บทที่ 11 Game 10 | งานอดิเรก
กรุงโรม, อิตาลี
แผน A ที่อุตส่าห์วางไว้พังหมดเพราะความปากดีของยัยนั่น!
ผู้นำตระกูลหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้ามายังห้องทำงานตนเองพร้อมกับอาการหัวเสีย กลิ่นดอกไม้ที่คาดว่าเกิดจากน้ำหอมปรับอากาศในห้องทำงานไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นสักนิด เพราะตอนนี้ร่างกายของมาเฟียหนุ่มมีกลิ่นหอมละมุนจากกายดาราสาวติดมากับเสื้อผ้าคอยตามหลอกหลอน แฟ้มกองพะเนินรอเขาเซ็นบนโต๊ะตอนนี้โคตรเกะกะลูกตา ใช้นัยน์ตาสีเขียวส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนสนิท ร็อตก็รีบเอามันไปกองหลังตู้เอกสารหนีความหงุดหงิดของเจ้านาย
ก๊อกๆ
“เชิญ!”
'แกร๊ก...'
“ขออนุญาตครับนาย...”
น้ำเสียงเจี๋ยมเจี้ยมจากลูกน้องปลายแถวที่ถูกสั่งให้ไปรับบท 'โจร' เมื่อคืนดังขึ้นอย่างรู้ชะตาตนเอง
ร็อตมองลูกน้องตนเองในสภาพผ้าก๊อซพันรอบหัวด้วยความสงสาร ปกติชายตรงหน้าเป็นเพียงบอดีการ์ดปลายแถวที่ทำหน้าที่เฝ้ารถไม่ให้ใครมาวางระเบิดทีเผลอเท่านั้น แต่เมื่อคืนร็อตเป็นฝ่ายเสนอให้ลูกน้องในสังกัดตนเองได้ออกไปอวดฝีมือการแสดง เพราะเห็นว่ารูปร่างกำยำสูงใหญ่น่ากลัวดี และก็เป็นไปตามคาด มันสร้างความหวาดหวั่นให้ดาราสาวนั่นได้อย่างสมจริง
แต่แผนดันมาพังเพราะผู้เป็นนายแพ้เสียงในหัว ลดตัวลงไปทะเลาะจนลืมคีพลุคอัศวินขี่ม้าขาวไปช่วยนางเอก
แทนที่จะได้พันธมิตร ดันได้คู่กรณีเพิ่ม!
แผน A ที่เตรียมไว้คือเจ้านายของเขาวิ่งไปรับหล่อนที่ตื่นกลัวจากการถูกลอบทำร้าย ขึ้นไปดูที่เกิดเหตุด้วยตนเองพร้อมปลอบประโลมและยอมแลกห้องพักตนเองที่อยู่ตรงข้ามกัน ตามด้วยการสานต่อความสัมพันธ์ทำคะแนนนำไอ้ฟรานเชสโก
ทว่าเมื่อวานฝนดันตกหนัก โรเมโอเกลียดฝนพราะมันทำให้รองเท้าหนังของเขาเป็นรอยด่าง ยิ่งได้ยินเสียงแว้ดๆ ของเซียร์ราที่เหมือนกับเรน่าผู้เป็นน้องสาวยิ่งพาลให้หงุดหงิดจนความอดทนไม่หลงเหลือ
“แผนสำเร็จไหมครับลูกพี่” คนลงทุนจนเจ็บตัวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากปล่อยให้เธอหนีไปได้ ตนเองก็รีบลงลิฟต์อีกตัว หนีออกทางบันไดหนีไฟให้เพื่อนรีบพาส่งโรงพยาบาล
“...”
“-_-+”
ไร้คำตอบจากลูกพี่ใหญ่และเจ้านาย ยิ่งเห็นตาสีเขียวมะกอกกำลังมองตนเองตาขวางยิ่งเข้าใจสถานการณ์
“ผะ ผมเจ็บตัวฟรีเหรอครับ -_-;”
“ไม่ใช่ความผิดกู...”
ร็อตหันขวับมองหน้าเจ้านายตนเองทันที ไม่ใช่ความผิดเขาแล้วเป็นความผิดใคร
แต่ช่างเถอะ... ตลอดชีวิตของโรเมโอ เออร์วินโต รูซโซไม่เคยคิดว่าตนเองทำอะไรผิดอยู่แล้ว
“ไปบอกฝ่ายไอทีให้เตรียมไฟล์ เราจะใช้แผนบี” ร็อตบอกลูกน้องตนเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คนเจ็บหัวหน้างอ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากโค้งรับคำสั่งแล้วเดินจากไป
“นายจะให้ปล่อยคลิปวันไหนครับ”
แผนที่สองซึ่งรุนแรงกว่าถูกหยิบออกมาใช้ด้วยความจำเป็น ทั้งที่หากแผนแรกผ่านไปได้ด้วยดี เซียร์ราจะเข้ามาเป็นพรรคพวกกับรูซโซโดยที่ไม่กระทบชื่อเสียงของเธอ ในใจของร็อตไม่ได้ต้องการจะทำลายความมานะของผู้หญิงคนหนึ่งบนเส้นทางอาชีพกว่าสิบปี แต่นี่คือแผนที่ผู้เป็นนายเคาะเลือกด้วยตนเอง ลูกน้องอย่างพวกเขาจึงจำใจต้องทำตามวิสัยทัศน์ผู้นำ
“ยัยนั่นเดินแบบที่ปารีสอีกทีวันไหนนะ...” คนไม่เคยสนใจความรู้สึกใครเอ่ยถามขณะหยิบปฏิทินขึ้นมาดูประกอบ
“สิบโมงเช้าวันศุกร์นี้ครับ สายของเราจากฝรั่งเศสรายงานว่าฟรานเชสโกถึงปารีสเมื่อเช้า” ร็อตรายงานสถานการณ์อย่างแม่นยำเนื่องจากส่งลูกน้องคนสนิทตนเองตามไปดูถึงปารีส “นายอยากลองผูกมิตรกับเธออีกสักครั้งไหมครับ เผื่อวิธีการนี้...”
“ไม่ล่ะขี้เกียจ ต่อไปถึงคราวยัยนั่นวิ่งตามหาฉันบ้าง” รอยยิ้มร้ายกาจฉายออกมาด้วยความพึงพอใจ หยิบเฮดโฟนออกมาจากลิ้นชักเตรียมเข้าโหมดงานอดิเรกที่ไม่มีใครรู้นอกจากตนเองและลูกน้องตรงหน้า “ให้ฝ่ายไอทีเตรียมคนปั่นเทรนด์ด้วย ถ้าข่าวฉาวของเซียร์ราแพ้ข่าวงานแฟชั่นที่เธอเดินหรือกระแสคู่กับไอ้ฟรานเชสโกอีก เตรียมถูกปลดยกแผนก”
“รับทราบครับ”
ร็อตก้มหน้าลอบถอนหายใจ งานครั้งนี้มีหน้าที่การงานของพวกเขากว่ายี่สิบนายเป็นตัวประกัน หากสงสารเธอผู้ไม่เกี่ยวข้องและยั้งมือ อาจเป็นพวกเขาเสียเองที่ต้องตกงานยกแผนก
“ติดเครื่องดักฟังที่เพนต์เฮาส์ยัยนั่นหรือยัง” หน้าจอคอมพิวเตอร์ถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกับกดคลิกเข้าไปในโปรแกรมที่ถูกสั่งให้พัฒนาขึ้นมาสำหรับเขาคนเดียว
“ครับ รหัสสัญญาณคือ SSR01 ถึง SSR10 มีสิบจุดทั่วเพนต์เฮาส์ยกเว้นห้องน้ำครับ”
“แล้วทำไมไม่ติดในห้องน้ำ -_-”
“...” ร็อตกะพริบตาปริบๆ งุนงงกับคำถาม
ไม่นึกว่าผู้เป็นนายจะกล้าถามประโยคนี้ด้วยซ้ำ
“ไม่ได้จะฟังยัยนั่นอาบน้ำ เผื่อเอาฉันไปนินทาในห้องน้ำให้คนอื่นฟัง”
แล้วเธอจะไปคุยกับใครในห้องน้ำวะ -_-
“ช่างเถอะ สิบจุดก็สิบจุด มีงานอะไรอีกไหม?”
“คุณลีออนส่งคำเชิญเข้าประชุมที่จะเริ่มอีกครึ่งชั่วโมงครับ เป็นหัวข้อเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าบริการตู้แช่เครื่องดื่มในโรงแรมโซนตะวันออกกลางเพิ่มครับ”
“ลีออน...ใครนะ -_-”
คนเป็นลูกน้องถอนหายใจ เจ้านายตนเองไม่สนใจใครแม้กระทั่งคนที่กำลังจะเข้ามาเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกัน
“น้องชายคุณคริษฐ์ครับ”
ชื่อมาเฟียอีกคนถูกเอ่ยออกมา ผู้บริหารบริษัทผลิตเครื่องดื่มระดับโลกอย่างลุกซ์ลิมิเต็ด และพ่วงตำแหน่งคนที่กำลังจะได้เข้าพิธีแต่งงานกับน้องสาวของเจ้านายตนเองในอีกไม่เกินครึ่งปีข้างหน้า
“ไอ้คลาวด์มันมีน้องตอนไหน ทำไมฉันจำไม่ได้”
“มีมายี่สิบสองปีแล้วครับ...”
“ช่างเถอะ แกไปเข้าประชุมแทน บอกว่าฉันติดธุระสำคัญ”
พูดจบก็ยกเฮดโฟนสีขาวครอบศีรษะ ตัดการรับรู้จากโลกภายนอก มุ่งหาสัญญาณจากเครื่องดักฟังที่ส่งลูกน้องไปติดตั้งเอาไว้ที่เพนต์เฮาส์ยัยตัวแสบตั้งแต่ช่วงที่เธออยู่เวนิส
คนถูกโยนงานให้ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้โค้งรับคำสั่ง มองเจ้านายตนเองกำลังสนใจ 'ธุระสำคัญ' ที่ว่าด้วยความเหนื่อยใจ
เขาคิดเอาไว้แล้วเชียว ว่าทำไมการได้ขึ้นมาเป็นลูกน้องของผู้นำตระกูลรูซโซถึงได้เงินเดือนสูงนัก ขนาดคนที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันอย่างกันภัยหรือคาสเซิล ที่เป็นถึงลูกน้องของทายาทลูซโซเอเชียและเจ้าของบริษัทเครื่องดื่มลุกซ์ลิมิเต็ดก็ยังไม่ได้เงินเดือนเจ็ดหลักขนาดนี้
สุดท้ายร่างสูงโปร่งของลูกน้องหนุ่มก็เดินออกจากห้องกลับห้องทำงานตนเองเพื่อเตรียมเข้าที่ประชุมแทนเจ้านาย
'ครืด... ครืด...'
เสียงคลื่นแทรกมีพอประมาณ ดูจากตำแหน่งที่ตั้งตอนนี้น่าจะเป็นคอนโดสูงแถวสโมสรกีฬาลัตซีโยใกล้สนามบินนานาชาติเอฟซีโอ
เหอะ! อีกสองร้อยเมตรก็เป็นคอนโดในเครือลูซโซ ทำไมไม่ไปอยู่ที่นั่น รายได้ต่อปีของตนเองก็ซื้อเพนต์เฮาส์ทั้งชั้นได้สบายแท้ๆ
ก้านนิ้วเรียวคลิกเมาส์เปลี่ยนสัญญาณในห้องพักหาเป้าหมาย กระทั่งหยุดที่สัญญาณช่อง SSR02
'Bedroom - ห้องนอน'
ไหนลองฟังซิ เขาเองก็อยากรู้ว่าหล่อนจะเอาเรื่องวันนี้ไปนินทาให้ผู้จัดการตัวเองฟังหรือเปล่า
(ไอ้บ้านั่นโคตรจะโรคจิต!!)
คนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานสะดุ้ง นั่งหลังตรงทันทีที่จูนสัญญาณติด กระชับเฮดโฟนเข้ากับศีรษะตนเองเพราะอยากได้ยินแบบชัดแจ๋ว
เสียงแบบนี้เขาจำได้ว่า คือเจ้าของลิปสติกสีชมพูที่เปื้อนปากเขาจนต้องหาทิชชูเปียกมาเช็ดออก
(เอาน่า~ เธอก็อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์ ยังไงเราก็เซ็นสัญญารักษาความลับแลกกับการให้มาเฟียอย่างรูซโซหาตัวคนทำได้ คงได้ตัวเร็วๆ นี้แหละ)
มาเฟียหนุ่มระบายยิ้มพึงพอใจ แสดงว่าอิทธิพลของรูซโซดังไกลถึงวงการบันเทิง ต่อให้ไม่ได้เอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวมันก่อนก็ตาม
แต่ต่อไปนี้แหละเขาจะทั้งยุ่งทั้งเกี่ยว นอกจากพื้นที่สื่อทั้งหมดในอิตาลีจะกลายเป็นของเขา ผู้หญิงที่ไอ้ฟรานเชสโกอยากได้นักได้หนาเขาก็จะดึงเข้ามาจูบอวดมันตอนเจอหน้า ประกาศศักดาในฐานะว่าที่ผัวตามกฎหมาย
(เซียร์ไม่อยากยุ่งกับพวกมาเฟียเลย)
เหอะ! ทีกับเขาล่ะปัญหาเยอะ ไอ้ฟรานเชสโกก็มาเฟียเหมือนกัน ยัยนั่นรู้หรือเปล่า
ให้เดาคงทำงานหลังขดหลังแข็งไม่แหกตาดูอย่างอื่นนอกจากเรื่องงาน ถึงไม่เคยรู้สึกตัวเลยว่ากำลังมีคนทำเรื่องระยำตำบอนกับตัวเองอยู่
(ทำไมล่ะ หรือตอนที่ฉันไม่อยู่เขาทำอะไรเธอหรือเปล่าเซียร์)
(มะ ไม่ใช่แบบนั้น แค่ไม่ชอบหน้า กวนประสาท เห็นแก่ตัว พูดไม่รู้เรื่อง)
คนถูกด่าเป็นชุดอ้าปากเหวอ คว้ากระดาษกับปากกามาจดทุกประโยคที่ยัยตัวแสบด่าตนเองเอาไว้
เจอรอบหน้าเขาจะทำยิ่งกว่าในลิฟต์!!
(น่า~! ใจเย็นๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาแล้วมาเก็บกระเป๋าบินไปปารีสดีกว่า จบงานอยากแวะหอศิลป์ก็ได้นะ ไปเดินดูรูปที่เธอชอบให้ใจสงบ)
(อือ...เจนกอดเซียร์หน่อย)
(มาๆ มากอดกัน)
คนแอบฟังเบ้ปากออกมาด้วยความหมั่นไส้ ยัยนี่เป็นพวกอ้อนคนที่ตัวเองสนิท ทั้งที่ในตอนที่เจอกันกับเขา หากเธออยู่เป็นสักหน่อยเรื่องคงง่ายกว่านี้
งั้นก็รอรับแรงกระแทกได้เลย ไหวพริบในหัวที่เธอสั่งสมมาตลอดชีวิตจะถูกขุดมาใช้เร็วๆ นี้แหละ
มาเฟียหนุ่มเลิกสนใจฟังสองสาว เปลี่ยนสัญญาณมานั่งฟังการสนทนาของคนในออฟฟิศตนเอง ทั้งตึกลูซโซ สมาพันธ์มาเฟียที่ถนนวิโตริโอ้ เวนิโต้ หรือแม้แต่เพนต์เฮ้าส์เขาสั่งให้ลูกน้องคนสนิทติดตั้งเครื่องดักฟังแทบทุกจุด
โรเมโอมีงานอดิเรกคือฟังชาวบ้านสนทนากัน บางครั้งก็บังเอิญได้ฟังตอนที่ลูกน้องคนสนิทถูกลูกน้องในสังกัดนินทาในความดุดันตอนทำงาน บางทีก็เป็นเรื่องของคนไม่รู้จัก คนนั้นเลิกกับคนนี้ คนนั้นชอบคนนี้ คนนี้ติดเงินคนนั้นสารพัด
แม้แต่เขาเองยังถูกลูกน้องนินทากับนิสัยเผด็จการ แต่เขาตั้งปณิธานกับตนเองตั้งแต่ตัดสินใจติดตั้งเครื่องดักฟังแล้วว่าจะไม่เอาเรื่องแค่นี้มาใส่ใจเก็บเป็นอารมณ์
ไม่มีใครไม่ถูกนินทา และการทำแบบนี้ก็นับว่าเป็นการแก้เบื่อได้ดี...
