บทที่ 13 ตอนที่ 12

"เห้อ...." ใต้หล้าถอนลมหายใจพลางพับแฟ้มงานที่ตนได้รับมอบหมายลง แขนเล็กถูกตั้งขึ้นมาท้าวคางเอาไว้เพราะความปวดเมื่อยที่ต้นคอ ตากลมมองเพื่อนร่วมงานอย่างเบื่อหน่ายเพราะทุกคนไปยืนจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส

ใต้หล้าเหลือบตาไปมองที่ผนังเพื่อดูเวลา พอทำแฟ้มงานเสร็จเขาก็ไม่มีอะไรให้ทำต่อ มือเรียวจึงหยิบโทรศัพท์ที่วางมันเอาไว้ไม่ได้แตะเลยตั้งแต่เช้าขึ้นมา กดเข้าแอปพลิเคชั่นตามปกติเห็นเพื่อนๆในกลุ่มต่างลงรูปที่ตัวเองไปเที่ยวกันเต็มแถมยังมีทริปเที่ยวทะเลอีกใต้หล้ามองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกเหงาๆ ไอ้อันก็หายหัวไปเลย

ติ้ง!...

เสียงแจ้งเตือนของไลน์ดังขึ้นจนเจ้าของโทรศัพท์ขมวดคิ้วเพราะชื่อที่ทักมาไม่คุ้นเลยสักนิด

Pp: สวัสดีครับ

ใต้หล้า☁️: ใคร?

ใต้หล้ายังคงขมวดคิ้วมุ่น

Pp:จำผมไม่ได้เหรอครับ ฮะๆ

ใต้หล้า☁️: ไม่ได้..เป็นใครก็บอกมาเลยดีกว่ามันเสียเวลาไอ้บ้า

ใต้หล้าพิมพ์ตอบกลับไปรู้สึกหงุดหงิด ร่างบางเตรียมจะคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแต่ข้อความบนหน้าจอทำให้หยุดชะงัก

Pp: ผมพิภพเองครับ..อย่าดุผมสิครับ

ใต้หล้า☁️: อ้อขอโทษที..ว่าแต่นายมีอะไรรึเปล่า

Pp: พอดีว่าผมจะชวนไปทานข้าวน่ะครับ..แต่ไม่กล้าทักมามีวันนี้แหละครับที่ตัดสินใจทักหาคุณ

ใต้หล้าเม้มปากตากลมโตหันไปมองรอบๆห้องพอนึกอะไรบางอย่างได้

ใต้หล้า☁️: ตอนไหนล่ะ

ใต้หล้าถามเพราะนี่ก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้วด้วยเขาไม่อยากกลับกับโรมมันอึดอัดแถมใต้หล้ายังรู้สึกไม่สบายใจอีก

Pp: ตอนไหนก็ได้ครับ

เมื่ออีกฝ่ายตอบแบบนั้นมันทำให้ใต้หล้ายิ้มรีบพิมพ์ตอบพิภพไปทันที

ใต้หล้า☁️: ตอนนี้เลยมารับฉันที่บริษัทใหญ่ของxxx

Pp:เอ๋..คุณทำงานที่บริษัทใหญ่ขนาดนั้นด้วยหรือครับ...

ใต้หล้า☁️: หยุดถามมากได้ไหม..จะไปไหมถ้าช้าฉันไม่ไปละนะ

Pp: ขอโทษครับๆ..คุณรอผมที่นั่นครู่เดียวนะครับ

ใต้หล้าจิ๊ปากเหลือบมองนาฬิกาอีกทีก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวนุ่มหันไปคว้ากระเป๋าสะพายที่ใช้สำหรับการทำงานขึ้นมาแล้วรีบเดินออกจากที่นี่ทันทีโดยที่ไม่มีคนสงสัย

เดินมาถึงหน้าบริษัทใต้หล้าก็ตีตัวเดินไปที่ศาลาด้านหน้า รอไม่นานก็เห็นรถคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอด พอกระจกลดลงพิภพก็ชะโงกหน้าออกมา พอใต้หล้าเห็นว่าเป็นคนที่ตนรอก็เปิดประตูสอดตัวเข้าไปนั่งทันที

"คุณเหมือนหนีอะไรมาเลยนะครับ" พิภพถามขำๆ แอบเกร็งขึ้นมานิดหน่อยเพราะร่างบางของใต้หล้าขึ้นมานั่งเคียงข้างตนเป็นครั้งแรก

"เปล่า..ว่าแต่นายเถอะอยู่แถวนี้เหรอทำไมมาเร็ว" ใต้หล้าหันไปถามร่างสูงข้างตัว พิภพอมยิ้มแล้วพยักหน้า

"ผมผ่านมาเติมแก๊สรถแถวนี้ระหว่างรอก็เลยทักหาคุณ..ไม่คิดว่าคุณจะตอบ" 

"ตอบสิไม่ใช่คนหยิ่งสักหน่อย" 

พิภพหันมายิ้มให้ใต้หล้า ภายนอกร่างบางเป็นคนที่ดูหยิ่งจริงๆ แต่สำหรับเขาใต้หล้าเป็นคนที่น่ารักที่สุดตั้งแต่เขาเคยเจอมา อาจจะเรียกว่าชอบมากๆเลยก็ได้

"หิวหรือยังครับ" ร่างสูงหันมาถาม ใต้หล้าพยักหน้าตอบเพราะไม่อยากจะพูดอะไรมาก 

TRu....TRu...

เสียงสั่นของโทรศัพท์มันทำให้ร่างบางสะดุ้งพอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของโรม ใต้หล้าแอบเหลือบมองพิภพก่อนจะกดปิดเสียงแล้วยัดมันใส่เป๋าไม่สนใจมันอีก 

โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังโทรหาจะโมโหมากแค่ไหน...

"อย่าให้เจอนะเธอโดนดีแน่" โรมสบถเสียงน่ากลัวอารมณ์โมโหของโรมมันปะทุจนพนักงานที่คอยดูแลใต้หล้าหน้าซีด  

"คุณโรมครับ" ผู้ชายชุดดำเดินเข้ามา 

"ได้เรื่องว่าไง" โรมถามเสียงนิ่งกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนมันแทบจะแตกละเอียดคามือ

"ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วครับ..คุณใต้หล้าขึ้นรถไปกับผู้ชายคนหนึ่ง"  โรมหน้าตึงกว่าเดิมแทบจะทันทีที่ได้ยินมัน ขายาวก้าวเดินออกจากที่นี่ 

"อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหมใต้หล้า" โรมพูดกับตัวเองเสียงเหี้ยมความโกรธของเขาตอนนี้มันประทุอยู่ในหัวจนเส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ

"ข้าวผัดกุ้งที่นี่อร่อยมากนะครับผมสั่งทำพิเศษเลย" พิภพบอกร่างบางที่นั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้ม ใต้หล้าพยักหน้าแล้วตักมันกินตามที่อีกคนบอก

"อร่อยจริงด้วยอ่ะ" ตากลมวาวขึ้นทันที

"อร่อยก็ทานเยอะๆถ้าคุณชอบมากผมจะพามาทานอีก" 

ร่างบางเคี้ยวข้าวในปากตุ้ยๆจนพิภพรู้สึกเอ็นดู ถ้าตัดความหยิ่งยโสกับคำพูดออกไปพิภพถือว่า คนๆนี้เป็นคนที่น่ารักมากเลยทีเดียว

พิภพยังคงคอยบริการตักอาหารให้ใต้หล้า ยิ่งรู้ว่าใต้หล้าชอบกินของที่ตนชอบพิภพก็ยิ่งรู้สึกดีจนทั้งสองคนกินกันอิ่ม ใต้หล้ายิ้มออกมารู้สึกดีแถมยังมีความสุขมันเป็นความรู้สึกที่ใต้หล้าห่างหายมานาน ความใจดีของพิภพมันทำให้ใต้หล้าผ่อนคลายลงมาก

"งั้นเดี๋ยวผมพาไปส่งบ้านเลยนะครับ" พิภพเรียกพนักงานมาเก็บเงินแล้วหันไปบอกร่างเล็ก ใต้หล้าเบ้หน้าทันทีที่ได้ยิน

"ยังไม่อยากกลับเลยอ่ะ..นายพาฉันไปเที่ยวหน่อยไม่ได้เหรอ" ถึงแม้ใต้หล้าจะรู้ว่ามันเสียมารยาทแต่ก็อดจะขอร่างสูงออกไปไม่ได้ 

"คุณอยากไปที่ไหนล่ะ.." พิภพคิดอะไรนิดหน่อยก่อนจะเลิกคิ้วถาม เห็นใต้หล้าทำหน้านึกก็อดจะยิ้มขำออกมาไม่ได้ เหมือนกับเด็กที่ไม่เคยถูกตามใจแน่ะ.. 

"ฉันอยากไป...เอ่อ...งานวัดน่ะเห็นเพื่อนมันลงไอจีฉันอยากไปบ้าง" ใต้หล้าบอกพิภพแววตากลมดูมีความหวังจนเป็นประกาย

"งานวัด..คุณอยากไปจริงๆเหรอ" พิภพถามแอบงงนิดหน่อยเพราะใต้หล้าดูเป็นคุณหนูจ๋าซะขนาดนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะสนใจเรื่องเที่ยวแบบนี้

"ทำไมล่ะ..ที่พูดแบบนี้ไม่อยากพาไปใช่ไหมล่ะ" ใต้หล้ากล่าวเสียงตัดพ้อ ใบหน้าที่เปลี่ยนไปของใต้หล้าอย่างกับคนละคนที่เขาเคยเจอครั้งแรกเพราะร่างบางดูเหมือนเด็กกำลังอ้อนผู้ใหญ่อยู่

"ถ้าคุณอยากไปผมจะพาไป" พิภพบอกใต้หล้าด้วยรอยยิ้ม ร่างบางที่ได้ยินดังนั้นสีหน้าจากเศร้าสร้อยก็กลายเป็นดีใจกระทันหัน

"จริงนะ!" ใต้หล้าแสดงท่าทีออกมาว่าดีใจจริงๆพิภพพยักหน้าตอบ

"งั้นรีบไปกันเถอะ" ใต้หล้าลุกขึ้นจากเก้าอี้อีกฝั่งแล้วเดินมาดึงแขนพิภพให้ลุกขึ้น ร่างสูงอึ้งไปนิดหน่อยแต่ก็ยอมให้ใต้หล้าเกาะแขนตนไปโดยไม่คิดจะขัดเลยสักนิด

พอมาถึงรถพิภพก็เปิดประตูให้ใต้หล้าเข้าไปนั่ง ร่างบางเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

"ผมขอโทรธุระแป๊บนะครับ" พิภพบอก ใต้หล้าพยักหน้ารับ

พอประตูปิดลงร่างสูงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเลขาทันที

"เมษา..เลื่อนประชุมคืนนี้ไปด้วยฉันมีธุระ" 

("จะดีเหรอคะ..ประชุมเรื่องนี้มันสำคัญมากเลยนะคะคุณภพ") หญิงสาวเลขาของร่างสูงตอบเจ้านายด้วยน้ำเสียงสงสัย..ปกติเจ้านายเธอบ้างานยิ่งกว่าอะไร

"ช่างมัน..ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าน่ะ" 

("อย่าบอกนะคะว่ามีแฟน..พูดเสียงกรุ้มกริ่มแบบนี้ฉันรู้นะคะคุณหัวหน้าหึหึ") พิภพยิ้มเล็กๆทันทีที่ถูกเลขาแซว

"เปล่า..แต่ก็ไม่แน่" พิภพกดวางสายยิ้มๆแล้วเอามันใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงที่เดิม ใบหน้าหล่อยังคงผุดยิ้มไม่หาย ความเครียดเรื่องงานมันหายไปทันทีที่ได้อยู่กับใต้หล้า..มันทำให้เขารู้สึกดีกับร่างบางมากขึ้นไปอีก...

"แฟนเหรอ"

"เปล่า..เลขาน่ะ...แล้วก็ผมยังไม่มีแฟน" 

ใต้หล้าพยักหน้าแอบแปลกใจเพราะพิภพออกจะหล่อขนาดนี้

รถคันหรูเคลื่อนมาจอดที่ลานกว้าง เด็กหนุ่มที่รับหน้าที่คอยเฝ้ารถให้คนที่มางานก็เดินมาฉายไฟฉายส่งสัญญาณบอกที่ว่าง

ใต้หล้ามองไปรอบๆ แสงสีในงานสีสันสดใสจนใต้หล้าต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป รอยยิ้มกว้างของร่างบางผุดขึ้นจนเต็มใบหน้า 

"ลงเถอะครับ" พิภพหันมาบอกร่างบางแล้วเปิดประตูลงไปก่อน ใต้หล้ามีอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อยเพราะตนไม่เคยมาเที่ยวในสถานที่แบบนี้ พิภพเดินอ้อมมาอีกฝั่งจากนั้นก็เปิดประตูให้ใต้หล้าลงมา 

"อ๊ะ..ขอบคุณนะแต่ที่หลังไม่ต้องก็ได้" ใต้หล้าบอกอย่างเกรงใจ 

ใต้หล้ามองเข้าไปด้านในงาน ความสวยงามของบางอย่างที่กำลังหมุนอยู่เรียกความสนใจของใต้หล้าได้เป็นอย่างดี 

"ในวงกลมนั่นมีคนนั่งอยู่ด้วย!" ใต้หล้าชี้นิ้วให้พิภพดูความตื่นเต้นที่ยากจะเก็บเอาไว้ไม่มิดทำให้ร่างหนาต้องเหลือบมองอย่างสงสัย

"นั่นมันชิงช้าสวรรค์คุณไม่รู้จักเหรอ" 

"อื้อ..ฉันอยากลองนั่งอ่ะ" ใต้หล้าหันไปส่งสายตาใสปิ๊งให้พิภพ ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ 

"ได้สิ..แต่คุณอย่ากลัวละกันเพราะมันสูงมาก" พิภพบอกร่างบางด้วยความเป็นห่วง ใต้หล้าในตอนนี้ไม่มีความกลัวอะไรทั้งสิ้นในสายตาเลย มีแต่ความตื่นเต้นที่ได้เห็นของแปลกตา...ขนาดชิงช้าสวรรค์ยังไม่รู้จักเลยพิภพคิดกับตัวเอง

พิภพอยากจะเอื้อมมือไปจับมือเล็กแต่เขาก็ไม่กล้าพอ ได้แต่มองใต้หล้าที่มองไปรอบๆด้วยสายตามีความสุข

"อันนี้คืออะไรอ่ะ" ใต้หล้าชี้ไปที่บางอย่างที่เหมือนก้อนเมฆจับตัวกันเป็นสีๆ ดูน่าอร่อย

"สายไหม" บอกร่างบางด้วยรอยยิ้ม ใต้หล้าเดินเข้าไปที่ร้านนั่นทันที 

"เอาอันนี้สีฟ้า...เอ่อ..กี่บาทเหรอ" ใต้หล้าถามป้าเจ้าของร้าน ป้าที่เห็นร่างบางกับอีกคนแต่งตัวดูดีก็รีบเข้ามาบริการอย่างดี

"อันละสิบบาทลูก"

ใต้หล้าตาโตมองไปที่มันอึ้งๆ 

"ถูกจัง..เอาสองอันครับ" ร่างบางบอกแม่ค้า ป้าเจ้าของร้านจึงหยิบนำมันมาให้คนสั่ง 

ใต้หล้ารับมันมาหนีบไว้ที่ข้างแขนอันหนึ่ง ส่วนอีกมือที่ว่างก็ควานหากระเป๋าเงิน 

"เดี๋ยวผมจ่ายให้" พิภพบอกแล้วส่งแบงค์ร้อยให้แม่ค้า 

"ไม่เป็นไรแค่นายเลี้ยงข้าวฉันก็พอแล้ว"ใต้หล้าบอกแล้วส่งแบงค์พันที่ตนพึ่งหยิบได้ให้แม่ค้าไปอีกคน

"ป้าไม่มีทอนหรอกลูก" ป้าแม่ค้าส่ายมือไปมาหน้าตาเลิ่กลั่ก  พิภพยิ้มมุมปากรู้สึกเอ็นดูใต้หล้าที่ให้แบงค์พันกับแม่ค้าเล็กๆ 

"ช่างเถอะแค่ยี่สิบบาทเอง" ร่างสูงรับเงินทอนมา ป้าแม่ค้าจึงส่งแบงค์พันคืนให้ใต้หล้า ร่างบางหน้าหงอยลงเล็กน้อย 

ทั้งสองคนเดินออกมาใต้หล้ามองของในมือด้วยแววตาเป็นประกาย ปากเล็กกัดลงบนขนมสายไหมความหวานอร่อยตีขึ้นลิ้นและละลายหายไปแทบจะทันที 

"อร่อยจัง..ละลายคาลิ้นเลยอ่ะ" ใต้หล้าพูดยิ้มๆกินเข้าไปจนหมดอัน จนทั้งสองเดินมาถึงเครื่องเล่นชิงช้าสรรค์ ตากลมมองมันอย่างอึ้งๆยิ่งอยู่ใกล้ความสูงก็เพิ่มเข้าไปอีก พิภพเดินออกมาซื้อตั๋วสองใบ 

"ยืนรอแป๊บหนึ่งนะ.." พิภพบอกร่างบาง ทั้งสองคนตกเป็นเป้าสายตาของคนที่มาที่นี่ อีกคนสูงหล่อราวกับนักธุรกิจ อีกคนตัวขาวหุ่นบางน่ารักไม่ต่างจากตุ๊กตา 

พอถึงคิวใต้หล้าก็ถูกพนักงานผู้ชายจับที่แขนแล้วดึงให้เดินเข้ามา

"อ๊ะ.." ด้วยความตกใจทำให้ใต้หล้าสะดุ้ง พิภพที่เห็นใต้หล้าโดนฉวยโอกาสก็เข้าไปปัดแขนอีกฝ่ายทันที

"อย่า..แตะ..ต้อง" เสียงนิ่งทุ้มข่มขู่จนพนักงานคนนั้นก้มหัวขอโทษ พิภพเลยพาใต้หล้าสอดตัวเข้าไปข้างใน 

"มางานแบบนี้ต้องระวังตัวไว้บ้างนะครับ"พิภพบอกใต้หล้า ร่างบางพยักหน้าเข้าใจแล้วหันสายตาไปสนใจวิวข้างๆแทน ความสวยงามของเมืองที่ติดตาแถมแสงไฟสวยๆก็มีล้อมรอบไปทั่วทั้งงานทำให้ใต้หล้าอดไม่ได้ที่จะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แต่บางอย่างบนหน้าจอทำให้ร่างบางชะงัก

24สายที่ไม่ได้รับ

ใต้หล้าปัดมันออกอย่างไม่ใส่ใจแล้วเปิดกล้องจากโทรศัพท์ ใต้หล้าถ่ายวิวข้างๆอย่างตื่นเต้นโดยไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังมองอยู่ด้วยแววตาหวานชื่น

ใต้หล้ายกกล้องขึ้นมาถ่ายตัวเองกับวิวด้านหลัง พร้อมกับชูสายไหมที่มันหดลงไปบ้างเพราะไม่ได้กิน 

"นี่ถ่ายรูปกัน" ใต้หล้าบอกพิภพแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆ มือเล็กยกขึ้นมาชูสองนิ้วแล้วกดถ่ายทันที 

"เดี๋ยวคุณหน้าผม" 

"เท่ออก..แต่ว่าถ้ามีอะไรเก๋ๆมาอยู่บนหน้าคงจะดีนะ" ใต้หล้ามองรูปที่ถ่ายแล้วพูดขำๆ 

พิภพมองใต้หล้าแล้วหยิบสายไหมที่มือของร่างบางออกมาถือแล้วเด็ดมันออก

"ทำอะไรฉันยังไม่ได้กินเลยนะ" ใต้หล้ามองสายไหมอย่างนึกเสียดาย ร่างสูงยิ้มมุมปาก

"คุณยื่นหน้ามาหน่อย" ใต้หล้าทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย พิภพเลยใช้สายไหมวางบนเหนือริมฝีปากบางจนออกมาเป็นหนวดเหมือนคนสมัยก่อน คิวต่อมาพิภพก็ทำให้ตัวเองจนมันออกมาคล้ายๆกัน

ใต้หล้ามองตัวเองในโทรศัพท์หัวเราะคิกคัก ร่างสูงจึงหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา แล้วขยับเข้าไปใกล้ร่างบาง 

ใต้หล้าหันมามองกล้องอย่างไม่รู้ตัวรอยยิ้มบนหน้าก็เป็นธรรมชาติยิ่งทำให้ร่างบางดูน่ารักจนพิภพอดที่จะหน้าแดงไม่ได้

"ตาฉันบ้าง" ใต้หล้ายกกล้องขึ้นมาแล้วหันไปทางพิภพ

"พูดพร้อมกันนะ...ชีสสสสส"

แชะ!

☁️

"วันนี้สนุกมากเลยอ่ะ..พึ่งเคยขึ้นชิงช้าสวรรค์ครั้งแรกด้วย" ใต้หล้าหันไปพูดกับพิภพด้วยรอยยิ้ม 

"ไว้ปีหน้าผมจะพามาใหม่นะ" พิภพหันไปบอก งานวัดวันนี้คือวันสุดท้ายพอดีจึงต้องรอใหม่ถึงปีหน้า

รถคันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคอนโดหรู ใต้หล้าหันไปคว้าตุ๊กตาที่พิภพยิงปืนของเล่นให้มากอดไว้

"ขอบใจนะที่พาเที่ยว..วันนี้เรามีความสุขมากเลย" สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้พิภพอึ้งไปแต่ไม่นานรอยยิ้มมีความสุขก็ผุดขึ้นที่ใบหน้า

มันทำให้เราดูสนิทกันมากขึ้นไปอีก....

ใต้หล้าเดินถือตุ๊กตาสองตัวขึ้นมา ตากลมมองรูปในโทรศัพท์ยิ้มๆที่ถ่ายไปวันนี้เกือบร้อยรูป ความรู้สึกดีมันเต็มไปหมด ความเศร้าหมองของจิตใจก็หายไปด้วย

จนมาถึงห้องของตน ใต้หล้ากดเลขรหัสเดินเข้าไป มันไร้วี่แววเจ้าของห้องใต้หล้าผ่อนลมหายใจออกมาแล้วเดินขึ้นมาที่ห้องนอน

แกร๊ก....

ใต้หล้าเปิดประตูเข้าไปด้านใน ห้องทั้งห้องมืดสนิทมันขนลุกมากร่างบางเลยเดินไปเปิดไฟในห้อง จนทั้งห้องสว่างวาบ และร่างหนาของคนที่นั่งปลายเตียงทำให้ใต้หลัาตกใจแต่ก็ไม่แสดงอาการอะไรออกไป

ใต้หล้าไม่พูดอะไรทั้งสิ้นเดินเอาตุ๊กตามาวางไว้บนโซฟา

"ไปไหนมา" เสียงทุ้มถามขึ้นมันเรียบนิ่งเสียจนใต้หล้าชะงักแต่ก็ไม่ตอบกลับไป

"......."

"ฉันถามว่าเธอไปไหนมา!" โรมตะคอกจนใต้หล้าสะดุ้งตกใจ 

"จะตะคอกทำไมห๊ะ!" ใต้หล้าหันมาตวาดกลับ ปากแดงเม้มแน่นเข้าหากัน 

"กลับบ้านดึกดื่นแถมยังหนีฉันกลับอีกเธออยากจะลองดีนักใช่ไหม" โรมลุกขึ้นก้าวขาเข้ามาหาใต้หล้าอย่างคุกคามจนร่างบางต้องถอยหนีออกไปก้าวหนึ่ง

"เกี่ยวอะไรกับนายด้วย" ใต้หล้าพูดเสียงสั่นเพราะความกลัว แต่ก็ไม่อยากแสดงมันออกไป 

"ฉันไม่เด็ดขาดกับเธอใช่ไหมเธอถึงหนีเที่ยวกับไอ้ผู้ชายคนนั้น" โรมจ้องหน้าร่างบางยิ่งเห็นแววตาสั่นระริกของใต้หล้า

"ฉันจะหนีเที่ยวแล้วมันทำไมห๊ะ! มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย" ใต้หล้าผลักอกหนาที่ก้าวเข้ามาเรื่อยๆอย่างแรงแต่โรมก็ผละออกไปเพียงนิดเดียว

"สันดานร่านของเธอมันคงแก้ไม่หายสินะ..คันคะเยออยากออกไปอ้าขาให้ไอ้นั่นเอาล่ะสิ!...เพียะ!!" ใต้หล้าตบหน้าร่างสูงอย่างแรงในขณะที่ทุกอย่างมันกำลังจะแย่

"คำว่าคันมันเหมาะกับมึงมากกว่ากู" ใต้หล้าน้ำตาคลอเบ้า โรมหันหน้าที่เจ็บแสบของตัวเองมามองร่างบางก่อนจะจับแขนเล็กแล้วเหวี่ยงลงบนโซฟาสุดแรงจนใต้หล้าจุกไปทั้งตัว

"โอ้ย!...อึก"  ใต้หล้าจับท้องตัวเองเพราะรู้สึกจุก โทรศัพท์ที่มือก็กระเด็นออกไป ภาพบนหน้าจอโชหลาเพราะใต้หล้าไม่ได้ปิดมันเนื่องจากกำลังดูรูป และหน้าจอตอนนี้มันแสดงภาพของใต้หล้าและพิภพที่ถ่ายรูปคู่กัน

โรมมองมันก้าวขาเพียงก้าวเดียวก็ถึงโทรศัพท์ของใต้หล้า 

"เอามานะ!" ใต้หล้าฝืนความเจ็บลุกขึ้นมาจะคว้าเอาโทรศัพท์ของตนแต่ก็ถูกโรมชูมันขึ้นเหนือหัว

"อ้อ..ที่หายไปเธอไปกับไอ้เวรนี่ที่เจอกันในผับใช่ไหม" โรมพูดเสียงเยาะแล้วผลักใต้หล้าให้ล้มลงไปบนโซฟาอีกครั้ง

"เอามานะฮึก.." ใต้หล้าไม่สามารถกักเก็บน้ำตาของตัวเองได้อีกจึงปล่อยมันไหลออกมา 

"อยากได้เหรอหืม.." โรมมองใต้หล้าด้วยแววตาสมเพช 

"ไม่เข็ดรึไงโดนผู้ชายหลอกเอาน่ะ" โรมปัดหน้าจอมือถือดูรูปของใต้หล้าที่พึ่งถ่ายมาวันนี้

"ฮึก..ทุกคนไม่ได้เหี้ยเหมือนมึง" ใต้หล้าบอกเสียงสั่นน้ำตานองหน้าเขาอยากจะเอาคืนเพราะมันเป็นรูปที่สำคัญกับใต้หล้ามาก ความสวยของชิงช้าสวรรค์ที่ใต้หล้าไม่เคยเห็น

"โห..เธอดูมั่นใจจังนะ" โรมกดปิดหน้าจอแล้วเดินเอามันไปเตรียมจะหย่อนลงทิ้งในตู้ปลา ใต้หล้ารีบถลาเข้าไปขวางโรมเอาไว้ 

"อย่าขอร้องฮึกฮืออ.." ใต้หล้าร้องไห้ออกมายกมือไหว้ขอร้องโรม 

ตาคมมองร่างบางด้วยแววตาสะใจก่อนจะใช้มือจับคางมนเอาไว้อย่างแรงจนใต้หล้าหน้าสะบัด 

"อึก..เจ็บ" 

"ถ้าเธอยังไปเจอมันอีก..ถ้าขืนมีอีกครั้งอย่าหาว่าฉันไม่เตือน" โรมสะบัดคางเล็กออกอย่างแรงจนใต้หล้าแทบล้มทั้งยืน 

"ฮึก..ทำไมต้องห้ามกันด้วยห๊ะ!" ความสั่นพร่าแล่นไปทั่วทั้งตัวน้ำตานองเพราะไม่สามารถห้ามมันได้  โรมทำท่าจะหย่อนมันลงตู้ปลา

"ฮึก..ยอมแล้วอย่าทำเลยนะขอร้อง" ใต้หล้ายกมือไหว้ทั้งน้ำตา โรมมองร่างบางแววตาเรียบนิ่งแต่แฝงความพอใจ ร่างสูงเอาเดินเอามันมาชูให้ใต้หล้ารับไป แต่ในขณะที่ร่างบางกำลังจะรับมือหนาก็เควี้ยงมันจนอัดกับกำแพงแตกละเอียด มันแทบจะไม่เหลือชิ้นดีเลยด้วยซ้ำ 

"ไม่ๆ!! ฮึก" ใต้หล้าวิ่งไปดูโทรศัพท์ข้างกำแพงที่แตกละเอียดขาเล็กอ่อนลงก้มเก็บซากมันทั้งน้ำตา ความเศร้าหมองมันเต็มไปทั้งหัวใจ ใต้หล้าร้องไห้และสะอื้นอย่างหนักหยิบซากของมือถือตนขึ้นมา

"ฮืออออออออออ" เสียงร้องของความทรมานใจ โรมเดินเข้ามาคว้าแขนร่างบางให้ลุกขึ้นแต่ขาเรียวกลับไม่มีแรงจะยืนต่อ

"มึงทำทำไมห๊ะ!! ฮึก...กูจะไปบอกป๊ากับม้าว่ามึงทำอะไรกูบ้าง!!" ใต้หล้าตวาดเสียงดังลั่นทั้งน้ำตามือเล็กทุบลงบนอกหนาอย่างแรง 

"ฟ้องเหรอ ฮะๆ" โรมหัวเราะในลำคอคว้าจับแขนเล็กแล้วกดมันจะติดกำแพง

"คิดว่าป๊าม้าของเธอจะเชื่อเรื่องที่เธอพูดงั้นสิ"

"..........."

"เธอมันก็แค่เศษขยะหรือตัวภาระที่เกิดขึ้นมาให้เขาสองคนลำบากใจ"

"ฮึก!..หยุดพูดนะ!!" ใต้หล้าร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตาอยู่แล้วยิ่งพอเรื่องนี้มันทำให้ใต้หล้าเสียใจหนักขึ้นไปอีก

"เด็กที่ทำตัวมีปัญหาอย่างเธอใครเขาจะมาสนใจ ป๊าม้าเธอสนใจแค่เหนือกับสมุทรเท่านั้นส่วนเธอเขาก็โยนภาระมาให้ฉันนี่ไง...เพราะเธอมันไม่ได้เรื่องเกิดมาทำให้ตระกูลมัวหมองเธอมันเด็กใจแตก"

"ฮึก...หยุดสักที!!ฮืออ" ใต้หล้าน้ำตานองหน้าความเจ็บปวดสุดขั้วหัวใจถูกพูดโดยคนที่เขาเกลียด

"ไม่เป็นไรน่า..."

โรมยกมือขึ้นมาลูบหัวใต้หล้าเบาๆ ก่อนจะคว้าจับที่ลำคอเล็กอย่างแรง

"อ่ะอึก..แค่กๆ"

"เธอยังมีฉันไง..เมื่อก่อนเวลาฉันอยากฉันก็มาเอาเธอ..เวลาฉันมีอารมณ์ฉันก็คิดถึงเธอคนแรกเลยนะ..รู้ไหมคนดี" ใต้หล้ามองร่างสูงด้วยแววตาเกลียดชังและผิดหวัง โรมผลักร่างบางให้ล้มลงไปนอนกับพื้นอีกครั้งแล้วหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไป

ใต้หล้าร้องไห้เหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย โดนจี้จุดที่อ่อนแอที่สุดใครกันจะทนไหว ความเศร้าหมองเสียใจมันทรมานเขาไม่หยุด น้ำตาที่ไหลออกมาจนใต้หล้าเจ็บไปทั้งรอบดวงตา ร่างบางตัวสั่นระริกได้แต่นอนร้องไห้บนพื้นห้องจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว ได้แต่กอดตัวเองบรรเทาความเจ็บปวดในหัวใจ

สุดท้ายเรื่องที่โรมพูดมันก็คือเรื่องจริง

เช้า...ใต้หล้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว ตากลมเจ็บระบมไปหมด ร่างบางค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองขึ้นมานอนบนนี้ได้ไง

หันไปมองคนข้างตัวก็ไม่มี เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนมันทำให้ใต้หล้าน้ำตาคลออีกครั้งในช่วงเช้า มองไปข้างกำแพงห้องยังคงมีซากโทรศัพอยู่บนพื้น ร่างเล็กค่อยๆพาตัวเองไปหยิบมันขึ้นมา รูปชิงช้าสวรรค์ยังคงติดที่ตาใต้หล้า ความสุขเล็กๆน้อยๆเขาไม่มีมันอีกแล้ว แต่หัวใจดวงน้อยก็ยังคงมีความหวังเก็บมันขึ้นมา 

"คงจะซ่อมได้อยู่นะ" พูดปลอบใจตัวเองทั้งๆที่น้ำตาไหล มันเละขนาดนี้ต่อให้ช่างเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางที่มันจะซ่อมได้อยู่ดี....

"ฮึก.." ทำไมกันนะความสุขบนโลกนี้มันน้อยกว่าความทุกข์อีก...ใต้หล้าอยากมีความสุขจริงๆบ้าง..สักครั้งก็ยังดี

☁️🌩☁️

#โรมใต้หล้า 

https://twitter.com/liideejaa?s=09

อย่าลืมไปเล่นแท็กในทวิตนะคะ ไปพูดคุยกัน ด่าได้ค่ะไรท์ไม่ว่าอะไร อย่าลืมติดตามไรท์น๊าา

โถ..ลูกแม่แม้แต่ชิงช้าสรรค์ก็พึ่งรู้จัก ตอนนี้รู้สึกหน่วงมากๆ แต่ไรท์ก็ฝืนต่อจนจบ ร้องไห้เองแล้ว1 

อย่างที่เคยบอกในตอนแรกๆอีโรมมันร้ายกว่านี้ ตอนต่อไปหนักกว่านี้นิดหน่อยนะคะ 

อย่าเลิกอ่านนิยายไรท์นะถึงพระเอกจะเลวแต่กรรมที่มันทำส่งผลแน่ๆ  ปมเรื่องนี้หนักเอาการ ส่วนใครกลัวใต้หล้าไม่ท้อง ลูกไรท์ท้องแน่นอนค่ะแต่เพราะพึ่งมีอะไรกับโรมครั้งเดียวเลยยังไม่ติด

แต่น้องใต้ได้หลุดพ้นแน่ๆ ใจเย็นๆนะทุกค๊นนพึ่งตอนสิบสองเอง

ขอเม้นหน่อยนะคะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป