บทที่ 9 ตอนที่ 8

เพียะ!!

"อ๊ะ" ใต้หล้าชะงักค้าง แก้มซีกซ้ายทั้งเจ็บและชาเพราะแรงตบจากอารมณ์โกรธของคนเหนือร่าง

"นี่มึงตบกู!? อึก..ไอ้เหี้ยโรม!!" ใต้หล้าแผดเสียงดังลั่นน้ำตาที่คลออยู่ไหลออกมาทันที มันไม่ใช่น้ำตาของความเสียใจแต่เป็นน้ำตาของความโกรธสุด ๆ 

"ดิ้น..ดิ้นเข้าไป คิดว่าเธอจะสู้ฉันได้งั้นสิ" โรมพูดเสียงเหมือนจะหัวเราะแต่ไม่ใช่ มันดุดันมากกว่านั้น มือหนาคว้าจับแขนเล็กทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างถอดเข็มขัดเส้นหนาของตัวเอง 

"อ๊ะ!..มึงจะทำอะไร!?" ใต้หล้าดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นการกระทำของคนที่อยู่เหนือร่าง เข็มขัดเส้นหนาในตอนนี้ถูกร่างสูงใช้มันมัดกับข้อมือเขาเอาไว้ที่หัวเตียงจนขยับไม่ได้ พอจะดิ้นข้อมือก็บาดกับเข็มขัดจนเจ็บ 

"ปล่อย!..ฮึก..." ใต้หล้าดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตายโรมแสยะยิ้มเหี้ยม ใบหน้าคมดุจ้องใต้หล้าด้วยแววตาที่ใต้หล้าเองก็มองไม่ออก

"ในเมื่อเธอควบคุมยากนัก..ฉันคงต้องใช้วิธีที่ทำให้เธอจำ ว่าเมื่อก่อนเธอฟังฉันขนาดไหน"  กระดุมเสื้อเม็ดเล็กถูกปลดทีละเม็ด ใต้หล้าตัวสั่นระริกไปด้วยความกลัว โรมก้มลงขบเม้มซอกคอขาวมันแรงพอที่จะเจ็บและเป็นรอยแดงขึ้นมา

"ฮึก!..ปล่อยกูอย่าทำ อ๊า!!"

โรมไม่สนใจอะไรนอกจากจับคนที่กำลังพยศให้นอนอยู่นิ่ง ๆ ใต้หล้าพยายามยกขาขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง แขนแข็งแรงของโรมกลับคว้าจับท่อนขาเรียวได้ทันท่วงที รอยยิ้มเยาะแสยะออกมามันยิ่งทำให้ใต้หล้าเจ็บใจไปมากขึ้นกว่าเดิม

โรมจับขาขาวของใต้หล้าแยกออกก่อนจะแทรกร่างกายของตัวเองเข้าไป 

"ในเมื่อพูดไม่รู้ฟัง ฉันก็จะทำให้เธอกลับมาอยู่ในโอวาสของฉันเหมือนเมื่อก่อนเอง" โรมจับคางมนของใต้หล้าให้มองหน้าอันแสนร้ายกาจ ก่อนจะส่งจูบพร้อมบดขยี้ลิ้นเล็กจนใต้หล้าเจ็บไปทั้งปาก เรียวลิ้นร้ายกวาดต้อนไปทั่วช่วงชิมความหวานที่โรมห่างหายไปตั้งหลายปี ยิ่งทำให้ส่วนอารมณ์แข็งขืนขึ้นมาอย่างง่ายดาย

ร่างกายของใต้หล้ามันตอบสนองเขาดีกว่าคนไหน ๆ

"อ้ะ อื้อ อย่าขอร้องฮึก" ใต้หล้าพยายามขอร้องเพราะไม่มีทางอื่นแล้ว โรมไม่ตอบแต่หาความสุขของตัวเองโดยการก้มลงไปขบเม้มดูดดึงที่ยอดอกสีชมพู ร่องรอยความเป็นเจ้าของถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทับรอยเดิมที่จางไปบ้างแล้ว

"อย่านะ! สัตว์อึก.." ใต้หล้าสบถหยาบคายออกมาพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอ ความรู้สึกตื้อไปทั่วทั้งสมอง เขาไม่อยากกลับไปเป็นของผู้ชายคนนี้อีก...

ผู้ชายที่ทำลายชีวิตเขาโดยไม่สนใจใยดีเลยแม้แต่นิดเดียว

อดีต

"ใต้หล้าลงมาหรือยัง" เสียงดุของป๊าถามหาลูกชายคนเล็กพลางสอดสายตาหาใต้หล้าเพราะตอนนี้ก็สายมากแล้ว โดยปกติใต้หล้ามักจะตรงเวลาเสมอ

"ตอนผมเรียกเห็นกำลังจัดกระเป๋าอยู่ครับ" ธารบอกผู้เป็นพ่อตัวเองพลางทานข้าวในจาน

"สมุทรขึ้นไปดูน้องที" ม้าบอกลูกชายคนกลางที่กำลังซัดข้าวเข้าปากอย่างหิวโหย กินเก่งเหมือนเคย

"ผมกินข้าวอยู่นะม้า" สมุทรบ่น ตักข้าวเข้าปากไปอีกคำ ร่างสูงของสมุทรแม้จะหน้ามุ่ยและขี้เกียจทำสิ่งที่ม้าสั่ง แต่เขาก็ลุกขึ้นเพื่อจะขึ้นไปตามน้องชายตัวดีที่ชอบมาไม่ทันตอนครอบครัวกินอาหารเช้า

ขายาวของสมุทรเตรียมจะก้าวออกจากโต๊ะอาหารแต่ร่างขาวบางของน้องชายก็เดินเข้ามาพอดี

"ทำไมมาช้าฮะใต้หล้า รู้ไหมว่ามันสายแล้ว" ป๊าดุออกมา ดวงตาคมมองลูกชายด้วยความไม่พอใจ เรื่องการตรงต่อเวลาคือเรื่องที่ทุกคนในบ้านนี้ต้องมี

"ขอโทษครับ น้องจัดกระเป๋าใหม่" ใต้หล้าพูดเสียงใสพร้อมยิ้มแหย ๆ เพื่ออ้อนป๊าไม่ให้โกรธมากไปกว่านี้ ใต้หล้านั่งลงบนที่ประจำของตัวเอง สาวใช้ก็รู้หน้าที่บริการตักข้าวให้ทันที

ใต้หล้า เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังเรียนอยู่ในสายชั้นมัธยมปีที่สาม การเรียนของเขาไม่เป็นสองรองใคร สอบได้ที่หนึ่งหรือที่สองของห้องตลอด ใต้หล้าค่อนข้างไม่สุงสิงกับใครมากนักเพราะเข้าสังคมไม่เก่ง แถมยังมีคนคอยรังแกเขาอยู่ตลอดเวลา เหตุผลที่ว่าไม่ชอบขี้หน้า

ใต้หล้าดันกรอบแว่นหนาของตัวเองให้เข้าที่หลังจากกินข้าวเสร็จ คนขับรถที่คอยไปส่งประจำก็มายืนรอที่หน้าบ้าน  พี่เหนือกับพี่สมุทรอยู่คนละโรงเรียนกับเขาจึงต้องแยกรถกันไป 

ใต้หล้าก้าวขึ้นรถ แล้วหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าใบโต สิ่งสำคัญที่เขานั่งทำมันทั้งคืนจนตื่นสาย รอยยิ้มมีความสุขผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าแล้วลูบกล่องรูปเลขาคณิตเบา ๆ 

รถมาถึงโรงเรียน ใต้หล้าเก็บของนั่นใส่กระเป๋าของตัวเองเบา ๆ อย่างระวังเพราะกลัวมันจะพัง ขาเรียวก้าวลงจากรถ ขยับแว่นหนาของตัวเองอีกครั้งเพราะความไม่มั่นใจ ช่วงเช้าแบบนี้ที่ประจำของใครบางคนคือเป้าหมายที่ใต้หล้าจะเดินไปหา 

ลัดเลี้ยวมาสองตึกก็ถึงที่หมาย เขาหยิบของขวัญที่เขาทำทั้งคืนออกมาถือ ขาเรียวเดินเข้าไปด้านในแต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้เพราะมีคนหลายคนกำลังยืนมุงเป็นฝูงชน

'สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่โรม'

'นี่ของขวัญของแก้วค่ะ'

ใต้หล้ายืนกอดกล่องของขวัญของตัวเอง ยืนมองคนฮอตที่สุดในโรงเรียนตอนนี้อยู่ห่าง ๆ พี่โรมเป็นคนที่สาว ๆ หลายคนชอบและต้องการทำความรู้จัก รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาจนคนหลายคนต้องเหลียวหลัง แมวมองที่ต้องการดาราหล่อ ๆ ก็คอยมาคุยกับโรมให้ไปเป็นพระเอกอยู่บ่อย ๆ แต่เจ้าตัวนั้นปฏิเสธตลอด การกีฬาก็ไม่ไว้หน้าเรียกได้ว่าเก่งทุกอย่าง แถมศิลปะการต่อสู้ก็จบสายดำอีกเหมือนกัน

เป็นถึงหลานนักธุรกิจระดับประเทศ จะไปน้อยหน้าใครได้อย่างไร

ดวงตากลมยังคงมองอยู่เหมือนเดิม เพราะมีผู้หญิงหลายคนที่แห่เดินเอาของขวัญไปให้ แถมยังคำสารภาพรักไม่ต่ำกว่าสิบคน แต่ก็โดนปฏิเสธอย่างเย็นชาไปซะทุกราย

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปจนเสียงเคารพธงชาติดังขึ้น กลุ่มสาวแท้สาวเทียมก็ยังมีมาเรื่อย ๆ จนใต้หล้าหน้าหม่นลงเล็กน้อย ร่างเล็กเก็บของใส่ลงในกระเป๋าเหมือนเดิม ค่อยหาเวลาว่างไปให้ก็ได้ 

"ไอ้ใต้หน้าหม่นมาเลยนะมึง" อันเพื่อนสนิทพูดขึ้นพลางท้าวเอวมองเพื่อนตัวบางพอ ๆ กับตนด้วยแววตาสงสัยว่ามันไปผิดหวังอะไรมาอีก

"ทำไมอะ.." ใต้หล้าถาม คนอุตส่าห์ทำหน้าให้เป็นปกติที่สุดแล้วนะ 

"ช่างมันเถอะ ว่าแต่วันนี้วันเกิดพี่โรมของมึงนี่ มึงให้อะไรเขาวะ"

อันถามด้วยความสงสัย เห็นผู้หญิงหลายคนในโรงเรียนต่างเอาของขวัญแพง ๆ หรู ๆ มาเอาใจพี่โรมกันไม่ขาด 

"เอ่อ..." ใต้หล้าพูดไม่ออก เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าเลย เขาทำมันด้วยใจ  

"จะกั๊กเพื่อ เออ ๆ ถ้าไม่อยากบอกก็เรื่องของมึง " อันไม่ถามต่อแต่หันไปคุยเล่นกับเพื่อนผู้ชายข้างหลัง ใต้หล้ายืนก้มหน้า ภายใต้กรอบแว่นหนารู้สึกประหม่ากับของขวัญที่เขาทำว่าตนจะให้โรมดีไหม เพราะในกล่องนั้นมันมีคำสารภาพรักอยู่

โรมกับใต้หล้าค่อนข้างสนิทกันตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ของทั้งสองเป็นคู่ธุรกิจ ใต้หล้าจึงมักได้เจอโรมบ่อย ๆ  ความชอบของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความรักตั้งแต่ตอนไหนเองใต้หล้าก็ไม่รู้ตัว เพียงแค่ได้เห็นหน้าได้พูดคุยได้อยู่ใกล้ ๆ ใต้หล้าก็มีความสุขแล้ว...

ใต้หล้าเดินคู่กับอันมาที่โต๊ะโรงอาหาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่โรมอยู่  ร่างสูงใหญ่เกินวัยที่เห็นน้องชายต่างสายเลือดเดินมาก็ลุกขึ้นเดินมาหาทันที

"ไงเรา.." โรมพูดขึ้นพร้อมลูบหัวใต้หล้าอย่างอ่อนโยน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำนั้นจะทำให้ใต้หล้าใจเต้นแรงขนาดไหน ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อจนเห็นได้ชัด

"กินอะไรมาหรือยัง" 

ใต้หล้าส่ายหน้าทั้ง ๆ ที่ตัวเองกินข้าวเช้ามาแล้ว แต่พออยู่กับผู้ชายคนนี้ใต้หล้ามักจะยอมทุกอย่างเสมอ

โรมดึงข้อมือให้ใต้หล้ามานั่งที่โต๊ะของตนโดยมีอันเดินตามมาด้วย เพื่อนของโรมเองก็เอ่ยแซวใต้หล้ากับอันไม่หยุดปาก  จนอันทำหน้าบึ้งขู่ฟ่อ ๆ กลับไปแต่ก็โดนพวกพี่ ๆ แกล้งกันอยู่ดี

โรมเดินไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้ใต้หล้า ร่างสูงนั่งลงข้างๆพร้อมกับส่งของกินให้

"กินเลยเรา ทำไมเธอถึงชอบไม่กินข้าวตอนเช้าล่ะ" 

"ก็..เอ่อ..น้องรีบนี่ครับ" ใต้หล้าก้มหน้างุด ๆ ตอบ โรมยิ้มขำลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดู 

"วันนี้วันเกิดพี่นะ เธอเอาอะไรมาให้พี่หรือเปล่า" โรมถามเด็กน้อยที่ก้มหน้ากินจนหัวจะทิ่มโต๊ะอยู่แล้ว

"ลืมครับ เดี๋ยววันนี้น้องไปซื้อละกัน" ใต้หล้าเงยหน้าขึ้นมาพูด ตากลมใต้กรอบแว่นแสดงถึงความรู้สึกผิด

"ไม่เป็นไรอย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้สิ" โรมพูดขำ ๆ ยื่นมือไปโยกหัวทุย ใต้หล้ายิ้ม รู้สึกมีความสุขจนอธิบายไม่ถูก ที่เขาไม่ให้สิ่งนั้นไป เขากลัว กลัวว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไป

"โรม..." เสียงใสของหญิงสาวพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างแต่มันทำให้ใต้หล้าชะงัก

"อ้าวฝ้าย.." โรมเรียกชื่อหญิงสาวด้วยรอยยิ้มจนใต้หล้าที่เหลือบมองรู้สึกหน่วงในใจ

"ฝ้ายขอนั่งด้วยคนสิ" หญิงสาวพูดพร้อมวางกระเป๋าลงตรงหน้าใต้หล้า 

"ใต้หล้าเขยิบหน่อย" โรมบอกใต้หล้าแต่ยังคงมองหน้าของรุ่นพี่ที่ชื่อฝ้ายอยู่ ร่างเล็กดันกรอบแว่นก่อนจะพาตัวของตัวเองออกให้ผู้หญิงที่มาใหม่นั่งแทรกกลาง ใต้หล้าหลุบตาลงต่ำพยายามโฟกัสไปที่หมูปิ้งที่มือ แต่ก็อดฟังบทสนทนาของคนข้างตัวไม่ได้

ฝ้ายคือผู้หญิงที่พี่โรมกำลังคุยด้วยตอนนี้ หลายๆคนคิดว่าฝ้ายคือแฟนของโรมแต่มันไม่ใช่..แค่ในตอนนี้ 

อันมองเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วงจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหยิบกระเป๋าของตัวเองและเพื่อนสนิทขึ้นมาถือ

"ปะ ใต้หล้าขึ้นเรียน" อันพูดพร้อมเดินอ้อมมาหาเพื่อนสนิท 

ใต้หล้ายอมลุกขึ้นง่าย ๆ อันแอบเหลือบมองโรมกับผู้หญิงที่ชื่อฝ้าย ดูก็รู้ว่าสองคนนี้มันได้กันแล้วแน่ ๆ

"พี่โรม เย็นนี้น้องรอที่เดิมนะเราไปซื้อของขวัญกัน" ใต้หล้าพูดด้วยรอยยิ้ม แต่นัยน์ตาใต้กรอบแว่นมันไม่ยิ้มเลยสักนิด จนอันต้องจับแขนเพื่อน

โรมไม่ตอบแต่พยักหน้าให้โดยไม่หันมามอง แต่ก็ทำให้ใต้หล้านิ่งไป ริมฝีปากสีแดงเม้มเข้าหากันยืนมองคนที่ตัวเองแอบรักด้วยแววตาเศร้า จนอันต้องดึงแขนเพื่อนให้เดินออกมา 

"กูว่ามึงพอเหอะว่ะ เจ็บเปล่า ๆ คนอย่างไอ้พี่โรมมันไม่มาสนใจคนอย่างมึงหรอก" อันรั้งแขนใต้หล้าให้ฟังตน คนที่เพื่อนเขาชอบตัวเลือกมันตั้งมากมายอันไม่อยากให้ใต้หล้าต้องหวังลม ๆ แล้ง ๆ

ตากลมหลุบต่ำมองลงพื้น อันมองใต้หล้าอย่างเป็นห่วง ใต้หล้าอ่อนต่อโลกเกินไป สมมุติเกิดปาฏิหาริย์ไอ้พี่โรมคบกับใต้หล้าขึ้นมาคงไม่พ้นโดนพวกผู้หญิงที่คลั่งรักตามรังแก นี่ขนาดมันยังไม่ได้เป็นอะไรกับโรม ยังโดนพวกที่หมั่นไส้ตามแกล้งเลย

"กูอยากตัดใจเหมือนกัน ตั้งแต่กูจำความได้กูรักพี่เขามาตลอดเลย" ใต้หล้าพึมพำ อันส่ายหน้า แต่ไม่ได้ว่าอะไร ตอนนี้มันพึ่งอายุสิบห้าเองโตกว่านี้คงคิดได้กระมัง 

เพื่อนในห้องคนหนึ่งวิ่งมาทางนี้ ก่อนมาหยุดตรงหน้าของใต้หล้า

"ใต้หล้าครูวรรณิภาเรียกพบ" เพื่อนบอกเสร็จก็หันหลังวิ่งกลับไป อันจึงพาใต้หล้าไปหาครูวรรณิภาแทน 

"เธอทำสำเร็จแล้วนะ.." ครูวรรณิภาพูดด้วยรอยยิ้ม ใต้หล้าหยิบกระดาษในมือมาดู รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นทันที

"เธอได้ที่หนึ่งจากหนึ่งพันคน" ครูยิ้มให้ลูกศิษย์ ใต้หล้ารู้สึกอึ้งกับความพยายามของตัวเอง เขายกแผ่นกระดาษขึ้นมาดูอีกครั้งด้วยความภาคภูมิใจ อยากจะบอกข่าวดีให้พี่โรมกับพ่อและแม่เร็ว ๆ จัง

ตกเย็น...

ใต้หล้าเดินมาที่ท่าน้ำ ที่ประจำของโรมกับเขาที่ชอบมานั่งเล่นกัน เขานั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนเหลือบซ้ายแลขวามองหาร่างสูงแต่ก็ไม่มีวี่แวว ใต้หล้ายกแผ่นกระดาษขึ้นมาดูอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม อยากให้พี่โรมรู้เรื่องนี้เร็ว ๆ จัง กำลังใจของโรมคือสิ่งที่ทำให้ใต้หล้าทำสำเร็จ ก่อนจะโทรบอกคนขับรถว่าวันนี้จะกลับบ้านกับโรม

"ฝากบอกพ่อแม่ด้วยนะครับ" ใต้หล้าพูดจบก็วางสาย

แต่ยิ่งเย็นก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่าย รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าไม่หาย  ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ  จนตากลมใต้กรอบแว่นรู้สึกร้อนเหมือนมีบางอย่างกำลังจะไหลออกมา 

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ไร้วี่แววของโรม น้ำตาของใต้หล้าพลันไหลอาบแก้ม แต่นิ้วเรียวก็เช็ดมันออก และนั่งรออย่างมีความหวัง 

21.30 น.

ใต้หล้าลุกขึ้นจากเก้าอี้หินอ่อน คนที่มีคราบน้ำตาติดอยู่บนใบหน้ารู้สึกอ่อนแรง เกาแขนขาตัวเองที่โดนยุงกัดจนขึ้นรอยสีแดง

ตั้งแต่พี่โรมขึ้นมัธยมปลาย ความสนิทของเราก็ลดลงจนแทบจะไม่เหมือนเดิม

"น้าภูครับมารับผมที่โรงเรียนทีครับ"

"แกใช่นางมั้ยวะ" เสียงผู้หญิงสองคนคุยกันอยู่ข้างหลัง แต่ใต้หล้าไม่สนใจ

"ใช่ ๆ หมั่นไส้ว่ะสักทีดีไหม" สิ้นเสียงใต้หล้าซึ่งไม่ทันตั้งตัวก็ถูกผลักล้มลงบนพื้นโคลน แว่นกรอบหนากระเด็นหายไปในทันที

"โอ๊ย!" ใต้หล้าเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง ส่วนทั้งตัวก็ล้มลงไปจมกับดินโคลนเพราะน้ำขัง

"สมน้ำหน้า ชอบเสนอหน้าเข้าใกล้พี่โรมดีนัก" เสียงเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเขาพูดด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะวิ่งหัวเราะคิกคักหายไปที่อื่น ตอนนี้ใต้หล้าไม่มีแว่นที่ตา การมองเห็นจึงไม่เหมือนเดิม เขาควานหาแว่นทั้งน้ำตา แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เนื้อตัวเลอะไปด้วยโคลนจนคันไปทั้งร่าง

"แค่ก ๆ " ใต้หล้าสำลอกโคลนที่กระเด็นเข้าปากออกมาจนอ้วกแตก เขานั่งหอบ รู้สึกไม่มีแรงจนมีแสงไฟจากรถตรงมาทางนี้

"คุณหนูเป็นอะไรไหมครับ" เสียงคนขับรถพูดออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะรีบเดินไปที่รถตัวเองแล้วเอาผ้าที่ติดรถมาห่อตัวเด็กคนนี้เอาไว้

ภูสอดสายตาหาแว่นก่อนมองเห็นมันวางตกอยู่เลยเดินไปหยิบมา แล้วใช้ขวดน้ำกินล้างให้สะอาด

"ล้างมือก่อนครับ" ภูล้างมือให้ใต้หล้าแล้วสวมแว่นคืนให้ 

"ทำไมอยู่ในสภาพนี้ล่ะครับ" ภูถามออกมาอย่างสงสัยและเป็นห่วง

"ผมสะดุดล้มน่ะครับ" ใต้หล้าตอบเสียงแผ่ว คนขับรถไม่ถามอะไรต่อ แม้จิตใจจะเศร้าขนาดไหนแต่ใต้หล้าก็ยังรู้สึกมีความสุขเล็ก ๆ อยู่ 

เขาหยิบแผ่นกระดาษที่ได้มาวันนี้เตรียมจะอวดป๊าและม้า พอมาถึงบ้านใต้หล้าค่อย ๆ ลงจากรถเดินเข้ามาในบ้าน แต่เสียงของคนทะเลาะกันทำใต้หล้าชะงัก

ใต้หล้าเดินเข้ามาในครัวต้นตอของเสียง ก่อนจะเห็นพ่อและแม่ทะเลาะกันเสียงดัง ม้ามีน้ำตาคลอ ก่อนที่ท่านจะเดินหนีป๊าออกไปโดยไม่ทันเห็นใต้หล้า

ป๊าเองก็เดินตามม้ามาแต่เห็นลูกชายพอดีที่กำลังยืนกอดแผ่นกระดาษ

"ไปทำอะไรมาทำไมถึงสกปรกขนาดนี้" ป๊าถามออกมาเสียงดุ

"ป๊าน้องได้..." 

"ป๊าถาม!! แล้วทำไมถึงเนื้อตัวเป็นแบบนี้!!" ป๊าตะคอกเสียงดัง เพราะความโมโหเป็นทุนเดิมที่ทะเลาะกับภรรยาจนใต้หล้าชะงักถอยหลังหนีน้ำตาคลอเบ้า  

"แต่ป๊า น้องได้"

"ขึ้นไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้"

"ป๊า.." ใต้หล้ากล่าวออกมาเสียงอ่อย อยากให้ป๊ารู้สิ่งที่ตัวเองทำได้

"ขึ้นไป!"ป๊าตะคอกเสียงดังจนใต้หล้าน้ำตาร่วงทันที เขาหันหลังวิ่งกอดกระดาษของตัวเองขึ้นไปบนห้องพร้อมน้ำตา

ฝนด้านนอกตกลงมาเสียงดัง แต่กลับไม่สามารถกลบเสียงทะเลาะของป๊าและม้าได้เลย

ส่วนฝนบนใบหน้าของเขา เมื่อไรจะหยุดกันนะ

TBC.

บทก่อนหน้า
บทถัดไป