บทที่ 1 บทนำ
แรงกดจูบลงบนเนินอกและเรียวลิ้นร้อนที่กำลังเชยชมอยู่บนร่างกายเรียกให้คนที่กำลังนอนหลับเพราะความเมามายต้องตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางสะลึมสะลือ ใบหน้าที่เล็กกว่าฝ่ามือสากนั้นเสหลบแสงจากเพดานที่ลอดผ่านร่างใหญ่ที่คร่อมทับเขาอยู่นี้
“อื้อ..” เอื้องผึ้งร้องเสียงแผ่วในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนนั่นไล่มาจนถึงลำคอของเขา มือเล็กยกขึ้นดันแผ่นอกแกร่งที่แข็งแรงมากเสียจนชักเริ่มไม่แน่ใจว่าใช่คนที่ตนคิดเอาไว้หรือเปล่า
“....”
“กะ..การันต์..ดะ..เดี๋ยว” มือเล็กจ้อยพยายามดันใบหน้าคมคายให้ออกห่าง แต่ก็ดูเหมือนจะถูกอีกฝ่ายรวบเอาไว้แล้วกดลงให้อยู่บนพื้นเตียงนุ่ม ยิ่งความร้อนจากริมฝีปากขบเม้มลำคอของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เอื้องผึ้งก็รู้สึกเหมือนกำลังจะหลอมละลายเสียให้ได้ ไม่รู้เลยว่าการันต์จะมีวิธีการเล้าโลมที่ดีมากขนาดนี้
“การันต์..อึก”
“บอกแล้วไงว่าไม่ใช่การันต์..ครางชื่อให้มันถูก” น้ำเสียงทุ้มที่ไม่ได้ฟังดูนุ่มนวลเหมือนการันต์ทำให้ร่างเล็กซึ่งกำลังบิดเร่าอยู่ด้านล่างชะงัก เอื้องผึ้งพยายามปรับสายตาตนเองให้มองคนอยู่เหนือกว่าว่าคือใคร แล้วกว่าจะปรับค่าการมองได้ก็เมื่ออีกฝ่ายปลดกระดุมเสื้อลงสองเม็ดบนแล้วเสยผมขึ้นลวก ๆ เผยให้เห็นเรียวคิ้วเข้มกำลังขมวดเข้าหากัน ดวงตาเรียวคมดูดุดัน สันกรามคมเด่นชัด และเมื่อมองโดยรวมแล้วใบหน้าจิ้มลิ้มของเอื้องผึ้งก็ต้องแสดงความตกใจออกมา เพราะคนเหนือร่างเขาไม่ใช่การันต์ แต่เป็นใครก็ไม่รู้ที่หนังหน้าดูไม่ใช่คนดีเลยสักนิด!
ภายในรถคันสีดำสนิทที่จอดอยู่ท่ามกลางโรงจอดรถของกาสิโนหรูหราที่แม้เป็นสาขาย่อยจากฮ่องกงแต่ก็คงความมีระดับเอาไว้
“จะตื่นเต้นทำไม..สังคมที่นี่อยู่ใครอยู่มัน..ไม่เหมือนงานเลี้ยงที่กูพาไปด้วยซะหน่อย” การันต์หนุ่มหล่อพ่วงด้วยตำแหน่งประธานบริษัทส่งออกกำลังลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลธรรมชาติของเพื่อนสนิท ซึ่งเขาทั้งสองรู้ว่ามันมากกว่านั้น แต่ด้วยฐานะที่ต่างกันทำให้ความสัมพันธ์ของเราต่างคลุมเครือไม่สามารถบ่งบอกสถานะที่ชัดเจนได้เลย
“ก็ไม่ได้บอกว่าตื่นเต้นสักหน่อย..มันกดดัน” เอื้องผึ้งพึมพำเสียงแผ่ว เขาไม่คิดเลยว่าเด็กที่มาจากบ้านนอกอย่างเขาจะสามารถเหยียบย่ำเข้ามาในถิ่นคนรวยได้บ่อย ๆ และก็เป็นคนข้างกายเขาที่มักจะพาไปเปิดประสบการณ์ แต่เอื้องผึ้งเองก็ไม่เคยชินเสียที
“ปะ..เข้าไปได้แล้ว” การันต์ขยี้กลุ่มผมนุ่มนั่นอีกครั้ง ทำเอาคนที่บอกว่ากดดันต้องยิ้มออกมา ความอ่อนโยนของผู้ชายข้างกายเขาทำให้เอื้องผึ้งตกหลุมรักได้ไม่ยาก หรือบางทีหากคิดจะตัดใจแต่พอเจอหน้าแล้วถูกอีกฝ่ายแสดงความอ่อนโยนออกมาแบบนี้ก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปทุกครา ทั้งสองพากันเดินเข้าไปด้านในกาสิโนซึ่งมีชายชุดดำมากมายรายล้อมอยู่ทั่วทั้งบริเวณ
“นั่งรออยู่แถวนี้นะ” การันต์ดันไหล่เล็กให้นั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มก่อนจะปลีกตัวเดินไปทำธุระของตน เอื้องผึ้งเองเคยเข้ามาครั้งแรกก็กวาดสายตามองไปทั่วอย่างสนอกสนใจ ที่นี่เป็นกาสิโนหรูระดับประเทศแถมเป็นของผู้มีอิทธิพล พวกเศรษฐีหรือแม้แต่ดาราที่เขาเคยเห็นในช่องโทรทัศน์ก็มายังที่แห่งนี้ ซึ่งกว่าการันต์จะทำให้เขาเข้ามาที่นี่ด้วยได้ก็ยากไม่น้อย
ในระหว่างกำลังกวาดสายตาสำรวจนั้นเขาดันไปสะดุดกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งควงแก้วไวน์สีแดงเข้มอยู่ระหว่างมุมกำแพงชั้นวีไอพี อีกทั้งนัยน์ตาคมดุยังสบจ้องกับเขาเหมือนมองมาอยู่แล้วอีกต่างหาก ทำเอาเอื้องผึ้งเลิ่กลั่กแล้วรีบก้มหน้าลงไม่หันกลับไปสนใจทางนั้นอีก แต่รอแล้วรอเล่าการันต์ก็ไม่มาเสียที แถมเขาเองก็รู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินเข้าไปเอ่ยถามชายชุดดำซึ่งน่าจะเป็นคนคอยดูแลความเรียบร้อยของที่นี่
“ขอโทษนะครับ..ห้องน้ำไปทางไหนเหรอครับ”
“ทางนี้เลยครับ” อีกฝ่ายผายมือก่อนจะเป็นฝ่ายนำเขาเดินเข้าไปด้วยท่าทางสันทัด บริการดีสมเป็นกาสิโนยักษ์ใหญ่จริง ๆ เอื้องผึ้งเดินเข้ามาภายในห้องน้ำกว้างขวางก่อนจะเข้าไปทำธุระของตนเพียงครู่เดียว เขายืนล้างมือพลางทอดมองกระจกใสที่อยู่เบื้องหน้าไปเรื่อยเปื่อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การันต์พาเขามาแล้วให้นั่งรอ แต่เอื้องผึ้งเองก็เข้าใจดีว่าอีกฝ่ายนั้นยุ่งกว่าคนทั่วไปมาก
ในระหว่างที่เขากำลังเดินกลับไปที่เดิมเรียวขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู ซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถห้ามความสงสัยของตนเองได้นอกจากค่อย ๆ เดินเข้าไปแอบดูตรงมุมกำแพงสีครึ้ม และภาพที่เห็นนั้นทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของเอื้องผึ้งสั่นเครือ เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาทันทีเพราะไม่สามารถทนมองต่อได้จริง ๆ
ร่างเล็กเหม่อลอยจนกระทั่งมาถึงโซฟาตัวเดิม ภาพที่เห็นมันทำให้คนที่เป็นฝ่ายแอบรักจำต้องใช้มือกุมอกตัวเองเอาไว้ บางทีเขาก็ไม่อยากหลอกตัวเองนาน แต่มันขึ้นชื่อว่ารักแรก เอื้องผึ้งขอเหล้าสีสวยที่มีคนเดินคอยเสิร์ฟให้แขกภายใน หลายต่อหลายแก้วถูกกระดกลงคอไม่สนสี่สนแปดจนดวงตากลมปรือปรอย ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงมองมือตัวเองที่พร่าเบลอ ถ้าบอกว่ากำลังจะห้ามไม่ให้น้ำตาไหลลงมาก็ไม่ผิดนัก และฤทธิ์เมานั่นเองทำให้เอื้องผึ้งค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากโซฟาตัวสวยราคาแสนแพง เขาเดินไปยังที่เดิมตรงนั้นโดยความยั้งคิดนั้นหดหายไปเพราะฤทธิ์เหล้าแล้ว
ตุ๊บ! เมื่อมาถึงริมกำแพงร่างของเขาก็ล้มลงซบแผ่นอกแข็งแรงที่ดูจะหนากว่าการันต์ด้วยซ้ำ แต่กลิ่นหอมๆ แบบนี้เอื้องผึ้งจำได้ดีจึงขยุ้มมือลงไปบนปกคอเสื้อ เป็นครั้งแรกเลยที่เขาต้องเงยขึ้นสุดคอเพราะการันต์สูงขึ้นมากหลายเท่า
“จูบกูบ้างดิ..อึก..” เขากำลังงอแงเหมือนที่เคยเป็น
“....”
“ไหนบอกว่า...” กว่าจะกล่าวออกไปแต่ละคำนั้นแสนลำบาก เอื้องผึ้งก้มหน้าลงทั้งที่มือยังจับคอเสื้อทั้งสองข้างของการันต์เอาไว้ และเมื่อยืนอยู่นานคนที่สูงกว่ามากก็ทำท่าจะแกะมือเขาออก เอื้องผึ้งจึงผลักร่างสันทัดให้แผ่นหลังอีกฝ่ายแนบชิดกับกำแพง
“คิดว่ากูโง่มากหรือไง...กี่รอบแล้วฮะ!” เอื้องผึ้งตะคอกออกไปทั้งที่ดวงตาปรือ เขาเขย่งขาขึ้นสุดตัวก่อนจะแนบริมฝีปากลงไปบนกลีบปากที่หนากว่าค้างเอาไว้ ไม่คิดเลยว่าพอเหล้าเข้าปากจะกล้าทำเรื่องน่าอายขนาดนี้ เขาไม่คิดเลยจริง ๆ เอื้องผึ้งค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้นซึ่งอีกฝ่ายไม่มีการตอบสนองกลับมาเลยสักนิด ทำให้คนเมารู้สึกปวดหน่วงในหัวใจ และเขากำลังจะผละออกแต่เอวบางกลับถูกรวบแล้วพลิกให้มายืนชิดกำแพงแทน แถมริมฝีปากหนานั้นยังจูบลงมาหนักหน่วงกว่าเดิมจนคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวต้องยกมือขึ้นดันแผ่นอกที่แข็งเหมือนกำแพงทันที
“อื้อ!!” เอื้องผึ้งร้องในลำคอ เขาพยายามเพ่งมองคนตรงหน้าซึ่งล็อกหลังลำคอเอาไว้แล้วยังบี้ปากเขาจนแทบแบน ไม่มีทาง..การันต์ไม่มีทางจูบดิบเถื่อนมากขนาดนี้ เอื้องผึ้งพยายามดันร่างตรงหน้าออกเพราะหายใจไม่ทัน แต่พอเรียวลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากของเขาเอื้องผึ้งก็แข้งขาสั่นแทบล้มลงบนพื้น หากไม่มีแขนแกร่งโอบเอวเอาไว้ สุดท้ายเขาก็จำต้องยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอนั้นโดยไม่รู้เลยว่าเสียงจูบกันครั้งนี้มันลามกมากแค่ไหน กว่าจะผละออกก็ทำเอาคนเมาต้องหอบหายใจ
“ถ้าอยากจะจูบ..แต่จูบกากแบบนี้ไปให้หมาเลียปากเถอะ”
แล้วก็..การันต์ไม่มีทางพูดจาหมาไม่แดกแบบนี้
TBC.
ก่อนไป ฝากกดหัวใจให้ออยหน่อยนะคะ(๑❛ᴗ❛๑)
เม้นมาตอนไปอิอิ
