บทที่ 7 ยัยตัวแสบ

เวลาเกือบหนึ่งทุ่ม แสงอาทิตย์บนท้องฟ้าถูกแทนที่ด้วยม่านสีหมึก มีเพียงแสงไฟด้านบนให้ความสว่างเท่านั้น ร่างสูงโปร่งของรองประธานบริษัทก้าวตรงมาทางลานจอดรถ มือหนาล้วงกดรีโมตเพื่อปลดล็อกรถ ก่อนจะทิ้งตัวลงประจำเบาะคนขับ

หลังจากเจอสาวปากร้ายคนนั้นก็ทำอารมณ์ของมาร์ตินีไม่มั่นคงเอาเสียเลย ไม่อาจจะมีสมาธิจดจ่อกับงานได้ ในหัวเอาแต่คิดหาทางเอาคืนยัยตัวแสบให้ได้ ทำให้กว่าจะเคลียร์งานมากมายเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนดึก

เครื่องยนต์รถหรูกู่ก้องคำรามลั่นลานจอด บ่งบอกถึงสมรรถนะเต็มเปี่ยมของมัน มุมปากชายหนุ่มยกยิ้มพึงพอใจก่อน กดเหยียบคันเร่งเตรียมจะทะยานออกจากลานกว้างเหมือนเช่นทุกวัน

กึก กึก ปึง!

หัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เบิกตากว้างพยายามกวาดสายตามองไปด้านนอก หลังจากมีเสียงแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาทิ่มล้อรถ

ชายหนุ่มไม่รอช้าเหวี่ยงประตูเปิดลงไปดูด้วยความหงุดหงิด ซึ่งทันทีที่เห็นที่มาของเสียงแปลกๆ หนุ่มหน้าเข้มก็ถึงกับปรี๊ดแตก เมื่อพบตะปูเรือใบถูกโรยเอาไว้รอบล้อรถ

“แม่งเอ๊ย! อะไรกันวะเนี่ย!” เสียงสบถด้วยความเดือดดาลดังขึ้น ขณะเจ้าตัวเดินสำรวจรอบตัวรถ ก็พบว่าล้อสามในสี่แฟบแบนเป็นที่เรียบร้อย ทำเขาโมโหกว่าเดิม ถึงกับเผลอยกเท้าเตะล้อเพื่อระบายอารมณ์

ในขณะที่ชายหนุ่มกระชากเนกไท เพื่อให้เคลื่อนไหวตัวได้คล่องขึ้น ฝ่ามือหนาเสยเรือนผมสีน้ำตาล ก่อนจะขยี้มันเสียยุ่งฟู ซึ่งมันก็เป็นภาพที่เสียอาการพอสมควรเมื่อคนที่กำลังเดินกระสับกระส่ายรอบตัวรถคือรองประธานผู้เคร่งขรึม

“เป็นอะไรน่ะพี่ชาย รถเสียงั้นเหรอ” น้ำเสียงกวนอารมณ์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้มาร์ตินีตวัดสายตาหันกลับไปมอง ก็พบน้องชายเดินผิวปากอารมณ์ดีออกมาจากตัวบริษัท

“ไม่ต้องเสือก!”

“แรงอะ ไอ้ผมก็อุตส่าห์หวังดี งั้นก็ตามใจแล้วกัน”

เตกีลากลอกตาหลังจากถูกคนพี่โยนเอาความหงุดหงิดใส่ แต่เขาก็ไม่ได้นึกโกรธเคืองใดๆ ออกจะสะใจด้วยซ้ำกับท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของอีกฝ่าย

“เฮ้ย! เดี๋ยว!”

“ว่า?”

ชายหนุ่มหยุดเดินเอียงคอกลับมาถามด้วยสีหน้ากวนตีน ทำคนพี่ต้องกำมือแน่น ไม่ให้เผลอด่าอะไรน้องชายตัวแสบเพิ่ม

“กูกลับด้วย ยางรถกูรั่ว” เขากลั้นใจพูดความจริงออกไป ตอนนี้ชายหนุ่มเหนื่อยและอยากจะกลับไปพักที่คอนโดเหลือเกิน

“เสียใจครับไอ้พี่ชาย ผมจะไปหาเพื่อน แล้วเจอกัน”

“ไอ้เวรนี่!”

ร่างสูงสบถหยาบคายตามหลังน้องชายที่เดินโบกมือจากไปอย่างไม่คิดจะสนใจเขาแม้แต่น้อย สายตาเกรี้ยวกราดตวัดมองสภาพรถคันโปรดด้วยไฟโทสะที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง พร้อมภาพคนร้ายผุดขึ้นในหัวสมองทันที

เขาทำงานที่นี่มาหลายปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และเพียงแค่ยัยผู้หญิงคนนั้นมาที่บริษัท ก็เกิดเรื่องกับรถคันโปรด ไม่ต้องสืบมาร์ตินีก็เดาได้ไม่ยากว่านี่เป็นฝีมือของยัยตัวแสบนั่นอย่างแน่นอน

รองประธานสูดลมหายใจเข้าปอดสะกดข่มความโกรธที่มันแผดเผาจิตใจให้ร้อนรุ่ม ล้วงมือถือขึ้นมาต่อสายหาคนขับรถของครอบครัว

“สวัสดีครับลุงชาญ รถผมเกิดปัญหานิดหน่อย ลุงมารับผมที่บริษัทได้ไหม”

“ฮะ? ไม่อยู่งั้นเหรอ ออกไปกับแม่?”

“เฮ้ออออ~ โอเค ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมหาทางกลับเอง”

ปลายนิ้วหนากดวางสายพร้อมความโกรธที่เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เขาเหนื่อยและอยากกลับไปพักสุดๆ แต่รถก็ดันเป็นแบบนี้ น้องชายตัวดีก็ทิ้งเขาไว้ แถมคนขับรถก็ไม่ว่าง ตอนนี้ทางเดียวที่รองประธานหนุ่มสุดหล่อจะกลับบ้านได้ คือต้องเดินเท้าออกไปหน้าบริษัท และโบกแท็กซี่เท่านั้น

ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ตัดสินใจเปิดประตูรถเพื่อนำข้าวของจำเป็นติดตัวกลับมา แล้วจึงดับเครื่องยนต์ล็อกประตูรถให้เรียบร้อย

ขณะกำลังเดินออกจากลานจอดรถ รถยนต์แสนคุ้นตาก็ขับมาจอดเทียบด้านข้าง พร้อมกระจกฝั่งคนขับถูกเลื่อนลง

“อุ๊ย! ต้องเดินกลับบ้านเลยเหรอพี่ชาย”

“ไอ้เต! ถ้ามึงไม่คิดจะช่วยก็หุบปากไป ก่อนที่กูจะทำให้รถมึงมีสภาพไม่ต่างจากรถกู” มาร์ตินีเอ่ยเสียงลอดไรฟัน อยากจะเอื้อมมือเข้าไปตบหัวน้องชายให้หยุดทำหน้าสะใจกับสภาพทุเรศทุรังของเขาเสียที

“กลัวแล้วครับ งั้นก็ขอให้กลับบ้านดีๆ แล้วกันนะพี่ชาย”

เตกีลาทำท่าหวาดกลัวในคำขู่แบบโคตรจะเสแสร้ง ก่อนแสยะยิ้มสะใจแล้วเหยียบคันเร่งให้รถหรูพุ่งแซงคนพี่ไปอย่างไม่ไยดี พร้อมฝุ่นควันรถปลิวใส่ร่างสูงของรองประธาน สร้างความหงุดหงิดให้เขามากกว่าเดิม

“แม่งเอ๊ย! วันซวยอะไรของกูวะเนี่ย”

คอนโดมาร์ตินี

กว่ามาร์ตินีจะกลับถึงคอนโดได้เข็มสั้นของนาฬิกาก็ชี้ไปยังเลขเก้าซะแล้ว

ร่างสูงปลดเปลื้องเสื้อสูทตัวหน้าโยนลงบนเตียงอย่างหัวเสีย เพราะเขาต้องไปยืนต่อแถวรอเรียกรถ แม้จะมีพนักงานในบริษัทยอมเสียสละคิวให้เขาขึ้นแท็กซี่ไปก่อน แต่มาร์ตินีก็เห็นพวกนั้นหันไปซุบซิบหัวเราะกันเบาๆ ยิ่งทำรองประธานหน้าร้อนผ่าวด้วยความกระดากอาย แต่ก็ต้องตีหน้าเข้มแล้วขึ้นแท็กซี่อย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางชายหนุ่มติดต่อช่างให้ลากรถเขาไปจัดการเรื่องล้อให้เรียบร้อย และได้โทรหาหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท เพื่อขอภาพบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายหนุ่มปรากฏสู่สายตา ผิวเขาค่อนข้างเข้มเพราะชอบลุยงานกลางแจ้ง ท่อนแขน แผงอก รวมไปถึงหน้าท้องเป็นลอนสวยอัดแน่นไปด้วยความแข็งแกร่งจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ชายหนุ่มนั่งบริเวณปลายเตียง เสื้อเชิ้ตถูกถอดทิ้งไว้บนพื้น เหลือเพียงกางเกงสแล็กสีดำสนิทเท่านั้น มือทั้งสองประคองโทรศัพท์ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังภาพวงจรปิดที่ถูกส่งมาให้ตาไม่กะพริบ

นัยน์ตาสีน้ำตาลทองวาวโรจน์ สันกรามถูกขบกันแน่นจนเส้นเลือดตามลำคอและต้นแขนปูดโปนเด่นชัดขึ้นมา หลังจากเห็นภาพยัยตัวแสบเดินเข้ามาใกล้รถเขา แล้วก้มๆ เงยๆ ด้วยท่าทางโคตรจะมีพิรุธ แม้จะไม่เห็นสิ่งที่เธอทำ เพราะมีรถอีกคันบังอยู่ แต่มาร์ตินีก็มั่นใจว่านี่เป็นฝีมือยัยนั่นแน่นอน

“แสบนักใช่ไหม เธอท้าทายผิดคนแล้ว!”

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นยังมุมปากของชายหนุ่ม เปลี่ยนจากหนุ่มหล่อให้ดูเป็นตัวโกงในพริบตา

มาร์ตินีโยนมือถือเครื่องหรูทิ้งลงบนเตียง ปลดเปลื้องกางเกงชิ้นสุดท้ายออกจากร่าง ก้าวเข้าสู่ห้องน้ำกว้าง เรือนกายเปลือยเปล่าสีแทนราวกับรูปสลักยืนอยู่ใต้ฝักบัว ปล่อยให้น้ำเย็นฉ่ำไหลผ่านร่างกายแข็งแกร่งสุดเซ็กซี่ที่ทำให้สาวๆ ต้องลืมหายใจเมื่อได้เห็น เรือนผมหยักศกเปียกลู่แนบใบหน้าคมสัน ก่อนจะถูกเสยขึ้นด้านบนลวกๆ ขณะคนเจ้าคิดเจ้าแค้นคิดแผนการเอาคืนยัยตัวแสบคนนั้นให้เข็ดหลาบ

คอนโดเฌอปราง

คนตัวเล็กนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ หลังจากเมื่อวานได้แก้แค้นผู้ชายเฮงซวยคนนั้นได้ แต่แล้วก็มีเสียงเรียกจากโทรศัพท์มือถือปลุกเธอขึ้นมาจากฝันดี

“อะไรกันอีกเนี่ย จะปล่อยให้ฉันได้นอนสบายๆ สักวันไม่ได้เลยเหรอ” เสียงหวานบ่นอู้อี้กับตัวเอง พร้อมดวงตาคู่สวยเปิดปรือขึ้นมา จ้องมองรายชื่อที่ปรากฏ เอื้อมมือกดปุ่มรับสาย

“ค่ะ”

(คุณปรางคะ มีหมายจากตำรวจส่งมาที่บ้านค่ะ ป้าไม่ได้เปิดอ่านข้างใน ยังไงคุณปรางรีบกลับมาดูนะคะ)

“หมาย? ตำรวจ?”

(ค่ะ เพิ่งส่งมาเมื่อเช้า ป้าเห็นก็รีบโทรบอกคุณปรางทันทีเลยค่ะ)

“ปรางทราบแล้วค่ะ จะรีบเข้าไป”

คนตัวเล็กกัดฟันกรอด นัยน์ตาแข็งกร้าวหายจากอาการง่วงงุนเป็นปลิดทิ้ง เอ่ยตอบแม่บ้านผู้แข็งขันกลับไป และทันทีที่วางสายเสียงกรีดร้องด้วยความแค้นก็ดังลั่นห้องพักสุดหรู

“กรี๊ดดดด”

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย กล้าแจ้งความจับฉันงั้นเหรอ จะไม่ยอมจบกันดีๆ ใช่ไหม! ได้คอยดูเถอะ แล้วนายจะต้องเสียใจที่มาเล่นกับเฌอปรางคนนี้!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป