บทที่ 9 ไปนอนด้วย
มุกไหมมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังขึ้นชื่อคนโทรเข้าจนสายตัดไป หลายวันมานี้เธอไม่ยอมรับสาย
ทิศเหนืออีกเลย แต่เขาก็ยังคงโทรหาเธอวันละหลายครั้งไม่เลิก
“ไหม เข้าฉาก”
เมื่อผู้จัดการส่วนตัวเดินมาตาม จึงยัดโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าสะพายแบรนด์เนม แล้วเดินออกไปพบกับความวุ่นวายของกองถ่ายและงานที่ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เพื่อให้ลืมเรื่องราววาบหวามที่เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของน้องชายให้หมด
ดึกแล้ว ในที่สุดเสียงที่ทีมงานทุกคนอยากได้ยินก็ดังขึ้น
“เลิกกอง”
นางเอกสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อกลับไปพักผ่อน เธอเดินมาจนถึงลานจอดรถตามลำพัง ล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ยังคงสั่นไม่หยุดออกมาดู ก่อนจะถอนหายใจแล้วยัดมันกลับลงไปในกระเป๋าอีกครั้ง
ไม่ไกลจากตรงนั้น ในรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่นานแล้ว ร่างใหญ่ลดโทรศัพท์มือถือออกจากหูหลังรอสายมานานแต่กลับถูกเพิกเฉย ดวงตาวาววับมองตรงไปยังนางเอกสาวที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
“พี่กล้าเมินผมขนาดนี้เลยเหรอ พี่ไหม”
กรามแกร่งขบแน่น มือเปิดประตูรถ ตั้งใจจะลงไปคุยกับเธอให้รู้เรื่องก็ต้องชะงัก เมื่อผู้จัดการส่วนตัวของเธอเดินเร็ว ๆ เข้ามา
“ไหม วันนี้จะนอนที่ไหน บ้านหรือคอนโด”
เสียงที่ดังเข้ามาในรถทำให้คนตัวโตกลั้นใจรอลุ้นคำตอบ แต่แล้วกลับต้องผิดหวัง
“บ้านดีกว่าค่ะ”
“ช่วงนี้ติดบ้านนะเรา กลัวนายวีร์บุกไปหาที่คอนโดเหรอ”
ชื่อนั้นทำทิศเหนือขมวดคิ้ว ตาจ้องเขม็งไปยังมุกไหม
“เปล่าค่ะ”
“เอาน่า ช่วงนี้มาวุ่นวายไม่ได้อีกพักใหญ่ ไปถ่ายละครต่างประเทศ”
“ดีแล้วนี่คะ บางทีพี่วีร์อาจจะรู้แล้วก็ได้ว่ายังไงไหมก็ไม่ยอมคืนดี เลยไม่เสียเวลามาง้อไหมอีกแล้ว”
“อืม พี่ก็ว่าอย่างนั้น เผลอ ๆ อาจพาเด็กไปด้วย กิ๊กนักศึกษาปิดเทอมแล้วนี่ กิ๊กดาราก็ไปศัลยกรรมที่เกาหลี อีกนานกว่าจะไปตามวุ่นวายได้ ทางสะดวก”
“อย่าไปใส่ใจเขาเลยค่ะพี่ใจ ไหมไม่อยากรู้เรื่องของเขาอีกแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ ช่วงนี้เลิกดึกทุกวันติดกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว ไหมแย่แล้วนะคะ”
“คิวดึกวันสุดท้ายแล้ว ต่อไปนี้จนกว่าจะปิดกล้องเหลือแค่คิวบ่ายกับงานอีเวนต์”
“ไหมจะได้นอนตื่นสาย ๆ บ้าง เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
“อืม ไป พี่ไปส่งที่บ้าน”
ทิศเหนือมองมุกไหมขึ้นรถไปกับผู้จัดการส่วนตัว ไม่นานรถยนต์คันนั้นก็แล่นห่างออกไป จึงขับตามไปเงียบ ๆ ไม่ให้เธอรู้ตัว
มุมปากหยักสีชมพูสุขภาพดียกยิ้มร้าย ดวงตาวาววับมองท้ายรถที่ขับนำหน้าอยู่ไกล ๆ
“เหอะ โกหกผมว่าคืนดีกับหมอนั่นเหรอพี่ไหม ถ้ามีโอกาสเข้าใกล้พี่ได้อีก จะลงโทษให้เข็ด”
เสือซุ่มจอดรถแอบมองอยู่นอกรั้วคฤหาสน์หลังใหญ่ จนไฟในห้องนอนของเธอดับลงจึงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอเมื่อนึกแผนการบางอย่างได้ จึงหยิบโทรศัพท์มาต่อสายหาเพื่อนรัก
“ไอ้เหนือ โทรมาดึกจังวะ มีอะไร”
ไม้หมอนที่นอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมารับสายอย่างงัวเงีย ช่วงนี้เขาทุ่มเทใช้เวลาว่างทั้งหมดเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างหนัก นอนเร็วและตื่นเช้าเป็นกิจวัตร
“พรุ่งนี้กูว่าจะไปนอนกับมึง ได้ไหม”
“เกิดอะไรขึ้นวะ ไอ้พวกนั้นมาด้วยหรือเปล่า จะได้สั่งให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องรอ”
“กูไปคนเดียว เบื่อบ้านนิดหน่อย แม่บ่นเรื่องผู้หญิง”
“เออ ตามใจมึง พรุ่งนี้กูเลิกเรียนภาษาญี่ปุ่นห้าโมงเย็น มึงจะมารอกูก่อนก็ได้”
“โอเค งั้นสี่โมงเย็นกูออกจากบ้าน”
“งั้นแค่นี้ กูจะหลับต่อ”
“เออ เจอกัน”
วันรุ่งขึ้น ทิศเหนือเดินเข้ามาในบ้านของเพื่อนรักก่อนเวลานัดหมาย เจอแม่ของไม้หมอนกำลังเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมด้วยเด็กรับใช้ถือกระเป๋าหลายใบตามมา
“แม่ สวัสดีครับ”
“อ้าว เหนือ มาหาไม้เหรอลูก”
มณีรับไหว้เพื่อนสนิทลูกชายที่เป็นถึงทายาทคนเดียวของนักธุรกิจหมื่นล้าน บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มกลุ่มนี้มักจะไปมาหาสู่และมานอนด้วยกันตามประสาวัยรุ่น ซึ่งเธอก็เต็มใจต้อนรับขับสู้อย่างดี
“ครับ ขออนุญาตมานอนกับไม้สักสองคืนนะครับแม่”
“ตามสบายลูก ขึ้นไปรอเจ้าไม้ในห้องนอนก่อนก็ได้ ขาดเหลืออะไรก็บอกแม่บ้าน เดี๋ยวแม่ต้องตามพ่อไปประชุมที่ต่างจังหวัดสักสองสามวัน”
“ครับ ขอบคุณครับแม่”
แล้วทิศเหนือก็ถือกระเป๋าเป้ที่บรรจุเสื้อผ้าและของสำคัญขึ้นมาบนห้องนอนของไม้หมอน แหวกผ้าม่านดูก็ต้องอมยิ้มสมใจเมื่อเห็นรถของขวัญใจขับเข้ามาส่งใครบางคน
จึงเปิดกระเป๋าเป้คว้าอุปกรณ์ป้องกันโรคยัดใส่กระเป๋ากางเกงถึงสามชิ้นแล้วแอบย่องเข้าไปในห้องนอนของพี่สาวเพื่อนอย่างเงียบเชียบที่สุด
ไม่นาน ประตูห้องนอนสีหวานก็ถูกเปิดเข้ามา พอกดล็อกแล้วเจ้าของห้องก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งรออยู่ที่โซฟามุมห้อง
“กลับมาแล้วเหรอครับ พี่ไหม”
“เหนือ นายมาได้ยังไง”
“ผมก็เดินเข้ามา”
“ไม่ใช่ นายมาทำไม”
“ผมว่าพี่ไม่ควรถามผมแบบนี้นะ พี่รู้ดีว่าทำไมผมถึงต้องมาหาพี่ถึงบ้าน”
