บทที่ 2 ตอนที่ 1
เอื้องผึ้งยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เพราะเขาไม่คิดว่าตัวเองจะทำผิดพลาดได้มากขนาดนี้ ดวงตากลมสั่นเครือลงเล็กน้อย แต่เมื่อนึกไปถึงสิ่งที่การันต์ทำกับเขาความคิดแปลก ๆ ก็พลันแล่นเข้ามาในหัวทันที แต่ดูเหมือนเขาจะยืนนิ่งค้างนานไปหน่อยจนดวงตาคมดุนั่นมองลงมายังมือซึ่งกำลังจับชายเสื้อเอาไว้อยู่
“ขะ..ขอโทษ” เอื้องผึ้งผละออกมา แต่ความตกใจไม่ได้ทำให้เขาสร่างเมา มันกลับทำให้ความน้อยใจลึก ๆ เข้ามาแทนที่ ทำไมการันต์ถึงทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วบอกว่ามันคือหน้าที่... ใบหน้าเปี่ยมสุขแบบนั้นเหมือนไม่ใช่การทำหน้าที่เลยสักนิด
“จะไปต่อหรือเปล่า จะได้โทรจองห้อง” คนกำลังเหม่อถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำพูดนั้นของคนตัวสูงตรงหน้า อีกฝ่ายกำลังหมายความว่าอะไร เอื้องผึ้งเงยหน้าขึ้นมองและได้รู้ว่าอีกฝ่ายแม้พูดอยู่คิ้วก็ขมวดไม่หยุด
“ฮะ..”
“ให้ท่าอยู่ไม่ใช่หรือไง” เอื้องผึ้งอ้าปากค้าง เขาแค่เมาแล้วจำคนผิดต่างหาก แต่ถึงกับมาจูบอีกฝ่ายแบบนี้คงไม่ผิดนักที่จะคิดว่าเขาให้ท่า และเมื่อเพ่งมองดี ๆ เอื้องผึ้งก็จำได้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือคนที่เขาเผลอไปสบตาด้วย
“คะ..คือ” เอื้องผึ้งกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ได้ให้คำตอบได้ทันท่วงทีแต่ยามนึกถึงสิ่งที่การันต์ทำกับเขาความน้อยใจก็ประเดประดังเข้ามาเรื่อย ๆ จนอยากทำประชดอีกฝ่ายบ้าง ครั้นจะเอ่ยตอบตกลงไปก็กระดากปากจึงค่อย ๆ พยักหน้าหลังจากนั้นก็เหมือนภาพจะตัดไป
ตุ๊บ ร่างบอบบางถูกโยนลงบนเตียงโดยคนที่อุ้มอยู่ก็คือคนที่ถูกเด็กคนนี้เข้ามาพุ่งจูบ เตชินท์ทอดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอยู่สักพัก ปากนิด จมูกหน่อย ดูน่ารักดีแต่ไม่คิดว่าจะแรดมาให้ท่าคนอย่างเขา ชายหนุ่มเสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วถอดเสื้อตัวนอกออกก่อนจะวางลงบนเก้าอี้ข้างตัว จะยอมเล่นด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน
เตชินท์เคลื่อนกายขึ้นไปคร่อมทับร่างเล็กบนเตียง มือใหญ่จับใบหน้าเล็กให้หันมาตรง ๆ เพื่อสำรวจเสียหน่อย
“ไม่ประสีประสา” พึมพำเสียงเบา ปกติแล้วเขาจะชอบแนวสู้มือเสียมากกว่า มือใหญ่ตบลงบนแก้มขาวนวลเบา ๆ เพื่อปลุกคนนอนหลับ
“อือ..” เอื้องผึ้งพึมพำในลำคอ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาซึ่งเขายังไม่ทันตั้งตัว แต่คนตัวสูงกว่าที่อยู่เหนือร่างเขาก็กดจูบลงมา แถมยังล็อกปลายคางเขาเอาไว้ไม่ให้หันหนีอีก ซึ่งการถูกป้อนจูบแบบนี้ทำให้คนไม่เคยมีประสบการณ์เคลิบเคลิ้มไปโดยง่าย แถมยังสั่นระริกเหมือนสั่นสู้อีกต่างหาก เตชินท์ผละออกพลางจะแกะกระดุมเสื้อบนตัวเขา
“ดะ..เดี๋ยว..มึงเป็นใครวะ” เอื้องผึ้งส่ายหน้าหลบริมฝีปากร้อนที่กำลังรุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ
“แล้วคิดว่าใคร..นัดเอากันแล้วจะมาลืมหรือไง” เตชินท์ยอมรับว่าเขาไม่ใช่คนดี มีเหยื่อตัวขาว ๆ มานอนบนเตียงแบบนี้มีหรือจะปล่อยไปโดยง่าย ในเมื่อคิดจะให้ท่าคนอย่างเขาแล้วก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา เอื้องผึ้งเองพอได้ยินแบบนั้นก็นึกขึ้นได้ แต่ด้วยความเมาที่ยังไม่หายไปทำให้เขาพลิกใบหน้าหลับลงไปอีกครั้ง
“อื้อ..การันต์” คนที่กำลังเชยชมอยู่ถึงกับชะงักแล้วผละออกมา เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น คนอย่างเขาไม่ชอบเป็นตัวแทนของใครจึงบีบแก้มก้อนกลมจนปากจู๋ให้หันมาทางเขา
“เตชินท์..ครางให้มันถูกสิวะ” เอื้องผึ้งที่ตื่นขึ้นมารับฟังอีกครั้งก็พยักหน้า เพราะตอนนี้ร่างกายเขาก็กำลังร้อนได้ที่ เตชินท์บีบหน้าอกที่โผล่พ้นเสื้อออกมาทำเอาเอื้องผึ้งต้องกระเพื่อมตัวขึ้นรับสัมผัสนั้น เขาว่าคนเมารับรู้ความรู้สึกได้ดีกว่าคงจะจริง
“อื้อ..อ่า”
“แค่นี้ก็ครางหรือไง” เตชินท์ชักเริ่มสนุกขึ้นทุกที ใบหน้าคมก้มลงหาความสุขให้ตัวเอง จะบอกว่าตั้งแต่มีเซ็กซ์มาเขาไม่เคยเจอร่างกายของใครที่มองดูแล้วน่าฟัดเท่านี้มาก่อน ถึงคนตัวเล็กกว่าบางทีจะผลักหัวเขาออกบ้างก็ตาม หรือบางทีก็ขยุ้มหัวเขา
แรงกดจูบลงบนเนินอกและเรียวลิ้นร้อนที่กำลังเชยชมอยู่บนร่างกายเรียกให้คนที่กำลังนอนหลับเพราะความเมามายต้องตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางสะลึมสะลือ ใบหน้าที่เล็กกว่าฝ่ามือสากนั้นเสหลบแสงจากเพดานที่ลอดผ่านร่างใหญ่ซึ่งคร่อมทับเขาอยู่
“อื้อ..” เอื้องผึ้งร้องเสียงแผ่วในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนไล่มาจนถึงลำคอของเขา มือเล็กยกขึ้นดันแผ่นอกแกร่งที่แข็งแรงมากเสียจนชักเริ่มไม่แน่ใจว่าใช่คนที่ตนคิดเอาไว้หรือเปล่า
“....”
“กะ..การันต์..ดะ..เดี๋ยว” มือเล็กจ้อยพยายามดันใบหน้าคมคายให้ออกห่าง แต่ก็ดูเหมือนจะถูกอีกฝ่ายรวบเอาไว้แล้วกดลงให้อยู่บนพื้นเตียงนุ่ม ยิ่งความร้อนจากริมฝีปากขบเม้มลำคอของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เอื้องผึ้งก็รู้สึกเหมือนกำลังจะหลอมละลายเสียให้ได้ ไม่รู้เลยว่าการันต์จะมีวิธีการเล้าโลมที่ดีมากขนาดนี้
“การันต์..อึก”
“บอกแล้วไงว่าไม่ใช่การันต์..ครางชื่อให้มันถูก” น้ำเสียงทุ้มที่ไม่ได้ฟังดูนุ่มนวลเหมือนการันต์ทำให้ร่างเล็กที่กำลังบิดเร่าอยู่ด้านล่างชะงัก เอื้องผึ้งพยายามปรับสายตาตนเองให้มองคนอยู่เหนือกว่าว่าคือใคร แล้วกว่าจะปรับค่าการมองได้ก็เมื่ออีกฝ่ายปลดกระดุมเสื้อลงสองเม็ดบนแล้วเสยผมขึ้นลวก ๆ เผยให้เห็นเรียวคิ้วเข้มที่กำลังขมวดเข้าหากัน ดวงตาเรียวคมดูดุดัน สันกรามคมเด่นชัด และเมื่อมองโดยรวมแล้วใบหน้าจิ้มลิ้มของเอื้องผึ้งก็ต้องแสดงความตกใจออกมา เพราะคนเหนือร่างเขาไม่ใช่การันต์ แต่เป็นใครก็ไม่รู้ที่หนังหน้าดูไม่ใช่คนดีเลยสักนิด!
แต่เมื่ออีกฝ่ายถอดเสื้อออกจากตัวให้เห็นรอยสักบนหน้าอกและแขนทั้งสองข้างได้อย่างชัดเจนก็ทำเอาเอื้องผึ้งลมหายใจแทบหยุดชะงัก ไหนจะลอนหน้าท้องและกล้ามเป็นมัด ๆ อีก เขาชอบผู้ชายมาตั้งแต่เด็กและเขาไม่เคยเห็นหุ่นใครที่ทำให้ใบหน้าร้อนขึ้นมากขนาดนี้ และตอนนี้เอื้องผึ้งเองก็ตาสว่างเริ่มสร่างเมาเรียบร้อยแล้ว เตชินท์ที่กำลังบีบเคล้นหน้าอกอยู่นั้นก้มลงฉกชิมยอดประทุมสีชมพูพลางใช้ลิ้นตวัดดูดดึงเหมือนกับมันมีรสชาติหวานอย่างนั้นแหละ เอื้องผึ้งกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่ไม่เคยได้รับซึ่งรู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าของเขาก็หลุดออกจากร่างกายไปแล้ว
ในตอนนี้เอื้องผึ้งกำลังถูกคนตัวใหญ่กว่าขบเม้มไปตามร่างกายทุกส่วน ความรู้สึกจะชัดเจนมากเมื่อลิ้นร้อนนั่นไล่มาถึงส่วนไหนแล้ว เขากำลังเผลอไผลไปกับสัมผัสนั้นจนกำลังจะถอนตัวไม่ขึ้น เรียวขาขาวถูกแยกออกจากกันพร้อมร่างสูงตระหง่านที่แทรกเข้ามาตรงระหว่างกลาง
Rrrrrrr เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ข้างกายทำให้คนที่กำลังหลงละเลิงชะงักลง และเอื้องผึ้งเองก็จำได้ว่าเสียงเรียกเข้านี้เป็นของใคร มือเล็กจึงควานหาโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมารับสาย ทั้งที่ตนเองกำลังถูกผู้ชายที่เพิ่งเจอเพียงวันเดียวกำลังดูดเลียไปทั่วเรือนร่าง จึงเป็นไปได้ยากหากจะคุมน้ำหนักเสียงไม่ให้สั่น
“ฮะ..ฮัลโหล”
“ผึ้งอยู่ไหน..กูเดินตามหามึงทั่วแล้วเนี่ย”
“คะ..คือกู..ออกมาแล้วน่ะ” พูดเสียงเครือเพราะตอนนี้ริมฝีปากอุ่นกำลังครอบยอดอกของเขา มือเล็กยกขึ้นมาปิดริมฝีปากไม่กล้าครางเครือออกไป
“อ่าว..มึงจะออกไปได้ไง..ที่นี่มันเข้าออกง่ายซะที่ไหน” เอื้องผึ้งกลืนน้ำลายลงคอกำลังจะหาเหตุผลมาเอ่ยตอบ แต่คนที่ดูไม่เข้าใจสถานการณ์ดันกดจูบลงมาบนริมฝีปาก แถมยังบีบคางของเขาให้เผยอเพื่อให้อีกฝ่ายสอดเรียวลิ้นเข้ามาอีก
“อื้อ”
“ผึ้ง..เสียงอะไร!?” น้ำเสียงจากปลายสายดูจะเข้มขึ้นมาก เอื้องผึ้งอยากตอบแต่พอถูกบดจูบแบบนี้เขาไม่มีแรงเลยด้วยซ้ำ
“....” แม้จะพยายามดันใบหน้าคมสันออกแต่ดูเหมือนคนเหนือร่างเขาจะไม่ให้ความร่วมมือ
“ผึ้ง!..มึงอยู่ไหน..อยู่กับใคร!”
“กูคะ--” พออีกฝ่ายถอนริมฝีปากออกเอื้องผึ้งก็จะเอ่ยตอบแต่โทรศัพท์ที่แนบหูอยู่กลับถูกคว้าออกไปโดยเตชินท์แถมยังวางสายตัดหน้าของเขาอีก ริมฝีปากบวมตุ่ยจากการถูกจูบอ้าค้างเพราะไม่คิดว่าจะกล้าทำ
“ทำอะไร..ไม่เห็นรึไงว่ากูกำลังคุยอยู่” เอื้องผึ้งขมวดคิ้วแน่น ถ้าไม่คุยให้เคลียร์แล้วหลังจากนี้เขาจะทำยังไง แค่คิดก็เครียดแล้ว แต่ดูเหมือนเตชินท์จะไม่แยแสคำพูดนั้นสักนิด
“กำลังจะมีผัว จะเสียเวลาแก้ตัวไปทำไม”
“นี่!”
“มึงก็บอกไปสิวะ ว่านอนให้ผัวเอาเมื่อคืนแค่นั้น” เตชินท์บอกหน้าตาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าคำพูดแบบนี้จะหาเจอได้จากสถานที่หรูหราแบบนั้น ดวงตากลมหลับตาลงปี๋เพราะกำลังถูกอีกฝ่ายขบเม้มลำคอ ลมหายใจร้อน ๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยบินวนอยู่ในหน้าท้อง คนที่กำลังเพลิดเพลินไม่รู้เลยว่ากำลังถูกเตชินท์ชโลมเจลลง บนนิ้วมือ
“อ๊ะ..” ดวงตาเบิกกว้างทันทีเมื่อช่องทางที่เคยปิดสนิทถูกรุกล้ำเข้ามาโดยนิ้วเย็น ๆ
“นอนนิ่ง ๆ อย่าเกร็ง” พึมพำเสียงเข้มรวมไปถึงสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นเพราะแค่นิ้วก็รัดเขามากขนาดนี้
“โอ๊ย!..บะ..เบา”
“ยังไม่โดนกูเอาเจ็บแล้วหรือไง” เตชินท์ยกมุมปาก
“ลองมาโดนบ้างไหมล่ะ!” เอื้องผึ้งเถียงออกไปฉอด ๆ อย่างคนไม่ยอม แต่เมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาทำเอาคนปากดีต้องหดคอลงเล็กน้อย มือเล็กก็ยกขึ้นดันแผ่นอกเปลือยเปล่าซึ่งพอได้สัมผัสใบหน้าน่ารักก็ขึ้นสีแดงซ่านทันที แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้จูบแต่วางริมฝีปากลงบนใบหูเขาแทน
“โทษทีว่ะ ถนัดเอาอย่างเดียว..” พูดจบก็ขบกัดใบหูของเขา แล้วจังหวะทีเผลอนี้ทำให้เรียวนิ้วสอดใส่เข้าไปจนสุด เอื้องผึ้งหลับตาแน่นพยายามควบคุมลมหายใจเพราะมันทั้งเจ็บและขัดเคือง เตชินท์เพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปไม่ทิ้งช่วงให้เอื้องผึ้งได้ทำใจ
“มะ..ไม่เอาแล้ว อึก เอาออกไป” คนเจ็บพูดเสียงดังขึ้นเท่าที่จะทำได้ แต่ดูเหมือนคนที่กระทำจะไม่ได้ฟังเพราะเตชินท์เพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสาม อกเล็กกระเพื่อมบิดเร่าจนความรู้สึกหนึ่งเมื่อปลายนิ้วของเตชินท์สัมผัสโดนบางจุดก็แล่นเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เขาหลุดร้องเสียงสั่นเพราะมันรู้สึกดีมากกว่าที่เคยช่วยตัวเองทางด้านหน้า
“อยู่ลึกเหมือนกัน..ดีนะที่ของกูยาวพอจะไปถึง” เตชินท์ยิ้มเหี้ยมก่อนจะดึงเรียวนิ้วของตัวเองออกมา ดวงตาคมมองรูจีบสีชมพูซึ่งกำลังขมิบเพราะเขาเพิ่งชักนิ้วออก คนที่กำลังนอนเหม่อรู้ตัวอีกทีก็เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนของอะไรบางอย่างกำลังสอดเข้ามาในร่างกายของเขา เอื้องผึ้งทำท่าจะดิ้นออกเพราะความเจ็บก็ถูกเตชินท์กดแขนให้แนบลงกับเตียงเพื่อไม่ให้ถดตัวหนี
“อื้อ..อ๊า!” ร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเพราะเขาไม่คิดว่ามันจะใหญ่มากขนาดนี้ ถึงแม้จะไม่ทันมองแต่ก็สัมผัสได้
“อย่าเกร็ง..จะเข้าสุดหมดแล้ว” เตชินท์เองก็แทบเหงื่อตกเพราะมันทั้งรัดและตอดลูกชายเขาจนแทบกระอัก
“เจ็บ!..เอาออกไปก่อน”
“ไม่” เอื้องผึ้งเม้มริมฝีปากแน่นกับคำตอบของอีกฝ่ายจึงจำต้องนอนผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ เขากำลังถูกเปิดบริสุทธิ์ครั้งแรกโดยผู้ชายที่เพิ่งจะรู้เพียงแค่ชื่อเท่านั้น
“อึก..อ๊า”
“อ่า..รัดแน่นฉิบหาย” พึมพำเสียงแผ่ว ร้องเสียงหวาน ๆ แบบนี้มันน่ากระแทกให้เสียงสั่นสักที
“ไอ้คนเถื่อนทำไมถึงเข้าพรวดเดียวแบบนั้นฮะ!” พอความเป็นชายของอีกฝ่ายเข้ามาแล้วแช่ค้างอยู่ด้านในเอื้องผึ้งก็เอ่ยต่อว่าทันที เขาไม่คิดเลยว่าครั้งแรกของตัวเองจะดิบมากขนาดนี้ ภาพในจินตนาการถูกลบหายออกไปเพราะผู้ชายตรงหน้า แต่คนถูกด่าอย่างเตชินท์อยากจะสั่งสอนริมฝีปากนั่นสักหน่อย หากไม่เห็นว่ามันบวมเจ่อจากการถูกเขาบดจูบ เตชินท์เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงทำจนมันบวมแดงขนาดนั้น
“นอนนิ่ง ๆ ไป” บ่นเก่งฉิบหาย เป็นคนแรกเลยที่กล้าต่อว่าเขาตั้งแต่เริ่มทำ เมื่อดูแล้วร่างกายพอปรับสภาพได้เตชินท์ก็เริ่มขยับเอวเป็นจังหวะเนิบ ๆ ดวงตาคมทอดมองใบหน้าที่เรียกได้ว่าจิ้มลิ้มกำลังหลับตาแถมเบ้หน้าลงเหมือนเจ็บมาก
“อื้อ..อะ” เอื้องผึ้งบีบท่อนแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเตชินท์ แรงขยับของเอวเริ่มหนักขึ้นเมื่อภายในเริ่มง่ายขึ้น ยิ่งความเป็นชายของเขาถูกรัดแน่นมากเท่าไรหน้าท้องแกร่งก็หดเกร็งไปด้วยความรู้สึกดี
“เชี่ย..อ่า” ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองเหมือนจะแตกเร็วมากขนาดนี้เพราะถูกคนใต้ล่างที่นอนแข็งทื่อเป็นหินตอดรัด
“อ๊ะ..” เตชินท์ขยับเอวสอบเร็วขึ้นแถมเพิ่มแรงกระทุ้งหนักหน่วงให้คนที่นอนราบไปกับเตียงร้องลั่น จะบอกว่าชอบฟังเสียงนี้ก็ไม่ผิดนัก เขาบีบก้นกลมจนติดมือแถมยังขึ้นรอยมือเป็นสีแดง
เพียะ! พอบีบหนักเข้าทนไม่ไหวก็ออกแรงฟาดไปหนึ่งทีทำเอาเด็กใต้ร่างของเขาร้องดังลั่นพร้อมส่งสายตาไม่พอใจมาให้
“จะตีทำไมฮะ! ไอ้บ้า” แม้น้ำเสียงก็พยายามตะเบงใส่เขา แต่ถูกกระแทกแบบนี้จะพูดให้คงที่คงยากมากน่าดู
“โดนจนปากบวมขนาดนั้นหรืออยากเอาอีก” คนปากดีรีบเม้มริมฝีปากทันทีเมื่อเตชินท์จะลดใบหน้าลงมารังแกเขาด้วยปาก แขนทั้งสองข้างที่กำลังดันอกอีกฝ่ายถูกรวบขึ้นเหนือหัวอีกครั้ง
เอื้องผึ้งเพิ่งเม้มริมฝีปากได้ไม่ทันไรก็ต้องหลุดเสียงร้องเพราะอีกฝ่ายเริ่มแสดงบทหนักหน่วงขึ้นมากกว่าเมื่อครู่ เขาจะดันอกให้ช้าลงก็ไม่ได้เพราะถูกรวบเอาไว้อยู่ข้างบน ใบหน้าเล็กจ้อยเบียดไปกับหมอนร้องครางเสียงหวานให้คนฟังได้กระหยิ่มยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ สุดท้ายคนไร้ประสบการณ์ก็ปลดปล่อยหลั่งออกมาจนเลอะหน้าท้องของตัวเอง ถึงครานั้นแขนที่ถูกรวบก็ถูกปล่อยลง เอื้องผึ้งไม่มีแรงพอจะดันอีกแล้วจึงขยุ้มผ้าปูที่นอนสีสะอาดตาแทน เสียงทุ้มแหบครางแผ่วเบาทำเอาคนได้ยินขนลุกไปเหมือนกัน ยิ่งเตชินท์เน้นจุดกระสันของเขามากเท่าไรคนเสร็จไปแล้วก็ยิ่งมีอารมณ์เพิ่มขึ้นไปอีก
“รัดกูแน่นฉิบหาย..” เตชินท์กัดฟันแน่นเมื่ออารมณ์ของเขาพุ่งพรวดขึ้นสูงยามใกล้เสร็จ เขากระแทกกระทั้นกายเข้าไปเน้นย้ำสองสามทีก่อนจะปล่อยให้ของเหลวอุ่น ๆ ที่มาจากร่างกายของเขาให้พวยพุ่งเข้าไปภายในของอีกคน บัดนั้นเอื้องผึ้งถึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่เครื่องป้องกัน
“ทะ..ทำไมไม่ใส่ถุงยาง” เตชินท์ไม่ตอบแต่ก้มลงขบเม้มลำคอขาวไล่ไปถึงไหปลาร้า เขาไม่ได้ติดโรคแน่นอนเพราะที่ผ่านมาก็ใส่ถุงตลอด แถมเด็กตรงหน้าก็ยังบริสุทธิ์มีอะไรให้ต้องกลัว
“เมื่อไรจะเอาออก..อึก..อึดอัดนะ” แต่คนที่โดนเอาจนเสียงแหบพร่าดันบ่นแม่งตั้งแต่เริ่มจนบัดนี้ เขาค่อย ๆ ผละออกพลางทอดมองเรือนร่างขาวที่ถูกกระทำรอยจนแดงไปเกือบทั่วทั้งตัว
“แล้วใครบอกว่ากูจะเอารอบเดียว”
“....”
“อ๊ะ..ไม่ให้แล้ว” พูดพร้อมถดตัวหนี มือก็ดันแผงอกแต่กลับถูกรวบด้วยมือของอีกฝ่ายเพียงข้างเดียว คิดหรือว่าคนอย่างเอื้องผึ้งจะยอมให้รังแกง่าย ๆ นอกเสียจากยกขาขึ้นถีบอกแกร่ง
ปั่ก!
“อ๊า” เอื้องผึ้งร้องลั่นเมื่อเตชินท์ขยับเอวแกล้งเขาทำเอาแรงพยศหมดลงฮวบ ๆ สุดท้ายเขาก็ต้านทานไม่ไหวยอมนอนเป็นตุ๊กตาให้ไอ้นี่มันเล่นให้หนำใจ แล้วสัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่มีทางมาเจอคนแบบนี้อีก เตชินท์เองที่เห็นคนหมดแรงพยศแบบนี้ก็กระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ ไม่เคยมีใครที่ไหนเดี๋ยวดันเดี๋ยวผลักเขาออกตั้งแต่เริ่ม อันนั้นยังพอทำเนาแต่ดันมาถีบอกเขานี่สิ มันน่าสั่งสอนให้ลุกไม่ขึ้นสักสามวัน
พรึ่บ! เอื้องผึ้งสะดุ้งตื่นเมื่อมีอะไรหนัก ๆ มานอนทับตัวเขา
“หม่ามี๊..ตื่นได้แล้ว” เจ้าตัวน้อยกลิ้งไปมาบนเตียงทำให้คนเป็นแม่ต้องยกมือขึ้นนวดหน้าผาก
“ปลาวาฬ..มี๊หนักครับ” เขาขยับลุกขึ้นกอดรัดเจ้าตัวเล็กในชุดนอนพลางกดจมูกลงบนแก้มก้อนกลมให้หายมันเขี้ยว
“วันนี้ผมต้องไปโยงเยียนนะครับ” พูดชัดบ้างไม่ชัดบ้างตามประสาเด็ก เด็กน้อยยิ้มแฉ่งเผยให้เห็นฟันหลอแสนน่าเอ็นดู
“ไป ๆ ถอดเสื้อผ้าเลยมี๊อาบน้ำให้” เอื้องผึ้งดันร่างลูกชายให้เข้าไปอาบน้ำ ส่วนตนเองก็เสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วมายืนคิดกับตัวเองว่าทำไมถึงฝันเกี่ยวกับวันแรกที่ได้เจอกับเตชินท์ เขาเลิกคิดเลิกฝันเรื่องนี้ไปนานมากแล้วด้วยซ้ำ จู่ ๆ มาเข้าฝันซะงั้น
นึกจบก็ทึ้งหัวตัวเองให้ลืมไอ้คนปากหมาใจหมาแบบนั้น เพราะตั้งแต่วันนั้นชีวิตของเขาก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย อีกฝ่ายมันเกาะติดเขายิ่งกว่าปลิงเสียอีก ตามติดเขาไปแทบทุกที่ แถมยังพาขึ้นเตียงไม่เว้นแต่ละวัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เป็นปีที่เผลอไผลไปกับอีกฝ่าย เอื้องผึ้งเดินเข้ามาในห้องน้ำพอเห็นลูกกำลังเล่นน้ำอยู่ในกะละมังก็ยิ้มออกมาทันที เผลอไผลจนได้เจ้าตัวอ้วนตรงหน้ามาหนึ่งคน ยังดีที่เขาตัดสินใจหนีมาก่อนเตชินท์จะรู้ว่าท้อง และเขาก็คิดว่านั่นคือเรื่องดี หนีมาได้สี่ปีเต็มแล้ว คงไม่ออกตามล่าเขาอย่างตอนที่เขาหนีออกจากโรงแรมในคืนนั้น
ฝันแบบนี้คงไม่ใช่ลางร้ายอะไร ใช่ไหม? ...
TBC.
หนูลูก แง๊ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ออยอยากรบกวนกดหัวใจให้ด้วยนะคะ
ขอเม้นเถอะ ได้โปรด อ้ากก
