บทที่ 2 ตอนที่1/2 ไม่มีทางเลือก (2)
พวกเรามีบ้านอยู่ข้างกัน หน้าต่างห้องนอนตรงกัน ช่วงยังเรียนประถมเวลาพ่อเมาอาละวาด เด็กสาวมักจะแอบย่องข้ามรั้วมาเคาะหน้าต่างพาเขาหลบออกไปซ่อนตัวที่ห้องนอนเธอเสมอ ใส่ชั้นในครั้งแรกก็เอามาอวด แอบชอบไอ้หนุ่มหน้ามนคนไหนก็เล่าให้ฟัง ป้อมปราบจึงไม่ปิดบังพูดจาอ้อมค้อม ปัญหาของครอบครัวเขาเมลลินรู้เห็นตลอดอยู่แล้ว
“ถ้ามีเงินรักษาน้าปุ้ม ปราบจะไปเรียนต่อกับเราใช่ไหม”
ป้อมปราบไม่อยากรับปากส่งๆ จึงหยิบก้อนหินอีกก้อนมาขว้างลงน้ำเบี่ยงความสนใจ เมลลินเองยังคงไม่รามือยอมถอย ความเงียบของเพื่อนสนิทยามนี้ทำให้เธอนึกกลัว
อยากให้เขาไปเรียนต่อที่อื่นด้วยกัน เหตุผลหลักๆ ไม่ใช่เพราะมีแนวความคิดว่าใบปริญญาเท่านั้นที่จะทำให้คนมีคุณค่า แต่เป็นเพราะต้องการช่วยป้อมปราบให้เลิกยุ่งเกี่ยวทำงานผิดกฎหมายกับพวกเจ้าพ่ออิทธิพลเถื่อนในพื้นที่
ยิ่งน้าปุ้มล้มป่วย เธอยิ่งแน่ใจเลยว่าเขาจะหวนกลับไปเดินสายรับส่งของให้พวกมันอีก
การเจรจาหาข้อสรุปไม่ลงอย่างเคย พระอาทิตย์อัสดงใกล้ลับหลังภูเขาแล้ว ป้อมปราบจึงปั่นจักรยานพาเมลลินกลับบ้าน เขากรอกใบสมัครเรียนมหาวิทยาลัยตามใจเธอจนเสร็จ ประมาณห้าทุ่มของวันนั้นก็แต่งตัวกลมกลืนกับความมืดปีนออกทางหน้าต่างเงียบเชียบ
ไม่ให้แม่ที่พักรักษาตัวอยู่ห้องข้างๆ เห็น และไม่ให้แม่ทูนหัวอีกคนซึ่งขณะนี้ปิดไฟนอนไปแล้วรับรู้ด้วย
“ดึกดื่นป่านนี้จะไปไหนของเขา”
ไม่ออกประตูแต่ปีนหน้าต่าง ทำตัวน่าสงสัยเชียว เมลลินเงี่ยหูฟังว่านอกห้องนอนของเธอยังมีคนอยู่หรือเปล่า ครั้นได้ยินเสียงบิดาก่นด่านักมวยในโทรทัศน์จึงได้จัดเตียงวางหมอนข้างให้เหมือนว่าเธอยังนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม
สามสิบนาทีต่อมาที่บ้านร้างชั้นเดียวลึกเข้าไปในป่าท้ายหมู่บ้าน เมื่อมองจากด้านนอกจะเห็นรถกระบะสีมะเมื่อมคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ แสงสว่างเล็ดรอดออกมาจากสิ่งปลูกสร้างบ่งบอกว่าด้านในมีคนมากกว่าสองคนกำลังทำบางอย่าง เมลลินสอดส่ายสายตาระวัง ซ่อนจักรยานไว้ข้างถนนป่ารกชัฏ แล้วดึงหมวกฮูดด้านหลังขึ้นมาคลุมปิดศีรษะเอาไว้
เด็กสาวลัดเลาะอำพรางตามเงามืดเข้าไปใกล้ ฟังว่าขณะนี้พวกคนข้างในกำลังคุยธุระอะไรกัน
“ถ้ารอบนี้ส่งของราบรื่นไม่มีปัญหา เสี่ยฝากมาบอกว่าค่ารักษาพยาบาลแม่เอ็ง เสี่ยจะช่วยทั้งหมด”
ป้อมปราบชะงักมือที่กำลังตรวจเช็คสินค้าผิดกฎหมาย ไม่ได้กล่าวอะไรตอบเพราะทราบดีว่าอีกฝ่ายยังพูดไม่จบ
“หลังจากนั้นเอ็งต้องมาทำงานให้เสี่ยเต็มตัว เสี่ยประทับใจที่โดนจับคราวที่แล้วเอ็งไม่ซัดทอดถึงเสี่ย”
เด็กหนุ่มในหมู่บ้านส่งของให้พวกเขาสิบกว่าคน พอโดนตำรวจลงจับไปสอบก็ใจเสาะสารภาพหมด ป้อมปราบเป็นเพียงคนเดียวที่ปากแข็งไม่ยอมรับ ต่อให้ถูกซ้อมตอนสอบปากคำหนักแทบตายก็ทนจนวินาทีสุดท้าย
เดิมพวกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มไม่รอดแน่ ทว่าเวลาต่อมากลับถูกปล่อยตัวเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ภายหลังมีการติดต่อเข้ามาขอทำงานอีกครั้งเจ้านายใหญ่จึงมอบโอกาสนี้ให้พิสูจน์ตัวเอง
“บอกเสี่ยว่าขอบคุณ”
ป้อมปราบน้ำเสียงเยียบเย็นไม่ได้แสดงออกว่ายินดี บางทีลึกๆ แล้วเขาคงอยากละทิ้งชีวิตแบบนี้แล้วหนีไปเรียนกับเด็กสาวตาหวานมากกว่า แต่ไม่ได้ แม่คือผู้หญิงอีกคนที่สำคัญกับเขา จะปล่อยให้ท่านเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด
“โอ๊ย!”
“ลูกพี่ผมได้ของดีมาฝาก” ชายหน้าบากแววตากระหายหื่นผลักผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาด้านใน หล่อนมีใบหน้าสะสวยไร้เดียงสา ดูนุ่มขาวราวกับกระต่ายตัวน้อย ทว่าไม่ได้อ่อนแอเปราะบางอย่างรูปลักษณ์ กลับกระด้างกระเดื่องจะโต้กลับ ทำให้ชายโฉดสามคนด้านในชอบใจไม่น้อย
“อู้ว!…ลมอะไรหอบมาจ๊ะคนสวย ไอ้หน่องมึงเบามือกับน้องเมลลินของกูหน่อย เดี๋ยวจะช้ำก่อน” หัวหน้าใหญ่สุดเดินมาหาเมลลินพร้อมรอยยิ้มสื่อเจตนาไม่ดี มือหยาบสากยื่นไปหวังสัมผัสแก้มของเธอ แต่ไม่ทันได้ทำก็มีคนมาหยุดไว้
เมลลินถอยไปหลบอยู่ข้างหลังเขา นิ้วมือเกาะเสื้อคนที่ปกป้องไว้แน่น และใช่…เธอถูกจับได้ ไม่น่าประมาทเลย
“พี่รู้จักพ่อครูเฉลิมนี่ เสี่ยเอาเด็กมาเรียนมวยกับครูเฉลิม ทางที่ดีอย่ายุ่งกับเธอ”
“ฮึ!…แล้วไงวะ ถ้าน้องเมลลินเป็นเมียกูตอนนี้ ครูเฉลิมกลายเป็นพ่อตาก็คงไม่พูดมาก มึงหลบไปดีกว่าไอ้ปราบ ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน”
“ก็ลองดู” ป้อมปราบเปลี่ยนไปจากก่อนหน้าสิ้นเชิง เขาค่อนข้างนิยมสันติไม่ชกต่อยกับใครง่ายๆ แต่หากเป็นเรื่องของคนที่เขารัก ต่อให้ต้องเผชิญกับความตายก็ไม่รู้สึกกลัว
สามชายโฉดมองหน้ากันไปมา ประเมินแล้วป้อมปราบน่าจะไม่ยอมถอยก็จำต้องใคร่ครวญให้ดี อายุเด็กหนุ่มแค่นี้แต่เป็นถึงศิษย์เอกของยอดครูมวยเฉลิม ทั้งเสี่ยก็อยากให้มาทำงานด้วย แลกกันสุดทางย่อมได้ไม่คุ้มเสียพวกเขา
ป้อมปราบพาเมลลินกลับไปส่งที่บ้านก่อนค่อยไปทำงานตามคำสั่ง เด็กสาวเหนี่ยวรั้งดึงตัวเขาเอาไว้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมให้ไปไหนเด็ดขาด
“เมล เธอรู้ว่าเราทำไปเพราะอะไร ขอล่ะ อย่าห้าม”
ใช่สิ เธอย่อมรู้ว่ายังไงป้อมปราบก็ไม่มีทางหยุด เด็กสาวอดกลั้นยอมปล่อยมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเบาๆ
“แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะปราบ ต่อไปค่ารักษาน้าปุ้มเราจะช่วยปราบเอง อย่าด่วนตัดสินใจทำเรื่องสิ้นคิด ห้ามปฏิเสธเรา ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกันอีก”
