บทที่ 7 เลี่ยง

    Chapter06. เลี่ยง

    หลายวันต่อมา....

    @มหาวิทยาลัยริชบูม

    ” วา เรียนเสร็จไปจอร์ดแฟร์กันไหม ไหนเธอบอกอยากกินยำไง วันนั้นเธอเบี้ยวนัดฉันนะ “

    เสียงของยู่ยี่ ยัยเฉิ่มแสนเชยดังอยู่ข้างหูฉันทำเอาฉันค่อยๆ ผละหน้าจากเอกสารการเรียนหันไปมองเพื่อนด้วยสายตาที่ยิ้มแห้งขั้นสุด

    ” วันหลังได้มั้ยยี่ ช่วงนี้ฉันนอนที่เพ้นท์เฮ้าส์แด๊ดอะ เธอก็รู้ว่ามันอยู่ไกลแค่ไหน ฉันไม่อยากมีปัญหากับแด๊ดเพราะฉันกลับบ้านค่ำหรอกนะ “

    ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันชวนยู่ยี่ไปกินยำที่ห้ามแห่งหนึ่ง ฉันก็ต้องตัดใจยกเลิกนัดไปเพราะตอนนั้น....ฉันไม่สบายจับไข้เป็นวัน อีกทั้งอาการปวดร้าวกึ่งกลางลำกายยังไม่หายดี (เพราะผู้ชายเฮงซวยคนนั้น)

    จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยมาถึงวันนี้ ฉันก็ยังไม่ได้ออกไปไหนกับยู่ยี่เลยสักครั้ง ยกเว้นไปกลับมหาวิทยาลัยกับเพ้นท์เฮ้าส์ อันที่จริงฉันไม่ชอบการขับรถไปที่ไกลๆ แต่ทำไงได้ล่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีตัวเลือกขนาดนั้น

    ฉันพยายามหลบเลี่ยงกลุ่มเพื่อนของพี่ชายตัวเองเป็นอย่างมาก ฉันไม่ได้ไปหาพี่วินที่คอนโดอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น เพราะฉันไม่อยากแม้แต่จะเจอหน้าเขา....ผู้ชายคนนั้นที่ใจร้ายกับฉันและเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดของชีวิตฉันในตอนนี้

    พี่เจคอป....

    “แปลกๆ นะเนี้ย ปกติเธอมักจะสิงอยู่ห้องพี่วินไม่ใช่เหรอ “

    ” ก็ใช่ แต่ช่วงนี้ฉันเบื่อไง พี่วินขี้บ่นจะตาย “ฉันเเสร้งโมโหพี่ชายกลบเกลื่อนความจริงในใจของตัวเอง 

    ที่ผ่านมาพี่เจคอปก็มีทักมาหาฉันอยู่บ้างนะ เขาคงอยากพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นละมั้ง อันนี้ฉันก็ไม่ค่อยเเน่ใจว่าเขามีอะไรจะคุยกับฉันอีกในเมื่อวันนั้นเขาปฎิเสธออกมาแล้ว ฉันก็เลยเลือกที่จะไม่ตอบ ในเมื่อทุกอย่างมันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ คงไม่มีทางที่เขาจะสามารถรับผิดชอบความรู้สึกของฉันได้ทั้งหมดหรอก

    เพราะแบบนั้น....ฉันถึงได้พยายาม เลี่ยงเขาอย่างสุดความสามารถ

    ” จริงเหรอ น่าเสียดายจัง “

    อีกด้าน

    @คอนโดนาวิน

    ร่างสูงล้มตัวลงนั่งด้วยสีหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก แต่ถึงแบบนั้นเพื่อนๆ ในกลุ่มก็เริ่มชินชาไปกับความนิ่งเงียบของเจคอปในช่วงนี้ นับว่าเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นเขาไปไหนมาไหนและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ฟูมฟายหรือเพ้อหาอดีตคนรัก เหมือนวันแรกที่ถูกทิ้งไป

    ” มึงมองหาอะไร? “นาวินที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คเอ่ยถามคนตรงหน้าออกมาด้วยสีหน้าสงสัย

    ตั้งแต่ที่เจคอปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา เขาก็เห็นมันนั่งหันซ้ายหันขวา ราวกับว่ากำลังหาอะไรสักอย่าง

    ” ไม่มีอะไร วันนี้พวกมันไปไหนหมด” ปากหนาเลือกที่จะถามออกไปแบบนั้น

    “น่าจะกำลังเตรียมตัวกันอยู่”

    “เตรียมตัว?” เจคอปถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจือปนความสงสัยเล็กน้อย

    “ลืมหรือไง วันนี้ผับกูเปิดวันแรก หัดอ่านแชทกลุ่มซะบ้าง” เจ้าของคอนโดเหลือบตาขึ้นมาตอบกลับอย่างไม่ได้จริงจังนักก่อนจะหันไปสนใจงานตรงหน้าตามเดิม

    เจคอปได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่จะหยิบโทรศัพท์จากในกระเป๋ากางเกงออกมาเปิดดูแชทกลุ่ม ซึ่งน่าแปลกใจที่เขาเพิ่งเห็นว่าเพื่อนนัดกันไปผับไอ้วินคืนนี้ เขาถึงได้โผล่มาที่นี่ทันทีที่เรียนเสร็จ

    หลายวันมานี้พวกเขานัดดื่มที่ห้องของนาวินทุกวัน แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของเจคอป เขามาที่นี่ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการที่จะมาเจอหน้าน้องสาวของเพื่อน แต่ทว่า...หลังจากวันนั้น มันก็น่าแปลกใจเป็นอย่างมากที่เขาไม่เคยเห็นนาวามาที่นี่อีกเลย

    ดวงตาคมเหลือบไปเห็นแชทที่เขาส่งไปหาน้องสาวเพื่อนก่อนจะตดสินใจกดเข้าไปดูว่าเธออ่านบ้างหรือยัง ทั้งๆ ที่เขาส่งข้อความบอกไปว่าอยากเคลียร์เรื่องนั้นกับเธอ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนตัวเล็กจะตอบกลับมาเลย

    ดื้อดีจริง

    Message

    เจคอป : พรุ่งนี้มาคุยกันหน่อยไหม

    เจคอป :?

    เจคอป : ทำไมถึงไม่ตอบ

    ใบหน้าหล่อผละออกจากโทรศัพท์หรูเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่มีวี่แววว่าจะอ่าน หลังจากวันนั้นที่เจสซี่วางสายโทรศัพท์ใส่หูเขา เจคอปก็เลือกที่จะอยู่กับตัวเอง ทำใจยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น แม้จะรู้สึกนึกถึงอดีตที่ผ่านมาในบางที แต่การที่ได้ออกมาดื่มเหล้ากับเพื่อนทุกคืนก็ทำให้เขาพอที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากพวกนั้นมาได้

    จะเหลือก็แต่เรื่องของนาวา....ที่ร่างสูงยังคงรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกผิดต่อนาวินที่นั่งอยู่กับเขาในตอนนี้เป็นอย่างมาก สิ่งที่เขาทำ เขารู้ดีว่ามันผิดและเขาอยากจะรับผิดชอบในส่วนที่เขาพอจะสามารถทำได้ นั่นถึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาถึงได้อยากเจอนาวาที่พยายามหลบหน้าเขาอยู่ทุกวันนัก

    เขารู้ว่าหญิงสาวตั้งใจทำแบบนั้น

    “ช่วงนี้ไม่เห็นน้องสาวมึงมาที่นี่เลยนะ” ปากหนาอดที่จะถามออกไปไม่ได้

    “อืม ก็คงวุ่นๆ อยู่กับเรื่องเรียนละมั้ง ปีหนึ่งก็แบบนี้แหละเรียนหนัก”

    “.....” เจคอปทำได้เพียงพยักหน้าตอบกลับไป ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ถ้าอีกคนไม่อยากคุยหรือได้ความรับผิดชอบอะไรจากเขา เขาก็คงทำอะไรไม่ได้

    “แล้วนี่คือจะใส่ชุดนี้ไปผับกูเหรอ” นาวินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเจคอปที่ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษา (แบบผิดระเบียบ)

    “กูจะไปละ” ว่าจบกายกำยำก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ในเมื่อคนที่เขาต้องการเจอไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องอยู่อีกต่อไป

    “เออๆ เจอกันดึกๆ” นาวินตอบกลับแบบส่งๆ เพราะเขากำลังเช็คระบบหลังบ้านของร้าน ‘The Winner Pub' ที่กำลังเปิดทำการเป็นวันนี้เป็นวันแรกของตัวเองอยู่อย่างตั้งใจ

    “อืม”

    ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงหัวค่ำอยู่เลย อีกนานกว่าจะถึงเวลาออกไปท่องราตรี เจคอปที่รู้สึกเบื่อนิดหน่อย จึงเลือกที่จะตรงดิ่งกลับคอนโดของตัวเองไป

    คอนโดที่เขากำลังจะขายได้เร็วๆ นี้เพราะเขาไม่ต้องการ เก็บความทรงจำระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ในหัวสมอง พร้อมกับทำการทำเรื่องซื้อคอนโดใหม่เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็แต่ขนของออกไป....

    หลายนาทีต่อมา...

    ครืด~ ครืด~

    ร่างสูงที่เพิ่งเดินออกมาจากในห้องน้ำ เดินตรงดิ่งมาหาโทรศัพท์ของตัวเองที่กำลังสั่นไหวอยู่ ก่อนที่เจคอปจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามา

    ท่านพ่อ

    “ฮัลโหลครับ” มือหนาไม่รอช้าที่จะกดรับสายทันที 

    ‘ทำอะไรอยู่ ว่างคุยไหม ‘เจษเอ่ยปากถามลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเองขึ้นมา

    “ครับ ว่าง พ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ”

    ’พอดีเดือนหน้าพ่อว่าจะพาแม่แกไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ช่วงครบรอบวันแต่งงานน่ะ ไปประมาณครึ่งเดือน ช่วงนั้นแกพอจะเข้ามารับตำแหน่งที่บริษัทแทนพ่อได้หรือเปล่า ‘

    “แต่ผมอายุยี่สิบอยู่เลยนะครับพ่อ มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ” เจคอปถามกลับอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

    แม้เขาจะเรียนรู้งานที่บริษัทเจทีคอเปอเรชั่นมาตั้งแต่อายุย่างเข้าสิบหกปีแล้วก็เถอะ แต่ถึงแบบนั้น การให้เขาเข้าไปรักษาการตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดแทนพ่อ แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ

    ’อายุไม่เกี่ยวหรอกนะ พ่อรู้ว่าแกเก่งแค่ไหน ถึงจะไม่ได้เลือกเรียนบริหารเพราะเบื่อกับธุรกิจที่บ้านก็เถอะ แต่แกรู้ใช่ไหมว่าสุดท้ายพอแกเรียนจบ แกก็ต้องมาบริหารที่นี่แทนฉัน’

    “......” ร่างสูงเงียบไปพักใหญ่เมื่อได้ยินแบบนั้น

    ที่เขาเลือกเรียนนิเทศศาสตร์แทนที่จะเรียนบริหารนั่นเป็นเพราะเขาเบื่อ ลำพังในชีวิตจริงพ่อก็สอนเขาทำงานมาแทบจะตลอดอยู่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เขารักคือการได้เป็นตากล้อง เป็นช่างภาพ เป็นผู้กำกับ เจคอปเชื่อเหลือเกินว่านอกจากเจทีคอเปอเรชั่นจะเป็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ระดับประเทศแล้ว บริษัทนี้สามารถเป็นได้มากกว่านั้นแน่นอน ทันทีที่เขาเรียนจบ....เขาจะทำให้พ่อเห็น

    ‘ว่าไง ตกลงจะให้พ่อลางานไปฮัลนีมูลกับเมียไหม ‘

    เมื่อโดนยิงคำถามแบบนั้น ร่างสูงก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ในเมื่อพ่อของเขาเลือกที่จะเอาแม่มาอ้าง แบบนั้นเขาคงไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธ

    ” ครับ เอาแบบนั้นก็ได้ “

    ’อืมดี ถ้าแกทำผลงานออกมาได้ดี พ่อจะประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะให้แกรับช่วงต่อ ‘

    “เอาที่พ่อสบายใจเลยก็ได้ครับ ผมคงปฎิเสธอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”

    ‘หึ ดีมากไอ้ลูกชาย ‘

    เมื่อวางสายจากบิดาไปแล้ว ร่างแกร่งที่อยู่ในสภาพผ้าขนหนูห่อกายผืนเดียวก็ยกมือขึ้นเสยผมเปียกของตัวเองอย่างลวกๆ เพื่อระบายความรู้สึกหลายอย่างที่ช่วงนี้บีบบังคับเขาเหลือเกิน

    อันที่จริงเขายังไม่พร้อมที่จะเป็นประธานหรือรับตำแหน่งอะไรทั้งนั้น เพราะเขายังอยากที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบไปก่อน แต่พอถึงเวลาโดนมัดมือชก....อย่างนี้ก็คง เลี่ยงอะไรไม่ได้สินะ

    #ขอกำลังใจหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้รู้สึกหสดแพชชั่นมากเลยค่ะ ไม่รู้ว่าที่เขียนอยู่มันดีหรือเปล่า 😂

บทก่อนหน้า
บทถัดไป