บทที่ 10 ตอนที่ 9
พลั่ก!!ร่างของดีนถูกถีบจนร่างแกร่งของมันกระเด็นกระดอนไม่เป็นท่า
"กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้คอยดูถุงเงิน" คิมหันต์ทำท่าจะซัดฝ่าเท้าเข้าที่ร่างแกร่งของบอดี้การ์ดหนุ่มแต่เขาก็เพียงชะงักค้างไว้อย่างนั้นเมื่อมีมืออันน้อยมาจับแขนล่ำเอาไว้
"นี่!..ทำไมต้องทำพี่ดีนด้วย" ถุงเงินไม่พอใจพยายามดึงคิมหันต์ออกจากตัวของดีน เด็กน้อยตีบ่ากว้างระรัวแต่มันไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกถึงอะไรเลยเหมือนกับว่าเขาโดนอะไรนุ่มๆแตะเพียงเท่านั้น
"พอๆ จะเอาอะไรกับการ์ดนักหนาวะ" สิงหราชเดินเข้ามาปราม ยิ่งพอเห็นเจ้าตัวจ้อยข้างกายมาเฟียรุ่นน้องก็ยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีก มีที่ไหนเข้ามาห้ามคนอย่างคิมหันต์แล้วอีกฝ่ายยอมหยุดเช่นนี้
คิมหันต์ผ่อนลมหายใจแล้วดึงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากมือถุงเงิน
"ถ้ายังเล่นมั่วซั่วแบบนี้ฉันจะจำกัดเวลาให้เล่นเฉพาะช่วงที่ฉันอยู่เท่านั้น" ถุงเงินขมวดคิ้วเป็นปมทำท่าจะแย่งมาก็ไม่ได้เพราะคิมหันต์ยัดมันลงกระเป๋าไปแล้ว
"ไหนเธอบอกว่าให้เราเรียนภาษาไง.." ถุงเงินบุ้ยหน้ารู้สึกกรุ่นๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว สิงหราชยืนมองคนที่กำลังปะทะคารมกันนิ่ง ยามเห็นเด็กที่ชื่อว่าถุงเงินยืนทำท่าเหมือนจะกางเล็บออกมาเหมือนแมวก็นึกเอ็นดู
"ภาษาแบบนี้มีใครเขาพูดกันที่ไหนฮะถุงเงิน" คิมหันต์สั่งให้บอดี้การ์ดเดินออกไป
"ปากปราศรัยใส(น้ำใจ)เชือดคอ" ถุงเงินหลับตาตะเบงเสียงใส่ คิมหันต์กดสายตาดุๆ มองถุงเงินนิ่งเมื่ออีกฝ่ายกำลังดื้อ
"อะไรวะ" สิงหราชเกาหัวแกรกๆชักเริ่มงุนงงกับคำพูดคำจาของเด็กน้อยคนนี้นัก เพราะไม่ว่าจะพูดคำไหนก็ดูจะเป็นวรรคเรียงคำสวยราวผู้ดียุคสมัยก่อนอย่างนั้น
"พูดดีแต่ปาก แต่ใจคิดร้าย" คิมหันต์ตอบสิงหราชออกมาทันที จนมาเฟียรุ่นพี่พยักหน้าอึ้งๆ ดูเหมือนสองคนนี้จะไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ธรรมดาเสียแล้ว ตามทันทุกคำพูดกันแบบนี้
"แล้วเราเรียกเธอไอ้ต้าวเราผิดตรงไหน" ถุงเงินเม้มริมฝีปากทำท่าจะสะบัดหน้าหนีเดินกลับเข้าคฤหาสน์หากแต่คิมหันต์ลับคว้าข้อมือบางเอาไว้
"พี่สิงห์วันนี้ยกเลิกไปก่อนละกัน" คิมหันต์บอกแล้วอุ้มเด็กดื้อขึ้นมาพาดบ่าแกร่ง สิงหราชพยักหน้าแล้วส่งสัญญาณทางสายตาว่าให้บอดี้การ์ดของตัวเองเดินออกมาเพื่อกลับ การคุยธุรกิจพวกนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนและต้องตั้งใจไม่ควรมีสิ่งใดมากวนใจแบบนี้ มาเฟียหนุ่มใหญ่เดินออกจากคฤหาสน์พร้อมบอดี้การ์ดหลายสิบคน
คิมหันต์ไม่รออะไรอีกนอกจากก้าวขาเดินขึ้นไปด้านบนชั้นสอง
"ไอ้ต้าวปล่อยเรานะ!"
"หยุดเรียกฉันแบบนั้นซะ" คิมหันต์ขบกรามแน่นเมื่อถุงเงินฉีกหน้าเขาเป็นรอบที่สองได้ แถมยังมีบอดี้การ์ดของตนเองได้ยินคำแบบนี้อีก ร่างแกร่งผลักประตูเข้าไปด้านในแล้ววางร่างถุงเงินลงบนเตียง
"เอาโทรศัพท์เราคืนมานะ" ถุงเงินถูกกดข้อมือเอาไว้บนเตียง
"ถ้ายังไม่หยุดดิ้นแล้วฟังดีๆ จะไม่คืนให้..แล้วก็ไม่ต้องเล่นอีกเลย!" ถุงเงินเม้มริมฝีปากมองคิมหันต์ด้วยความผิดหวัง ทำไมต้องเสียงดังด้วย
"เราอุตส่าห์คิดว่าเธอน่ารักน่าเอ็นดู..จริงๆ แล้วเธอมันก็คนหน้าเนื้อใจเสือ"
คิมหันต์ส่ายหน้าเบาๆ เมื่อถุงเงินงอแงต่อว่าเขาด้วยถ้อยคำไทยๆ ร่างแกร่งจึงยกคนที่กำลังจะร้องไห้ขึ้นมานั่งบนตัก มือหนาเชยคางมนขึ้นมาสบตากับตนเอง
"ชู่ว..ไม่เอานะคะ..ไม่ร้อง" คิมหันต์เสียงอ่อนลงเมื่อถุงเงินเริ่มเบะปาก
"...." ถุงเงินไม่ตอบแต่ยามอยู่ใกล้คิมหันต์ทำให้เด็กน้อยรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก จมูกเล็กเริ่มดมฟุดฟิดที่แผ่นอกกว้างขวาง ดวงตาเรียวคมมองใบหน้ากลมที่กำลังขยับเข้ามาซุกอกแกร่ง
"ง่วงนอนหรือไง" คิมหันต์ถามเสียงอ่อน ถุงเงินพยักหน้าหงึกๆ มาเฟียหนุ่มจึงเอนกายนอนลงบนเตียงกว้าง คนตัวเล็กขยับเข้าซุกอกกว้างขวางปลายจมูกน่ารักสูดดดมกลิ่นหอมของคิมหันต์
"ติดกลิ่นฉันหรือไงฮึ" คิมหันบีบแก้มน่ารักอย่างมันเขี้ยวก่อนจะยอมให้ถุงเงินขยับเข้าซุกอกตนเองมากขึ้นไปอีก
"เปล่าสักหน่อย" ถุงเงินว่าออกมาแบบนั้นแต่การกระทำตรงกันข้าม คิมหันต์จึงเลิกผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มกายของตนเองและเด็กข้างกาย ถุงเงินยกแขนขึ้นกอดคิมหันต์ไว้แน่นเพื่อฝังปลายจมูกน้อยดมกลิ่นหอม
มาเฟียหนุ่มเมื่อเห็นดังนั้นก็ใช้แขนอีกข้างพาดไปรอบไหล่บางแล้วใช้หัวตนเองหนุนหัวถุงเงินเอาไว้
"เราเรียกเธอว่าไอ้ต้าวมิได้เหรอ" คิมหันต์ผ่อนลมหายใจมือหนาลูบเรียวแขนขาวเบาๆ
"ได้..แต่ต้องเรียกตอนเราอยู่สองคนเท่านั้นนะ" คิมหันต์บอกออกไปอย่างจำยอม ต่อไปนี้คงต้องคุมเรื่องโทรศัพท์กับถุงเงินเสียหน่อย ใบหน้าคมหล่อก้มลงมองระหว่างอกตนเองเพราะถุงเงินเอาแต่ดมเขาอยู่อย่างนั้นราวกับว่ากำลังติดกลิ่น ไม่นานเด็กน้อยก็หลับคาอกของเขาไป คิมหันต์ส่ายหน้ามองเจ้าตัวจ้อยที่สร้างปัญหาให้ตนเองถึงสองรอบด้วยกัน
"แสบนัก" มือหนาเชยคางน่ารักให้เงยขึ้นคิมหันต์ใช้แขนเท้าหัวตนเองโดยการนอนตะแคงมองหน้าถุงเงิน หลายๆ ความคิดวนเวียนเข้ามาภายในหัวของคิมหันต์ ทั้งเรื่องที่ถุงเงินพูดภาษาที่ไม่ใช่ของคนสมัยนี้ เรื่องที่อีกฝ่ายลึกลับเสียจนไม่สามารถสืบประวัติได้ เด็กน้อยตรงหน้าอาจจะถูกขังไว้ที่ไหนสักที่แล้วหลุดออกมาหลายความคิดต่างเข้ามาในหัวเพราะจากการดูแล้วถุงเงินไม่ได้เหมือนคนบ้าเลยสักนิดเดียว
คิมหันต์ลุกขึ้นออกจากเตียงกว้างโดยห่มผ้าให้ถุงเงินมาถึงคอ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่มีสายจากโทรศัพท์โทรเข้ามา คิมหันต์มองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียด
"ฮัลโหล" กล่าวด้วยเสียงเย็นชา
("รับสายฉันได้สักทีนะ") คิมหันต์เงียบรอฟังปลายสายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
"...."
("ทำไมถึงไม่กลับมากินข้าวที่บ้านเหมือนน้องแกบ้าง") ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม คิมหันต์จุดบุหรี่ขึ้นสูบโดยมายืนอยู่ริมระเบียง
"ไม่ว่าง"
("หึหึ..ไม่ว่าจะผ่านไปเท่าไหร่ไอ้ความเย็นชาของแกก็ไม่เคยจางลงเลยนะ..ฉันละอยากรู้เสียจริงว่าคนอย่างแกเคยอ่อนโยนกับใครไหม"
"จะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า" คิมหันต์ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของตนเองโดยเฉพาะคนปลายสายนี้
("เมียเก็บที่คฤหาสน์ของแกฉันจะไม่พูดนะ..ต่อให้คนนี้จะชอบหรือจริงจังด้วยแกก็ต้องแต่งงานแล้วเอาทายาทมาให้ฉันได้แล้ว..ส่วนเรื่องเมียเก็บจะมีกี่คนก็แล้วแต่" คิมหันต์แสยะยิ้มแล้วหัวเราะในลำคอ มาเฟียหนุ่มกดตัดสายโดยไม่คิดที่จะสนทนาต่อ ร่างแกร่งเปิดประตูระเบียงเข้ามาด้วยสีหน้าราวกับว่าหากให้ฆ่าใครสักคนเขาก็จะทำ
"ฮึ..มีทายาทเหรอ.." คิมหันต์พูดราวรังเกียจ คนอย่างเขาเกลียดเด็กจนเข้าไส้และไม่เคยคิดที่จะมีสักครั้งเดียว
ถุงเงินตื่นขึ้นมายามเช้า ดวงตากลมโตกวาดมองหาคนที่ควรอยู่ภายในห้องนี้แต่กลับไม่พบ
"คิมหันต์" เด็กน้อยก้าวลงจากเตียงแล้วเอ่ยเรียกอีกฝ่าย มือน้อยๆ กุมเข้าหากันแล้วเปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอน บอดี้การ์ดหลายคนพอเห็นถุงเงินก็ต่างส่งยิ้มให้ตามปกติ ถุงเงินที่อัธยาศัยดีก็ฉีกยิ้มกว้างแสนน่ารักตอบกลับไป
"คิมหันต์...คิมหันต์..คิมมมมหานนน..." เสียงราวแมวแง้วๆ ทำให้มาเฟียหนุ่มที่กำลังดื่มกาแฟยามเช้าเงยหน้าขึ้นมา ซึ่งเจ้าตัวจ้อยที่อยู่ในเสื้อตัวโตยาวเลยหัวเข่าเดินเข้ามาภายในครัว
"มีอะไร" ถุงเงินยืนเม้มริมฝีปากมองดูร่างแกร่งที่ไขว่ห้างในชุดพร้อมทำงาน
"โทรศัพท์เราเล่า" เด็กน้อยถาม
"เดี๋ยวไอ้ดีนมาค่อยเล่น" มาเฟียหนุ่มตอบเสียงเรียบเพราะอารมณ์ขุ่นมัวจากเมื่อคืนยังคงหลงเหลืออยู่นั่นจึงทำให้ถุงเงินรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี
"เธอโกรธเราฤา.." ถุงเงินก้มหน้าสลดลงมองพื้น พอคิดว่าอีกฝ่ายโกรธก็รู้สึกว่าหัวใจมันห่อเหี่ยวชอบกล
"มานี่มา" คิมหันต์วางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะกาแฟ ถุงเงินเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางห่อเหี่ยว แขนล่ำคว้ากอดเอวบางแล้วดึงเข้าหาตัว
"...." ถุงเงินขยับขึ้นไปบนตักของคิมหันต์เมื่ออีกฝ่ายต้องการให้ทำแบบนั้น
"คุณคิมแค่เหนื่อยค่ะ.." คิมหันต์เกลี่ยผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ตื่นมาก็ถามหาโทรศัพท์เลยแบบนี้
"ก็ไอ้ต้าวทำเหมือนงอนเราเลย" ถุงเงินพูดเสียงเบา เวลาคิมหันต์ทำใบหน้าเรียบนิ่งมันน่ากลัว
"หึหึ..ทีหลังถ้าไปเรียนคำแบบนี้มาอีกจะจูบปากให้แตกเลย" ถุงเงินบึนปากแล้วหันหน้าหนี คิมหันต์รวบกอดเอวบางเข้าหาตัวเพื่อก้มหอมฟอดลงบนแก้มนุ่ม ถุงเงินมีสีหน้าแดงขึ้นมาทีละน้อย ก่อนความรู้สึกบางอย่างจะตีมวนกันที่ช่องท้องน้อย
"อ๊ะ..อุ่ก" ถุงเงินปิดริมฝีปากตนเอง ร่างน้อยสะอึกรีบผลักอกว้างออกแล้วลงมาจากตักแกร่ง ถุงเงินทรุดลงอ้วกใส่ถังขยะเพราะมันไม่มีที่ให้ใส่แล้ว
"อุ่ก..."ถุงเงินหน้าซีดทันทีแรงแทบหมดไปกับการอ้วกนี้ เด็กน้อยตัวสั่นระริกซึ่งคิมหันต์ก็รีบตามมาลูบแผ่นหลังบางไว้ ใบหน้าคมเริ่มแสดงอาการเป็นห่วงเพราะเมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลย
"ฮืออ..คิมหันต์เราเหม็นกระไรก็ไม่รู้" ถุงเงินจับอกตนเองก่อนจะอ้วกออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ เด็กน้อยน้ำตาซึมขอบดวงตากลม คิมหันต์อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมาทั้งที่ถุงเงินเริ่มแสดงอาการงอแง คิมหันต์พาเจ้าตัวจ้อยขึ้นมาด้านบนห้องนอนเพื่อเช็คอาการเสียหน่อย
"อ๊ะ..คิมหันต์ออกไปเราเหม็น" ถุงเงินผลักใบหน้าคมออกจนคิมหันต์หน้าบี้ไปตามแรงผลัก มีใครที่ไหนกล้ามาแตะต้องใบหน้าเขานอกจากเด็กคนนี้
"วันนี้ค่อยเล่นโทรศัพท์ตอนบ่าย..เล่นทั้งวันไม่ลุกมากินอะไรเลยเป็นแบบนี้ไงถุงเงิน" ไม่ว่าอะไรเขาก็รู้หมดเพราะมีดีนคอยรายงาน ถ้าไม่ใช่เขาดูเหมือนว่าถุงเงินจะไม่ฟังใครทั้งนั้น เด็กน้อยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงแล้วหันหน้าหนีคิมหันต์ไปอีกฝั่ง
มาเฟียหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ แล้วให้คนไปเอายามาให้ กว่าจะบังคับถุงเงินกินยาได้ก็เล่นเอาแทบกุมขมับ
คิมหันต์เดินเข้ามาในบริษัทพร้อมบอดี้การ์ดตามหลังราวสิบคน ภายใต้ใบหน้ากรอบแว่นสีดำแสนโดดเด่นสามารถเรียกสายตาของพนักงานสาวๆหลายคนได้ไม่ยาก แต่พวกเธอก็เพียงแค่ได้มองเพราะไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้ชายคนนี้แน่ แต่ใช่ว่าจะไม่มีเพราะหลายๆ คนที่เห็นก็ต่างอยากพลีกายให้ด้วยกันทั้งนั้น แต่คุณคิมไม่เคยชายตามองพนักงานสาวในบริษัทตนเองเลยสักครั้ง
มาเฟียหนุ่มขึ้นมาด้านบนตึกสูงสุดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ใบหน้าคมคร้ามมีแววนิ่งเย็นชาจนใครหลายคนต่างไม่กล้าเข้าหา รวมถึงเลขาคนสนิท
"วันนี้มีประชุมกับคุณสหวัฒน์ค่ะ" คิมหันต์พยักหน้าแล้วรับเอกสารมา เลขาสาวสวยจึงก้มหัวให้ผู้เป็นนายแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยท่าทีโล่งอก คุณคิมหันต์ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็คงน่ากลัวสำหรับเธอ
ร่างแกร่งมองนาฬิกาในช่วงเที่ยงกว่าๆ แล้วเดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมเลขาเพื่อไปประชุม ซึ่งการเข้ามาของคิมหันต์ทำให้ทุกคนในห้องต่างนิ่งเงียบ ร่างแกร่งเปิดไฟล์เอกสารเพื่อเริ่มการประชุม หากแต่..
Tru...Tru... คิมหันต์กำลังจะกดปิดโทรศัพท์แต่พอเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอทำให้เขาชะงักแล้วกดรับ
"ฮัลโหล.."
("อ๊ะ..คิมหันต์อยู่ไหนเราได้ยินเสียงเธอด้วย") คิมหันต์นิ่งไป ก่อนจะได้ยินเสียงแทรกของดีนเป็นเชิงอธิบาย
"...."
("คิกๆ ..คิมหันต์คุยกับเธอได้ด้วยทั้งที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน")
"อืม.."
("งั้นแค่นี้นะเราจะโทรหาพี่ดีนต่อ") ... ("ก็อยู่ข้างกันจะโทรหาทำไมถุงเงิน") เสียงของดีนแทรกมาอีกครั้งก่อนสายจะวางไป คิมหันต์ส่ายหน้าเบาๆ แล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานดังเดิม หากแต่ไม่ถึงห้านาทีก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาอีก
"...."
("ไอ้ต้าว..ทำไรอยู่เหรอ..")
"ทำงาน"
("ถุงเงินคุณคิมกำลังทำงานอย่ากวนคุณเขา")
("อ๊ะ..เดี๋ยวก่อน..คิมหันต์พูดสิเร็วๆ")
"มีอะไร" มาเฟียหนุ่มยกยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
("เสียงเธอจริงๆ ด้วย..ทำไมเราถึงได้ยินนะอยากรู้ว่าทำได้อย่างไร")ถุงเงินหัวเราะคิกคักก่อนจะวางสายไปอีกรอบ คิมหันต์หัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ ทำเอาคนในห้องประชุมต่างเกร็งกันเป็นแถบ มาเฟียคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องโหดเหี้ยมหากไปทำอะไรเตะตาหรือขัดใจเข้าพวกเขาก็กลัวว่าจะชีวิตหาไม่
แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจคือไม่ทันถึงห้านาทีสายโทรศัพท์นั้นก็เข้ามาอีกครั้ง
("ทำไรอยู่เบ๋อคิมหันต์")
"พูดภาษาอะไร" คิมหันต์เอ่ยเสียงดุเบาๆ
("เพลาชายแล้วนะเมื่อไหร่เธอจักกลับเสียที")
"ฉันทำงานอยู่..เดี๋ยวเถอะถ้าซนนักจะกลับไปจัดการ"
("กระไรอีก..เราอยากไปห้างนะป่านนี้คนคงแย่งกันขึ้นบันไดเลื่อนหมดแล้วแน่เลย")
"ไม่มีใครแย่งเธอขึ้นหรอกถุงเงิน"
("ใครจะไปรู้..") ถุงเงินเถียงเสียงแจ้วๆ ออกมาทางปลายสายทำให้คนที่เหนื่อยงานรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
("ทรงอย่างแบดแซดอย่างบ่อย")คิมหันต์ส่ายหน้าเมื่อถุงเงินเริ่มร้องเพลงแปลกๆ ออกมา
"บอกไอ้ดีนกลับไปเดี๋ยวเจอกัน"
"อืมๆ..พี่ดีนไอ้ต้าวบอกกลับไปเดี๋ยวเจอกัน"
"ถุงเงิ๊นนนนนนT.T" เสียงดีนโหยหวนออกมาตามสาย เผลอแป๊บเดียวเองถุงเงินก็ไปเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยแล้ว
ดีนรับเคราะห์ไปนะ
วันนี้อารมณ์ดีเลยลง แต่จะอารมณ์เสียถ้าเม้นน้อย
