บทที่ 5 ตอนที่3/1 เจอกันอีกครั้ง (1)
จากนั้นไม่รู้คิดอะไร จู่ๆ เขาก็ดึงตัวเธอเข้ามาในอ้อมแขน ประกบริมฝีปากแตกแห้งขบกลีบปากอ่อนนุ่มของเธอ จูบเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาชั่วอึดใจหนึ่งค่อยผละออกช้าๆ
“ตั้งหลักได้แล้วปราบจะกลับมาหานะ”
เมลลินตัวแข็งพยักหน้าเหม่อลอยมองเด็กหนุ่มสวมหมวกเดินหายไป
ความรู้สึกที่เสียจูบแรกวันนั้นอยู่ในความฝันของเธอทุกค่ำคืน ผ่านไปสองปีเต็มๆ ก็ยังคงฝังแน่นไม่เลือน หากย้อนเวลากลับไปได้ ก่อนจากกันเธอน่าจะตีคนฉวยโอกาสสักป้าบ
คนบ้าที่ไหนเขาจูบเพื่อนเล่า...
สองปีต่อมา
ในห้องพักนักศึกษาพื้นที่สี่สิบกว่าตารางเมตร บนเตียงนอนแสนนุ่มสบาย เมลลินบิดขี้เกียจตัวเป็นเกลียวควานมือปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นลุกขึ้นนั่งสะลึมสะลือเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูว่าเช้าป่านนี้เป็นใครส่งข้อความเข้ามา
[ตื่นหรือยังคนขี้เซา อย่าลืมว่ามีงานเช้า เราผ่านหอเมลพอดี เดี๋ยวไปรับนะ]
เมลลินเลิกคิ้วสูง มีความไม่สะดวกใจระลอกหนึ่งกระเพื่อมขึ้นในดวงตา จะว่าเธอไม่รู้จักปล่อยวางก็ได้ เรื่องรักๆ ใคร่ๆ กับความรู้สึกอึดอัดใจตลอดสองปี วิธีหลบหลีกต้นเหตุคือทางออกเดียวที่เหมาะใช้ตัดปัญหาที่สุด
แทบไม่ต้องคิดก็ตอบปฏิเสธอีกฝ่าย แล้วก้าวขาผ่องผาดเรียวยาวลงจากเตียงไปอาบน้ำชำระอารมณ์
สามสิบนาทีหลังจากนั้นที่มหาวิทยาลัยเอ็ม
ขณะชับรถชะลอให้นักศึกษากลุ่มใหญ่เดินข้ามทางม้าลาย ใครบางคนก็ได้ถือวิสาสะกระโดดขึ้นมาคร่อมนั่งซ้อนหลังเวสป้าสีแดงเดือดของเมลลิน สองมือเกาะเอวเธอแน่น ทำราวกับว่าพวกเขารู้จักมักจี่กันดีมาก
หญิงสาวเหลือบตาก่นด่าเสียงแผ่วผ่านกระจกมองหลัง จ้องอีกฝ่ายราวกับจ้องคนสติไม่ดี ครั้นเห็นว่าใช่อย่างที่คิดไม่ผิดก็ส่ายหน้าเอือมระอาหนหนึ่งแล้วรีบบิดคันเร่งไปยังตึกคณะต่อ
“นี่ถ้าครั้งหน้าโผล่มาทางด้านหลังอีก อย่าหาว่าฉันใจร้ายนะ”
ทำคนอื่นตกใจกลางถนน แม่ไม่อัดให้น่วมสักยกก็บุญแล้ว โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงยังทำเล่นทำหัวเป็นเด็กกะโปก นี่ถ้าเผลอบิดคันเร่งมิดเข็ม เธอกับไอ้คนที่มันกระโจนขึ้นซ้อนท้ายคงได้พากันหน้าแหก
“อิเจ๊บ่นไรแต่เช้าวะ ไม่เจอกันเป็นเดือนนึกว่ากลับบ้านไปเอาหมาออกจากปากแล้วซะอีก”
“หน็อยย!” เมลลินถอดหมวกกันน็อกปล่อยผมยาวดั่งคลื่นน้ำตกลงคละบั้นเอว รีบถอดกุญแจรถแล้วสะพายกระเป๋าผ้าใบเก่งวิ่งไล่เตะคนปากไม่ดี
“หมาในปากแกน่ะสิ จะหนีไปไหน กล้าพูดก็มาสู้กัน ฉันจะอัดแกให้ตายวันนี้แหละ” ต้องมีเรื่องให้หัวร้อนแต่เช้า ไอ้เพื่อนไม่รู้จักโตนี่ก็ขยันแหย่เธอนักแหละ ไม่กวนบาทาสักวันสงสัยจะกินข้าวไม่อร่อย
อนุรักษ์วิ่งนำโด่งไปยังลานกว้างนักศึกษาดาษดื่น เห็นพวกพ้องกำลังจัดเตรียมกลองตั้งวงสันทนาการกันขันแข็งก็โกยอ้าวไปขอความช่วยเหลือ
“ไอ้เจตน์ ไอ้ปาล ช่วยกูด้วย อิเจ๊มันจะฆ่ากู”
คนทั้งสองเจ้าของชื่อเพียงเงยหน้ามองผ่าน ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างที่ควร เพราะอนุรักษ์มักจะหาเรื่องให้ตัวเองเป็นประจำ ปากอย่างมันไม่น่าเชื่อเลยว่าจะอยู่รอดโตมาได้จนถึงตอนนี้
เพื่อนพ้องต่างหันหน้าหนี ทว่ามีคนหนึ่งหวังดีรีบเข้ามาล็อกตัวอนุรักษ์ไว้ เอ่ยข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงชวนขนพองสยองเกล้า
“อิเจ๊จับไว้ให้แล้ว จัดการเลย” ภรันชายหนุ่มหน้าขาวราวกับกระดาษใช้แรงแขนรัดอนุรักษ์แน่น เขาชอบนักแหละเวลาที่ได้เห็นคนปากหมาโดนเจ๊ใหญ่สั่งสอน
“ไอ้รัน ไอ้คนทรยศ ไอ้คนใจร้าย ปล่อย…อึก!”
สรรพนามพ่อขุนยังไม่หลุดออกจากปากก็ถูกกำปั้นน้อยๆ ของหญิงสาวอัดเข้าจนจุก ต่อหน้าต่อตาน้องใหม่และเพื่อนต่างสาขา วิธีการดุร้ายทารุณนี้สร้างความตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
ผิดกับกลุ่มหนุ่มๆ วิศวกรรมยานยนต์บริเวณนั้น พวกเขาต่างพากันหัวเราะชอบใจ สมน้ำหน้าอนุรักษ์คนละคำสองคำ โดนสักทีจะได้นิสัยดีขึ้น
“มันทำอะไรอีกล่ะ”
“กระโดดมาซ้อนหลังฉันกลางถนนไง เล่นไม่ดูตาม้าตาเรือ ยังมีหน้ามาบอกให้ฉันเอาหมาออกจากปาก ปากแกน่ะสิ” เมลลินโมโหจนขนพอง เตะขาเรียวผ่องที่ถูกอนุรักษ์เกาะเกี่ยวอย่างไม่สบอารมณ์
“ขอโทษคร้าบบ ไม่ทำอีกแล้ว ไม่เจอกันนานก็แค่หยอกเล่นหน่อยเดียวเอง จะโมโหทำไมขนาดนี้”
“ลองมาเป็นฉันดู บางทีอาจไม่ได้ต่อยแกแค่หมัดเดียว” เมลลินค้อนตาคว้ำใส่
“ขอโทษแล้วไง คืนดีกันนะ โอ๋ๆ”
“เฮอะ!เอาอีกสักหมัดไหม เลิกเกาะขาเมลเหมือนเห็บได้แล้ว”
อนุรักษ์หันไปมองเจ้าของเสียงกระด้างหู รีบปล่อยขาผ่องผาดของเมลลินแล้วกระโดดล็อกคออีกฝ่าย “ไอ้เชี่ยรัน ไอ้เพื่อนไข่หมา วันนี้ไม่อัดมึงจนเรียกกูว่าพ่อก็ลองดู….”
นักศึกษาที่กำลังสนใจใคร่รู้เหตุการณ์
(“…”)
นี่ก็คือปีสามวิศวกรรมยานยนต์รุ่นพี่พวกเขา เล่นกันเป็นเด็ก เดี๋ยวก็ด่ากันเดี๋ยวก็ทุบกัน ภาพลักษณ์ดิบ เถื่อน เท่ โหด ซึ่งมักจะนิยามความเป็นหนุ่มวิศวะเละเทะหมด สิ่งที่เห็นอยู่ชวนให้นึกถึงฝูงอนุบาลน้อยเอาแต่ใจ หมดสิ้นแล้วซึ่งความขี้เก๊กเคร่งขรึมอย่างที่ควร
เมลลินหายอารมณ์เสียก็นั่งแหมะลงที่ม้านั่ง รอบด้านรายล้อมไปด้วยผู้ชายคุ้นหน้าคุ้นตาเพื่อนร่วมชั้นปี
จุดรวมตัวนี้ดึงดูดความสนใจผู้คนไม่น้อย นอกจากเมลลินที่เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ทรวดทรงอกเอวแน่นเซี๊ย ก็ไม่มีมนุษย์ผู้หญิงอื่นปะปน ให้ความรู้สึกราวกับแมวขาวขนพองผู้เป็นลูกพี่ท่ามกลางฝูงหมาฮัสกี้ซื่อบื้อ
เมลลินย่อมไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นเป้าสายตา แต่ก็เลือกมากไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเธออยากถูกรายล้อมด้วยเจ้าพวกกวนบาทาสักหน่อย หากเพราะในปีที่เธอเข้าเรียนไม่มีเพื่อนนักศึกษาสาวสักคนเลยต่างหาก
