บทที่ 10 Game 9 | ไม่ได้เก่งแต่ปาก
“อย่าเพิ่งปากคว่ำใส่กันสิ ฉันแค่ใจร้อนอยากฟังคำตอบ”
เจ้าของดวงตาสีเขียวหม่นส่งยิ้มเย็นชาออกมา ร่างสูงชะลูดเดินผ่านปราการป้องกันผู้จัดการส่วนตัวของเธอเข้ามาหาอย่างง่ายดาย ก่อนจะออกแรงผลักหลังของเจนให้เดินเข้าไปหาลูกน้องตนเอง
เพิ่งสังเกตว่าแก้มของเขาแปะพลาสเตอร์ใส...สมน้ำหน้า
“ให้ผู้จัดการไปคุยกับร็อตให้เรียบร้อย มีสัญญาต้องเซ็น” คนที่เพิ่งบอกว่าร้อนใจอยากได้คำตอบผลักภาระให้ลูกน้องตนเอง
เซียร์ราที่ได้สติก่อนเพื่อนรีบเดินเข้าไปหาเพื่อน คล้องแขนกันแน่นเป็นสัญญาณว่าจะไม่แยกจากกัน
“ฉันจะคุยด้วย เพราะคนเสียหายโดยตรงคือฉัน”
“เธอเองก็ต้องคุยกับฉัน ลืมหรือไงว่าเมื่อคืนทำอะไรฉันไว้” นิ้วหนาจิ้มแก้มตนเองให้ดูพลาสเตอร์
ไม่ทันจะได้อ้าปากเถียงกันต่อ เจนก็เป็นฝ่ายตัดสินใจแทนเสร็จสรรพ
“เซียร์ไปรอที่ล็อบบี้ ฉันจะรีบคุยให้”
“แต่...”
“เครื่องออกเก้าโมง เดี๋ยวตกเครื่อง”
น้ำเสียงเด็ดขาดในฐานะผู้จัดการทำให้เซียร์ราเงียบลง ถึงอย่างนั้นเพื่อนของเธอก็ยังหันมาขู่มาเฟียปิดท้าย ก่อนเดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมกับลูกน้องหนุ่มหล่อของเขา
“ฉันหวังว่าคุณจะไม่รุ่มร่ามกับคนในสังกัดของสเตลลาโลแบบเมื่อคืนอีก พวกคุณคงไม่อยากเป็นข่าวฐานคุกคามแขกในโรงแรม”
ทันทีที่ลิฟต์ตัวแรกจากไป ลิฟต์อีกตัวก็ถูกเรียกลงมาก่อนที่ลูกน้องของเขาหนึ่งนายจะเข้าไปยืนหน้าแป้นลิฟต์
ปึก!
เขาผลักเธอเข้าไปด้านในสุดของลิฟต์เช่นเดียวกับที่เพิ่งผลักเจนไปหาลูกน้องตนเองอย่างไม่ปรานี ผู้ชายคนนี้มีความเป็นสุภาพบุรุษกับชาวบ้านบ้างไหมเนี่ย!
“นี่!!”
เซียร์ราหันไปแหวลั่นทันทีที่มีโอกาส แต่มาเฟียหนุ่มกลับเดินเข้ามายืนประชิดตัวจนเธอต้องเป็นฝ่ายถอยกรูเข้าไปชิดผนังกระจก
คนในชุดสูทยิ้มมุมปากยื่นหน้ามาใกล้ ในหัวของหญิงสาวมีแต่คำว่า 'เกลียดผู้ชายคนนี้' ยิ่งถูกตาสีโทนเย็นของเขามองหัวจรดเท้า ยิ่งอยากยกมือตบอีกข้างให้ได้แผลเสมอกัน
“แบบนี้ค่อยดูออกหน่อยว่าสวย นึกว่ามีคนสวมรอยมานอนในห้องของวีไอพีของฉัน”
คนไม่อยากคุยด้วยตัดสินใจเบือนหน้าหนี แต่กลับถูกปลายนิ้วของอีกฝ่ายดันคางให้หันกลับมาสบตากัน และยิ่งแสดงแววตาต่อต้าน เจ้าของโรงแรมหรูก็ยิ่งขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนห่างกันแค่คืบ
“มองให้พอใจแล้วก็ถอยออกไปด้วย”
“แปลว่าถ้ายังไม่พอใจก็ให้อยู่แบบนี้ต่อไป?”
เขากวนประสาท! แล้วก็ชอบทำให้เธอสติหลุดทุกครั้งที่เจอหน้า!!
แต่เซียร์ราตั้งปณิธานกับตนเองเอาไว้แล้วว่าเธอจะใจเย็นกว่านี้ คนตัวเล็กกว่าผ่อนปรนลมหายใจออกทางปากดับความรุ่มร้อนในหัวตนเอง แต่เมื่อมองออกไปด้านนอกลิฟต์แก้วมันกลับไม่ได้ขยับไปไหนแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าลิฟต์ตัวนี้ถูกปิดไม่ให้ใช้งานอัตโนมัติ ต้องควบคุมด้วยมือเท่านั้น
“กดลิฟต์ลงไปที่ล็อบบี้สิ!” เสียงเล็กออกคำสั่งกับลูกน้องของเขา
ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับเอาแต่ยืนนิ่ง
“ไม่มีใครสั่งคนของฉันได้ นอกจากตัวฉัน” เขาดันปลายคางเธอให้กลับมาสนใจตนเองต่อพร้อมยิ้มเยาะ
เกลียด!!
“พูดธุระของนายมา อยากได้อะไร!!”
“เธอตบฉัน” มือข้างที่จับใบหน้าสวยเปลี่ยนมาแตะพลาสเตอร์ที่แก้มตนเองแทน “จะรับผิดชอบยังไงดี...”
“ก็นายทำตัวคุกคามฉันก่อนนี่”
“ฉันช่วยเธออยู่...”
“ไม่ได้รู้สึกถึงบุญคุณอะไรแบบนั้นเลยสักนิด” ดาราสาวลอยหน้าลอยตาตอบกลับ ก่อนจะตกใจรีบยกมือดันอกแกร่ง เมื่อเจ้าของร่างกายกำยำขยับเข้ามาเบียดจนตัวแนบชิดกัน “ฮื่อ~ ถะ ถอยไปนะ!!”
“ปากเก่ง ปากดี ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าถูกฉันฟ้องขึ้นมาจะยังเก่งแบบนี้ไหม”
“ถ้านายฟ้องฉัน เรื่องที่โรงแรมนี้ระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวมจนโจรบุกห้องพักแขกได้ ก็จะถูกเอาไปเล่าให้นักข่าวฟังเหมือนกัน”
“ขู่ฉันเหรอ” โรเมโอยิ้มกริ่มมองใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางคุณภาพอย่างยากเข้าใจ ตามด้วยการออกคำสั่งกับลูกน้องตนเองโดยไม่หันไปมอง “ลงไปที่ล็อบบี้”
เซียร์ราเห็นว่าลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไปยังชั้นล่าง แอบโล่งใจที่ไม่ต้องค้างเติ่งอยู่ในนี้กับคนประสาทเสีย
“ฉันให้โอกาสแสดงการขอโทษแบบจริงใจ พูดเพราะๆ หรือจะแอ็กติ้งบีบน้ำตาประกอบแบบที่ถนัดก็ได้”
เสียงหัวเราะเบาๆ ปิดท้ายทำให้ความอดทนของดาราสาวขาดผึ่ง นอกจากเขาจะกวนประสาทยังพูดจาดูถูกอาชีพของเธอ ด้วยการเอามาล้อเลียน
“ไม่! สมควรแล้วคนแบบนายน่ะ อื้อ~!!”
สิ้นการต่อต้าน ริมฝีปากร้อนก็เข้ามาทาบทับหนักหน่วง มือหนาบีบปลายคางบังคับไม่ให้เธอเม้มปาก ใช้ฟันกัดเข้าที่ริมฝีปากล่างจนเจ็บชาเป็นการเอาคืนที่ทำให้หน้าเขาเป็นแผล ก่อนจะปิดด้วยจูบดูดดื่มใช้ลิ้นก่อกวนอารมณ์เธอจนหอบเหนื่อย โดยไม่สนใจเล็บคมที่จิกเข้ากับหน้าอกแกร่งแน่น
หากดิ้นรนขัดขืนเขาจะกัดปากที่เดิมให้เธอหยุด หากคิดสู้กลับด้วยการกัดริมฝีปากล่างของเขาเอาคืน โรเมโอก็จะบีบคางเธอแรงขึ้นพร้อมกับรุกล้ำข้างในปากจนใบหน้าและร่างกายทั้งคู่บดเบียดแนบชิด
กระทั่งเธอยอมแพ้และหยุดขัดขืนด้วยความเจ็บ ปากร้อนที่สัมผัสอย่างหยาบคายจึงแปรเปลี่ยนเป็นการบดคลึงหนักหน่วงเชิญชวนให้ตอบรับด้วยสัมผัสแบบเดียวกัน
มาเฟียหนุ่มใช้ความชำนาญกว่าพาเธอให้รู้จักตัวตนตนเองผ่านจูบลึกซึ้ง ล่อลวงให้คนที่เพิ่งผ่านเรื่องน่ากลัวเมื่อคืนและอยู่ในภาวะก้าวร้าวจากความสับสนคล้อยตามและจูบตอบอย่างง่ายดาย
เขาไม่ได้จูบห่วยแตกแต่เป็นที่สันดานต่างหากที่ทำให้อารมณ์ของเซียร์ราสะดุด อยากดึงลิ้นตัวเองคืนจากอุ้งปากอุ่นอ้าวหลายครั้ง แต่ก็ถูกความเอาแต่ใจของเขาดึงมันกลับเข้าปากไปทุกทีที่พยายามถอยหนี
เล็บคมจิกบนหน้าอกหนาจนเจ็บเปลี่ยนเป็นการดันเอาไว้หลวมๆ เหมือนอยากเอาไว้พยุงร่างตนเองไม่ให้ไหลไปกองกับพื้นมากกว่าขัดขืนอย่างตอนแรก กลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวทำให้เขาตัดสินใจยกระดับความร้อนแรงขึ้น
แต่ก่อนที่มือใหญ่จะวางลงบนหน้าอกอวบ เสียง 'ติ๊ง!' ก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูลิฟต์แก้วเปิดออกจึงยอมหยุด
แค่ผละออกมาเห็นคนปากเก่งกำลังหน้าแดงด้วยความอับอาย หลังจากรู้ตัวว่าเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับจูบก็พอใจ ยืดตัวสูงเป็นเงาดำมืดข่มร่างบอบบางเอาไว้
“จูบกับคนใช้ยาสีฟันคนละแบรนด์กับที่เซ็นสัญญาด้วย จะโดนค่าปรับหรือเปล่า”
เขาหยอกเย้าด้วยความพูดชวนทะเลาะไม่ต่างจากเดิม แถมยังใช้หลังมือปาดลิปสติกที่เลอะบนปากตนเองออก หลังจากมองหน้าสวยๆ แต่มุมปากเลอะของยัยตัวแสบด้วยความชอบใจ
“ถือว่าได้ค่าเสียหายแล้ว ถ้ารอบหน้าทำฉันได้แผลอีก ฉันจะเรียกค่าเสียหายแบบที่เธอต้องวิ่งมาขายตัวให้ฉันใช้หนี้...หวังว่าจะไม่ต้องเห็นนักแสดงสาวชื่อดังรับบทโสเภณีบนเตียง”
โรเมโอเดินผ่านลูกน้องออกจากลิฟต์ อีกสองคนเดินตามเจ้านายตนเองจากไปทันที เหลือแค่ดาราสาวที่ยังคงยืนกัดปากตนเองแน่นด้วยความเจ็บใจ
×××
ปึง!
ทันทีที่ผู้จัดการสาวเดินตามคนสนิทของมาเฟียทรงอิทธิพลเข้ามายังออฟฟิศส่วนตัวภายในชั้นล่างของโรงแรม ร่างเล็กกระแทกก้นนั่งบนเก้าอี้ กอดอกตนเองแน่นมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจ
“เป็นครั้งแรกเลยนะครับ ที่มีคนกล้าแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์กับรูซโซแบบนี้”
“ก็ไม่ได้อยากเป็นปฏิปักษ์กับมาเฟียหรอกค่ะ หวังว่าทางรูซโซจะแฟร์มากพอที่จะไม่หันปืนใส่เหยื่ออย่างพวกฉันแทน”
ร็อตยิ้มขบขันกับท่าทีของผู้จัดการดาราสาว เปิดแฟ้มสัญญาเก็บรักษาความลับที่เตรียมเอาไว้ให้เธออ่าน
หลักๆ คือห้ามแพร่งพรายให้บุคคลภายนอกรับรู้ แม้แต่ต้นสังกัดหรือการโพสต์เตือนภัยลงโซเชียล แต่ที่ทำให้เจนไม่เข้าใจคือการไม่ให้ติดต่อแจ้งความลงบันทึกประจำวัน รวมถึงไม่อนุญาตให้สอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบกับทางลูซโซเวิลด์ไวด์
“เดี๋ยวนะ การแจ้งความมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล”
“สิทธิส่วนบุคคลที่กระทบกับโรงแรม ทางเราต้องขออนุญาตสงวนสิทธิ์ครับ”
'สงวนสิทธิ์' เจนแค่นขำกับคำพูดของลูกน้องมาเฟีย ถ้อยคำสวยหรูที่แปลเป็นภาษาชาวว่าหมายถึง 'อย่าทำ'
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางเรารับผิดชอบไม่ดีเหรอครับ ผมคิดว่าตารางงานของคุณเซียร์ราคงยุ่งมาก”
“ก็ใช่ค่ะ แต่ฉันไม่คิดจะปล่อยคนที่ทำร้ายเพื่อนฉันไป”
“ผมก็ไม่ได้จะปล่อยคนที่ทำให้โรงแรมเสียหายไป”
เขาย้อนเธอคืนผ่านการใช้น้ำเสียงสุขุม เจนเดาอายุคนตรงหน้าไม่ออก แต่อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมากกว่าเธอ
คงมีชีวิตเจนโลกมาพอสมควร ถึงได้กล้าข่มขู่ตัวแทนของบริษัทที่มีสื่อในมืออย่างสเตลลาโล
“แล้วการที่ห้ามไม่ให้ติดตามความคืบหน้า ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าคนผิดจะได้รับบทลงโทษ”
หลักๆ คือเธอไม่เชื่อใจมาเฟีย ไม่ได้สนใจว่าเขาจะใช้วิธีไหนได้ตัวคนทำผิดมา แต่ที่กลัวคือเขาจะเพิกเฉยเพราะมันไม่ได้กระทบกับพวกเขาโดยตรง
“รูซโซไม่เคยปล่อยให้คนผิดลอยนวล”
“ขออนุญาตไม่เซ็นได้ไหมคะ เดี๋ยวทางสเตลลาโลจะจัดการเรื่องนี้เอง ทางลูซโซให้ความร่วมมือเฉพาะส่วนที่สามารถให้ได้...”
“ให้ไม่ได้ ลูซโซเวิลด์ไวด์ไม่มีนโยบายให้ความร่วมมือกับใคร...ครับ” ร็อตเกือบลืมหางเสียงในตอนท้าย
ส่วนคนที่ถูกอิทธิพลมาเฟียบีบก็ได้แต่ข่มอารมณ์ตนเอง กระทั่งถูกคนตัวโตลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งบนโต๊ะก้มหน้าขู่
“ผมคิดว่าคุณเองก็คงอยู่วงการมาหลายสิบปี...คงจะพอดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง วิธีการนี้เป็นทางออกที่ประนีประนอมที่สุดที่เรายื่นให้”
“ฉันเข้าใจดีค่ะ แต่ขอแก้ไขความเข้าใจผิด...ฉันเพิ่งอยู่วงการมาห้าปีค่ะ”
“...ขออภัยครับ แว่นที่คุณใส่มันทำให้มีอายุ”
เจนเงยหน้ามองคนตัวโตกว่าหลังจากได้ฟังคำพูดหยาบคาย เขาถือวิสาสะในตอนที่ใบหน้าเล็กแหงนขึ้น ดึงแว่นเธอออกมาเช็ดทำความสะอาดให้แล้วสวมคืนที่เดิม...คุกคามชัดๆ
“ผมเป็นคนไม่พูดมาก เซ็นซะ...ไม่อย่างนั้นคนของผมจะติดตามพวกคุณทุกฝีก้าว แล้วเรามาดูว่าใครจะประสาทกินก่อนกัน”
“คุณกำลังขู่คนที่มีสื่อในมือนะคะ”
“ก็ลองดูครับ ว่าจะยอมปล่อยให้เราเป็นคนจัดการ หรือจะให้เราเล่นงานทางฝั่งคุณก่อน”
โทรศัพท์เครื่องสีดำถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ร็อตเปิดภาพกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์และยื่นมันให้ผู้จัดการสาวดู
เจนนั่งอึ้ง เพื่อนเธอกำลังจูบกับมาเฟียรูซโซ!!
“ก็ไม่ได้อยากใช้วิธีที่ไม่สง่าเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่านั่งทำความเข้าใจและเซ็นรับทราบข้อตกลงนะครับ ^^”
“...ค่ะ”
