บทที่ 5 เรื่องแปลก ๆ
สัปดาห์ต่อมา
ภายในห้องทำงานของมาร์ตินี
ร่างสูงของรองประธานนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หลังโต๊ะทำงานบนตึกสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ฝ่ามือหนาเปิดพลิกแฟ้มตรงหน้า เพื่อดูแผนการจัดวางโครงสร้างภายในโรงงานที่เหล่าทีมสถาปนิกส่งมา
นัยน์ตาสีน้ำตาลอมทองหรี่มองแบบแปลนตรงหน้า ไล่สายตาตรวจทุกจุดเพื่อให้โรงงานใหม่นี้ตรงกับความต้องการเขามากที่สุด ก่อนจะใช้ปากกาสีแดงวงในบางจุดพร้อมเขียนกำกับสิ่งที่เขาต้องการให้แก้ไข
ชายหนุ่มนั่งพิจารณาแผนผังโครงสร้างตัวอาคารต่างๆ ตำแหน่งการวางเครื่องกลั่น ห้องบ่มหรือห้องสต็อกสินค้าทั้งเหล่าเครื่องดื่มที่ผลิตเองและนำเข้ามา เขาไม่อยากจะมีโรงงานหลายๆ แห่ง ต้องการให้โรงงานแห่งนี้รองรับการขยายตัวในอนาคตได้เลย
ขณะมาร์ตินีวุ่นวายอยู่กับการแก้ไขแบบแปลน เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้”
เมื่อสิ้นเสียงอนุญาต บานประตูไม้สีน้ำตาลก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมสีหน้ากระอักกระอ่วนของเลขาส่วนตัว
“มีอะไร” มาร์ตินีถามนิ่งๆ สายตายังไม่ยอมละจากแบบแผนผังตรงหน้า
ท่าทางจริงจังกับงานของเจ้านายยิ่งทำให้ปลายลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ฝ่ามือเย็นเฉียบเผลอบีบกุมกันเอาไว้หลังจากได้คำตอบจากเจ้าของที่เมื่อหลายวันก่อน
“ว่าไง มีอะไรก็พูดมา”
ในที่สุดชายหนุ่มก็เหมือนจะหมดความอดทนเมื่อเลขาเอาแต่ยืนอ้ำๆ อึ้งๆ ทำหน้าราวกับใกล้จะร้องไห้ออกมา ซึ่งทำให้มาร์ตินีรำคาญใจ
“คะ...คือ...ปลายได้รับคำตอบจากเจ้าของบ้านหลังนั้นแล้วนะคะ”
“เขาว่าไง?” เขาเอนพิงพนักเก้าอี้ ยกท่อนแขนขึ้นมาวางบนโต๊ะด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ทำให้ปลายต้องลอบสูดหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนกลั้นใจบอกความจริงออกไป
“ทางนั้นปฏิเสธ ไม่ต้องการขายค่ะ”
“ได้เสนอราคาให้ตามที่ผมเคยบอกไหม”
“ไม่ได้แจ้งค่ะ”
“ทำไม”
มาร์ตินีถามเสียงแข็งพร้อมความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นในใจ หลังจากเลขาไม่สามารถเจรจาซื้อที่ดินผืนนั้นมาได้
“ปลายไม่ได้คุยกับตัวเจ้าของโดยตรงค่ะ พอโทรเข้าไปอีกครั้งเป็นแม่บ้านคนเดิมรับสาย เธอแจ้งว่าคุณหนูของเธอไม่ต้องการขาย ปลายพยายามขอเบอร์ติดต่อแต่อีกฝ่ายก็ยืนกรานไม่ต้องการพูดคุยใดๆ ค่ะ”
“คุณหนูงั้นเหรอ”
“ค่ะ”
ใบหน้าหล่อเหลาของรองประธานเข้มขึ้น ครุ่นคิดตามคำพูดของเลขา ภาพสาวสวยเจ้าของรถยุโรปลอยเข้ามาในหัว ทำมุมปากของมาร์ตินีกระตุกขึ้น
ดูท่าเขาจะเจอตัวปัญหาเข้าให้แล้ว
เลขาสาวขนลุกวาบตัวเย็นเฉียบกับสีหน้าจริงจังปนเจ้าเล่ห์ของผู้เป็นนาย ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำสั่งที่ทำให้เธองุนงงหนักกว่าเดิม
“คุณปลายเตรียมทำสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงอื่นรอเลย”
“ให้ทำเลยเหรอคะ ถ้าเจ้าของบ้านนั่นไม่ขายทางเราจะมีปัญหาใหญ่เลยนะคะ”
“ผมจัดการเอง”
เสียงมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มเอ่ยขัดขึ้นก่อน ทำให้ปลายต้องเก็บข้อสงสัยมากมายเอาไว้แต่เพียงเท่านั้น แล้วก้มหน้ารับคำโดยดี
ก่อนออกไปจากห้องทำงาน เลขาสาวก็แอบสังเกตเห็นสายตาวิบวับที่ดูไม่เข้ากับภาพลักษณ์เคร่งขรึมจริงจังของเจ้านาย ซึ่งเธอก็ทำได้เพียงสูดหายใจเข้าปอดแล้วออกไปจัดการทุกอย่างตามคำสั่ง
ปากกาด้ามแพงถูกก้านนิ้วยาวหมุนมันไปมา ด้วยท่าทางครุ่นคิดถึงแผนการร้ายบางอย่างในหัว พร้อมมุมปากที่ยกขึ้นดูเจ้าเล่ห์ชวนให้คนที่ได้มองต้องใจเต้นกับเสน่ห์มากล้นของชายหนุ่มคนนี้
ฝ่ามือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือของตนเองบนโต๊ะขึ้นมา ไล่หาเบอร์ที่ต้องการแล้วกดโทรออก
นัยน์ตาสีน้ำตาลทองวาวโรจน์ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมมาเจรจาดีๆ เขาก็ต้องหาทางกดดันสักหน่อย
After Tea Café
ใบหน้าสวยจัดของเฌอปรางยุ่งเหยิง ขณะเจ้าของร้านสาวถือไอแพดเอาไว้ในอ้อมกอดพลางเดินตรวจเช็กสต็อกสินค้าด้านหลังร้านที่เริ่มพร่องลงไปมาก
นอกจากอาฟเตอร์ทรีคาเฟ่จะขายพวกเครื่องดื่มแล้ว ภายในร้านยังมีอาหารขายด้วย และไม่ใช่เพียงแค่มีหน้าตาน่ารับประทานหรือถ่ายรูปอัปลงโซเชียล อาหารในร้านของเธอยังมีความหลากหลาย แถมยังมีรสชาติอร่อย รังสรรค์โดยเชฟใหม่ไฟแรงเพิ่งจบจากต่างประเทศ ที่เฌอปรางสามารถคว้าตัวเธอมาได้เมื่อสองเดือนก่อน ช่วยให้ร้านของเธอเป็นที่นิยมมากขึ้น
และเรื่องนี้ต้องขอบคุณ เฟิร์น เพื่อนสาวคนสนิท ที่เจรจากับเชฟสาวจนเธอตกลงมาทำงานในคาเฟ่โนเนมของเธอจนได้
เฌอปรางเดินออกมาจากห้องสต็อกสินค้า ดวงตากลมโตกวาดมองความยุ่งเหยิงด้านหลังครัว เหล่าพนักงานเดินแทบจะชนกันอยู่แล้ว บ่งบอกได้เลยว่าวันนี้ร้านของเธอมีลูกค้าแน่น แต่ใช่ว่าเจ้าของร้านจะสบายใจ กลับค่อนข้างกังวล เพราะหากไม่สามารถดูแลลูกค้าได้ทั่วถึง นั่นอาจจะทำให้ลูกค้าบางคนไม่พอใจ
ท่อนขาเพรียวยาวภายใต้กางเกงยีนเข้ารูปสีซีดดูทะมัดทะแมงก้าวออกมาจากห้องครัวด้านหลัง ผลักประตูเชื่อมออกไปด้านนอกก็เห็นว่าพนักงานหลังเคาน์เตอร์เครื่องดื่มกำลังง่วนกับการชงเครื่องดื่ม บางส่วนก็เดินนำออร์เดอร์ไปเสิร์ฟให้ลูกค้า
พอเฌอปรางคำนวณลูกค้าที่นั่งรอเต็มหน้าร้านหัวใจดวงน้อยก็พองโต ตื้นตันที่ความพยายามของเธอเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
“พี่ก้าน”
“คะ?”
เธอเรียกผู้จัดการร้านคนขยันเอาไว้ขณะอีกฝ่ายกำลังจะเดินผ่านไปดูแลในส่วนอื่นต่อ
“พี่ก้านต้องแบ่งคนไปดูแลลูกค้าด้านนอกด้วยนะคะ อาจจะให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มก่อนในขณะที่โต๊ะในร้านยังไม่ว่าง”
“โอเคได้ค่ะ”
ผู้จัดการร้านรีบรับคำแข็งขันแล้วเดินไปยังลูกน้องคนหนึ่งที่เพิ่งนำเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้ลูกค้าเสร็จ เพื่อให้เธอไปดูแลลูกค้าด้านนอกตามความต้องการของเฌอปราง
หากเป็นเมื่อก่อนเฌอปรางคงเอาแต่นั่งสั่งงานเท่านั้น แต่หลังจากต่อสู้ทุ่มเทกับร้านนี้มาร่วมปี ทำให้เฌอปรางเปลี่ยนตัวเองจากคุณหนูขี้วีนลงมาลุยงานด้วยตัวเอง พอเห็นว่าด้านหน้าร้านสามารถดูแลรับรองลูกค้าได้ดี เธอก็ปลีกตัวกลับไปยังห้องทำงานขนาดกะทัดรัดเพื่อเตรียมตัวจะสั่งวัตถุดิบเพิ่ม
แต่แล้วโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้าซ้อนมาซะก่อน
คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์จากทางบ้านโทรเข้ามา จึงไม่รีรอที่จะกดรับสายทันที
“สวัสดีค่ะ”
(คุณปรางคะ นี่ป้าน้อยนะคะ เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ค่ะ จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดินเข้ามา ทางนั้นบอกว่าได้รับแจ้งเกี่ยวกับโฉนดอะไรสักอย่าง ป้าไม่เข้าใจคุณปรางรีบกลับมาดูทีนะคะ)
“ใจเย็นๆ นะคะ ปรางฟังไม่รู้เรื่องเลย คนจากกรมที่ดินมาทำอะไรนะคะ” หญิงสาวหน้าเครียดทันทีหลังจากได้พูดคุยกับแม่บ้านที่มีอาการแตกตื่นชัดเจน
(เจ้าหน้าที่บอกว่าโฉนดบ้านคุณปรางอาจจะได้มาโดยผิดกฎหมาย เขาต้องการหลักฐานยืนยันการซื้อขายน่ะค่ะ)
“ฮะ! จะเป็นไปได้ยังไง”
(ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ยังไงคุณปรางกลับมาคุยกับเจ้าหน้าที่ดูนะคะ)
“โอเคค่ะ ปรางจะรีบกลับไปทันที”
เธอรับคำรวดเร็ว คว้ากระเป๋าสะพายและยัดข้าวของจำเป็นอย่างรีบร้อน ท่อนขายาวบนส้นสูงสามนิ้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงาน รีบมองซ้ายมองขวาหาผู้จัดการร้าน
“ต้น ต้น เห็นพี่ก้านไหม”
“เมื่อกี้ผมเห็นแกเดินไปช่วยโบว์ดูแลลูกค้าหน้าร้านนะครับ”
“โอเค ขอบใจมาก”
ร่างบางพยักหน้าขอบคุณบริกรในร้าน รีบมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่ชายหนุ่มบอกทันที แล้วเธอก็ได้พบผู้จัดการและพนักงานอีกคนช่วยกันรับออร์เดอร์จากลูกค้าก่อน
“พี่ก้าน” เฌอปรางเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา พลางกวักมือให้เธอเดินมาหา
ทำให้ก้านรีบขอตัวจากลูกค้าแล้วขยับตัวมาหาเจ้านายสาวที่มีสีหน้าเคร่งเครียดทันที
“คะคุณปราง?”
“ปรางมีธุระที่บ้านนิดหน่อยน่ะค่ะ ยังไงตรงนี้ฝากพี่ก้านดูแลด้วยนะคะ ถ้าเสร็จธุระเร็วปรางจะรีบกลับมาค่ะ”
“ได้ค่ะคุณปราง ไม่ต้องเป็นห่วง”
หลังได้คำมั่นจากอีกฝ่ายแล้ว เฌอปรางก็วางใจแล้วก้าวขายาวไปทางรถ และรีบกลับบ้านโดยด่วนที่สุด
คฤหาสน์เฌอปราง
หญิงสาวกดเหยียบคันเร่งแทบมิดไมล์เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน หัวคิ้วบางผูกกันเป็นปม ทันทีที่ก้าวลงก็พบกลุ่มเจ้าหน้าที่สวมเสื้อแจ็กเกตของหน่วยงานสามคนยืนหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน
ถือว่าป้าน้อยก็รอบคอบมากพอที่ไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านก่อนเธออนุญาต
เฌอปรางไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปพูดคุยทันที
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นเจ้าของบ้านค่ะ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรคะ”
“สวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่มาจากกรมที่ดินนะครับ” ชายคนหนึ่งที่ดูอายุมากเอ่ยขึ้น พลางล้วงบัตรประจำตัวมาให้เธอดูเพื่อเป็นการยืนยันตัวเอง
“ค่ะ”
“ทางเราได้รับแจ้งว่าที่ดินแปลงนี้ได้มาโดยไม่ชอบครับ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาพูดคุยและให้เจ้าของบ้านนำเอกสารการถือครองที่ดินมาแสดง”
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง บ้านนี้ฉันอยู่มาตั้งแต่เกิด พ่อฉันซื้อมาร่วมสามสิบปี แล้ว หากมีปัญหาทำไมเพิ่งเข้ามาตรวจสอบ” หญิงสาวเกิดอาการหงุดหงิดขัดใจทันทีหลังจากได้ทราบเหตุผล ทำให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ต้องรีบอธิบายให้สาวหัวร้อนใจเย็นลง
“ใจเย็นครับ พวกผมแค่ต้องทำตามหน้าที่ หากไม่ได้มีอะไรปิดบังแค่แสดงหลักฐานรายละเอียดซื้อขายมาเท่านั้นเองครับ แล้วที่เหลือพวกผมจะพิจารณาอีกครั้ง”
“อะไรกันล่ะเนี่ย”
เฌอปรางสบถออกมาเบาๆ กับปัญหาจุกจิกน่ารำคาญใจ เพราะแม้จะรู้ว่าโฉนดที่ดินเก็บเอาไว้ไหน แต่เธอจะไปหาหลักฐานการซื้อที่ดินมาจากไหนทั้งที่มันผ่านมาเกือบสามสิบปี และเธอก็แทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“นี่พวกคุณต้องเข้ามาบุกบ้านฉันด้วยหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่ครับ ผมแค่มาแจ้งเฉยๆ หากคุณมีหลักฐานครบถ้วนก็สามารถนำมาแสดงได้เลย หรือไม่ก็ตามไปที่สำนักงานกรมที่ดิน”
“ฉันต้องไปหาเอกสารก่อน เอาไว้จะตามไปให้วันหลังแล้วกันค่ะ”
“โอเคครับ ขอบคุณมากและขออภัยที่ทำให้เสียเวลานะครับ”
“ค่ะ” เธอตอบกลับห้วนๆ พร้อมความหงุดหงิดที่เพิ่มมากขึ้น
คุณหนูสาวกอดอกมองกลุ่มเจ้าหน้าที่สืบเท้ากลับขึ้นรถและขับออกจากพื้นที่บ้านของเธอไป ก่อนจะยกมือขึ้นยีเส้นผมยาวสลวยจนยุ่งฟูระบายอารมณ์เดือดดาลในใจ
“ทำไมต้องมามีปัญหาตอนที่กำลังยุ่งๆ ด้วยนะ” ร่างเล็กทิ้งคำพูดเอาไว้แต่เพียงเท่านั้น พลางหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเก่าของบิดาเพื่อหาเอกสารที่ต้องการ
สองวันต่อมา
คอนโดเฌอปราง
เฌอปรางทิ้งร่างอ่อนแรงลงบนเตียงหลังนุ่ม จากต้องวิ่งเต้นแสดงหลักฐานการซื้อขายที่ดินตลอดสองวันที่ผ่านมา หญิงสาวต้องบากหน้าโทรไปหาพี่สาวพ่อ หรือป้าฝน เพื่อถามว่าบิดาซื้อที่ดินนี้มาจากใคร และแน่นอนว่าเธอได้รับคำค่อนขอดจากอีกฝ่ายทันที ว่าถลุงเงินประกันพ่อแม่หมดแล้วเหรอ ถึงมาสนใจเรื่องที่ดิน ทำเฌอปรางปรี๊ดแตกและโยนคำพูดแรงๆ ใส่ท่านเป็นการเอาคืน
กว่าเรื่องราวจะจบลงก็เล่นเอาคนตัวเล็กปวดหัวจี๊ด เสียเวลาในชีวิตไปมากมาย
ร่างบางสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ภาวนาว่าอย่าให้มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาอีกเลย ตอนนี้เธออยากจะทุ่มเทเวลาให้คาเฟ่เต็มที่ และไม่ต้องการให้มีเรื่องไร้สาระมาขัดขวาง
เธอนอนแผ่หลากลางเตียงขนาดคิงไซซ์ เหม่อมองเพดานสีขาวสะอาดตาพร้อมหัวสมองที่ว่างเปล่า ในขณะที่กำลังปล่อยกายปล่อยใจให้คลายความตึงเครียด เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
ดวงตากลมหลุบมองหน้าจอ ก็แปลกใจเมื่อเห็นเบอร์แปลกปรากฏขึ้นมา ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
(วันพรุ่งนี้เก้าโมงเช้า มาหาผมที่บริษัท พี เอส อาร์ ไทยแลนด์)
“คะ? นั่นใครน่ะ โทรผิดหรือเปล่า” เฌอปรางนิ่วหน้าถามกลับ หลังจากใครก็ไม่รู้โทรมาสั่งในเรื่องที่เธอไม่เข้าใจ
(นั่นคุณลัลลลิน รชานนใช่ไหม)
“เอ่อ...ใช่ค่ะ นั่นใคร”
(ผมณภัทร คนที่ต้องการซื้อที่ดินของคุณ พรุ่งนี้ช่วยมาคุยกับผมด้วย หากต้องการเงินเท่าไรก็ให้เสนอมา)
“ฮะ! เดี๋ยวนะ ได้เบอร์ฉันมาจากไหน...แล้วฉันก็ปฏิเสธไปแล้วไง เรื่องอะไรต้องไปคุยกับคุณอีก”
หญิงสาวอารมณ์ขึ้นหน่อยๆ เมื่อถูกคนไม่รู้จักออกคำสั่งใส่ จนต้องลุกขึ้นมานั่งบนเตียงดีๆ พร้อมตอกกลับเสียงแข็งกลับไปบ้าง
(ผมคิดว่าคุณคงอยากคิดใหม่เรื่องนั้น ไม่งั้นก็มีปัญหาวุ่นวายเข้ามาไม่จบแน่)
คนตัวเล็กเบิกตากว้าง เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวแปลกๆ ในช่วงนี้ได้จากคำพูดเป็นปริศนาของอีกฝ่าย
ฝ่ามือบางจิกกำเข้าหากันแน่น พร้อมเพลิงโทสะลุกวาบไล่ลามไปทั่วร่างทำเฌอปรางเดือดพล่าน
“อย่าบอกนะว่าคุณเป็นคนแจ้งเรื่องโฉนดที่ดินฉัน!”
(หึๆ ผมไม่รู้ว่าคุณหมายถึงอะไร แต่คุณคงอยากเข้ามาคุยกับผมแล้ว)
เสียงหัวเราะในลำคอเจ้าเล่ห์ของปลายสายยิ่งทำคนฟังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหนักกว่าเดิม กัดฟันกรอดตอบกลับเยือกเย็น
“ได้! แล้วเจอกัน!”
(ครับ แล้วเจอกัน)
เฌอปรางแทบจะกลั้นเสียงกรี๊ดไว้ไม่ไหวหลังจากวางสายไปแล้ว เพลิงแค้นถาโถมเข้ามาทุกอย่าง ที่เธอตอบรับคำเชิญไม่ใช่เพราะต้องการคุยเรื่องที่ดินแต่อย่างใด แต่ขอเจอหน้าไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้แล้วด่าหนักๆ ให้สาสมกับที่เขากล้าสร้างปัญหาให้เธอ!
