บทที่ 11 ตอนที่ 10
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านม่านที่ไม่ได้ปิดสนิทมากนัก ใต้หล้าพลิกตัวหันหนีแสงที่กำลังส่องตาแต่สัมผัสหนักอึ้งบนเอวทำให้เปลือกตาของใต้หล้าเปิดขึ้นทันที ดวงตากลมเหลือบมองลงไปที่เอวของตัวเองเห็นแขนแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังกอดเขา แถมใต้หล้าตอนนี้ก็ยังนอนอยู่บนเตียง
พรึ่บ!
ใต้หล้าดีดตัวออกจากอ้อมแขนแข็งแรง ใบหน้าจิ้มลิ้มแสดงออกมาถึงความตกใจ โรมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบ้างเพราะแรงขยับจากคนข้างกาย มือหนายกขึ้นนวดขมับแล้วหันมองคนที่นั่งอยู่ระหว่างขอบเตียง
"จะตกใจอะไรใต้หล้า เธอขึ้นมานอนกับฉันเองนะ" โรมถามเสียงเรียบแล้วลุกขึ้นมานั่ง ดวงตาคมยังคงมองใต้หล้าเป็นระยะ อีกฝ่ายยังคงมีแววตาหวาดระแวงจนโรมส่ายหน้าเบา ๆ และแอบลอบยิ้มโดยที่ไม่ให้อีกคนได้เห็น เขาหันไปมองนาฬิกาให้รู้เวลาก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป
ใต้หล้ากัดริมฝีปากแน่นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ใบหน้าขาวแดงซ่าน รู้สึกวูบโหวงในใจแปลก ๆ รู้สึกว่ามันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
"ลืมกินยา" ใต้หล้าเหมือนจะนึกอะไรได้ จึงสบถด่าตัวเองเสียงเบาแล้วรีบลุกขึ้นเดินไปหยิบแผงยาที่ซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า มือเรียวหยิบมันมาแค่หนึ่งเม็ดแล้วรีบเดินไปกดน้ำจากตู้ในห้อง
"อึก" ใต้หล้ากลืนยาลงคอไป หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักเพราะรู้สึกไม่ดี
"ลืมแค่วันเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอก" ใต้หล้าปลอบใจตัวเองพลางลูบอกเบา ๆ
แกร๊ก
"อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย วันนี้ฉันมีประชุม"
ใต้หล้าไม่ตอบแต่พยักหน้าส่ง ๆ ไป เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แล้วหยิบชุดทำงานมาถือไว้พร้อมกับผ้าขนหนู ดวงตากลมหันไปเหลือบมองโรมที่ยืนอยู่ข้างตัวด้วยสายตาที่มองออกเลยว่ารำคาญมากแค่ไหน
"ยืนจ้องทำไมไม่ทราบ" ใต้หล้าถาม พยายามปรับเสียงให้ดูหงุดหงิดมากที่สุด
"เปล่า" โรมยกยิ้มมุมปาก เลิกสนใจใต้หล้าที่กำลังทำหน้ามุ่ย
"โรคจิต" ใต้หล้าพึมพำด่าโรมเบา ๆ แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ พอเข้ามาด้านในก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา
"ไปทานข้าวที่บริษัทก็แล้วกัน"
ใต้หล้าพยักหน้า ตอนนี้ทั้งสองคนมาอยู่ในรถกันแล้ว ใบหน้าคมหล่อหันไปมองใต้หล้าที่กำลังเหม่อมองออกไปนอกกระจกตามเคย ไม่เคยแม้แต่จะหันมามองเขาเลยสักนิดตั้งแต่ขึ้นรถด้วยกันมา เมื่อวานเป็นคืนที่โรมหลับสนิทมากที่สุดเพราะได้นอนกอดใต้หล้า จากอารมณ์ที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดก็ดีขึ้นมาบ้าง
หันไปมองเส้นทางตรงหน้าอีกทีก็ต้องตาเบิกกว้างเมื่อมีใครบางคนวิ่งมาตัดหน้า ล้อรถคันหรูเบียดเสียดไปกับถนนเสียงดังลั่นไปถ้วนทั่ว โรมใช้มือหักเลี้ยวพวงมาลัยอย่างแรง
เอี๊ยด!!! ตึง!!!
รถจอดสนิทลงข้างทางอย่างปลอดภัย เพราะเป็นรถยนต์ที่ผลิตจากเมืองนอก ราคาที่สูงมากจึงปลอดภัยเพราะมีระบบป้องกันอุบัติเหตุหนาแน่น สิ่งแรกที่โรมสนใจคือหันไปมองใต้หล้า
"เป็นอะไรหรือเปล่า!" โรมถามเสียงดังเมื่อเห็นใต้หล้านิ่งไป
"อึก..." ใต้หล้ากลืนน้ำลายลงคอ ตอนนี้สติของใต้หล้าหลุดลอยหายไปจนหมดแล้ว หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัยป่านนี้คงได้รับบาดเจ็บไปแล้วแน่ ๆ โรมดึงเข็มขัดของใต้หล้าออกแล้วคว้าตัวใต้หล้ามากอดเอาไว้หลวม ๆ เพื่อปลอบคนสติหลุดไปชั่วขณะ
มือหนาลูบหัวปลอบประโลมใต้หล้าเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถยนต์คันหรูออกไป ชาวบ้านหลายคนที่ผ่านมาทางนี้ก็หยุดดูเหตุการณ์ตรงหน้า
โรมมองร่างเล็กของผู้ชายที่เพิ่งวิ่งตัดหน้ารถเขาไปหมาด ๆ ก่อนขายาวจะก้าวเดินเข้าไปหา
"อึก..."
"เป็นอะไรหรือเปล่า" โรมนั่งลงถามคนที่นอนอยู่บนพื้นถนน แผลถลอกตามตัวเริ่มมีเลือดซิบออกมา
"มะ..ไม่เป็นอะไรฮะ" เสียงหวานติดสำเนียงอังกฤษตอบ โรมมองร่างของคนตรงหน้าที่มีรอยแดงช้ำตามตัว ดูก็รู้ว่าเป็นรอยที่เกิดจากอะไร แถมข้อมือก็มีก็มีรอยช้ำเป็นวงกลมรอบข้อมือที่น่าจะเกิดจากเข็มขัด โรมจัดการอุ้มร่างเด็กคนนี้ขึ้นมาเพื่อพาไปนั่งในร่มใต้อาคาร
"นั่งรอตรงนี้ก่อน" โรมบอกแล้ววางคนที่อุ้มลงบนเก้าอี้พลาสติก
ใต้หล้าที่เพิ่งหลุดจากอาการช็อกก็เดินเข้าไปหาเมื่อเห็นเด็กผู้ชายผมสีบรอนด์นั่งอยู่ขาเรียวจึงก้าวเข้าไปหาทันที โรมขมวดคิ้วเมื่อเห็นใต้หล้าเดินลงมาจากรถ
"ลงมาทำไม กลับขึ้นไปบนรถ" โรมสั่ง แต่ดวงตากลมกลับเหลือบไปมองร่างขาวบางที่กำลังนั่งตัวสั่นเหมือนกับหวาดระแวงอะไรสักอย่าง แผลบนตัวที่เกิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ใต้หล้าเป็นห่วง ไม่นึกโกรธอีกฝ่ายเลยสักนิด
"เขาเป็นอะไรหรือเปล่า"
"ไม่รู้ ฉันจะพาไปโรงพยาบาล ส่วนเธอก็ไปนั่งรอบนรถไป" โรมพูดแล้วเดินออกมายกหูโทรศัพท์ขึ้น
"ยกเลิกประชุมให้ฉันด้วย"
ใต้หล้านั่งมองคนที่หลับไปบนเตียงของโรงพยาบาลด้วยสายตาเป็นห่วง รอยช้ำม่วงที่ข้อเท้าเหมือนกับถูกโซ่ล่ามเอาไว้ แถมข้อมือยังมีรอยรัดเหมือนกัน ตามเนื้อตัวขาวซีดมีจุดแดง ๆ ที่ใต้หล้ามองครั้งแรกก็รู้เลยว่าเป็นรอยดูดที่คนทำไม่โรคจิตก็ซาดิสม์สุด ๆ
"อือ.." เมื่อคนบนเตียงรู้สึกตัว ใต้หล้าก็ลุกขึ้นจากโซฟาตัวหนาเดินมาดูทันที
"อ๊ะ อย่าพึ่งลุกสิ" ใต้หล้าค่อย ๆ พยุงร่างเล็กพอ ๆ กับเขา
"ผมอยู่ที่ไหนฮะ" เด็กหนุ่มผมสีบรอนด์ถามใต้หล้า แววตากลมหลุกหลิกเหมือนกลัวใครจะมาเจอ..
"นายสลบไปเลยพามาโรงพยาบาล แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า บ้านอยู่ที่ไหนฉันจะพาไปส่ง"
"มะ..ไม่ได้หรอกฮะ ผมกลับไม่ได้"
ใต้หล้าเลิกคิ้วขึ้น
"ทำไมล่ะ บ้านกลับไม่ได้เป็นบ้าหรือไง"
"เอ่อ..คือ" หนุ่มลูกครึ่งพูดเสียงติดขัด
"ช่างมันเถอะ แล้วนายชื่ออะไร" ใต้หล้าเลิกถามเรื่องที่อีกฝ่ายไม่ต้องการตอบ แล้วลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียง
"ชื่อเจดฮะ"
"เจดเหรอ เราชื่อใต้หล้านะ" ใต้หล้าแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มเพื่อที่จะให้คนตรงหน้าลดความตึงเครียดบนใบหน้าลงไปบ้าง
"ฮะ ค่าใช้จ่ายเท่าไรเหรอ ผมจะชดใช้ให้" เจดถามใต้หล้า พอมาถึงเรื่องนี้เจดก็นึกอะไรขึ้นได้
"แต่..กระเป๋าเงินผมหาย" เจดบอกใต้หล้าเสียงเบา
"ไม่เป็นอะไรหรอก.." ใต้หล้าบอกเผลอจ้องคนผมสีบลอนด์อย่างลืมตัว เพราะอีกฝ่ายหน้าตาเหมือนตุ๊กตามาก ๆ ตากลมโตขนตาเรียวงอน ปากเล็กเป็นกระจับ จมูกโค้งมนสวยได้รูป ผิวขาวอมชมพู
"มะ..มีอะไรรึเปล่าฮะ"
"อ๊ะ..เปล่า ๆ นายน่ารักมากเลยฉันอดจะมองไม่ได้" ใต้หล้าหัวเราะแก้เขิน แต่ดวงตากลมของเจดยังคงมีความกังวลอยู่
"งั้น..เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ" ใต้หล้าบอกก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่สังเกตเลยว่าคนบนเตียงทำท่าทางอย่างไร
เจดลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วดึงสายน้ำเกลือออกก่อนจะโยนทิ้ง ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนอนที่นี่มากี่ชั่วโมงแล้วและมันจะทำให้เขาเสียเวลา เขาค่อย ๆ เดินมาที่ประตูเพราะรู้สึกเจ็บแผลก่อนดวงตากลมสีฟ้าจะเบิกกว้างเมื่อเปิดประตูออกมา
"ไง..คิดว่าจะหนีพ้นงั้นสิ" เสียงทุ้มพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาคมร้ายกาจมองเจดด้วยแววตาที่ทำให้เขาตัวสั่น..
"ช่วยด้วย!!" เจดตะโกนเสียงดังลั่น พยายามจะปิดประตู แต่แรงอันน้อยนิดก็ไม่สามารถทำได้ แขนเรียวถูกกระชากเข้าไปหาร่างที่หนากว่าตนมาก ใต้หล้าที่เพิ่งล้างมือเสร็จ เมื่อได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำก่อนจะตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
"ใต้หล้า ช่วยผมด้วยครับฮืออ"
เจดน้ำตาไหลพราก พยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่ง
"คุณจะทำอะไรน่ะ!!" ใต้หล้าตะคอกเสียงดัง มองเจดด้วยความเป็นห่วง
"ช่วยด้วยฮะ ฮือออ...ปล่อยนะ!!" เจดร้องเสียงหลงเมื่อถูกอุ้มขึ้น
ใต้หล้าคว้ากระถางต้นไม้แล้วเขวี้ยงใส่หัวของร่างหนาที่กำลังอุ้มเจดอยู่ แต่อีกฝ่ายกลับหลบมันได้อย่างง่ายดายขนาดเขาเขวี้ยงมันจากด้านหลัง
"จับเมียกูไปมัดไว้บนรถ ขืนหนีไปได้อีก พวกมึงได้รับผิดชอบกันรายตัวแน่" เสียงทุ้มน่ากลัวสั่งลูกน้องแล้ววางร่างของเจดลง ชายชุดดำร่างใหญ่ก็คว้าเจดมาจับไว้แล้วลากออกไป
"ไม่!! ปล่อยนะ!!ช่วยด้วยฮะ!!ใต้หล้าช่วยผมด้วย!!"เสียงตะโกนขอร้องความช่วยเหลือค่อย ๆ หายไป ใต้หล้ายืนตัวแข็งทื่อเมื่อร่างหนาตรงหน้าค่อย ๆ ก้าวเข้ามา
"เมื่อกี้จะทำอะไร" ร่างสูงก้มหน้าลงถามใต้หล้าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"เอากระถางเขวี้ยงหัวมึงไงไอ้โง่" ใต้หล้าด่าออกไปแม้เสียงจะสั่นแค่ไหน
"หึหึ คิดว่าทำได้งั้นสิ..ฉันแค่มารับเมียฉันกลับไม่เกี่ยวกับนาย"
พูดจบร่างหนาก็หันหลังเดินออกไป แต่ร่างสูงของโรมก็เปิดประตูเข้ามาพอดี ทั้งสองคนต่างจ้องหน้ากัน
"เฮคเตอร์.."
"โรม?..."
"นายเองเหรอ กลับมาจากตุรกีตั้งแต่ตอนไหน" โรมถามเฮคเตอร์ คิ้วหนาขมวดแน่น ยิ่งมองเข้าไปด้านในเห็นใต้หล้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้โรมยิ่งสงสัย
"เจดหนีฉันมา เลยมาพากลับ"
"เจด? แฟนนายน่ะเหรอ"
เขาคิดไม่ผิดจริง ๆ เพราะตอนเจอของเจดครั้งแรกโรมก็นึกคุ้นหน้าอยู่เหมือนกัน
"อืม..ฉันขอตัวก่อนนะมีเรื่องต้องเคลียร์"
"อืม อย่าบอกนะว่าที่เด็กคนนั้นหนีมาเพราะไปรู้อะไรบางอย่างมา"
"ใช่..เจดเห็นฉันฆ่าคน"
ใต้หล้าที่ยืนฟังเงียบ ๆ ต้องตกตะลึง ปากเล็กอ้าค้างรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที
ร่างหนาของเฮกเตอร์เดินออกไปจากห้องนี้ โรมหันมามองใต้หล้าที่ยืนนิ่งค้างไปแล้ว
"เธอเป็นอะไร"
"เปล่า.." ใต้หล้าพูดเสียงแผ่ว ร่างหนาเดินเข้ามาหาใต้หล้าแล้วยกมือขึ้นอิงหน้าผากมนเบา ๆ
"ทำอะไร"
"นึกว่าไม่สบาย" โรมดึงข้อมือของใต้หล้าให้เดินตามออกมา ร่างเล็กที่กำลังช็อกไม่หายก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย พอมาถึงด้านนอกใต้หล้าเริ่มคลายความกังวลลงบ้าง
"นี่ปล่อยไปแบบนั้นจะดีเหรอ" ใต้หล้าถามร่างสูงรู้สึกอดจะห่วงเจดไม่ได้
"เรื่องของผัวเมียเธอจะยุ่งทำไม"
ใต้หล้ากัดริมฝีปากแน่นเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองจะโดนด่าว่าเสือก
"จิตใต้สำนึกอะมีบ้างไหมวะ เจดร้องหนักขนาดนั้นไม่คิดจะช่วยบ้างเลยหรือไง" ใต้หล้าสะบัดแขนออก ร่างหนาของโรมหันมามองใต้หล้าที่เริ่มแผลงฤทธิ์อีกแล้ว
"ก็มันไม่ใช่เรื่องของฉันแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอด้วย"
"หึ คงเลวเหมือนกันสินะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าไอ้รอยเฮงซวยตามตัวนั่นมันคือรอยอะไร แถมข้อเท้าของเด็กคนนั้นอีก นั่นมันรอยล่ามโซ่นะไอ้โรม!" ใต้หล้าเริ่มแผดเสียงดังลั่นจนโรมถอนลมหายใจออกมา
"ไปคุยกันในรถ" โรมทำท่าจะคว้าแขน แต่ใต้หล้ากลับสะบัดตัวหนี ปากเล็กเม้มแน่น รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยคิดจะสนใจใครเลย
"เห็นแก่ตัว หึ ฉันมันเคยเป็นไอ้โง่ที่ไปหลงรักคนแบบนายได้ยังไงกันนะ" ใต้หล้าพูดเสียงเหมือนจะสมเพชตัวเอง
โรมยิ้มมุมปาก
"แล้วเป็นทำไมหืม.." โรมขยับหน้าเข้ามาใกล้ใต้หล้า นัยน์มองโรมด้วยแววตาเกลียดชัง
"ก็แค่เคยโง่ อย่างน้อยฉันก็ได้บทเรียนได้ตัดคนเลว ๆ แบบนายออกจากชีวิตไง"
โรมทำหน้าเหมือนจะเหลือเชื่อขึ้นมา แต่ใต้หล้าก็รู้ว่ามันกำลังกวนประสาทเขา
"ตัดออกหึ ๆ คิดว่าตอนนี้เธอตัดฉันออกได้แล้วงั้นสิ"
"ก็แค่ไอ้เลวระยำที่มันเข้ามาในชีวิตฉัน ทำไมจะตัดออกไม่ได้"
โรมแสยะยิ้ม สมองของเขาตอนนี้มันกำลังเต้นตุบ ๆ เพราะเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว
"ทำไมเธอมองฉันแบบนั้นล่ะ ฉันอุตส่าห์มองเธอเป็นเมียของเล่นที่อยากเอาเมื่อไรเธอก็พร้อมจะอ้าขาให้ลืมไปแล้วหรือไง--!"
เพียะ!!
ใต้หล้าฟาดมือลงบนใบหน้าคมหล่ออย่างโมโหสุดขีดและมันแรงพอที่จะเจ็บ ดวงตากลมตอนนี้มีน้ำตาไหลพรากรู้สึกเสียใจจนพูดไม่ออก
"เลว.." ใต้หล้ากดเสียงต่ำพูด พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นทั้ง ๆ ที่น้ำตาไหลพรากออกมาไม่หยุด โรมมองใต้หล้าด้วยสายตาเย็นชาไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองพูดสักนิด
สุดท้ายผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยมีหัวใจเลย
ใต้หล้าหันหลังเดินหนี โรมมองใต้หล้าด้วยสายตานิ่ง ๆ ไม่คิดจะตามไป
23.50 น.
ใต้หล้ากลับมาถึงคอนโดในช่วงดึก สภาพเมามายเหมือนคนไร้สติ เขาพยายามทรงตัวให้คงที่ดวงตากลมปรือปรอยเหมือนจะหลับ แต่พอเดินมาถึงห้องนอนภาพบางอย่างกลับทำให้ใต้หล้าตัวนิ่งค้างไปความเจ็บปวดที่ใจแล่นไปทั่วทั้งตัว
"อ๊า...โรมคะ...อ๊า!"
ภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังมีความสุขกันบนเตียงขนาดใหญ่ แรงขยับเขยื้อนมันดังไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเสียงครวญครางแสนหวานชื่น แต่มันกลับอาบยาพิษให้คนที่ยืนฟังมันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ใต้หล้ายืนนิ่งไปทั้ง ๆ ที่ตัวเองแทบจะทรงตัวไม่ได้อยู่แล้ว น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลกลับค่อย ๆ หยดลงอาบแก้ม หัวใจดวงน้อยที่โดนทำร้ายมานักต่อนัก มันแทบจะรับอะไรไม่ไหวอีก
ปากบอกไม่รักผู้ชายคนนี้ แต่พอเห็นภาพสุดแสนบาดใจกลับต้องเสียน้ำตาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
TBC.
