บทที่ 2 ที่พี่พูด หมายถึง...
ดาราสาวก้มมองแขนใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่กอดอยู่บนเอวคอดกิ่วของตน ข้อมือมีนาฬิการาคาแพงที่คนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมบ่งบอกรสนิยมลอยติดจมูก ความอบอุ่นที่แผ่กระจายทั่วแผ่นหลังบอบบางทำเธอประหม่า รีบยืดตัวขึ้นยืนแล้วหันกลับไปมองเขาทันที
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ช่วยพยุงไม่ให้เธอล้มชัด ๆ
“เหนือ...”
“พี่ไหม”
ทิศเหนือเองก็ไม่ต่าง เมื่อมองหญิงสาวตัวหอมเรือนร่างบอบบางเย้ายวนชัดเต็มสองตาก็ต้องตกใจ เพราะเธอดันคือพี่สาวของเพื่อนสนิทที่มีอายุห่างจากเขาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น
หัวใจแกร่งเต้นกระตุก ทุกทีที่เจอหน้ากันเขาแทบไม่เคยควบคุมจังหวะหัวใจให้เป็นปกติได้สักครั้ง เพราะเธอทั้งสวยหวานน่ารัก แต่เขาดูออกว่าภายใต้ดวงตากลมโตคู่นั้นซุกซ่อนความพยศ ดื้อรั้นและร้อนแรงแค่ไหน
“มากับใคร สาวเหรอ”
เอ่ยถามพร้อมกวาดตามองไปทั่ว กลัวว่าน้องชายของเธอจะมาด้วย อุตส่าห์เลือกมาผับที่ไม่ใช่ของเพื่อนรักน้องชายเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอกัน แต่ก็ยังจะบังเอิญเจอทิศเหนือเสียได้
“เอ่อ ครับ แต่กลับไปแล้ว แล้วพี่ไหมมากับใคร คนเดียวเหรอ”
คิ้วเข้มกระตุกทันใดเมื่อเธอพยักหน้ารับ กวาดมองเรือนร่างบอบบางสุดเย้ายวนในชุดรัดรูปแหวกอกเว้าลึกจนแทบจะเห็นไปถึงไหน ๆ แล้วรู้สึกหงุดหงิด
“ทำไมมาคนเดียว นี่ไอ้ไม้รู้หรือเปล่า” ดวงตาวาววับลุกวาบขึ้นในความมืด
“แล้วทำไมต้องให้ไม้รู้ล่ะ พี่โตแล้วนะ จะไปไหนมาไหนไม่ต้องขออนุญาตใคร”
“แต่สถานที่แบบนี้มันอันตราย แล้วพี่ก็เมา กลับเถอะครับ ผมไปส่ง” คว้าหมับที่ข้อมือเล็กแต่เธอขืนตัวไว้
“พี่ไม่กลับ จะดื่ม จะเต้น เดี๋ยวอยากกลับก็กลับเองแหละน่า นายจะไปไหนก็ไปเหอะ แล้วเรื่องนี้ก็ห้ามเอาไปบอกไม้เด็ดขาด”
ด้วยกลัวว่าน้องชายที่หวงพี่สาวมากยิ่งกว่าอะไรจะบ่นยาวสามวันไม่ซ้ำคำจึงกำชับเขา
“แล้วพี่มายังไงครับ”
“ขับรถมา”
ทิศเหนือส่ายหน้า เธอคออ่อนอย่างกับอะไร แต่กล้าหาญมาดื่มเหล้าคนเดียวแถมยังขับรถมาอีกต่างหาก ถ้าเขาปล่อยเธอทิ้งไว้คนเดียวต้องเกิดเรื่องแน่ จึงคว้าแก้วเปล่ามารินเหล้าให้ตัวเอง
“ผมจะอยู่กับพี่ อยากดื่มอยากเต้นก็ทำไป เมาแล้วผมพาไปส่ง”
มุกไหมสบตาเพื่อนสนิทน้องชายแล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะรินเหล้า ยกแก้วไปชนกับแก้วของเขาแล้ววาดลวดลายเซ็กซี่ร้อนแรงเพื่อระบายความเครียด
ทิศเหนือมองคนตัวบางที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแล้วกัดกรามกรอด ยกเหล้ากระดกแก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อข่มอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน แต่กลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในจิตใจได้เมื่ออยู่ ๆ คนตัวบางก็หมุนตัวกลับมายกแขนโอบกอดรอบลำคอหนา ดวงตาปรือปรอยมองเขาเสียหวานเยิ้ม
“พี่ไหม...” เสียงแหบพร่าเรียกเธอราวกระซิบ หัวใจเต้นกระหน่ำสะท้อนในอก ประหม่าจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
“เหนือ ผู้ชายเจ้าชู้อย่างนาย ชอบนอนกับผู้หญิงหลาย ๆ คนใช่ไหม”
“ครับ”
ตอบพลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงแรงดึงดูดสายตา มุกไหมเหลือบมองก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นจูบลูกกระเดือกนั้นแผ่วเบา
ทิศเหนือเบิกตาโพลง กัดกรามแน่น กลืนน้ำลายอึกใหญ่อีกครั้งอย่างไม่สามารถควบคุม คนตัวบางแสนซุกซนก็ทำแบบเดิมอีกหนทำเขากลั้นหายใจ
“พี่ไหม...” เรียกคนตัวบางเสียงแหบพร่า
“ชอบไหม”
“ชอบครับ”
“ถ้าชอบ...งั้นไปส่งพี่ที่ห้องหน่อยสิ”
ช้อนสายตามองเขาอย่างยั่วยวนทั้งที่เมาจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ในเมื่อผู้ชายคนนั้นกล้านอนกับผู้หญิงคนอื่นได้ ทำไมเธอจะทำบ้างไม่ได้ บางทีถ้าผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเธอเอาเรือนร่างที่เขาปรารถนาไปเร่ให้ชายอื่น เขาคนนั้นคงแทบคลั่ง...สะใจดีพิลึก
“พี่ไหม พี่เมามากแล้วนะ”
“อืม เมา เลยจะให้ไปส่งไง จะไปไหมล่ะ”
“แต่ที่พี่พูดมันหมายถึง...”
“ค้างกับพี่”
ดวงตาคมกริบวาบขึ้นในความมืดชั่ววินาทีก่อนมอดดับลงเมื่อสำนึกได้ว่าเธอคือผู้หญิงต้องห้าม
“ผมเป็นเพื่อนไอ้ไม้ แล้วพี่ก็เมามากแล้ว พรุ่งนี้พี่อาจเสียใจที่ตัดสินใจชวนผมค้างด้วย”
“พี่รู้ตัว”
มือเล็กเลื่อนมาลูบไล้อกแกร่ง ดวงตายังมองสบเขาอย่างยั่วยวน ทิศเหนือกัดกราม ระบายลมหายใจช้า ๆ ก่อนยกมือขึ้นลูบแก้มใสแล้วประคองกรอบหน้าขึ้นรับจูบ
ริมฝีปากอุ่นร้อนบดเบียดเนิบนาบ คนตัวบางหลับตาพริ้ม จูบเขากลับคืนไปอย่างคนมีประสบการณ์ทำเขาแทบคลั่ง ช้อนท้ายทอยให้เธอแหงนขึ้นรับสัมผัสเร่าร้อนโหยหา
เมื่อจูบจนพอใจโดยไม่สนใจสายตาใคร เขาก็ละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง แต่กลับไม่ยอมห่างไปไหน ยังคงวนเวียนขบเม้มแผ่วเบาอย่างหลงใหล
“จะมาว่าผมทีหลังไม่ได้นะพี่ไหม”
หลังจากนี้ อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
