป แต่แล้วเสียงเตือนน้ำมันรถก็ดังขึ้น

          “โอ๊ย และก็จะมาหมดอะไรตอนนี้”

          “ละเมื่อไหร่ฉันจะเลิกเป็นคนขับ”

          “ที่ไม่ค่อยดูน้ำมันรถนะ” หญิงสาวบ่นกับตัวเองด้วยความหัวเสียอยู่ไม่น้อย

          “ยังดีนะข้างหน้ามีปั๊ม” เธอรีบหักพวงมาลัยสายตาจดจ้องไปที่เบื้องหน้าปั๊มที่ว่าง แต่ในขณะที่เธอกำลังขับเข้าไปจอด จู่ๆก็มีรถหรูสะดุดตามีแค่ไม่กี่คันในไทยขับปาดหน้าเธอไปจอดเติม

ปี๊ดดด!

          “ไม่มีมารยาท” เธอเหยียบเบรกอย่างกะทันหันด้วยความโมโห พร้อมกับจดจำหมายเลขทะเบียนรถ ‘กม 999’ อย่างขึ้นใจ แต่รอบนี้ที่เธอไม่ได้เปิดกระจกด่าสวนไปเพราะไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ จึงจำใจอดทน ไม่นานรถหรูคันนั้นก็เคลื่นตัวออกไป

          “เต็มถัง”

          “น้องเห็นไหมว่ารถคันนั้นแซงรถพี่” หญิงลดกระจกลงพร้อมกับกดเปิดฝาเติมน้ำมันให้เด็กปั๊ม

          “คะครับพี่” เด็กปั๊มท่าทางอึกอักไม่กล้าตอบกลับอะไรมากเพราะรถหรูคันนั้นคือเจ้าของปั๊มน้ำมันนั่นเองและท่าทางของเจ้านายเขาดูร้อนรนด้วย

          “คนอะไรไม่มีมารยาท”

          “รถก็หรู แต่ไม่มีสมอง”

          “อย่าให้เจออีกนะ แม่จะด่าให้หูชาเลย” หลังจากที่เธอบ่นจนเติมน้ำมันเสร็จ เด็กปั๊มเดินเข้ามาขอโทษและขอบคุณพอเห็นน้องเด็กปั๊มทำหน้าตาละห้อยเธอจึงตัดสินใจเลิกบ่น และรีบตรงไปงานแฟชั่นโชว์ต่อทันที

          “อีกครึ่งชั่วโมง”

          “ทัน ทัน” รถของเธอยังคงเคลื่อนตัวออกไปจนท้ายในที่สุดวินาทีไฟเหลืองกำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟแดง รถคันข้างหน้าเธอกลับเป็นรถคันนั้นที่ปาดหน้าเธอในปั๊มน้ำมัน

          “โอ๊ยวันดวงซวยรึไง”

          “จะไฟแดงแล้วไม่รีบขับไปละ” แต่ทว่าเธอก็ไม่ทัน ทำให้รถของเธอนั้นติดไฟแดงแทน

          “เฮ่อ”

          “นี่มันวันแห่งอุปสรรครึไงกัน” อีกไม่กี่เมตรเธอก็จะมาถึงจุดมุ่งหมาย แต่อุปสรรคก็ดันวนกลับมาหาเธอผู้โชคร้ายในวันนี้อีกครั้ง

ฟี๊บ เอี๊ยด!

          ล้อรถเริ่มส่ายไปมาไปมาการเคลื่อนตัวจึงเริ่มช้าลง หญิงสาวจึงลงมาจากรถสำรวจล้อทั้งสี่ข้างพบว่าล้อหน้าของเธอยางแบนคาดว่าเธอน่าจะขับเหยียบตะปูมา

          “ฉันเริ่มท้อแล้วนะ” หญิงสาวกลับขึ้นมาในรถพร้อมกับมองไปที่โรงแรมข้างหน้าคือจุดมุ่งหมายของเธอ เธอพยายามตั้งสติว่าควรจะเอายังไงต่อ จะทิ้งรถไว้ตรงนี้จบงานแล้วค่อยมาเอา หรือจะหาที่ซ่อมฝากไว้และรีบไปงาน สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร้านซ่อมรถด้านหน้าความคิดในสิ่งที่สองเธอจึงเลือกเอารถฝากร้านซ่อมก่อน

“เดี๋ยวหนูมาเอานะคะ” เธอรีบเปิดท้ายรถหยิบเอาชุดที่ตนนั้นตั้งใจออกแบบและทำด้วยความตั้งใจ สองขาเรียวรีบเดินไปยังร้อนรน ใบหน้าขาวจนซีดเริ่มมีเหงื่อไหลออกมาเพราะตอนนี้เป็นแดดช่วงบ่ายทำให้อาการร้อนมากกว่าปกติ

          “อีกนิดเดียว” ตอนนี้สภาพของเธอไม่ต่างไปจากยายเพลิ้ง หญิงสาวรีบวิ่งมองหาจุดลงทะเบียน และตอนนี้จุดลงทะเบียนช่างยาวเหยียด เหมือนกับวันนี้ฟ้าก็ดันเล่นตลกแกล้งเธออย่างรุนแรงอีกครั้ง

          “ปิดรับการลงทะเบียน”

          “หมดเวลา” เสียงของสต๊าฟคุมงานดังขึ้นเหมือนดับความฝันอันน้อยนิดของเธอ

          “พี่คะ ขออีกคิวได้ไหม”

          “หนูอยากโชว์ในงานนี้จริงๆ” สภาพเธอตอนนี้ไม่เหมือนทายาทธนาคารเลยสักนิด ทำให้คนมองเธอมาดูแคลนอย่างสมเพช

          “ไม่ได้จริงๆค่ะน้อง”

          “ทีหลังต้องรู้จักเผื่อเวลานะจ่ะ” สต๊าฟหญิงพูดเหน็บแนมเสร็จก็เดินเปิดประตูเข้างานไปทันที

          “หมดโอกาส อีกแล้วสินะ” หญิงสาวตอนนี้อยู่ในชุดนักศึกษาหากใครมองเธอภายนอก ไม่ต่างอะไรกับเด็กมหาลัยทั่วไปที่หอบข้าวของเต็มมือพะรุงพะรัง ภายในงานจัดขึ้นอย่างอลังการภายใต้บริษัทรถหรู

          “พลอย พี่หาเธออยู่พอดี”

          “งานขึ้นโชว์ยัง” พี่เข็มรุ่นพี่ของเธอตอนนี้มีแบรนด์เสื้อผ้าทั้งในไทยและต่างประเทศ เธอเป็นคนคอยแนะนำสิ่งต่างๆให้เธออยู่เสมอตั้งแต่สมัยพี่เข็มยังเรียนมหาลัย

          “มาไม่ทันค่ะพี่เข็ม”

          “พลอยขอโทษด้วยนะคะ”

          “วันนี้เจออุปสรรคเยอะมากเลยค่ะ” หญิงสาวตอบไปด้วยความผิดหวัง เพราะเธออยากทำในสิ่งที่เธอรักแม้โอกาสจะน้อยแต่เธอก็พยายามหาโอกาสให้ตัวเองเสมอ

          “ไม่เป็นไรนะ”

          “ถ้ามีงานอีก พี่จะรีบบอกพลอยคนแรกเหมือนเดิม” เข็มเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างเห็นใจ เพราะพลอยเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มากและตั้งใจ นิสัยน่ารัก เธอจึงอยากช่วยแนะนำ

          “เข็มไปกัน” ผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีเดินเข้ามาหาพี่เข็มด้วยความสนิทสนม หญิงสาวปรายตามองและหันกลับมองบนเวทีทันทีอย่างไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

          “พี่ไปก่อนนะพลอย”

          “ไว้เจอกันจ่ะ”

          “ค่ะพี่เข็ม สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ด้วยความเคารพ พร้อมกับมองไปที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้งพร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆกลับไปตามมารยาท แต่ผู้ชายข้างกายพี่เข็มกลับทำใบหน้าเรียบตึงใส่ ถึงแม้จะรู้สึกแต่เธอก็ไม่อยากสนใจแล้ว จึงหันมองไปบนเวทีแทน

ชายหนุ่มออกมาตามเพื่อนสาวให้ไปกล่าวเปิดงานในวันนี้ แต่ก็ดันมาเจอเพื่อนอยู่กับผู้หญิงขี้เมาคนนั้นในคลับของตัวเอง ที่ทำให้เขาต้องพยุงเธอหาที่นอน แต่หญิงสาวเมามากคงจำหน้าเขาไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป