บทที่ 5 ตอนที่ 4

อดีต

"สวัสดีค่ะ..คุณหญิง" เสียงกล่าวทักทายของคุณหญิงใต้ฟ้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"สวัสดีค่ะ" สองสาววัยกลางคนทักทายกันอย่างสนิทสนม ใบหน้าที่สวยไม่แพ้กันทำผู้ชายในงานเลี้ยงต่างต้องแอบเหลือบตามามอง

"นี่ลูกชายฉันเอง สวัสดีคุณน้าสิโรม" คุณหญิงภาวดีบอกลูกชายคนโตวัยเจ็ดขวบด้วยรอยยิ้ม

"สวัสดีครับ" โรมยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม แต่สายตาโรมกลับมองเลยไปทางด้านหลังแทน เพราะเห็นเด็กตัวกลมยืนหลบหลังผู้เป็นแม่อยู่

"ใต้หล้า สวัสดีคุณป้ากับพี่โรมสิลูก" ตากลมโตละขึ้นมองแม่แล้วส่ายหัวไปมา เพราะความขี้อายของลูกชายทำให้คุณหญิงหัวเราะออกมา

ใบหน้าขาวจิ้มลิ้มแม้จะหลบหลังผู้เป็นแม่แต่เขาก็ไม่อาจละสายตาจากเด็กชายตัวสูง ๆ นั่นได้สักนิด 

"โรมพาน้องไปเล่นสิ ทางนี้ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน อย่าไปเล่นไกลนะลูก" คุณหญิงภาวดีบอกลูกชายทั้งรอยยิ้ม เธออยากให้สองคนนี้สนิทกัน โรมเพียงพยักหน้าแล้วเดินมาหาเด็กตัวป้อมที่ยังยืนหลบหลังแม่อยู่  อย่างนั้น มีเพียงตาหนึ่งข้างที่โผล่ออกมา

"ไปสิใต้หล้า พี่เขาไม่ทำอะไรหรอก" คุณหญิงใต้ฟ้าบอกลูกชายพลางลูบหัว ใต้หล้ายังไม่กล้าพอเพราะไม่เคยเห็นคนแปลกหน้า

"มากับพี่สิ" โรมพูดเสียงนุ่มพร้อมยิ้มใจดีแล้วใช้มือไปจับแขนป้อมเบา ๆ

ใต้หล้าวัยเพียงสี่ขวบพอถูกแตะที่แขนก็ชะงักตัวแข็งทื่อ มองคนตัวสูงกว่าด้วยแววตาหวาดระแวง

โรมพอเห็นใบหน้าไม่ไว้ใจก็หยิบขนมที่ตนเองพกติดกางเกงมาแล้วยื่นให้  ใต้หล้าค่อย ๆ ใช้มือป้อมเอื้อมหยิบ นั่นทำให้โรมยิ้มออกมา ก่อนดึงแขนใต้หล้าให้เดินตามออกมา แล้วไปเล่นกันตามประสาเด็ก...

ตกเย็น

ใต้หล้ายืนมองพี่ชายนอกสายเลือดอีกคนโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม ดวงตากลมโตไม่อาจละสายตาได้เลย มันเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง 

"ม้าฮะ..น้องอยากเป็นแฟนกับพี่โรม..."

.

.

.

ปัจจุบัน

"ไปดูชุดมารึยัง" ป๊าถามเสียงโทนปกติพร้อมกับพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะอาหาร

"ไม่ดู มีใส่ก็แล้วกัน" ใต้หล้าพูด แต่ใบหน้าหวานยังงอเง้าไม่เปลี่ยน ข้าวในจานไม่พร่องเลยสักนิด เพราะเจ้าตัวเอาแต่เขี่ยเล่น มันทำให้วชิระถอนลมหายใจ

"ทำไมไม่ไปดูล่ะลูก ชุดที่ม้าซื้อให้ก็สองปีกว่าแล้วนะ" ม้าถามออกมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยลูกชายคนเล็ก

"ตัวเท่าเดิม ใส่ตัวเก่าไม่เห็นจะเป็นอะไร" ใต้หล้าบอกเสียงเรียบ

"วันนี้เฮียว่างถ้าอยากไปดูชุดขึ้นมา ไปตามเฮียก็แล้วกันนะ" ธารบอกน้องชาย ใต้หล้ากลอกตาไปมา

"โตแล้วไปเองได้ วันนี้ขี้เกียจด้วย" ร่างบางหันไปบอกพี่ชาย ธารเพียงพยักหน้า พูดแบบนี้แปลว่ายังไม่หายงอนเขาแน่ ๆ 

"อิ่ม..วันนี้น้องจะนอนอย่ามายุ่ง อย่ามาปลุกด้วย ไม่งั้นจะอาละวาดแน่" ใต้หล้าลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังจากพูดจบ แล้วเดินขึ้นไปบนห้องทันที จนคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องส่ายหน้าเบา ๆ กันทุกคน

"อ่าว..นึกว่าจะพร้อมหน้ากันซะอีก แล้วไอ้ตัวดีไปไหนล่ะครับ" เสียงทุ้มขี้เล่นพูดขึ้นทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง

"อารมณ์ไหนถึงกลับบ้านถูกฮะ สมุทร" ม้าถามลูกชายคนกลางนิ่ง ๆ สมุทรเพียงยิ้มขี้เล่นแล้วเดินมาหาแม่ตนที่ทำหน้าตึง 

"คิดถึงม้าไงครับหึหึ" สมุทรพูดพร้อมกับหอมแก้มแม่อย่างอารมณ์ดี

"ไปไกล ๆ เลย โตจนหมาเลียตูดไม่ได้แล้วนะสมุทร"

"ไรว๊า..หอมแก้มก็ว่า งั้นผมไปอาบน้ำนอนดีกว่า" สมุทรพูดพร้อมเดินขึ้นไปบนห้อง ระหว่างทางไม่วายผิวปากตามนิสัย

"เดี๋ยวรีบไปดูงานก่อนนะ ธารดูใต้หล้าให้ป๊าด้วยอย่าให้ออกไปไหน"

"ครับป๊า" ธารตอบ

ป๊ายกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปคุมงานด้านนอก เพราะพรุ่งนี้มีงานเลี้ยงสำคัญที่เขาต้องเป็นคนจัดการเองทั้งหมด

วันต่อมา

"คุณหนูช่างแต่งหน้ามาแล้วค่ะ" เสียงแม่บ้านอาวุโสที่สุดเข้ามาบอก ใต้หล้าส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ แต่ก็ยอมลุกออกจากเตียงนอน

ใต้หล้าเดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องน้ำ จัดการอาบน้ำอาบท่าให้เสร็จ พอออกมาก็พบว่ามีช่างแต่งหน้าสาวประเพศสองอยู่สองสามคน

"เชิญค่ะ" หนึ่งในนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม ใต้หล้าพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งหน้ากระจก หยิบมือถือขึ้นมาเช็กโซเชียลตามปกติ

หลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จ เนื่องจากเป็นผู้ชายเลยทำเพียงไม่กี่อย่าง แต่ใต้หล้าก็ยอมรับว่ามันดูดีกว่าเดิม ใบหน้าขาวผ่องบัดนี้มีเครื่องสำอางมาแต่งแต้มให้ดูน่ารักขึ้น ชุดที่ใต้หล้าใส่เป็นชุดสีขาวตัดครีมทั้งตัวทำให้ดูน่าเอ็นดูขึ้นกว่าเดิมหากไม่แสดงสีหน้าอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ  ผมถูกเซ็ตเปิดหน้าผากมนจนสามสาวช่างแต่งหน้าอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

"น่ารักมากเลยค่ะ เหมือนตุ๊กตามีชีวิตเลยนะคะ" 

ใต้หล้าพยักหน้าตอบ รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดออกมา

แกร๊ก!

"เสร็จยังวะ โอ้โหน้องเฮีย" 

ใต้หล้าที่กำลังยืนสำรวจตัวเองในกระจกชะงักทันทีที่พี่ชายคนกลางเดินเข้ามาโดยไม่เคาะประตู ช่างทั้งสามคนจึงขอตัวออกมาจากห้องปล่อยให้พี่ชายคุยกับน้อง 

"มีอะไร เข้ามาก็ไม่เคาะประตู เรียนต่างประเทศทั้งทีเขาไม่สอนเรื่องมารยาทหรือไงเฮีย" 

"ไรวะ เข้ามาก็บ่นกูเลยนะมึง"

"แล้วจะทำไม" ใต้หล้ากอดอกหันไปเถียงพี่ชายที่ยังทำหน้าระรื่น 

"เออ ๆ กูขอโทษ เฮียรอข้างล่างตั้งนาน เฮียธารเลยให้กูขึ้นมาตามเนี่ย" 

ใต้หล้าพยักหน้าหงึกหงัก

"เดี๋ยวน้องลงไปเอง เฮียออกไปก่อนเถอะ" 

"น่ารักนะเราเนี่ย สงสัยลงไปคงมีหนุ่มๆตามจีบแทนสาวนมโตซะแล้ว หึ ๆ ๆ " 

"โอ้ย! รำคาญลงไปสักทีได้ไหมเนี่ย".. ใต้หล้าตะคอกใส่ ยิ่งเข้าทางสมุทรที่ขำจนไหล่สั่น 

หลังจากที่พี่ชายตัวแสบลงไป ใต้หล้าจากที่อารมณ์ดี ๆ ก็หน้าบึ้งแทบจะทันที คนอุตส่าห์สร้างความมั่นใจให้ตัวเองตั้งนาน 

ใต้หล้าถอนลมหายใจออกมาแรง ๆ อีกครั้งที่หน้ากระจก ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากห้องนอนแล้วลงไปร่วมงานที่ด้านล่าง และแน่นอนพอใต้หล้าลงมาก็มีสายตานับสิบหันมามองทันทีจนใบหน้าที่เตรียมมาจากข้างบนต้องเปลี่ยนเป็นยิ้มเก้อ 

ป๊าที่เห็นร่างของลูกชายคนเล็กก็สั่งให้ธารไปตามตัวคนที่ยืนทำหน้าเหลอหลา ธารพยักหน้ารับแล้วตีตัวออกมาหาน้องชาย พอใต้หล้าเห็นเขาก็ทำหน้าบึ้งทันที

"ป๊าให้เฮียมาตาม" ธารบอกน้องชาย ใต้หล้าจึงพยักหน้าแล้วเดินตามพี่ชายไป ยิ่งใกล้ใบหน้าหวานยิ่งเสียอาการเพราะคนที่ป๊าเขายืนคุยด้วยเป็นกลุ่มที่ใต้หล้าไม่ค่อยชอบใจนัก

"สวัสดีครับ" พอมาถึงใต้หล้าก็กล่าวสวัสดีตามปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้

"สวัสดีจ๊ะ..นี่หนูใต้หล้าใช่ไหมโตแล้วน่ารักขึ้นเยอะเลยนะคะ ว่าแต่เรียนจบหรือยังลูก หรือว่าดรอปเรียนอีก" เปิดปากมาก็กัดเขาเลย เสียงชื่นชมที่ใต้หล้าฟังออกว่ามันเป็นการพูดส่ง ๆ ตามมารยาทแถมไอ้คำลงท้ายนี่ทำอดจะเบะปากไม่ได้

"ขอบคุณครับคุณป้า คุณป้าเองก็แก่ขึ้นนะครับผมแทบจำไม่ได้" ใต้หล้าพูดด้วยรอยยิ้มสดใสผิดจากอีกคนที่หน้าตึงไปชั่วขณะ แต่ก็เปลี่ยนมายิ้มใจดีโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ป๊าเองที่เห็นลูกชายพูดแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้าดุออกไปก็คงจะเสียหน้าเอาเปล่า ๆ 

"เป็นไปตามวัยน่ะ ตอนนี้พี่ชายเธอก็รับงานต่อจากป๊ากันแล้วส่วนเธอล่ะ ตอนนี้ปิดเทอมมาสักพักแล้วนะ หรือว่าเรียนไม่จบจ๊ะ" พูดพร้อมฉีกยิ้ม ใต้หล้าเองจ้องตากลับ เพราะถ้าตนยอมอีกครั้งต่อไปคำพูดเหยียดหยามก็จะมีมาอีกเรื่อยๆ 

"จบแล้วครับรอรับปริญญาเท่านั้น ว่าแต่ลูกคุณป้าล่ะครับ ปกติผมจะเห็นเดินตามต้อย ๆ เอ่..แต่ว่าคุณป้าไม่มีลูกนี่ครับหรือว่าเป็น...." ใต้หล้าไม่พูดต่อแต่ใช้เพียงรอยยิ้มเยาะเท่านั้น หญิงสาววัยกลางคนที่เหมือนจะโดนฉีกหน้าโดยเด็กคนนี้ก็ฉีกยิ้มหวานใส่แต่แววตาไม่ใช่เลยสักนิด 

"พอ ๆ ใต้หล้า ไปหาอะไรกินไป" ป๊าพูดห้ามเพราะดูเหมือนจะมีสงครามเย็นระหว่างลูกของเขาและพี่สาวแท้ ๆ 

พอป๊าพูดอย่างนั้นเขาไม่รอช้าปลีกตัวออกมาทันที 

"ใต้หล้าใช่ไหมครับ"คนที่กำลังเดินกลับเข้าบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดชะงักขาเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู 

"พิภพ..นายก็มาเหรอ" ใต้หล้าพึมพำชื่อแล้วถามออกไป

"ผมมาแทนพ่อครับ ผมว่าแล้วคุณหน้าคุ้น ๆ ที่แท้ก็ลูกชายคุณวชิระนี่เอง" พิภพพูดพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรที่อีกคนมักจะทำเป็นประจำที่คุยกับเขา

ทั้งสองคนคุยกันตามประสาคนพึ่งรู้จัก พิภพอาสาเดินไปเอาเครื่องดื่มให้ ใต้หล้าจึงพยักหน้าแล้วบอกว่าจะไปรอท้ายสวน เพราะแดดช่วงบ่ายเริ่มออก

ใต้หล้าเดินมาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้หินอ่อน ลมเย็นจากต้นไม้คอยพัดให้ความเย็น ใต้หล้าค่อย ๆ หลับตาลงเพราะความผ่อนคลาย แต่เพราะกลิ่นน้ำหอมของใครบางคนทำให้ชะงักตัวแล้วหันไปมองด้านหลัง

"เธอมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว" 

"มาทำไม" ใต้หล้าไม่ตอบแต่ยิงคำถามแทน 

"ฉันก็มาเดินเล่นสิ" โรมตอบร่างบางที่ทำหน้าไม่พอใจ ร่างหนาจึงนั่งลงข้าง ๆ กับใต้หล้า 

ใต้หล้าเตรียมจะลุกขึ้นเดินหนีแต่ร่างสูงก็กระชากแขนให้นั่งลงที่ตัก โรมใช้แขนหนาของตัวเองตวัดกักตัวใต้หล้าไม่ให้ลุกไปไหนในทันที

"อ๊ะ!!..ปล่อยฉันนะไอ้โรคจิต" ใต้หล้าตะคอกออกไปเสียงตกใจ ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด

"ลมเย็นสบายดี เธอจะดิ้นทำไม" 

"กล้าพูดออกมาได้นะไอ้หน้าด้าน บอกให้ปล่อยไง!" 

โรมไม่ตอบแต่ยิ้มมุมปาก เกยคางลงบนไหล่ นั่นทำให้ใต้หล้าชะงักตัวนิ่ง

"ทำอะไร" ใต้หล้าพูดออกไปเสียงอึกอัก 

"ทำไมเธอสนิทกับหมอนั่นเร็วนักล่ะ" โรมถามออกไปใบหน้าก็คลอเคลียอยู่ที่ท้ายทอยไม่ห่าง

"ยุ่งอะไรด้วย..อึก!" 

โรมจับใบหน้าหวานให้หันมา

"ฉันมีสิทธิ์ถามนะใต้หล้า อย่าลืมสิ ฉันได้รับสิทธิ์อะไรจากพ่อเธอ" 

โรมพูดเสียงนิ่ง แขนก็ยังคงกอดเอวบางเอาไว้บนตัก 

"ไม่ใช่คนในครอบครัวฉันมีสิทธิ์เสือกด้วยรึไง"

ใต้หล้ากัดฟันตอบ พยายามแกะแขนปลาหมึกออกจนแทบหมดแรงสู้

"หึหึ มีสิเธอเคยเป็นเมียฉันมาก่อนนะลืมแล้วเหรอ?" โรมพูดออกมาเสียงเยาะ และนั่นทำให้ใต้หล้าตัวแข็งทื่อเพราะรู้สึกเหมือนน้ำตาจะตกใน 

"พูดออกมาได้ไม่อายปาก คนอย่างมึงมันโชกโชนจนน่ารังเกียจอย่าเอาคำนั้นมาใช้กับกู" พอใต้หล้าพูดจบใบหน้าคมหล่อพลันบึ้งตึงในทันที 

"อย่ามาพูดจาก้าวร้าวกับฉัน ฉันจะให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามีอีกอย่าหาว่าไม่เตือน" 

"คิดว่ากลัวรึไงไอ้หน้าตัวเมีย" 

"อยากลองดีนักใช่ไหม ใต้หล้า.."

"เออ!!"

โรมแสยะยิ้มเหี้ยมแล้วใช้มือรั้งใบหน้าหวานให้หันมารับจูบแสนดุเดือด ใต้หล้าตาโตเพราะความตกใจข้อมือเล็กถูกรวบเอาไว้จนทำอะไรไม่ได้ มีเพียงเสียงอู้อี้จากในลำคอเท่านั้น ลิ้นหนาที่ชำนาญในเรื่องนี้ถูกสอดเข้าไปในโพรงปากนิ่ม นั่นทำให้ใต้หล้าน้ำตาไหลออกมาเพราะมันรุนแรงเสียจนได้กลิ่นเลือดในปาก

โรมผละจูบออกมามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ก่อนจะใช้มือหนาจับรั้งคางมนจนร่างบางต้องร้องออกมาเพราะความเจ็บ

"ปากดีแต่ก็ยังอ่อนหัดเหมือนเดิม เธอมันก็แค่ไอ้เด็กโง่เง่าที่ไม่รู้จักโต" 

"ฮึก..." ใต้หล้าพยายามห้ามเสียงสะอื้นของตัวเอง 

"อย่ามาลองดีกับฉันเพราะนี่แค่การสั่งสอนเท่านั้นเธอเคยรู้ว่าฉันตอนโมโหจะเป็นยังไงใต้หล้าเพราะฉะนั้น..อย่าลองดี" โรมสะบัดมือออกอย่างแรงแล้วหันมาจัดเสื้อของตัวเองที่ยับยู่ให้กลับสู่สภาพปกติ

ใต้หล้าขยับหนีออกมา โรมเพียงใช้สายตานิ่งมองตาม 

"ไอ้เลวฮึก..มึงจะมายุ่งกับกูอีกทำไมวะ เราควรจบกันได้แล้ว" ถึงแม้จะถูกขู่จนรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแต่ใต้หล้าไม่อยากยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

"แล้วจะทำไม..?" 

ใต้หล้ากำมือแน่นแล้วรีบลุกเดินหนีออกมา โรมเพียงยิ้มมุมปากแล้วหยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาสูบ

"เอ่อ...คุณโรมใช่ไหมครับ" เสียงของชายหนุ่มพูดขึ้นทำให้ร่างหนาที่ยืนสูบบุหรี่หันไปมอง

"ผมพิภพเองครับ ที่พวกเราเจอกันในบาร์" 

"อืม.." โรมเพียงตอบสั้นๆโดยไม่หันมามองสักนิดนั่นทำให้พิภพรู้สึกหน้าเสียเล็กน้อยแต่เขาไม่คิดถือ

"ว่าแต่คุณเห็นใต้หล้าหรือเปล่าครับ พอดีผมทำเครื่องดื่มหกใส่เสื้อเลยมาช้านิดหน่อย" 

"ไม่เห็น"

"เอ่อ..ครับ"

พิภพพยักหน้าแล้วเตรียมจะหันหลังกลับ แต่คำพูดบางอย่างของโรมทำให้ร่างสูงต้องชะงักตัวแล้วกำแก้วในมือแน่น

"ตอนนี้คุณกับใต้หล้าไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมมีสิทธิ์ที่จะจีบต่อหวังว่าคุณจะเข้าใจ"

โรมเพียงหัวเราะเยาะ พิภพเลยขอตัวเดินออกมา

TBC.

หวงก้างละหนึ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป