บทที่ 7 5 l ทำไม

5

ทำไม

          หญิงสาวเดินขึ้นมาบนห้องนอนด้วยความเร่งรีบ หลังจากที่เธอได้กดสมัครเข้าร่วมงานแฟชั่นที่จะเริ่มขึ้นในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ แต่พรุ่งนี้เธอเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานในบริษัทของพ่อแล้ว

          “ออกก่อนหนึ่งชั่วโมง คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง”

          “เราก็ไม่ต้องพักเที่ยงสิ” ร่างบางเดินตรงเข้ามาหาชุดราตรีลายปักดอกไม้ด้วยความประณีตที่ยังไม่โดนโชว์ให้คนอื่นได้เห็น จากเมื่อหลายวันก่อนที่เธอไปลงทะเบียนไม่ทัน ชุดราตรีนี้เธอตั้งใจออกแบบมาหนึ่งปี เพราะเธอยังเรียนอยู่จึงแบ่งเวลามาทำได้ค่อนข้างน้อย

          “ได้เวลาของเธอแล้วจ่ะ” หญิงสาวเริ่มปลดชุดของตัวเองออกก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ร่างกายอรชนของเธอหยุดอยู่หน้ากระจกสะท้อนให้เห็นถึงความสวยของตัวเอง มือบางดึงแผ่นแปะจุกสีเนื้อออกจากเต้านมสวย พร้อมกับค่อยๆเกี่ยวสายแพนตี้ลายลูกไม้ออก ในขณะที่เธอกำลังไล่สายตาทั่วร่างกาย แต่จู่ๆสายตาคมของใครบางคนก็ฉายเข้ามาในหัว เหมือนกับเขาคนนั้นกำลังมองเรือนร่างของเธออยู่

          “บ้าจริง ทำไมต้องนึกถึงด้วย” ใบหน้าสวยเริ่มแดง เลือดในกายสาวเริ่มไล่ระดับความร้อนออกมา หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลกๆบริเวณกลางกายสาวจนหญิงสาวเริ่มรู้สึกอาย ทำให้ขาสวยรีบก้าวเข้าไปใต้ฝักบัว บิดหมุนความแรงของน้ำจนสุดระดับ

ซ่า ซ่า

          มือสวยกดแชมพูลูบไล้ผิดกายขาวละเอียด ความเย็นของน้ำพรมชโลมกายทำให้อุณหภูมิร้อนเมื่อครู่เริ่มลดลง

•••

ธนาคารบีพี

          ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ ตอนเป็นเด็กพ่อของฉันมาพาเล่นบ่อยครั้ง ฉันจำได้ขึ้นใจเลยว่าอยากไปเที่ยวสวนสนุกมาก แต่พ่อก็ยังไม่เคยพาฉันไปเลย ฉันร้องไห้กระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจทำให้พ่อต้องลงมือตีเพราะความดื้อรั้นในวัยเด็กของฉัน ในขณะที่ฉันกำลังเดินเข้ามาในอาคาร ก็มีพนักงานอาวุโสเดินเข้ามาหายกมือสวัสดีด้วยความเคารพ

          “สวัสดีค่ะคุณพลอย” เธอชื่อคุณริน เป็นเลขาฝีมือดีของคุณพ่อฉันนั่นเอง และวันนี้เธอก็ได้รับมอบหมายมาสอนงานฉัน

          “สวัสดีค่ะคุณริน” ฉันยกมือรับไหว้กลับอย่างเคารพ ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นทายาทแต่ความสามารถถือว่ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ

          “คุณพลอยทานอะไรมาหรือยังคะ”

          “ยังเลยค่ะ” ฉันไม่ได้กินข้าวที่บ้านมาเพราะมัวแต่เตรียมของที่จะไปโชว์แฟชั่นด้วย หากกินข้าวอีกพ่อคงได้บ่นว่าชักช้าละไม่ก็ลามไปเรื่องแฟชั่นอีก...

          “งั้นเดี๋ยวเราไปหาซื้ออะไรรองท้องก่อนไหมคะ”

          “คาดว่าวันนี้เราน่าจะเรียนรู้งานกันอย่างหนักเลย” รินมีความเป็นห่วงเจ้านายตัวเอง และเธอก็เห็นใจหญิงสาวที่ต้องโดนครอบครัวบังคับให้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

          “เราต้องเดินมาไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” เท่าที่เธอจำได้บริษัทของเธอมีร้านอาหารอยู่ชั้นบน

          “ช่วงเช้ากับกลางวันร้านอาหารของเราไม่เพียงพอต่อพนักงานค่ะ”

          “บางคนก็ห่อข้าวมาเอง”

          “บางคนก็เดินไปแบบเรานี่ค่ะ” ถึงว่าทำไมเธอเห็นพนักงานหลายคนห่อกล่องข้าวมาเอง ไม่นานฉันและคุณรินก็มาถึงร้านกาแฟสดที่มีแต่พนักงานธนาคารบริษัทฉันอยู่ในร้านนี้กันเต็มร้าน

          “คุณพลอยรับเป็นเมนูอะไรดีคะ”

          “พลอยขอเป็นอเมริกาโน่ร้อนค่ะ”

          “พลอยขอเพิ่มสลัดอกไก่ด้วยค่ะคุณริน ขอบคุณนะคะ” ระหว่างที่คุณรินต่อคิวสั่งอาหาร ฉันจึงถือสำรวจร้านนี้อย่างพิจารณา เธอเริ่มรู้สึกสงสารพนักงานที่ต้องเดินออกมาหาของกิน เหนื่อยกับงานตัวเลขไม่พอเรื่องบริการลูกค้าอีก เธอจึงคิดถึงสิ่งหนึ่งเก็บไว้ในใจเตรียมที่จะเสนอคุณพ่อ

          “คุณพลอยได้แล้วค่ะ” ในระหว่างที่ฉันกับคุณรินกำลังเดินออกจากร้านนี้ก็มีพนักงานด้านในกำลังพูดในสิ่งที่ฉันต้องสะดุดฟัง

          “นี่ใช่ไหมทายาทคนต่อไป”

          “ดูไม่เหมาะสมเลย แบบไม่มีความรู้” พนักงานคนนั้นตั้งใจจีบปากจีบคอพูดเม้ากับเพื่อนอย่างออกรส คุณรินตั้งท่าจะเดินกลับไป ฉันจึงรีบดึงแขนคุณรินเอาไว้

          “ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ”

          “เราสามารถเป็นคนที่ทุกชอบได้หรอก”

ภายในห้องทำงานส่วนตัว ตอนนี้บนโต๊ะทำงานของฉันมีเอกสารแต่ละแผนกต้องอ่านก่อน โดยมีคุณรินนั่งอยู่ด้านหน้าคอยให้คำแนะนำและตอนนี้ก็ได้ย้ายโต๊ะทำงานมาอยู่หน้าห้องฉันเรียบร้อย

          “น้ำส้มค่ะ” น้ำส้มคั้นสดถูกวางมาไว้ด้านหน้าเจ้านายสาวคนสวย

          “ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวหยิบน้ำส้มขึ้นมาจิบพร้อมกับก้มหน้าก้มตาไล่อ่านเอกสารสำคัญอย่างตั้งใจ เพราะส่วนหนึ่งเธอก็อยากรีบไปงานแฟชั่นเหมือนกัน

ครืด ครืด

          “อนุญาตรับสายนะคะ” เสียงโทรศัพท์ของคุณรินดังขึ้น ฉันจึงผายมือเชิญให้รับสายได้โดยไม่ต้องเกรงใจ

          “ค่ะลูกสาวโทรมาหาแม่เวลานี้มีอะไรจ่ะ”

          “ได้สิ ได้สิลูก”

          “ทำให้เต็มที่เลยนะ”

          หลังจากที่คุณรินวางสาย ฉันเผลอยิ้มหวานส่งไปให้อย่างดีใจ

          “ลูกโทรมาขอเรียนเต้นเพิ่มค่ะ”

          “ดีจังเลยค่ะ พลอยอิจฉาจัง”

          “พลอยอยากให้แม่และพ่อเข้าใจพลอยบ้าง” ใบหน้าสวยเริ่มละห้อยปนปลงๆกับชีวิต จึงทำให้อีกคนรับรู้ถึงความอึดอัดนั้น

          “คุณพลอยอย่าน้อยใจไปเลยค่ะ”

          “รินจะสนับสนุนคุณพลอยเอง”

          “คุณรินรู้เหรอคะ” หญิงสาวตาลุกวาวเป็นประกายที่มีคนมองเห็นถึงความชอบและความตั้งใจของเธอ เลขาของคุณพ่อพยักหน้าให้

          “งั้นวันนี้พลอยขอตัวนะคะ”

          “พรุ่งนี้พลอยจะรีบมาอ่านต่อค่ะ เหลืออีกหนึ่งแฟ้ม” จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็รีบกดลิฟท์ลงไปชั้นจอดรถของผู้บริหารและรีบมุ่งหน้าสู่งานแฟชั่นรอบนี้ เธอสมัครเข้าร่วมกับงานครีมบำรุงผิวแบรนด์ดัง

“ชุดสวยมากเลยพลอย”

          “มีคนชมเยอะมาก นี่มีคนเข้ามาถามแล้วนะว่าคุณพลอยคือใคร” พี่เข็มเอ่ยชมเช่นเคย

          “ขอบคุณมากเลยค่ะพี่เข็ม”

          “ขอบใจนะจ่ะดาว” ดาวคือนางแบบประจำของเธอ เป็นเด็กขยันน่ารัก รับงานใส่ชุดที่เธอออกแบบมาหลายงานแล้ว

          “พี่โอนค่าจ้างแล้วนะ”

          “ขอบคุณค่ะพี่พลอย ดาวไปก่อนะคะ”

          “วันนี้พี่จะไปปาร์ตี้กัน พลอยสนใจไหม”

          “วันนี้พลอยยังไม่สะดวกค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” เธอรู้สึกอยากพักสงบศึกกับพ่อจึงเลี่ยงที่จะไปที่นั่น

          “เอาไว้รอบหน้าห้ามปฏิเสธพี่นะ”

รถยนต์หรูกลับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลทำธุรกิจการเงินมาหลายรุ่น ฉันเปิดหยิบเอาชุดราตรีที่มีพลาสติกคลุมไว้เป็นอย่างดีถือกลับเข้าในบ้าน

          “โดดงานไปไหนมา” และแล้วเสียงคุ้นหูที่ปวดแก้วหูมากที่สุดก็ดังขึ้น

          “คุณพ่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไมคะ”

          “อีกอย่าง วันนี้พลอยเรียนรู้งานทั้งวัน”

          “ไม่ได้พักเที่ยงด้วยซ้ำ นั่นมันนอกเวลางานแล้วค่ะ” หลังจบประโยคฉันก็รีบที่จะเดินเลี่ยงคุณพ่อไปทันที

หมับ แคว๊ก!

          “เมื่อไหร่แกจะเลิกทำชุดบ้าบออะไรนี่ ห๊ะ” พัฒน์กระชากชุดราตรีของลูกสาวด้วยความโมโหผิดปกติ วันนี้เขาเข้าไปในบริษัทเจอรินเลขาของเขากำลังเก็บเอกสารในห้องลูกสาว โดยไร้ร่างของลูกสาวเพียงคนเดียว

          “พะ..พ่อ อย่า!!”

          “พลอยตั้งใจทำมากเลยนะ” หญิงสาวร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่คิดเลยว่าพ่อของเธอจะลงมือทำร้ายชุดซึ่งตอนนี้สภาพขาดหลุดลุ่ย

          “ฉันมีสมบัติให้แกสานต่อ”

          “มีหน้ามีตามากกว่าทำไมแกถึงไม่เอา”

          “มีหน้ามีตามันก็กินไม่ได้นะคะ” ประโยคนี้ทำเอาให้พัฒน์โมโหมากจนกระทั่ง..!!

เพี๊ยะ!

          แรงตวัดฝ่ามือสากประทับลงบนใบหน้าสวยแรงสะบัดอย่างแรงทำให้เกิดรอยนิ้วมืออย่างชัดเจน ด้วยสีผิวขาวเนียนละเอียดของเธอทำให้รอยนั้นเด่นชัด

          “อ๊ะ ฮึก..ก”

          “พอได้แล้วคุณพัฒน์ แค่นี้ลูกเจ็บมากพอแล้ว” พิมรีบวิ่งเข้ามาหากอดฉันเอาไว้ พร้อมกับร้องไห้ออกมาเช่นกัน

          “เพราะคุณให้ท้ายลูก มันถึงไม่เคยเชื่อฟังฉันเลย”

          “ไปลูกไป รีบขึ้นไปบนห้องเถอะนะ” ฉันรีบก้มเก็บเศษชุดที่ขาดออกจากกันด้วยความเสียใจ พร้อมกับรีบวิ่งขึ้นบนห้องหนีเสียงของพ่อและแม่กำลังทะเลาะกันเพราะฉัน

          ฉันตัดสินใจเก็บข้าวของเตรียมไปหาคอนโดอยู่ข้างนอกเพื่อตัดปัญหา แต่ฉันก็ยังจะเข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทอยู่นะ เพียงแค่ว่าไม่กลับบ้านแค่นั้นเอง ถือซะว่าครึ่งทางกับพ่อฉันละกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป