บทที่ 4 เรียกตัว 1
“ได้ข่าวว่าคั่วเด็กมหาลัยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมวันนี้ถึงเรียกตัววันได้”
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปยังห้องชุดสุดหรูของ ‘บอส’ ดาหวันก็รีบเอ่ยทักทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าเจ้าของห้องด้วยซ้ำ รีบร้อนราวกับกลัวว่าจะไม่ได้พูด ซึ่งไม่ใช่การพูดเพื่อประชดประชัน ไม่ได้มีความน้อยอกหมองใจ ไม่ได้มีความรู้สึกใดฉายชัดในแววตา เธอพูดเพราะต้องการจะทักทาย ตามประสาผู้หญิงปากเปราะ อีกนิดเดียวจะเข้าขั้นปากหมา
โดยที่ไม่เกรงใจเลยว่า คนที่นั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะทำงานโต๊ะใหญ่ รอคอยอยู่ด้วยความรู้สึกใด
ชาร์ลีละสายตาจากงานที่ทำอยู่ ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองผู้มาเยือน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่ได้แปลกใจในคำทักทายที่ฟังดูไม่มีมารยาท แต่สงสัยมากกว่าว่าทำไมเวลานี้ หญิงสาวยังอยู่ในยูนิฟอร์มของโรงงาน เป็นเสื้อกางเกงเนื้อหนาสีเทาเข้ม ตรงกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายปักชื่อที่คล้ายคลึงกับนามสกุลของเขาเอง
ดวงตาเรียวใหญ่เหลือบมองนาฬิกาที่คอมพิวเตอร์เครื่องหรู ก่อนจะตอบกลับไปในเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เธอถามมาเมื่อครู่เลย
“สามทุ่มครึ่งแล้ว ทำไมยังอยู่ในชุดทำงาน”
ดาหวันตาโต ห่อปาก ก่อนจะลากสังขารของตัวเองไปนอนเอกเขนกบนโซฟากว้างที่อยู่ด้านใน วางกระเป๋าเป้ใบโตที่มักจะพกไปไหนมาไหนติดตัวไว้แถวๆ นั้น ไม่ลืมที่จะตะโกนตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่
“ก็เก็บโอทีน่ะสิคะ งานโหลดจนแทบจะแยกร่างอยู่แล้ว” ดาหวันประกาศกร้าว นอนเหยียดยาวอย่างไม่รู้จักเกรงใจ “เปิดดีลใหม่ได้ ก็ไม่ยอมหาคนมาช่วย นี่วันต้องอยู่ทำโอทีทุกวัน ทั้งที่ไม่อยากเล้ยยย ไม่อยากทำเลยสักนิด”
“แล้วใครพูดว่าทำได้ สบายมาก ไม่มีปัญหา”
ดาหวันเด้งตัวขึ้นเมื่อชาร์ลีตอบกลับ ก่อนจะจ้องมองไปที่ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งหลังตรงอยู่หน้าคอมฯ ตัวใหญ่อย่างไม่วางตา “ก็หัวหน้าคนดีน่ะสิคะ รับปากส่งๆ ไม่ถ่งไม่ถามสุขภาพซ๊ากก คำ”
ชาร์ลีวางงานในมือลง ก่อนจะหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ให้หันไปทางหญิงสาวที่เขาเรียกตัวมา แผ่นหลังกว้างพิงไปกับพนัก จากนั้นก็ไตร่ตรองพิจารณา อยากจะโทษว่าเป็นเพราะเขาที่เองให้ความสนิทสนมกับเด็กในสังกัด แต่พอมองหน้าตาเอาเรื่องของเด็กคนที่ว่า เอ่อ คาดว่ามันน่าจะมีนิสัยปากเปราะอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าให้ความใกล้ชิดจนเกินงามหรอก
“พูดจาให้มันดีๆ” แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เมื่อเกี่ยวข้องกับการทำงาน ก็ไม่ควรที่จะเอามาพูดคุยกันลับหลัง “ถ้าไม่พอใจให้แจกแจงกับหัวหน้า ไม่ใช่เอามานินทาลับหลังแบบที่ทำอยู่”
ดาหวันเบ้ปาก “ไม่ได้นินทาค่ะ แค่ระบายให้ฟัง ... คุณไทก็เห็นอยู่ว่าวันก็บ่นไปอย่างนั้น แต่ท้ายที่สุดงานของวันก็มีประสิทธิภาพ อันที่จริงพวกเราก็ทำกันได้อย่างที่หัวหน้าบอกนั่นแหละค่ะ”
แต่แค่เหนื่อยรากเลือด เก็บโอทีกันจนรวย เวลาส่วนตัวแทบจะไม่ได้ใช้
“แต่ต้องทำโอทีทุกวันก็ไม่ไหว” ชาร์ลียังบ่นต่อ เขาลุกจากเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะเดินไปนั่งไขว่ห้างข้างเธอที่โซฟา รำคาญไปอีกเมื่อหญิงสาวรีบกระเถิบเข้ามา จากนั้นก็เกี่ยวแขนเกี่ยวขาโอบกอดเขาไว้ เหมือนลูกลิงที่เกาะต้นไม้
ทำท่าทางได้น่าเกลียดอย่างไม่คิดอาย
“คุณไทขี้งก ไม่อยากจ่ายก็บอกมาเถอะ”
ดาหวันบ่นเบาๆ อยู่กับอกกว้าง รีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาวทันทีที่ชายหนุ่มเดินมานั่งให้กอดใกล้ๆ เธอชอบกลิ่นของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมหรืออะไรสักอย่าง ซึ่งคาดว่ามันคงแพงหูฉี่ สมราคาค่าพิศวาส ถึงทำให้เธอโผเข้าหาได้ตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่มีโอกาสได้ดอมดม
ฟืดดดด หอมเว้ยหอม ... ขนาดกลิ่นที่ข้อพับก็ยังทำเอาชื่นใจ
ซึ่งชาร์ลีอยากจะผลักเธอออก แต่ก็รู้ว่าทำไปก็เท่านั้น สุดท้ายจึงได้แต่โอบกอดร่างอวบอัดไว้กลายๆ
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากจ่าย แต่งานมันโหลด ... วันไหนไม่ไหวกันขึ้นมา ทำชุ่ยๆ ออกไปจะทำยังไง”
“ถ้าอย่างนั้นก็หาคนเพิ่มให้หน่อยสิคะ” ได้ทีรีบเสนอ หญิงสาวเงยหน้า ส่งสายตาอ้อนวอน แต่ก็ได้รับสายตาที่เฉยชาส่งมาให้
“ยังไม่อยู่ในแผน” จากนั้นน้ำเสียงเย็นๆ ก็ตอบกลับมา ทำเอาคนที่ลุ้นอยู่หน้าหงอย เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เลือกที่จะซบลงบนอกกว้างเพื่อปลอบใจตัวเอง
คนเป็นบอสได้แต่ส่ายหน้า ถึงแม้ว่าเขาจะมีอำนาจตัดสินใจ แต่การจ้างวิศวกรเพิ่มสักคน ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน เพราะโรงงานของเขาให้ความสำคัญกับงานส่วนนี้เป็นอย่างมาก จะหาใครสักคนที่มาเกี่ยวข้องกับไลน์ผลิต จำเป็นที่จะต้องหาคนมีประสบการณ์ และที่มากไปกว่านั้น ชาร์ลีคิดว่าบริษัทยังไม่พร้อมที่จะแบกภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
แต่พอมองหน้าดาหวันที่ขอบตาคล้ำดำ มองสิวที่ผุดขึ้นตรงมุมปาก ... บางทีเขาอาจจะเก็บเรื่องนี้ไปพิจารณาก็ได้ เรื่องที่เธอพูดมาก็ไม่ต่างจากความจริงเท่าไหร่ ก็เห็นอยู่ว่าเขายังต้องหอบงานมาทำที่คอนโดฯ ทั้งที่อยู่ตำแหน่งเกือบสูงสุดของโรงงาน
ทำเอาช่วงนี้ชาร์ลีเครียดหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่เพิ่มมากขึ้น หรือว่าเรื่องส่วนตัวที่หาทางออกไม่ได้
เขาเลยต้องเรียกเธอมา ต้องเป็นดาหวันเท่านั้น ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ช่วยอะไร คอยดูเถอะ ว่าเธอจะต้องกลายเป็นภาระของเขา ต้องทำอะไรไม่ได้ดั่งใจอย่างแน่นอน
“ไปอาบน้ำไป” เพราะขี้เกียจนั่งดมหัวเหม็นๆ ชายหนุ่มเลยผลักเธอออก ใช้สองมือยันกายที่ติดแน่นติดทนของหญิงสาวไว้ “สระผมด้วย นี่ไม่โดนน้ำมากี่วันแล้วเนี่ย เหม็นเปรี้ยวเชียว”
“ถึงหัวจะเหม็นเปรี้ยว แต่ส่วนอื่นก็หอมหวานนะคะ” แม้จะถูกด่าว่าเหม็นสาบ แต่ดาหวันก็ไม่สะทกสะท้าน แถมยังพูดทะลึ่งตึงตัง ในแบบที่คนฟังต้องมองบนด้วยความหน่ายใจ “ส่วนที่คุณไทชอบไงคะ ไม่บูด ไม่เปรี้ยว หวานอร่อยยิ่งกว่ามะพร้าวเนื้อดี”
นั่นปาก ... ชาร์ลีได้แต่ถอนหายใจออกมาให้กับคำพูดคำจาที่ฟังไม่ได้
ไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงหรือดลใจ ให้เขารับยัยนี่มาดูแล ซ้ำยังเรียกหาไม่ขาด เมื่อไหร่ก็ที่รู้สึกเบื่อหรือเซ็งก็จำเป็นที่ต้องถามหา แต่จะบอกว่าหลง หรือว่าติดใจมันก็ยังเป็นอะไรที่พูดยาก เพราะดูรูปร่างหน้าตา ดูกิริยาที่แสดงออกมา
สภาพ ... นี่เหรอ ‘เมียเก็บ’ ที่ใครๆ ต่างก็เล่าขานกันว่าเขากำลังหลงหัวปักหัวปำ
