บทที่ 9 จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ 3
“ไปในห้อง” ชาร์ลีเอ่ยออกมา ก่อนที่เธอจะจัดการเขาจนราบคาบ
แม้การมีอะไรกันที่โต๊ะทำงาน จะให้ความตื่นเต้นอยู่มาก แต่สำหรับเขา ... ที่ตรงนี้มีไว้เพื่อปลุกเร้าเพื่อให้เกิดความต้องการถึงขีดสุดก็เท่านั้น เขาไม่นิยมเล่นท่ายาก อาจจะมีแค่บางวันที่อยากมีอะไรเร่าร้อนแก้เบื่อบ้าง แต่ถ้าในยามปกติเช่นวันนี้ เขาอยากอ่อนโยนกับเธอ และพากันไปถึงฝั่งอย่างค่อยๆ เป็นค่อยไปมากกว่า
ชายหนุ่มจึงสะกิดให้เธอลุกขึ้น ส่วนตัวเขาเองก็ใส่กางเกง ก่อนจะตวัดร่างที่มึนๆ เบลอๆ ของหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม ระหว่างทางที่เดินเข้าห้องนอนไปก็พรมจูบ ไม่ปล่อยให้อารมณ์ที่ปะทุขึ้นขาดช่วงไปได้
พอถึงเตียงใหญ่ก็วางเธอลง จัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง จากนั้นก็เป็นเขาบ้างที่คุกเข่าลงกับพื้นให้ ชาร์ลีเอื้อมมือไปลากขาของดาหวันเข้ามาใกล้ ส่วนตัวเขาเองก็ก้มลงไป เริ่มต้นจากการจูบซับไปทั่วบริเวณขาอ่อน กล่าวเตือนให้เธอก่อนที่จะล่วงล้ำเข้าไปยังจุดที่ไวต่อความรู้สึกมากกว่านั้น
“คุณไท” ดาหวันไม่รู้ตัวว่าเผลอเรียกชื่อเขา พร้อมกับส่งเสียงครางออกมาดังลั่น “วันจะไม่ไหวแล้วนะคะ”
ยิ่งเขาดูดกลืนส่วนนั้น ปัดป่ายลิ้นเลียโดยรอบ ยิ่งทำให้เธอดิ้นเร่า ให้ความรู้สึกเหมือนจะบินไปจากตรงนั้น แต่ถึงร้องขอ ชาร์ลีก็ยังไม่หยุด ชายหนุ่มยังคงเร่งเร้าอารมณ์ให้เธอด้วยปลายลิ้นที่อ่อนโยน ราวกับจะแกล้งให้เธอเสร็จตรงนั้นให้ได้ แต่แล้วพอถึงเวลาจริงๆ ยามที่ดาหวันกรีดร้องออกมา เล็บของเธอจิกเข้าที่ต้นแขนล่ำสัน เขาก็หยุดทุกอย่าง ปล่อยให้เธอค้างเติ่งอยู่บนคาน
“อ้าว” ดาหวันได้แต่อุทาน และหน้าตางงงวยของเธอ อีกทั้งสายตาตัดพ้อไม่พอใจก็ส่งผลให้เขาหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “แกล้งวันทำไมคะ”
ยิ่งเธอถาม ชาร์ลียิ่งอารมณ์ดี
ร่างสูงจึงหยัดกายลุกขึ้น ก่อนจะออกแรงรั้งให้เธอลุกขึ้นนั่ง ส่วนตัวเขาก็คลานขึ้นไปพิงหัวเตียง ชัดเจนว่าต้องการที่จะรอรับบริการจากหญิงสาว มากกว่าที่จะทำให้จนเธอทิ้งเขาไปคนเดียวแบบนั้น
“มาสิ” เพียงเอ่ยเรียกด้วยคำไม่กี่คำ แม้จะงอนเขาอยู่แต่ดาหวันก็ยอมทำตามนั้น
หญิงสาวจัดการถอดเสื้อยืดออกไปด้วยตัวเอง ก่อนจะคลานเข้าไปหาร่างใหญ่ที่รอคอยอยู่ตรงหน้า ยกตัวขึ้นคร่อม มือหนึ่งเกาะไหล่กว้างไว้ อีกมือก็จับแก่นกายของเขาให้ตั้งตรง เพื่อที่จะได้นั่งลงไปอย่างถูกที่ถูกทาง
และในยามที่แก่นกายของเขากำลังพยายามเข้าไป ความคับแน่นที่เกิดขึ้นก็ส่งผลให้ทั้งคู่ส่งเสียงคราง ดาหวันปล่อยมือออกจากมัน เปลี่ยนไปคล้องคอร่างใหญ่เพื่อประคองตัวไว้ ส่วนชาร์ลีเองก็ให้ความมั่นคงกับเธอ ด้วยการโอบกอดเธอเอวคอดของเธอไว้ ไม่ลืมที่จะประทับริมฝีปากให้แก่กัน เพื่อมอบความเสียวซ่านให้อีกทาง
จากนั้นก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่เป็นจังหวะเดียวกัน ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อดีอีกอย่างที่เขาเจอในตัวของดาหวัน คือนอกเหนือจากการที่เธอตามใจเขาทุกอย่าง ทำตามที่เขาบอกโดยไม่อิดออด เธอยังเปิดใจและมีความสุขไปกับเขา อย่างไม่เสแสร้งแกล้งทำ
เพียงไม่นาน เมื่อความรู้สึกมันไปกันได้ ทั้งสองก็ถึงฝั่งฝัน
ซึ่งชาร์ลีชอบเหลือเกิน เวลาที่ได้ยินเสียงของเธอครวญคราง เป็นเสียงเล็กๆ น่ารัก ฟังดูไม่ประสา แค่ฟังแวบเดียวก็รู้ในทันทีเลยว่า คนที่เปล่งออกมากำลังมีความสุขไปกับมัน โดยที่เธอเองก็แทบจะไม่รู้ตัว
‘ถ้าแปลกที่วันจะนอนไม่หลับ ขอกลับไปนอนบ้านไม่ได้เหรอคะ’
ชาร์ลีจำได้ว่าดาหวันบอกกับเขาอย่างนั้น หลังจากที่เสร็จกิจ เขาก็พาเธอไปทำความสะอาดร่างกาย อุ้มไปอุ้มกลับไม่พอ ยังชำระล้างให้ นับได้ว่าเป็นงานบริการที่ถึงใจ นี่ยังสงสัยอยู่เลยว่าเขาต้องโอนเงินให้เธอ หรือว่าเธอต้องโอนให้เขา
ซึ่งพอกลับมานอน แทนที่จะถูกบีบนวดออดอ้อน หรืออย่างน้อยที่สุดก็อย่าเป็นภาระ ควรปล่อยให้เขากลับไปทำงานอย่างสบายใจ แต่ไม่เลย ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะชาร์ลีต้องขับกล่อม ต้องนอนกอดหญิงสาววัยสามสิบปีให้นอนหลับ ด้วยการเกาหลังให้ ราวกับเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน
หลังจากที่เธอหลับไป เขาก็กลับไปทำงานที่ค้าง เป็นเวลาเกือบตีสองที่ชาร์ลีกลับมาในห้องนอนอีกครั้ง
แล้วดูคนที่บอกว่านอนไม่หลับสิ
ตอนนี้กลับนอนกางแขนกางขา อ้าปากให้น้ำลายยืดไม่พอ ยังกรนออกมาเสียงดังสนั่น ชาร์ลีแทบยกเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก เมื่อมองไปยังภาพนั้น ไม่ใช่ว่าโกรธหรือทุเรศลูกตาจนรับไม่ได้หรอก แต่เขาแค่ขำให้กับความประสาทกินของตัวเอง
นี่ถ้ารู้ไปถึงหูเมียแต่ง หรือว่าผู้หญิงแต่ละคนที่เคยคั่วมา
ยัยพวกนั้นคงหัวเราะเยาะที่สุดท้ายเขาก็มาติดกับดักของแม่คนนี้
นี่คงต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าเขาจะมองเห็นข้อดีของดาหวันเพิ่มเข้ามา หากต้องเอาไปเปรียบเทียบคนที่เคยคบ คงยากที่หญิงสาวจะเข้าข่ายสเปกเขาได้ แต่ก็น่าแปลกเหลือเกิน ที่ความเป็นดาหวันมันทำให้เขาสบายใจ จะเพราะอะไรก็แล้วแต่ เขากลับไม่ได้รังเกียจในสิ่งที่เธอเป็น
เช่นตอนนี้ แทนที่จะปลุกคนที่หลับใหลแต่กลับส่งเสียงรบกวนชาวบ้าน เขากลับเดินเข้าไปนั่งข้างเตียง ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปดันคางให้งับลงให้ เป็นห่วงว่าเธอจะคอแห้ง เดี๋ยวตื่นมาเป็นหวัดจะลำบากไปกันใหญ่
เท่านั้นไม่พอ ชาร์ลียังบีบจมูกเธอเล่น แกล้งทำให้เธอหายใจไม่ออก ทันทีที่ดาหวันส่งเสียงประท้วง เขากลับบ้าจี้ ยิ้มออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
หรือการอยู่ใกล้คนปัญญาอ่อน จะทำให้เราปัญญาอ่อนตาม
ชาร์ลีสงสัย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันแสดงถึงความมีปัญญามากนัก เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็อุตริไปจัดท่าจัดทาง ให้ดาหวันนอนสบายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังห่มผ้าให้ หรี่แอร์ทันทีที่จับโดนแขนเย็นๆ ของหญิงสาว ก่อนจะสอดตัวเข้าไปนอนข้างๆ อ้าแขนรับทันทีที่ร่างกลมกลึงพุ่งเข้ามาหา กอดรัดเขาไว้ทั้งที่ยังไม่ลืมตา ราวกับรู้ว่าเขากลับมานอนจากการสูดกลิ่นดม
“ขอกอดหน่อย วันนอนไม่ค่อยหลับเลย” แล้วเสียงอู้อี้ของเธอก็ปลุกรอยยิ้มของเขาอีกครั้ง ชาร์ลีก้มหน้าลงไปจูบตรงหน้าผาก เฝ้าดูคนที่นอนไม่หลับ หากแต่กำลังส่งเสียงกรนน้อยๆ ให้ได้ยิน
จากนั้นก็คิดย้อนไปถึงเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นในอดีต ซึ่งเขาและเธอคงไม่จับพลัดจับผลูมาถึงวันนี้ได้ ถ้าวันนั้นดาหวันไม่เมา และเขาเองก็ไม่หน้ามืดมากพอ
