บทที่ 13 Game 12 | เซอร์ไพรส์ครับขุ่นแม่
กรุงปารีส, ประเทศฝรั่งเศส
ภายในห้องแต่งตัวหลังรันเวย์ภายในอาคารประวัติศาสตร์ ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการด้านแฟชั่นของกรุงปารีสอย่างกร็องด์ปาเลส์ เจ้าของร่างระหงนั่งให้ช่างแต่งหน้าของแบรนด์ปัดแก้มด้วยความตื่นเต้นที่กักเก็บแทบไม่มิด เซียร์รากลับมาเดินแบบให้กับแบรนด์อองกอร์ในรอบสามปี เพราะนับตั้งแต่ถูกแต่งตั้งเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็มักจะถูกส่งการ์ดเชิญให้มานั่งหน้าเวทีชมการแสดงซะมากกว่า
แต่วันนี้พิเศษ เนื่องจากครบรอบเก้าสิบปีของการก่อตั้งแบรนด์ เธอจึงถูกเชิญให้เดินเปิดรันเวย์และเดินนำในช่วงฟินาเล่ปิดท้าย
เริดไหมล่ะ...
“เสร็จแล้วค่ะ มือสั่นไปหมด ไม่ได้แต่งหน้าให้น้องเซียร์นานมากกกก~” ช่างแต่งหน้าพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มห้าวตามธรรมชาติพร้อมกับโน้มหน้าเข้ามาสำรวจใบหน้าสวยใกล้ๆ เช็กความเรียบร้อยหลังลงเซตติ้งสเปรย์ปิดท้าย “สวย! สวยแบบเจ้าชายต้องมาคุกเข่าขอแต่งงาน”
“ฮิๆ ขอบคุณนะคะ เซียร์สวยเพราะพี่แซมมี่นั่นแหละค่ะ”
“ขอพี่ถ่ายหน้าหน่อยนะคะ จะเอาไปเป็นโพรไฟล์งาน” นิ้วชี้หนาแบบสรีระเพศชายปัดผมด้านหน้าของเธอให้อยู่ทรง ตามด้วยการหยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้อง
“ยินดีค่ะ”
ดาราสาวจิกตาสู้กล้องชนิดไม่กลัวแฟลช ทั้งเอียงซีกหน้าซ้ายขวาให้ถ่ายจนสาแก่ใจช่างแต่งหน้า
“หู้ยยย~ แต่งงานเมื่อไหร่ไดเร็กไอจีเรียกพี่ไปแต่งหน้าให้นะคะ ขอรับค่าตัวเป็นช่อดอกไม้เจ้าสาวก็พอ”
“คิก~ ได้ค่ะ ถ้ามีเศรษฐีบ่อน้ำมันมาขอนะคะ” ดวงตาสีน้ำตาลขยิบตาขี้เล่นใส่ หันหน้าไปให้ผู้จัดการที่มาด้วยกันดูหน้าตนเองอีกครั้งและรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อเจนพยักหน้าให้
อะไรที่เจนอนุมัติให้ผ่านมันดีเสมอ ห้าปีไม่เคยพลาดแม้แต่กิ๊บติดผมอันเดียว
“น้องเซียร์ มาค่ะ เปลี่ยนชุดกัน” ทีมห้องเสื้อส่งเสียงเรียกเธอจากหน้าตู้ลองชุดของทางแบรนด์
เซียร์ราเดินไปหยุดหน้าราวผ้าใบสีครีมสกรีนชื่อแบรนด์เด่นหราสามตู้ การที่ม่านตู้เปลี่ยนเสื้อผ้าถูกปิดทั้งหมดแปลว่าตอนนี้มีคนกำลังใช้งาน
“นี่! ใช้ตู้นานจัง เปลี่ยนเสร็จก็ออกมาสิ!” ช่างเสื้อเท้าเอวตะโกนเข้าไปในตู้เปลี่ยนชุดด้วยน้ำเสียงจิกกัด
เหตุการณ์นี้มักจะเกิดหลังเวทีบ่อยครั้งเนื่องจากเป็นช่วงเร่งรีบเพราะมีกำหนดการตายตัวรออยู่
ครืดดด...
ทันทีที่ม่านสีครีมถูกรูดออกดาราสาวก็ถึงกับตัวชา เนื่องจากนางแบบที่เพิ่งเปลี่ยนชุดออกมา...หน้าตาเหมือนเธอมาก
เซียร์ราหันขวับหาผู้จัดการตนเอง ทว่าเจนไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
“น้องเซียร์ตกใจอะไรคะ?” ทีมงานผู้หญิงเข้ามาเห็นหลังจากเห็นอาการนิ่งอึ้งของเธอ
หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนทีท่าเป็นยิ้มแย้มไร้พิรุธ
“ชุดยาวมากเลยค่ะ นี่ขนาดชุดเดินเปิดตัวนะคะเนี่ย” เธอเปลี่ยนเป็นการคุยแซวเล่นกับทีมงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
พยายามบอกตนเองในใจว่ามันอาจจะไม่เป็นไร เนื่องจากตนเองในตอนนี้กำลังมีชื่อเสียง การยื่นรูปคนดังเป็นต้นแบบในการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติของวงการนี้
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินกลับมายื่นรอขึ้นเวที จังหวะเดียวกันกับที่ผู้จัดการส่วนตัวจองเธอเดินเข้ามาหาพร้อมดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ในมือยื่นให้
“ดอกไม้มอบให้ดีไซเนอร์ตอนฟินาเล่เหรอ”
แล้วเอามาให้อะไรตอนนี้? ยังไม่เปิดรันเวย์เลย
“ไม่ใช่ มีคนฝากมาให้เธอ ฉันเลยเอามาให้ดู นี่การ์ด...” เจนยื่นการ์ดสีขาวให้เงียบๆ
ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหลุดพ้นสายตาของทีมงานหลังเวทีอยู่ดี
ช่างเถอะ...ไม่ใช่ครั้งแรก ส่วนมากแบรนด์มักจะส่งดอกไม้มาให้เป็นประจำตอนมีงานอยู่แล้ว
แต่ทันทีที่เซียร์ราก้มหน้าอ่านโน้ตในมือก็ถึงกับขมวดคิ้ว ดาราสาวมองหน้าเพื่อนเลิกคิ้วให้เจนถามถึงเหตุผลของการส่งดอกไม้มาของเขา แต่สาวแว่นหนาเตอะก็ยักไหล่ตอบกลับมาไม่พูดอะไร
'333-131-1131 Romeo E. Russo'
“เบอร์มือถือ? แค่นี้? ส่งมาทำไม”
“ไม่รู้ อาจจะเป็นลูกน้องของเขาส่งมาแทนคำขอโทษก็ได้” เจนให้ความเห็นและเก็บการ์ดใบนั้นใส่กระเป๋าตนเอง “เตรียมตัวได้แล้ว เลิกหงุดหงิด”
เซียร์ราพยักหน้าและปิดเปลือกตาทำสมาธิ แม้แวบหนึ่งจะเห็นภาพใบหน้าหล่อเหลากับดวงตาสีเขียวมะกอกลอยเข้ามาในความมืดจนเผลอกัดเม้มริมฝีปากตนเองแน่นก็ตาม
เสียงพิธีกรบนเวทีเริ่มกล่าวเปิดงานพร้อมกับเพราะจังหวะสนุกชวนผ่อนคลายดังขึ้น ขาเรียวสวยจึงเริ่มขยับตามจังหวะเพลงวอร์มร่างกายท่ามกลางเสียงเชียร์ของทีมงานหลังเวที
“เดินให้โลกมันจำ! ไปเลยเซียร์!!”
เสียงเชียร์ของผู้จัดการทำให้เธอฮึกเหิม ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศเริ่มการแสดง ขาเรียวยาวก็ก้าวขึ้นเวทีเดินสับแบบพกความมั่นใจมาเต็มอก
เสียงชัตเตอร์ดังระรัวทันทีที่ร่างผอมบางของดาราสาวยืนหน้าเวที วันนี้เธอจะพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่ารันเวย์ทุกที่ก็แค่สนามหน้าบ้านเธอเท่านั้น
×××
อีกด้านหนึ่งของอิตาลี ร็อตเป็นคนลงมาคุมทีมไอทีวันนี้ด้วยตนเอง ไฟล์ความยาวสามสิบวินาทีถูกอัปโหลดขึ้นแถบเขียวเต็มหลอด รอแค่คลิกเดียวคลิปสุดไวรัลชิ้นใหม่ของโลกก็จะถูกแชร์ลงสื่อสาธารณะให้ชมเป็นขวัญตา
(ลูกพี่ครับ เธอกลับเข้าไปหลังเวทีแล้วครับ)
ลีโอนาร์ด ลูกน้องที่บอดีการ์ดหนุ่มไว้วางใจรายงานสถานการณ์แบบเกาะติดหน้าเวที เนื่องจากการถ่ายทอดสดทางช่องทางของแบรนด์มักจะดีเลย์ราวๆ ห้านาที ร็อตจึงทำการส่งลูกน้องตนเองให้แฝงตัวเข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ของอองกอร์ในครั้งนี้ เพราะต้องการปล่อยวิดีโอลับหลังจากที่เซียร์ราเดินเปิดงานทันที
ตามกำหนดการของงานนี้ แฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วงจะมีระยะเวลาในการเดินนับตั้งแต่เปิดเวทีจนถึงฟินาเล่คือสิบห้านาที
เขาต้องการใช้สิบห้านาทีนี้ในการปั่นกระแสคลิปฉาวให้ขึ้นอันดับหนึ่งของคำค้นหายอดฮิตก่อนที่เซียร์รา เดอ เซริโอจะให้สัมภาษณ์สื่อปิดท้าย
“ปล่อยคลิป ปั่นกระแส”
สิ้นคำสั่ง เจ้าของดวงตาคมก็มองยอดแชร์อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าทีมไอทีจัดการสำเร็จจนทะลุหลักหมื่นจึงวางสายจากลูกน้องตนเองโทรรายงานผู้เป็นนาย
(มีอะไร...)
น้ำเสียงราบเรียบของโรเมโอทำให้ลูกน้องหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ผมส่งดอกไม้ไปให้เธอตามคำสั่งแล้วครับ และตอนนี้คลิปลับก็ถูกแชร์ไปกว่าหนึ่งหมื่นแอ็กเคานต์เรียบร้อย นายอยากให้ผมติดตามเรื่องไหนเป็นพิเศษไหมครับ”
ความเงียบของปลายสายทำให้ร็อตเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ รู้ดีว่าเจ้านายตนเองไม่ได้หลงลืมว่าวันนี้คือวันเริ่มแผนบี แต่เพราะไม่แคร์ว่าการกระทำพวกนี้จะส่งผลต่อใครบ้าง โดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กๆ กำลังทำหน้าที่ของตนเองบนเวทีสุดความสามารถ
หากจะโทษก็คงต้องโทษฟรานเชสโกที่หลงรักเธอหัวปักหัวปำ เพราะมันกระตุ้นต่อมอยากเอาชนะของผู้นำสมาพันธ์มาเฟียรูซโซจนต้องลงมาเล่นเกมด้วยตนเองแบบซึ่งหน้า
(เตรียมคนของเราเล่นละครอีกสักฉาก ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมหมอบให้กับอะไรง่ายๆ)
“ครับนาย”
×××
'ครืดดด...'
เซียร์รารูดเปิดราวผ้าสีครีม เดินออกมาพร้อมชุดยาวกว่าเดิม ชุดสีขาวเบจปักคริสตัลให้ความรู้สึกหรูหราเข้ากับใบหน้าสวยสง่าของดาราสาว ช่างเสื้อกรูเข้ามารุมรูดซิปจัดระเบียบความเรียบร้อยให้ ปิดท้ายด้วยการติดเครื่องประดับดอกไม้ที่ทำจากเพชรบนศีรษะเป็นอย่างสุดท้าย
“ฟินาเล่โชว์เตรียมพร้อมค่ะ”
ทันทีที่คนรันคิวตะโกนเรียก เซียร์ราก็วิ่งบนรองเท้าส้นสูงหกนิ้วของตนเองไปยืนด้านหน้าขบวน
เมื่อก่อนฟินาเล่คือการให้คนเด่นที่สุดเดินปิดท้าย แต่เพราะกระแสการเข้ารับชมแบบออนไลน์มีมากขึ้น ดังนั้นจึงนิยมให้คนสำคัญเดินนำขบวนฟินาเล่เพื่อให้กล้องจับเป็นคนแรกแทน
ร่างผอมเพรียวสะบัดแขนขา และเป่าลมหายใจร้อนของตนเองออกทางปากไล่ความประหม่าออกไปจนหมดสิ้น หันมามองหาผู้จัดการตนเองที่ปกติต้องวิ่งมาส่งกำลังใจแต่ตอนนี้เจนกลับกำลังคุยโทรศัพท์หน้าเครียด
'ซุบซิบ... ซุบซิบ...'
'ซุบซิบ...'
จู่ๆ ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมด้านหลังเวที ตอนนี้ทีมงานไม่มีใครพูดคุยหยอกล้อ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบและทำแบบเดียวกัน นั่นคือการหยิบโทรศัพท์มาจ้องและหันมามองยังจุดที่เธอกำลังยืนอยู่
“ฟินาเล่โชว์ไปค่าา~!!”
เสียงของสตาฟทำให้ดาราสาวกลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้า เมื่อจังหวะเพลงเปลี่ยนจากสนุกสนานเป็นจังหวะปานกลาง รองเท้าส้นสูงของหญิงสาวก็ก้าวขึ้นเวที
'แชะ! แชะ!'
'แชะ! แชะ!'
เจ้าของส่วนสูงกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเดินตามบล็อกกิ้งด้วยความมั่นใจ แม้รับรู้ว่าบรรยากาศในฮอลล์เปลี่ยนไป แต่ก็ยังเก็บซ่อนสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ได้อย่างมืออาชีพ
นักข่าวรัวชัตเตอร์ถี่มาก บางคนถึงกับเปลี่ยนเป็นโหมดวิดีโอและแพนกล้องตามการเดินของเธอ แขกในงานก็เช่นกัน ยิ่งกว่านั้นคือผู้ก่อตั้งแบรนด์กำลังทำหน้าเครียด
สายตาชื่นชมดีใจที่ได้พบเธอในงานเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ แม้จะไม่รู้ซึ้งถึงสาเหตุ แต่มั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องดี
ทำไม? เพราะเธอเหรอ?
เธอทำอะไรผิด...
