บทที่ 2 ข่าวลือ 2

“พี่หมายถึงเลี้ยงดูอย่างจริงจังค่ะ” รับอรุณถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่าย เบื่อจะอธิบายให้กับพวกผู้ชายเหล่านี้ “คิดดูนะคะ ก่อนหน้านี้นอกจากคุณเจ้าของร้านคนนั้น บอสก็ไม่มีข่าวคราวให้พวกเราได้นินทา ... เอ่อ พี่หมายถึง พูดถึงน่ะค่ะ แต่คราวนี้กลับโผล่มาเป็นน้องนักศึกษา มันโอ้มายก้อดไหมล่ะคะ ที่บอสยอมลดอายุไปคบกับเด็กได้”

เหล่าผู้ชายพยักหน้ารับ จริงอย่างที่รับอรุณว่า เพราะคนอย่างบอสถึงจะเจ้าชู้ประตูดินแค่ไหน แต่ด้วยวัยที่อีกไม่กี่ปีก็จะสี่สิบ อีกทั้งยังมีภรรยาเป็นไฮโซโบใหญ่ ทำให้ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยมีข่าวเสื่อมเสียเช่นมั่วผู้หญิงไปเรื่อยหรือว่าเลี้ยงต้อยเป็นเด็กมหาลัย

จึงเป็นไปได้ว่าคราวนี้บอสจะ ‘จริงจัง’ อย่างที่รับอรุณว่า ... แต่เดี๋ยวก่อนนะ แล้วพวกเขาจะมาทำหน้าตาเคร่งเครียดทำไม เรื่องของตัวเองก็ไม่ใช่

“แล้วยังมีวงในอีกนะคะ”

“โอ๊ยยย พี่อรุณ วงในอะไรนักหนาครับ” ก้องภพเริ่มโวยวาย เพราะดูเหมือนว่ารับอรุณจะกินเวลางานมากไป เท่านั้นไม่พอยังลีลายืดยาดจนหมั่นไส้ “รีบพูดมาเถอะครับ ไม่งั้นหัวหน้าแผนกพี่มาตาม ผมไม่รู้เรื่องด้วยนะ”

“ค่ะๆ เรื่องสุดท้ายแล้วค่ะ” รับอรุณรับคำ ก่อนจะหันไปมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่านานจริงก็รีบเอ่ย “ตอนนี้คุณนายที่หนึ่งกำลังตามหา ‘เมียเก็บ’ ของบอสอยู่น่ะสิคะ ได้ยินว่าลับมากแบบที่ใครก็เข้าถึงไม่ได้ สำคัญมากในแบบที่หลงหัวปักหัวปำไม่ยอมกลับบ้าน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นน้องนักศึกษาคนนี้หรือเปล่า แต่ทำไมไม่รู้พี่อรุณถึงคิดว่าไม่ใช่”

“แล้วพวกเราจะอยากรู้เรื่องของบอสไปทำไม?”

ในขณะที่ทุกคนตั้งใจฟัง บางคนก็อ้าปากค้างกับข่าวใหม่ บ้างก็คิดตามว่าเป็นใคร แต่จู่ๆ เสียงเข้มๆ ออกแนวไม่พอใจของผู้หญิงคนเดียวในแผนกอย่างดาหวันก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

แวบหนึ่งรับอรุณรู้สึกว่าสายตาของรุ่นน้องสาวมองมาอย่างโกรธเคือง

แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะไม่ทันได้รู้สึกตัว จู่ๆ เจ้าตัวก็กลับมายิ้มแย้ม ก่อนจะหยอกล้อด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่มักใช้คุยกันประจำ

“เดี๋ยวนรกก็กินกบาลหรอกค่ะพี่อรุณ” ดาหวันทำท่าแขยง “ถ้ารู้ถึงหูบอสว่าพี่อรุณแอบนินทา วันไม่หารด้วยนะคะ ช่วงนี้ดวงไม่ค่อยดี งานของวันมีปัญหาบ่อยๆ ไม่รู้วันไหนบอสจะเข้ามาจี้ด้วยตัวเอง”

“แหม น้องวัน” รับอรุณถอนหายใจ จู่ๆ ก็โล่งใจเมื่อสายตาของดาหวันกลับมาเป็นเหมือนเก่า “ไม่ใช่มีแค่เราหรอกค่ะที่เม้าท์กัน แผนกอื่นโครมๆ ยิ่งกว่านี้อีก ใครๆ ก็รู้ถึงกิตติศัพท์ของบอสนี่คะ”

ดาหวันได้แต่ยิ้มรับ ก่อนจะหันหน้าเข้าคอกของตัวเองเป็นการตัดรำคาญ ไม่เสียเวลาฟังเรื่องราวจากปากของรุ่นพี่สาวอีก ถึงแม้ว่ารับอรุณจะยังชวนหนุ่มๆ คนอื่นคุยต่อ และพากันเดาไปต่างๆ นานา ว่า ‘เมียลับ’ ที่ว่านั่นคือใคร

หญิงสาวหุบยิ้ม ก่อนจะหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุด ก่อนจะปล่อยมันออกไป เพื่อเรียกสติ เรียกขวัญและกำลังใจ เพื่อให้เธอมีแรงสู้หน้ากับคนอื่น และยังปั้นหน้าฟังเรื่องราวของ ‘เขา’ ต่อไปได้ โดยที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้าน

ไม่เผลอเจ็บปวดไปกับมัน

และต้องรีบคิดคำพูด คิดแผนการให้เขา ‘ระวังตัว’ มากกว่านี้

เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวเรียลไทม์ที่รับอรุณมีในแต่ละวัน ไม่ทราบเลยว่าวันไหนที่หัวข้อที่ถูกเอ่ยถึงนั้น จะไม่ใช่แค่ตัวละครลับ แต่เป็นชื่อของเธอเต็มๆ!

เกือบสามทุ่มกว่าที่ดาหวันนั่งรถกลับถึงบ้าน ความเหนื่อยอ่อนทำให้เธอตาแทบปิด แม้ที่บ้านกับที่ทำงานจะไม่ได้ไกลจากกันมาก แต่เพราะจ้องจะเก็บโอทีทุกวัน เธอเลยต้องตรากตรำทำงานตั้งแต่แปดโมงครึ่งในตอนเช้า ลากยาวไปอีกสิบสองชั่วโมงไปจนถึงสองทุ่มครึ่ง

จะว่าขยันก็ว่าได้ แต่ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะนี่ก็ถือว่าเป็นชีวิตปกติของวิศวกรโรงงานอย่างพวกเธอ ที่งานแต่ละวันไม่ใช่แค่ท่วมหัว แต่ท่วมแผนกจนหายใจหายคอแทบไม่ได้ ดีอย่างที่เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนเล็กๆ งานเลยไม่เร่งเท่าไหร่ ยังพอเข้าเช้าออกค่ำกันได้ ไม่เหมือนโรงงานส่วนใหญ่ที่ทำกันหามรุ่งหามค่ำ เปลี่ยนกะกันปั่นงานยี่สิบสี่ชั่วโมงวุ่นวาย

“กับข้าวอยู่ในตู้นะวันเอ๊ย”

เสียงเอ่ยทักทายของผู้เป็นยายดังขึ้น ในขณะที่ดาหวันกำลังเปิดประตูเดินเข้าบ้านเดียวสองชั้นหลังเล็กของเธอไป หญิงสาวมองไปยังห้องซ้ายมือที่เต็มไปด้วยเศษผ้าและจักรโบราณเครื่องใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าไปทิ้งตัวลงบนโซฟาที่มีอุปกรณ์อะไรไม่รู้วางอยู่เยอะแยะไปหมด

“ยายล่ะ กินหรือยัง” เธอเอ่ยถาม พร้อมทิ้งตัวเอกเขนกอย่างเหนื่อยอ่อน

“เรียบร้อยแล้วล่ะ น้องเอ็งก็เหมือนกัน” นางเมี้ยนยิ้มอย่างคนแก่ใจดี ระหว่างที่จัดการเย็บผ้างานถนัด “เข้าห้องอ่านหนังสือกันหมดละ ไอ้ทูจะสอบพรุ่งนี้มั้ง ส่วนไอ้ทรีเห็นว่าเตรียมตัวก่อนเข้าเรียน”

คนเป็นยายพูดถึงหลานอีกสองคน คนแรกเป็นน้องสาวของเธอชื่อบุหลันหรือทู เป็นนักศึกษาพยาบาลปีสามของมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดัง ส่วนคนที่สองเป็นน้องชายชื่อตันหยงหรือทรี คนนี้เพิ่งจะสอบเข้าคณะแพทย์มหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่สาวได้

ซึ่งพอได้ยินชื่อของน้อง ได้รับรู้ว่าพวกมันกำลังทำอะไรจากปากของคนเป็นยาย ก็ส่งผลให้ดาหวันมีกำลังใจ เธอปลื้มปริ่มจนน้ำตาซึมและสามารถเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างสง่าผ่าเผยได้

อย่างน้อยที่สุดถึงแม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่เธอก็ภาคภูมิใจ เมื่อมองดูน้องแต่ละคนเดินตามฝัน มีเป้าหมายในชีวิต เป็นเด็กดีกันทั้งที่พี่สาวอย่างเธอแทบไม่มีเวลาให้เลยด้วยซ้ำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป