บทที่ 6 น้ำกับไฟ
บริษัท พี เอส อาร์ ไทยแลนด์
หญิงสาวในชุดเสื้อสูทสีน้ำตาลขับเน้นใบหน้าสวยจัดของเธอให้ชวนมองสะกดใจยิ่งขึ้น เรือนผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตถูกปล่อยยาวจรดเอว ท่อนขาบนส้นสูงเกือบสี่นิ้วก้าวขาสับๆ เข้ามาในตัวบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง หลังจากเธอหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อ ณภัทร ภิสรินธรณ์ ตลอดคืนด้วยความแค้น!
การปรากฏตัวของเธอทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าพนักงานได้ไม่ยาก
เฌอปรางปรายตามอง พร้อมยกยิ้มหว่านเสน่ห์ทำใจของเหล่าชายหนุ่มสั่นระรัว เธอเชิดหน้ามาดมั่นก้าวตรงมายังโต๊ะประชาสัมพันธ์
“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” พนักงานสาวในชุดสีกรมคลี่ยิ้มหวานให้หญิงสาวด้วยความเป็นมิตร พร้อมไล่สายตาสำรวจการแต่งกายของเธอ ก็เผลอลอบสูดหายใจเฮือกใหญ่กับราคาเสื้อผ้าและกระเป๋าแบรนด์หรูที่แขกคนสวยหิ้วมา
“ฉันมาพบคุณณภัทร ไปทางไหน”
“ทำเรื่องนัดมาแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นห้าได้เลยค่ะ ออกประตูลิฟต์แล้วเลี้ยวซ้าย”
“ขอบคุณค่ะ”
ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเพลิงยั่วอารมณ์คลี่ยิ้มหวาน ก่อนจะสะบัดหน้าก้าวขายาวๆ ไปทางลิฟต์ ราวกับนางแบบหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นวีคอย่างไรอย่างนั้น
และทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง เหล่าพนักงานบริเวณนั้นก็รีบพุ่งเข้ามาถามพีอาร์สาวอย่างรวดเร็ว
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้ใครน่ะ”
“เขามาทำอะไรเหรอ”
“เห็นกระเป๋าที่ชีถือไหม ใบละเกือบล้านเลยนะ”
“เร็วสิแก บอกมาหน่อย คนเมื่อกี้เขาคือใคร”
“แป๊บสิ พวกเธอก็เว้นช่วงให้ฉันตอบบ้าง” พีอาร์สาวยกมือเบรกกลุ่มพนักงานช่างสอดรู้สอดเห็น มองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเจ้านายอยู่บริเวณนี้ แล้วชะโงกหน้ามากลางวงทำให้ขาเมาท์เงี่ยหูฟัง
“…”
“คนเมื่อกี้มาหาคุณณภัทรจ้า”
“กรี๊ดดดด~ แกว่าใช่ไหม”
“สาวใหม่คุณณภัทรเหรอ”
“แล้วคุณยี่หวาล่ะ”
เพียงแค่ประเด็นเล็กๆ นี้ ก็ทำให้กลุ่มสาวๆ ยืนเกาะโต๊ะประชาสัมพันธ์เมาท์มอยวิเคราะห์กันสนุกสนาน ใครจะรู้ว่าความจริงนั้นห่างไกลจากสิ่งที่ทุกคนคิดแค่ไหน
ปลายนั่งประจำโต๊ะทำงานหน้าห้องรองประธานหนุ่ม เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าสวยจัดของหญิงสาวแปลกหน้าก้าวเดินมาตามทางเดิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจุดหมายของเธอคือที่ไหน
“ฉันมาหาคุณณภัทร” เธอประกาศความต้องการตนเองทันที ทำให้ปลายรีบหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ ค่อมศีรษะทำความเคารพ
“เดี๋ยวดิฉันไปแจ้งคุณณภัทรให้นะคะ คุณลัลลลินนั่งรอที่โซฟาสักครู่ค่ะ”
เฌอปรางแสยะยิ้มน่าขนลุก พลางสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วทิ้งกายร่างเย้ายวนลงบนโซฟายาว ยกเรียวขาเพรียวยาวขึ้นไขว่ ทำให้กระโปรงทรงเอสีเดียวกับเสื้อสูทร่นขึ้นมาชวนให้ใจคนมองสั่นสะท้าน
ปลายแทบจะไม่มีเวลาสำรวจคนมาใหม่ เธอได้ข่าวมาแล้วว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นจะเข้ามาคุย แต่ปลายก็ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะสวยหยาดเยิ้ม ไม่แพ้ดารานักแสดงเลย เลขาสาวรีบหมุนกายเคาะประตูห้องทำงานเจ้านาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณณภัทรคะ คุณลัลลลินมาถึงแล้วค่ะ”
“ให้เข้ามาได้”
เสียงทุ้มดังลอดออกมาจากอีกฝั่งของประตู แค่นั้นก็ทำให้เฌอปรางเบ้หน้าขัดใจแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นก้าวไปยังห้องทำงานใหญ่โดยมีปลายผายมือเชื้อเชิญ
สองสายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้สบมองกันนิ่งๆ อย่างประเมินกันและกัน
แม้ทั้งคู่จะเคยเจอกันมาแล้ว แต่นั่นก็เพียงแค่ไม่กี่วินาทีตอนรถสวนกันเท่านั้น ทำให้ทั้งคู่ไล่สายตาสำรวจอีกฝ่ายด้วยความสนใจ
เฌอปรางยืนกอดอกมุ่ยหน้าแสดงความไม่พอใจชัดเจน ดวงตากลมจ้องเขม็งมองหนุ่มหล่อหลังโต๊ะทำงาน แม้อีกฝ่ายจะดูดีมหาศาลแค่ไหน แต่พอคิดถึงสิ่งที่เขาทำกับเธอแล้วก็เดือดปุดๆ ขึ้นมาอีกระลอก
“มีอะไรจะคุย” เสียงแหลมห้วนเอ่ยเข้าประเด็นทันที ดึงสติของมาร์ตินีที่เผลอลามเลียสัดส่วนเซ็กซ์เร้าอารมณ์ของสาวฮอตตรงหน้ากลับเข้าร่างอีกครั้ง
“ใจเย็นสิ เชิญไปนั่งก่อน”
ร่างสูงหยัดกายขึ้น ผายมือไปยังชุดโซฟารับแขก พยายามทำตัวเป็นมิตรขึ้น แม้จะสร้างปัญหาให้สาวตรงหน้าหัวเสียก็ตาม
คนตัวเล็กพ่นลมออกจมูก แล้วจึงยอมนั่งลงตามคำเชิญ
หนุ่มเจ้าของห้องเดินตามทิ้งตัวยังโซฟาฝั่งตรงข้าม พร้อมเลื่อนแฟ้มเอกสารให้หญิงสาว
“อะไร?”
“นี่คือแบบแปลนโครงสร้างโรงงานคร่าวๆ”
มือบางเอื้อมหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดู ดวงตากลมล้อมด้วยแพขนตาไล่มองภาพร่างต่างๆ ภายในนั้น ขณะที่ชายหนุ่มเริ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกน่าฟัง
“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทกดดันให้คุณลัลลลินมาคุยในวันนี้ เพราะผมอยากจะได้ที่ดินบริเวณนั้นมาก”
“…”
“ผมมีธุรกิจนำเข้าแอลกอฮอล์และผลิตเครื่องดื่มของตัวเอง ที่ดินบริเวณบ้านของคุณตรงกับความต้องการของผมมากเลยทีเดียวในการจะขยายโรงกลั่น”
“...”
มาร์ตินีเหลือบมองปฏิกิริยาของหญิงสาวเล็กน้อย แต่เธอก็เหมือนตั้งใจฟังเขาดี ชายหนุ่มจึงได้เอ่ยต่อ
“ส่วนนี่เป็นราคาที่ทางผมจะเสนอให้ หากคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถบอกผมได้เลย หากไม่มากเกินไปผมจะจัดการให้”
กระดาษเอกสารอีกใบถูกเลื่อนมาตรงหน้าเธอ มือบางหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นการตีราคาที่ดินของเธอ และแน่นอนว่าเขาให้ราคาเพิ่มจากราคาตลาดด้วย แม้มันจะเป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่เฌอปรางก็ไม่ได้สนใจ
เธอวางกระดาษในมือลงบนโต๊ะ ช้อนสายตาสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลทองคู่สวยที่กำลังจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกรีดยิ้มร้ายเช่นเดียวกับไฟโทสะที่ลุกโชน
หมอนี่กล้าออกแบบวางแปลนโรงงานทั้งที่ยังไม่ได้ซื้อที่ดินจากเธอ และเธอจะทำลายความมั่นใจให้พังพินาศเลยทีเดียว
“ฉันพอจะเห็นความต้องการของคุณณภัทรแล้วค่ะ” เฌอปรางเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงหวานผิดกับตอนแรก แต่มันกลับแฝงอะไรบางอย่างทำให้คนฟังไม่สบายใจเท่าไร
“คุณโอเคกับราคาที่ทางผมเสนอ?”
“ต้องบอกว่าฉันค่อนข้างปลื้มใจที่คุณณภัทรให้ราคาสูงกว่าราคาประเมินค่ะ”
“แล้วคุณติดตรงไหนหรือเปล่า”
“ฉันมีติดนิดหนึ่งค่ะ”
“...”
“ฉันไม่เคยคิดจะขายที่ดินให้คุณ!”
“นี่!”
สองหนุ่มสาวที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจ้องเขม็งมองกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ สันกรามชายหนุ่มขบกันแน่น จ้องมองรอยยิ้มร้ายของสาวตรงหน้าก็ต้องกำมือแน่นระงับโทสะ
ส่วนเฌอปรางก็หัวร้อนไม่ต่างกัน แม้บนใบหน้าจะมีรอยยิ้มประดับไว้ แต่มันไม่ขึ้นไปถึงดวงตา
“แล้วนี่เธอจะมาบริษัทฉันทำไมในเมื่อไม่คิดจะฟังข้อเสนอ!”
“ก็แล้วไอ้หมาตัวไหนมันหาเรื่องให้ฉันต้องวุ่นวายอยู่หลายวันฮะ!”
“เธอนี่มัน!” มาร์ตินีตัวสั่นด้วยความโกรธ ยกนิ้วชี้หน้าสวยๆ ขณะคิดหาคำพูดมาตอกกลับ แต่คนตัวเล็กก็ปากไวกว่า
“ฉันบอกเลยนะ ว่าไม่เคยมีความคิดที่จะขายที่ เหตุผลเดียวที่มาวันนี้คืออยากจะมาเห็นหน้าผู้ชายเฮงซวยเจ้าเล่ห์ บ้าอำนาจแบบนาย แล้วจะมาด่าให้จำทางกลับบ้านไม่ได้เลย!”
คนตัวเล็กหยัดกายขึ้น เท้าเอววิญญาณสาวขี้วีนในสมัยก่อนประทับร่าง คำด่ามากมายก็พรั่งพรูออกจากริมฝีปากเซ็กซี่นั่น จนมาร์ตินีไม่มีช่องว่างให้แทรกกลับได้เลย
“เป็นคนยังไงฮะ โลกหมุนรอบตัวเองหรือยังไง ฉันปฏิเสธไปแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ไม่ขาย ไม่ขาย ไม่ขาย ตกภาษาไทยเหรอ! ไอ้แผนผังโครงสร้างโรงงานที่ทำมาน่ะ เอาไปเผาทิ้งได้เลย ฉันไม่ขายซะอย่างไอ้เศษกระดาษนั่นก็ไร้ค่า! ถ้ารอบหน้ากล้าหาเรื่องฉันอีกเราได้เห็นดีกันแน่!”
เธอตวาดใส่หน้าชายหนุ่มเสียงดัง กระชับกระเป๋าสะพายบนไหล่ สะบัดหน้าพุ่งตัวไปทางประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงปิดประตูดังลั่น
ปัง!
มาร์ตินียังคงยังหน้าเหวออยู่ที่เดิม หัวสมองมึนตื้อไปหมดกับคำด่ายาวเหยียด และกว่าที่เขาจะตั้งสติได้ สาวตัวดีก็เผ่นหนีออกจากห้องไปซะแล้ว
“ยัยบ้าเอ๊ย! อะไรกันเนี่ย ด่ามาเป็นชุด”
ฝ่ามือหนาบีบกำแน่น ไอร้อนผ่าวจากความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านไปทุกอณูผิว ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาขนาดนี้ เมื่อสติกลับมาครบถ้วนแล้ว มาร์ตินีก็ทุบแฟ้มตรงหน้าระบายโทสะ
นัยน์ตาสีอัลมอนด์ตวัดมองประตูด้วยความเคียดแค้น สันกรามขบกันจนเส้นเลือดตามลำคอปูดโปน
มาร์ตินีลุกขึ้นพรึ่บ พุ่งไปคว้าลูกบิดประตูรวดเร็ว จนเลขาหน้าห้องถึงกับสะดุ้งในแรงกดดันมหาศาล
“คะ...คะ...คุณณภัทร...กะ...เกิดอะไรขึ้นคะ” ปลายหน้าซีดตกใจในความเกรี้ยวกราดของเจ้านาย
“จัดการเรื่องซื้อที่ดินที่เหลือให้เร็วที่สุด! อยากจะรู้นักว่าผู้หญิงปากดีแบบนั้นจะทนได้สักกี่น้ำ!”
ว่าจบมาร์ตินีก็ปิดประตูห้องทำงานดังปึง เข้าไปดับอารมณ์คุกรุ่นตามลำพัง ทิ้งให้เลขาสาวทำตัวไม่ถูก มองตามแผ่นหลังบางของคู่กรณีที่เดินไปไกลเกือบจะลับสายตาแล้ว
เฌอปรางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง อารมณ์ที่พลุ่งพล่านยังไม่อาจจะสงบโดยง่าย เธอเดินกลับออกไปยังลานจอดรถ แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง ในที่สุดก็เจอสิ่งที่ตามหา
คนตัวเล็กไม่รอช้าที่จะเดินไปยังรถสปอร์ตสีดำคุ้นตา ซึ่งจอดเด่นอยู่ในช่องจอดของผู้บริหาร
แววตาคุณหนูสาววาวโรจน์ แสยะยิ้มร้ายพร้อมเปิดกระเป๋านำตะปูเรือใบที่ตั้งใจนำมาด้วยโรยเอาไว้หน้าล้อรถ
เธอเดินวนรอบสปอร์ตคันหรู เพื่อดูให้แน่ใจว่าทุกล้อถูกล้อมด้วยตะปูเรือใบครบถ้วน ก่อนจะเชิดหน้าฉีกยิ้มกว้างอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง ในเมื่อเขาทำเธอเสียเวลา เสียสุขภาพจิต เขาก็ต้องได้ถูกเอาคืนอย่างสาสม!
