บทที่ 1 ข่าวลือ 1
บ่ายๆ แบบนี้ ได้ฟังละครวิทยุสักเรื่องก็ดีเหมือนกัน
ดาหวันอ้าปากหาววอดโดยไม่ปิดปาก ขณะที่เท้าคางมองไปยังสตรีร่างเล็กกะทัดรัด วัยสี่สิบปีดีดักกำลังเล่าข่าวดังข่าวเด็ดประจำวันให้ฟัง มอบอรรถรสยามบ่ายสำหรับพนักงานที่หน้าตาเคร่งเครียด อย่างแผนกวิศวกรรม ด้วยการเม้าท์มอยชาวบ้าน ออกไม้ออกมือ ใส่สีตีไข่อย่างไม่เกรงใจว่าเรื่องราวจะจริงเท็จแค่ไหน
แต่ก็ยังมีคนฟัง นอกจากดาหวันที่ตาแทบจะปิดอยู่แล้ว ก็ยังมีเพื่อนผู้ชายในแผนกหลายคนหยุดงานที่ทำ ก่อนจะหันมาตั้งใจฟังเรื่องเล่าที่คุณพี่รับอรุณแต่งขึ้น
คงหวังว่าจะช่วยให้พวกเขาได้ผ่อนคลายจิตใจล่ะมั้ง แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้พักสมอง หยุดใช้ปัญญา หลังจากที่เครียดกับการทำงานมาแทบจะทั้งวัน
“ถ้าพี่เล่าไป สัญญาก่อนว่าจะเหยียบไว้ที่นี่” พอจบเรื่องเก่า ธุรการสาว (แก่) ของโรงงานก็ขึ้นเรื่องใหม่ แน่นอนว่าประโยคนี้มันใช้ได้ เชื่อเถอะว่าคนในแผนกเธอไม่มีทางเอาพูดที่ไหนหรอก แต่ตัวพี่เขาเองมากกว่าที่จะสาธยายไปทั่ว
พอได้ยินอย่างนั้นดาหวันขำพรืดออกมา แต่ก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี หญิงสาวหันไปหาเพื่อนสนิทอย่างก้องภพ ที่นั่งทำงานอยู่คอกตรงข้ามกัน ยักคิ้วหลิ่วตาให้กับเพื่อน ประหนึ่งต้องการนินทารุ่นใหญ่อย่างรับอรุณที่สิบนาทีผ่านไปนางก็ยังปักหลักอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน
ความจริงมันน่าขำตั้งแต่รับอรุณมาที่นี่ ทั้งที่ไม่ได้มีธุระปะปังอะไร เพียงแค่เดินผ่านเพื่อจะไปหาบอสใหญ่ เพื่อนำเอกสารไปส่ง หรือทำอะไรจิปาถะ ตามตำแหน่งหน้าที่ธุรการที่มีมานานหลายสิบปี
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้รับอรุณติดใจแผนกนี้ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี เดินผ่านวันละกี่ครั้งก็ตาม แต่รุ่นพี่สาวใหญ่ก็จะหยุดเดินเมื่อถึงหน้าโต๊ะเหล่าวิศวกร ที่นั่งหันหน้าเข้าหากันแต่กั้นเป็นคอกอย่างเป็นสัดเป็นส่วนเรียงราย จากนั้นก็ทำการอภิปราย ไม่ก็เล่าข่าวประจำวันแบบเรียลไทม์
ซึ่งดาหวันเดาว่า อาจเป็นเพราะแผนกของเธอมีแต่ผู้ชาย ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกไม่มีปากไม่มีเสียงล่ะมั้ง อย่างเธอเองที่เป็นผู้หญิงคนเดียวของแผนก ต่อให้รู้ไปก็ไม่คิดจะไปเล่าให้ใครฟัง เมื่อเพื่อนของเธอก็มีแต่ผู้ชายในแผนกทั้งนั้น ส่วนเพื่อนสนิทผู้หญิงก็มีแต่รุจา ผู้ซึ่งเป็นเลขาฯ ของบอส ที่หากไม่นัดแนะเจอกันข้างนอก ก็ใช่ว่าจะเจอได้โดยง่าย
“เหยียบจนมิดเลยล่ะครับพี่อรุณคนสวย” ก้องภพตอบกลับ เขาไม่ได้อยากฟัง แต่ก็เย้าแหย่ให้มันครึกครื้น แก้ง่วงแก้เหงายามบ่าย
ซึ่งสาววัยสี่สิบ พอถูกชมว่าสวยก็อดยิ้มไม่ได้ ยิ่งเห็นว่ามีคนกระตือรือร้นจะฟัง ยิ่งอยากเล่าไปกันใหญ่
คราวนี้ถึงกับวางเอกสารในมือลง จากนั้นก็ยืนอยู่หัวโต๊ะของเหล่าวิศวกร และเริ่มเรื่องราวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยรสชาติ
“ก็มีข่าวใหม่น่ะสิคะ” จีบปากจีบคอไม่พอ ยังยกไม้ยกมือประกอบเป็นฉากๆ “มีคนบอกพี่ว่าเมื่อวาน เห็น Audi RS 5 Coupe quattro ของบอส โฉบเฉี่ยวไปรับนักศึกษาแถวมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง แว่วๆ มาว่าเป็นลูกหลานนักการเมืองชื่อดัง แถมตอนนี้ยังอยู่ในสังกัดชื่อดัง เตรียมตัวเป็นนางเองช่องดังอีกนะคะ”
“อะไรจะดังขนาดนั้นครับ” หนึ่งในเหล่าวิศวกรเอ่ยถาม
“แหม ก็ดังกระฉ่อนจริงๆ นะคะ คิดดูเถอะค่ะว่าไปขนาดนั้นยังมีคนจำเรื่องมาเล่าได้ นี่ถ้าไม่ติดว่าบอสแต่งงานแล้ว พี่ก็คงคิดอกุศลว่าแกคั่วอยู่กับเด็กมหาลัย”
“นี่ขนาดไม่คิดนะเนี่ย” ก้องภพเอ่ยแซว ซึ่งก็ได้รับค้อนวงใหญ่กลับไป
“น้องก้องมาว่าพี่ไม่ได้นะคะ พี่ฟังเขามาอีกที แต่รับรองว่าการันตีจากวงใน ว่าเรื่องนี้มีมูลอย่างแน่แท้”
“แต่ไม่เห็นจะแปลกนี่ครับพี่อรุณ ปกติเรื่องของบอสก็ไม่ได้ต่างจากนี้” เพราะหากทำงานที่นี่มานาน ย่อมรู้ถึงกิตติศัพท์ของผู้เป็นนายดี ถึงจะแต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนนับหลายปี แต่บอสของพวกเขาก็มีเรื่องทำนองนี้ ไม่ใช่ว่ากิ๊กไปทั่ว แต่ก็คั่วแค่คนมีระดับ
เห็นชัดๆ ก็นักธุรกิจสาว เจ้าของร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ที่ไม่ได้เมาท์กันระดับชาวบ้านในโรงงานอย่างพวกเขา แต่เป็นข่าวคราวในวงสังคมไฮโซแบบที่คนทั่วไปก็รับรู้ได้
“แต่คราวนี้พี่ว่าแปลกค่ะน้องก้อง” รับอรุณตาโต บ่งบอกว่าค้านหัวชนฝา “จากที่ได้ยินวงในเล่ามา คราวนี้รู้สึกว่าจะ ‘จริงจัง’ ”
“จริงจังยังไงพี่ ก็บอสแต่งงานแล้ว”
รับอรุณทำเสียงจิ้จ๊ะขัดใจ ถ้าไม่ติดว่าเจ้าพวกนี้ไม่ค่อยไปพูดต่อ นางก็ไม่อยากจะมาพูดคุยด้วยเท่าไหร่ เพราะความที่พวกมันเป็นผู้ชาย เวลาเล่าไปก็ไม่เข้าใจ ใช้ศัพท์แปลกหน่อยก็ไม่ค่อยเก็ท
ส่วนผู้หญิงคนเดียวอย่างดาหวัน ก็ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา ถึงแม้จะเม้าท์ด้วยแล้วสนุก มีเรื่องให้ต่อปากต่อคำได้เป็นที่เฮฮา เรื่องอื่นนี่แย่งเธอพูดน้ำไหลไฟดับ แต่พอเป็นเรื่องของบอสเมื่อไหร่ก็ปิดปากเงียบ ไม่รู้ว่าแม่นี่จะกลัวกระทบกับหน้าที่การงานไปทำไม ก็รู้ๆ อยู่ว่าฝ่ายบริหารไม่เข้ามายุ่งกับพวกวิศวกรติสท์แตกอย่างพวกนี้อยู่แล้ว
