บทที่ 10 ความบังเอิญของตัวปัญหา 1
หกเดือนก่อนหน้า ชาร์ลีกำลังจะกลับบ้าน ขาเรียวยาวของเขากำลังเดินออกมาจากห้องทำงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าเลขาฯ หน้าห้องอย่างรุจา ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ไปไหน
พอเห็นอย่างนั้นจึงหยุดชะงักและเอ่ยทัก “งานโหลดเหรอคุณรุจา ทำไมจะสองทุ่มแล้วยังไม่กลับบ้าน”
รุจาเองก็สะดุ้งเสียงของเจ้านายหนุ่มที่ปกติจะกลับบ้านก่อน หรือถ้ากลับทีหลังก็ไม่ต่ำกว่าสามทุ่ม เธอคาดการณ์ว่าเขาคงอยู่อีกนาน จึงไม่คิดว่าร่างสูงจะเดินออกมาแล้วเจอกับเธอในสภาพที่หัวยุ่งหัวยีในเวลานี้
“เปล่าค่ะบอส” จะให้บอกว่ายังไง ว่าเธออยู่เก็บโอทีเพราะใช้มันฆ่าเวลาในระหว่างที่รอคนรักมารับกลับบ้าน “นุชตั้งใจจะเก็บงานนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้มีงานค้างหรือว่าทำไม่ทัน”
โชคดีว่าชาร์ลีพยักหน้ารับ เขาไม่ได้ซักถามอะไรมาก เหตุเพราะคงมั่นใจในฝีมือของเลขาฯ อย่างเธอที่ร่วมงานกันมานาน ตั้งแต่เรียนจบที่รุจาเข้ามาทำงานที่นี่ เริ่มตั้งแต่เป็นผู้ช่วยเลขาฯ ของเหมวัตร จนกระทั่งตอนนี้เป็นมือซ้ายของเขา เธอก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้เขาต้องกังวลใจ
“แล้วจะกลับหรือยัง กลับได้แล้วมั้ง ชั้นบนไม่มีใครอยู่แล้วนะ”
ปกติชั้นบนจะเป็นในส่วนของฝ่ายงานบริหาร ชั้นสองจะเป็นธุรการ บัญชี บุคคล ส่วนชั้นล่างยาวติดไปกับไลน์ผลิต จะเป็นในส่วนของเหล่าวิศวกรนับสิบและพนักงานฝ่ายผลิตหลายร้อยคน ดังนั้นในเวลานี้ ต่อให้ชั้นล่างจะยังมีคนทำงาน แต่ชั้นบนก็เงียบ โดยปกติแล้วฝ่ายบริหาร นอกจากชาร์ลีที่เป็นรองประธานบริษัท กับเหมวัตรที่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ก็ไม่มีใครเขาอยู่กัน
เช่นวันนี้ก็มีแต่เขา แม้แต่เหมวัตรก็กลับไปแล้ว เลยสงสัยว่าทำไมหญิงสาวยังคงอยู่ตรงนี้ได้
แต่รุจายังคงอึกอัก เธออยากอยู่ตรงนี้จนกว่าก้องภพ ชายที่ครองตำแหน่งแฟนจะมารับ ไม่อยากลงไปชั้นล่างแล้วนั่งรอในที่ที่คนอื่นกำลังทำงาน หรือพูดอีกอย่างก็คือไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา
เพราะเจ้านายอาจจะยังไม่รู้ ว่าตอนนี้เธอกับก้องภพ ผู้เป็นหนึ่งในวิศวกรของโรงงานกำลังแอบคบหากัน ด้วยความที่ไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นจุดสนใจในที่ทำงาน เลยต้องรอเวลาที่แฟนหนุ่มมาถึง กะเวลาให้พอดี พอเขามาปุ๊บเธอก็ก้าวขึ้นปั๊บ แล้วก็ชิ่งหนีไป
แต่ตอนนี้ยังไม่มีท่าทีว่าก้องภพจะมาถึง เหตุเพราะติดพันอะไรบางอย่างที่ปลีกตัวมาไม่ได้
“กลับเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“แต่ว่า ...” ชักทำใจลำบาก แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง หญิงสาวจึงก้มดูมือถือ เมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มส่งมาว่ายังออกมาไม่ได้ เธอเลยตัดสินใจตกลง “งั้นรบกวนบอสหน่อยนะคะ”
ติดรถเจ้านายไปลงที่ร้านเหล้าที่พวกนั้นดื่มอยู่ คงจะดีกว่ารอหมอนั่นมารับ แล้วอีกอย่างการไปที่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อีกทั้งเธอจะได้ไปช่วยก้องภพจัดการ เพราะดูเหมือนว่าตรงนั้นจะเกิดเรื่องใหญ่
รุจาเลยรีบเก็บของ พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ตามร่างสูงของเจ้านายหนุ่มไปหน้าโรงงาน ไม่ต้องรอให้เสียเวลาก็เห็นรถคันหรูของเขาจดอยู่ตรงนั้น เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน โดยไม่ต้องเดินย้อนไปยังลานจอดรถให้เสียเวลา
ซึ่งเหมวัตรคงจัดการให้อีกตามเคย ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอารมณ์ร้อนใจ แต่รุจายังหยุดชื่นชมคนที่สอนงานเธอมาตั้งแต่แรก นับถือรุ่นพี่คนนี้จริงๆ ที่ทำงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องได้ขนาดนี้
เธอก้าวขึ้นรถคันหรูของเจ้านายหนุ่ม แม้ไม่ได้สนิทมากแต่ก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี
“เดี๋ยวรบกวนบอสจอดตรงร้านเหล้าตรงนั้นให้นุชหน่อยนะคะ”
หญิงสาวเอ่ยขึ้น เมื่อเจ้านายหนุ่มขับรถออกมาได้สักพัก ห่างจากโรงงานไม่ไกลมาก ขณะที่กำลังจะขับผ่านร้านเหล้าที่พวกนั้นดื่มสังสรรค์กันแต่หัววัน รุจาก็ร้องขอให้เขาจอด เป็นที่น่าแปลกใจของผู้เป็นนาย
“ปกติคุณไม่ดื่มไม่ใช่เหรอ” ชาร์ลีเอ่ยถามเพราะข้องใจ ไม่ได้ต้องการละลาบละล้วง
“เอ่อ นุชจะแวะหาเพื่อนค่ะ พวกวิศวกรของโรงงานเราดื่มกันอยู่ที่นี่” แทบไม่ทันได้ฟังที่เธอบอก ชาร์ลีก็เห็นว่า ‘พวกวิศวกร’ ที่เธอกล่าวถึงคือใครบ้าง “บอสจอดตรงข้างทางก็ได้ค่ะ”
แทนที่จะจอดข้างอย่างที่เธอบอก ชาร์ลีกลับตบไฟเลี้ยวพุ่งตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่หน้าร้าน เมื่อเห็นด้วยสายตา ก็เดาได้อย่างรางๆ ว่ากลุ่มคนที่อยู่ตรงนั้น กำลังมีเรื่องมีราว ไม่เชิงว่าทะเลาะกัน แต่ก็มีการขัดแย้งเกิดขึ้นแน่ๆ
ถ้าเป็นปกติ ชาร์ลีก็ไม่คิดจะเข้าไปวุ่นวายให้กลายเป็นธุระของตัวเองหรอก แต่ดูเหมือนครั้งนี้เขาจำเป็นต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่ยืนมุงกันอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าคน เป็นคนของเขาจากยูนิฟอร์มที่สวมใส่ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง ที่จำได้ว่าเป็นวิศวกรหญิงคนเดียวในโรงงาน
“เกิดอะไรขึ้น” ขณะที่ขับเข้าไปหาที่จอด ชาร์ลีก็เอ่ยถาม
รุจาก็ได้แต่อึกอัก คิดผิดหรือคิดถูกไม่รู้ถึงให้เขามาเจอเจ้าพวกนี้ในสภาพเมาเป็นหมาตั้งแต่หัวค่ำ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” รุจารีบบอก ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ “ขอบคุณบอสที่มาส่งนะคะ นุชลาล่ะค่ะ”
“เดี๋ยวผมลงไปด้วย”
“บอสคะ” หญิงสาวเข่าอ่อน ใบหน้างามซีดเซียวขึ้นมาทันที “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พวกนั้นก็แค่เมา”
“แต่ดูเหมือนจะทะเลาะกันนะ” ดูจากการยกไม้ยกมือ ยื้อแย่งกระเป๋า อีกทั้งยังเห็นว่าใครบางคนพยายามจะล็อกคอหญิงสาวคนเดียวในนั้นไว้ “ผู้หญิงคนนั้นเพื่อนคุณหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ” เพื่อนสนิทเลยล่ะ แต่ตอนนี้เมาเป็นหมาแทบไม่อยากนับเป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำ
“ผมจะลงไปด้วย”
“แต่บะ ...” ไม่ทันซะแล้ว เลขาฯ สาวได้แต่อ้าปากค้าง เพราะยังพูดไม่จบร่างสูงของเจ้านายหนุ่มก็เปิดประตูรถและจ้ำอ้าวลงไปอย่างไม่คิดชีวิต
ตายๆ เธอนี่แหละที่ต้องตายนับจากนี้ ไม่น่าติดรถมากับเขาให้ซวยแบบนี้เลย ดูเถอะ เดี๋ยวต้องโดนพวกนั้นด่าแน่ๆ ที่พาเจ้านายมาด้วย จากนี้ล่ะเว้ย เรื่องเล็กที่เล็กมากๆ จากผู้หญิงคนเดียว จะได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จนเป็นที่เล่าขานกันไปชั่วลูกชั่วหลานแน่นอน
