บทที่ 12 ความบังเอิญของตัวปัญหา 3

“สรุปว่าคุณ ไม่ยอมให้ดาหวันกลับบ้านคนเดียว” เขาถามก้องภพและหนุ่มๆ ที่อยู่รายล้อม และก็ได้คำตอบเมื่อเหล่าคนเมาต่างก็พยักหน้าขึ้นลงพร้อมกัน “ส่วนคุณ ไม่ยอมให้พวกนี้ไปส่งแน่ๆ”

ดาหวันพยักหน้ารับ “วันกลับเองได้ เพิ่งจะสามทุ่มเอง ไม่อยากให้พวกมันไปส่งทั้งที่ยังสนุกกัน”

ชาร์ลีถอนหายใจ พอจะเข้าใจความรู้สึกของเธออยู่บ้าง ดาหวันคงไม่อยากเป็นตัวการให้วงแตก เป็นตัวเซ็งบ่อนของชาวบ้าน วันศุกร์แสนสนุกแบบนี้ การเป็นภาระของคนอื่นไม่ใช่เรื่องดี

แต่อย่าบอกว่าร้องไห้ด้วยเรื่องแค่นี้นะ?

“งั้นคุณกลับกับผม ดาหวัน” ชาร์ลีสรุป ปัญหามีแค่นี้จริงๆ ใช่ไหม? เขาจะได้ช่วยจัดการ

ซึ่งจะว่าไปแล้วทั้งสองฝ่ายก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ เพราะถ้าหากเขาเป็นเพื่อนเธอ ก็คงไม่ยอมปล่อยให้กลับบ้านไปทั้งสภาพแบบนี้

“ไม่เป็นไรค่ะบอส วันกลับเองได้” แต่ดาหวันกลับปฏิเสธ เธอเป็นคนเมาที่สุดแสนจะขี้เกรงใจ

“ถ้าไม่อย่างนั้นเพื่อนคุณก็ต้องไปส่งนะ”

“พวกผมไปส่งได้ครับ” ใครคนหนึ่งเสริมทัพ พวกเขาไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้วเรื่องพาดาหวันกลับบ้าน แต่ปัญหามันคือยัยวันต่างหาก ที่เรื่องมาก อย่างนั้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่เอา

“ไม่เอา ห้ามพวกแกไปส่ง”

นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ ... ก้องภพได้แต่ส่ายหน้าให้กับความดื้อของมัน “งั้นจะเอายังไง”

“กลับกับผม หรือว่าไม่ไว้ใจ?” ไม่มีใครมีสิทธิ์ออกความเห็นทั้งนั้น เมื่อชาร์ลีสรุปให้ทุกอย่าง ทุกคนต่างส่ายหน้าหัวแทบหลุด เมื่อเขาเอ่ยถามถึงความไว้วางใจในตัวเขา

เจ้านายหนุ่มไม่ตื๊อความยาวสาวความยืดเมื่อไม่มีใครคัดค้าน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ที่คาดว่าจะเป็นของดาหวันมาถือไว้ซะเอง “คุณล่ะรุจา จะกลับกับผมไหม?”

รุจาสะดุ้ง ก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้าเบาๆ เธอไว้ใจเจ้านาย ความจริงดาหวันต่างหากที่น่ากลัวมากกว่า ซึ่งด้านของชาร์ลีเองก็ไม่ได้โง่ เขาแก่กว่าเด็กพวกนี้ตั้งหลายปี มองแวบเดียวก็จับความรู้สึกได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ใครคู่ใครบ้าง

ซึ่งดาหวันคงไม่มีคู่อยู่ในนี้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเรื่องของเธอคงไม่เป็นปัญหา

“กลับกับผมคงไม่มีปัญหาใช่ไหม?” เจ้านายหนุ่มเอ่ยถาม ไม่ใช่แค่เหล่าชายฉกรรจ์ที่เขาต้องการคำตอบ แต่เจ้าตัวปัญหาอย่างดาหวันก็ด้วย

โชคดีที่ไม่มีใครมีคัดค้าน ถ้าไม่อย่างนั้นคืนนี้ก็คงไปไหนกันไม่ได้ ดาหวันอาจจะต้องรีบกลับเพราะมีเหตุจำเป็นบางอย่าง ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคืออะไร เหมือนกับที่สงสัยว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ แต่ไม่ว่าอย่างไรชาร์ลีก็ไม่คิดจะเปิดปากถาม

เมื่อตัดสินปัญหาจบแล้ว ชาร์ลีก็เดินนำดาหวัน เธอเองก็โซซัดโซเซตามมา ส่วนกลุ่มเพื่อนของเธอก็เดินกลับเข้าไปในร้าน เอาเถอะ ... ถึงชาร์ลีจะปวดหัวกับความปัญญาอ่อนของพวกมัน

แต่ก็น่าประทับใจที่เหล่าพนักงานของเขารักใคร่กลมเกลียวดี

ดาหวันนั่งตัวเกร็ง อีกนิดเดียวตะคริวคงกินไปทั้งร่าง สร่างเมาเลยทีเดียวเมื่อได้มานั่งรถสุดหรูของเจ้านายอันดับเกือบสูงสุดของตัวเอง ทั้งที่ท่าทีของชาร์ลีก็เป็นกันเอง ตั้งแต่ขับรถออกมาแล้วที่เขาพยายามชวนเธอคุย ไม่ปล่อยให้รถเงียบแทบจะได้ยินเสียงหายใจครืดคราด ของคนที่คัดจมูกอย่างเธอ

“แล้วทำไมถึงรีบกลับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง

ดาหวันเม้มปาก จากที่เกร็งอยู่ก็เริ่มเบะอีกครั้ง เมื่อสิ่งที่เขาต้องการรู้มันจุดชนวนในใจให้ต้องรู้สึกสะทกสะท้าน

“ต้องกลับไปหาคนที่บ้านค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว ก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่รินไหล พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเพื่อเรียกสติให้ตัวเอง

“มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรือยังไง” แม้ไม่ต้องการละลาบละล้วง แต่ท่าทีของเธอมันก็ทำให้เขาอยากถาม

ดาหวันเหมือนจะอยู่ในอาการดีใจ แต่บางครั้งสายตาของเธอก็หมองเศร้า ราวกับมีอะไรอยู่ในหัวสมองเล็กๆ นั้น จากที่ชวนคุยมา ก็สังเกตเห็นว่าเธอมีอาการย้อนแย้งในบางเวลา บางทีสายตาก็เต็มไปด้วยความปลื้มปริ่ม แต่บางช่วงก็ถอนหายใจออกมาอย่างคนที่มีปัญหาขบคิด มันทำให้เขาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้กัน

“มีเรื่องดีค่ะ ที่บ้านมีข่าวดีมากๆ” ดาหวันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตา จากนั้นก็หันไปสบตาเจ้านายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดีใจ “น้องชายของวันเพิ่งสอบติดแพทย์ค่ะ สอบติดทั้งที่ไม่เคยกวดวิชา เขาเก่งมาก เก่งจนวันเก็บความรู้สึกภาคภูมิใจไว้กับตัวเองไม่ได้”

เลยต้องป่าวประกาศ ฉลองให้กับน้องรัก ตั้งแต่รู้ข่าวว่าตันหยงมีที่เรียน เป็นคณะที่เขาใฝ่ฝัน วันนี้ทั้งวันดาหวันก็ไม่เป็นอันทำอะไร ตั้งแต่เช้าแล้วที่เธอเอาแต่ร้องไห้ ทั้งดีใจทั้งภาคภูมิใจ ทำงานไม่ได้ ควบคุมอารมณ์ตัวเองก็ไม่ได้ จนเพื่อนๆ ต้องพากันทิ้งโอทีแล้วออกมาดื่มกันตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน

“ผมยินดีด้วย” ชาร์ลีพูดไป แต่คิ้วก็ยังขมวดเข้าหากันไม่ยอมคลาย “แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ข่าวดีนี่ ดูจากท่าทางของคุณแล้ว ก็คงมีเรื่องหนักใจอยู่มาก”

เท่านั้นแหละ ดาหวันก็ปล่อยโฮออกมาเพียงแค่เขาเอ่ยปากถาม เธอตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้ง เมื่อผ่านพ้นความดีใจไปแล้ว แน่นอนว่าปัญหาที่จะตามมาก็ทำให้เธอรู้สึกแย่กับมันจนเผลอเกลียดตัวเอง

“วันกลัว”

กลัว? ชาร์ลีหันไปมองหญิงสาวที่ปิดหน้าปิดตาร้องไห้ เสียงสะอื้นของเธอมันฟังดูรวดร้าวจนเขารู้สึกสะท้อนในใจ มองดูก็สงสาร เผลอเห็นอกเห็นใจ จนยอมเสียเวลาตบไฟเลี้ยวและนำรถไปจอดเข้าข้างทาง เพื่อเปิดใจคุยกับเธอในเรื่องที่เกิดขึ้น

“มีอะไรที่คุณต้องกลัว” สิ่งที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเลยด้วยซ้ำ

แต่ดาหวันกลับตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้ เธอเสียใจจริงจังซะจนเขาสงสาร “วันกลัวไม่มีปัญญาส่งน้องเรียน”

ซึ่งคำตอบของเธอมันทำให้เขาฉุกคิด แต่ด้วยความที่ไม่รู้ถึงพื้นฐานของครอบครัวของเธอจริงๆ มันก็ยังทำให้ทุกอย่างแจ่มแจ้งไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป