บทที่ 6 4 ทายาทธนาคาร

4

ทายาทธนาคาร

ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์แบรนด์ดัง มือสะบัดแปรงด้วยความชำนาญปลายเข็มของอายไลเนอร์กรีดตามแนวยาวของตา มาสคาร่าเสริมแต่งทับเพิ่มความคมชัด บลัชออนแต่งแต้มแก้มขาวเนียนให้มีสีส้มอิฐนิดๆ ทำให้หญิงสาวตอนนี้สวยสะกดจากปกติเธอไม่ต้องแต่งก็สวยอยู่แล้ว

          “เบื่อจัง ทำไมฉันต้องเกิดมาบ้านทำธุรกิจธนาคารด้วยนะ” หญิงสาวส่องกระจกมองตัวเอง พร้อมกับพิจารณาหน้าตาของตัวเองอย่างนึกสมเพชกับความไม่กล้าออกจากเซฟโซน

ก๊อก ก๊อก

          “พลอยเสร็จหรือยัง” พิมเคาะประตูหน้าห้องนอนของลูกสาว เพราะในตอนแรกสามีจะเป็นคนขึ้นมาตามลูก แต่เธออาสาขึ้นมาตามลูกเองเพราะไม่อยากให้ทั้งสองมีปากเสียงกันไปมากกว่านี้

          “แม่ขอเข้าไปหน่อยนะ”

แกร็ก

          เสียงประตูบานใหญ่เปิดเข้ามา พิมเดินเข้ามาหาลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยใบหน้ายิ้มสู้ เพราะเธอเองก็เป็นภรรยาไม่กล้าที่จะแย้งอะไรสามีเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ในบางครั้งเธออดไม่ได้ที่จะสงสารลูกสาวก็ตาม

          “แต่งตัวแต่งหน้าเสร็จแล้ว”

          “ทำไมยังไม่ลงไปอีกล่ะลูก” พิมเอื้อมมือลูบผมตรงยาวสวยของลูกด้วยความเอ็นดู

          “พลอยไม่อยากไปเลย”

          “แม่ก็รู้ว่าพลอยไม่มีความสามารถด้านนี้”

          “พลอยไป ก็มีแต่จะทำให้พ่ออายขายขี้หน้าเขาไปเปล่าๆ” เธอไม่ชอบงานหาสังคมแบบนี้เพราะนอกจากจะต้องสวมหน้ากากใส่กันไม่พอ ยังต้องโอ้อวดกันไปมาอีก

          “พลอยทำได้นะ”

          “แม่เชื่อความสามารถของพลอย”

          “ลูกสาวแม่เก่งอยู่แล้ว”

          “พ่อกับแม่มีพลอยคนเดียว ถ้าทายาทธนาคารไม่เป็นพลอย”

          “จะให้ไปเป็นของใครล่ะ” พิมพยายามจะอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจ เพราะถ้าหากไม่ได้พลอยสานต่อ คงต้องบริจาคธุรกิจเก่าแก่สมัยรุ่นปู่ย่าพ่อของสามีให้แก่มูลนิธิ

          “พลอยจะลองดูนะคะ”

ไม่นานรถตู้คันหรูถูกจอดยังบริเวณลานกว้างของโรงแรมขนาดใหญ่ห้าดาว งานสมาคมแบบนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักธุรกิจต้องการหาพาร์ทเนอร์ในการหาแหล่งเงินทุน แบ่งกำไร เพื่อความมั่นคงและเติบโตของธุรกิจ พ่อฉันเดินเข้าไปในงานอย่างมีจุดหมายมั่นไว้แล้วว่าวันนี้ต้องการจะเจอใคร และเราสามคนก็มาเจอครอบครัวหนึ่งแต่งตัวดูดีสไตล์ไฮคลาส ทำให้รู้เลยว่าฐานะทางบ้านดีขนาดไหน

          “สวัสดีครับคุณชัยชนา คุณปริม” พัฒน์เอ่ยทักทายด้วยความเคารพคนตรงหน้าอยู่มาก

          “สวัสดีครับคุณพิม คุณพัฒน์”

          “สวัสดีค่ะลูกสาวสวยจังเลยนะคะ” ปริมชื่นชมลูกสาวของพัฒน์ด้วยความชื่นชม เพราะหลังๆมาครอบครัวเธอและครอบครัวพัฒน์เข้ามาคุยธุรกิจกันมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้ธุรกิจของพัฒน์ต้องการความน่าเชื่อถือ บริษัทของครอบครัวเธอให้เงินลงทุนเข้าไปช่วยในธนาคารบีพี ก็จะทำให้ธนาคารกลับมามีชื่อเสียงพร้อมกับความน่าเชื่อถือได้อีกครั้ง

          “ขะ ขอบคุณค่ะคุณน้า” ฉันยกมือไหว้เพราะพ่อเอาแขนขยับมาสะกิดมือฉัน

          “แล้วนี่ก็ลูกชะ ชาย”

          “เอ้าหายไปซะละ” ปริมจะแนะนำลูกชายของตนที่กำลังโสดอยู่พอดีให้ครอบครัวนี้ได้เผื่อจะได้ดอง หากเด็กถูกใจกันแต่ทว่าเจ้าลูกชายของเธอนั้นได้หายไปซะแล้ว

          “ผมเห็นลูกไปกับเบนซ์น่ะ” ชัยชนารู้เพราะเขามองลูกชายอยู่ว่าเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อน

          “ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ”

          “แต่ถ้ามีอากาสไว้มาทานเข้าที่บ้านกัน”

ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวก็ได้ยืนคุยกันอย่างออกรส โดนมีผู้ใหญ่คนอื่นเข้ามาร่วมบ้างหลายคน จนทำให้เธอนั้นรู้สึกเริ่มเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อยจนในที่สุดเธอจึงเดินออกมาหาของทานเล่นไปเรื่อยๆ สายตาของเธอหันไปเห็นไวน์หลากหลายรสชาติจึงเดินเข้าไปอย่างรู้สึกชื่นชอบมัน

          “หู้ว มีหลายตัวเลยที่ยังไม่เคยลอง”

          “คุณผู้หญิงสนใจตัวไหน บอกได้นะคะ” บริกรสาวยืนประจำตำแหน่งเครื่องดื่มเอ่ยแนะนำอย่างเป็นกันเอง

          “ตัวนี้รสชาติเป็นยังไงคะ”

          “Domaine de la Romanée Conti (โดเมน เดอ ลา โฮรมาเน กงติ)”

          “กลิ่นจะออกเป็นดอกไม้ รสชาติละมุนมากค่ะ เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงเลยค่ะ” บริกรสาวอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มชวนให้อยากคุยด้วยนานๆ

          “ขอแก้วหนึ่งจ่ะ” ไม่นานแก้วไวน์ในแก้วนั้นเป็นน้ำสีแดงอมดำ หญิงสาวเอื้อมมือเข้าไปรับพร้อมกับดมกลิ่นอย่างช้าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ชวนให้เธอยกแก้วนั้นขึ้นมาจิบช้าๆ ลิ้นรับสัมผัสทำงานอย่างตั้งใจในการลิ้มรสหวานละมุนทานง่าย จวนให้เธออยากจะซื้อกลับบ้าน

          “รสชาติดีจริงๆด้วย”

          “ที่นี่มีขายไหมคะ” แต่ในขณะที่เธอบริกรสาวกำลังจะเอ่ยตอบ เธอกลับรีบก้มหน้าก้มตาลงทันทีอย่างหวาดกลัว ทำให้หญิงสาวหันไปตามก็พบกับผู้ชายหน้าตาดี เธอจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่หน้าบึ้งตึง...เพื่อนพี่เข็มนั่นเอง

          “ไม่มีขาย มีไว้ให้ชิมเท่านั้น” ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยิบแชมเปญขึ้นยกดื่มอย่างไม่แคร์สายตาใคร การกระทำนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่ชอบใจเพื่อนพี่เข็มอย่างมาก เพราะในครั้งแรกที่เธอเจอกันกับเขา เธอเยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร กลับได้การตอบรับบึ้งตึงเย็นชามาแทน

          “อ่อ พอดีฉันไม่ทราบค่ะ”

          “รสชาติอร่อยดีเผื่ออยากจะซื้อกลับบ้าน เลยถามดู” หญิงสาวไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับชายหนุ่มตรงหน้า จึงหันหลังเตรียมที่จะเดินออกไป แต่ทว่าเสียงทุ้มก็ดังขึ้นซะก่อน

          “QQ Bar VIP Club มีขาย” เมื่อหญิงสาวได้ยินชื่อคลับบาร์นั้น ก็ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรเพราะเธอชอบไปนั่งดื่มที่นั่นคนเดียวเป็นประจำอยู่แล้ว

หลังจากที่หญิงสาวเดินออกไป ชายหนุ่มยังคงดื่มแชมเปญพรางมองแผ่นหลังขาวเนียนชวนน่าสัมผัสนั้นอย่างละสายตาไปไม่ได้ เพราะวันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเปิดแผ่นหลัง หน้าอกล้นออกมาคาดว่าน่าจะล้นมือทำให้เขาเผลอรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เขายืนมองเธอตั้งแต่เธอเดินเข้าไปหาโซนเครื่องดื่มแล้ว แล้วคงคิดไว้อยู่แล้วว่าหญิงสาวคงชอบดื่มมาก เพราะเหตุการณ์คืนนั้นที่เธอเมาไม่มีสติ

          “กูน่าจะดื่มเยอะไป” ตอนนี้สายตาของเขาก็ยังไม่ละสายตาไปไหน อาจจะเสมองไปทางอื่นบ้าง แต่ก็วนกลับมาหาเธออีกครั้ง เพราะตอนนี้หญิงสาวได้เดินเข้าหาครอบครัวของเธอแล้ว

          “มองอะไรนักหนาวะ” ไม้เดินเข้ามาพร้อมกับหยิบแชมเปญตัวโปรด เพราะการจัดงานรอบนี้ของพวกเขาทั้งสามต้องการจะหาแหล่งเงินทุนและหาธุรกิจใหม่ๆ พร้อมร่วมลงทุน ส่วนเครื่องดื่มราคาแพงพวกนี้เขาทั้งสามพากันหามาให้แขกในงานได้ชิมก็เพื่อเสริมสร้างความให้ใจกัน

          “เปล่า กูมองไปเรื่อย”

          “ไม่เห็นมีอะไรให้น่าสนใจเลย” เบนซ์ตอบอย่างปากไม่ตรงกับใจ แต่สายตาคมก็ยังคงจ้องมองหญิงสาวขี้เมาคนนั้น

          “กูไม่ได้อะไรเลยวันนี้”

          “แต่ไม่เป็นไร ได้ดื่มได้เจอเพื่อนก็พอใจละ”

          “เป็นไงมึง ได้ไปกี่ธุรกิจแล้ว” ไม้เอ่ยแซวเพื่อนพร้อมกับหยิบแชมเปญโปรดอย่างรู้ใจไปให้ปัญที่พึ่งเดินเข้ามา

          “สองว่ะ กูว่าน่าสนใจมาก”

          “วันหลังค่อยคุย แม่กูตามละ”

          “ขอบใจที่หยิบให้” ปัญรับแชมเปญจากเพื่อนสนิทมาพร้อมกับเดินไปหาแม่ของตนที่โทรตามเขาทุกห้านาที

“ดื่มมาอีกแล้วใช่ไหม”

          “เมื่อไหร่แกจะเลิกเป็นผู้หญิงดื่มเหล้าสักที” ในขณะที่พ่อกำลังบ่นฉันเพราะพ่อเห็นฉันเดินไปอยู่โซนเครื่องดื่มมา หากว่าฉันเดินไปหาร่วมลงทุนกับคนอื่นแน่นอนว่าพ่อไม่บ่นฉันแน่ ระหว่างเรากำลังจะเดินออกจากงานก็เจอกับผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่งดูดีเหมาะสมกัน

          “น่าสงสารลูกสาวเนาะ”

          “มีพ่อขี้บ่นแบบนี้” เป็นคุณลุงผู้ชายอายุน่าจะเท่าๆกันกับพ่อฉันเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเหมือนไม่ถูกใจกันมานาน

          “ลูกของฉัน แล้วมันหนักหัวแกรึไงวะ” พ่อฉันสวนคุณลุงคนนั้นอย่างไม่ยอม แม่พยายามจึงแขนพ่อแต่ทว่าพ่อกลับสะบัดออก

          “ก็ไม่ได้หนักอะไร แค่สงสารเด็กมันน่ะ”

          “ธุรกิจก็กำลังจะเจ๋งเพราะรุ่นพ่อมันดูแลไม่ดีเอง” บีมเย้ยยันอีกฝ่ายอย่างสะใจเพราะเขาและพัฒน์ต่างเป็นคู่อริสมัยหนุ่มๆ เรื่องแย่งผู้หญิงกันบ้าง คู่แข่งในชั้นเรียน ทำให้ทั้งสองไม่ค่อยถูกกันอย่างกับโกรธแค้นกันมานาน

          “พอเถอะค่ะคุณ คนเริ่มมองกันแล้ว”

          “กลับกันเถอะค่ะ” แม่ของฉันรีบดึงพ่อออกมา คุณป้าผู้หญิงคนนั้นก็เช่นกัน ทำให้ในระหว่างทางกลับบ้านบนรถเงียบสนิทพ่อของฉันนั่งสงบสติอารมณ์ คุณแม่มองวิวนอกกระจก ส่วนฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูงานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อจะได้เตรียมออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าล็อตใหม่

 -----------------------------------------------

ลูกก็ไม่ชอบขี้หน้ากัน พ่อกับเเม่สองบ้านก็ไม่ถูกกันอีก

ฝากกดถูกใจ + คอมเม้น + เพิ่มเข้าชั้น = กำลังใจน้อยๆให้เค้าด้วยน้า

พบกันใหม่พรุ่งนี้ค่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป