บทที่ 5 ตอนที่ 4
ทั้งสองแม่ลูกนั่งอยู่บนรถคันหรูที่มีขนาดกว้างขวาง แขนเล็กโอบกอดปลาวาฬซึ่งนั่งอยู่บนตักและกำลังหลับใหล ดวงตากลมเหลือบมองเตชินท์ที่มองมาทางเขาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนเอื้องผึ้งจะรู้สึกว่าเอวของตนมีช่วงแขนของใครบางคนมาโอบไว้
“อ๊ะ!” เอื้องผึ้งสะดุ้งทันทีเพราะเตชินท์กระชับเอวเขาให้เข้าไปใกล้เจ้าตัวขึ้น
“ตัวหอมว่ะ” พูดจบก็กดจมูกลงบนแก้มขาวนวล ทำเอาเอื้องผึ้งต้องเสหน้าหลบแล้วมองค้อนกลับไป
“....”
“ทำเป็นเล่นตัว กลับไปถึงเมื่อไรเตรียมตัวเลย” เตชินท์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางไหวไหล่เหมือนเป็นเรื่องสนุกที่รอมานาน
“เตรียมตัวอะไรของมึง” เอื้องผึ้งกระชับอ้อมกอดลูกเอาไว้แน่นเมื่อเตชินท์โน้มใบหน้าลงมา
“เตรียมตัวเป็นเมียกูไง” เอื้องผึ้งขบเม้มริมฝีปากแน่น หัวของเขากำลังพิงอกแกร่งที่ปลดกระดุมเสื้อสามเม็ดของเตชินท์ เพราะอีกฝ่ายกดเอาไว้ด้วยมือ
ผ่านไปราวสองชั่วโมงกว่าเห็นจะได้ก็เดินทางมาถึงเพนต์เฮาส์ขนาดหรูใจกลางเมืองหลวง เอื้องผึ้งใจสั่นไม่น้อยเพราะเขานั้นไม่มีทางปฏิเสธคนอย่างเตชินท์ได้เลย อีกฝ่ายแม้เป็นคนดูขี้เล่น แต่เวลาโกรธก็ถือว่าน่ากลัวมากสำหรับเขา
“ยังฟิตอยู่ปะ..ถึงมีลูกแล้วก็คงเอาได้อยู่มั้ง” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูแถมยังใช้มือบีบก้นเขาอีก เอื้องผึ้งมองค้อน
“เสือก” เตชินท์ที่ได้รับคำตอบแบบนั้นก็เดาะลิ้น จะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน หากไม่มีไอ้เด็กหน้าโหลอยู่ละก็เขาจะจับคนปากดีดูดปากเสียตรงนี้
เสียงเปิดประตูโดยการสแกนบัตรเข้าไป เตชินท์ผิวปากพลางถอดเสื้อตัวนอกที่ยาวไปถึงเข่าออก
“จะพาไปนอนก่อนไหม” เดินเข้ามาเอ่ยถามคนที่อุ้มลูกไม่คลายออก เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้
“เออ” ตอบกลับไปสั้น ๆ เตชินท์เลยผายมือไปที่ห้องอีกด้านซึ่งเอื้องผึ้งก็จำต้องเดินไป เมื่อประตูเปิดออกให้เห็นห้องภายในพบว่ามันกว้างขวางพอสมควร เอื้องผึ้งวางลูกลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมพลางลูบกลุ่มผมนุ่มแล้วกดจมูกลงบนหน้าผาก เตชินท์เห็นแบบนั้นก็เบะปากมองตามไปตามนิสัย ทีกูไม่เคยทำแบบนี้เลยสักครั้ง
เมื่อเอื้องผละออกจากลูกแล้วเอาเขาก็ถูกรวบกอดพร้อมจมูกโด่งเป็นสันที่กดลงมาบนแก้มสลับกันไปมา จะดันออกเท่าไรเตชินท์ก็ปลุกปล้ำหอมเขาอยู่อย่างนั้น
“อื้อ! ออกไป!” เอื้องผี้งขบกรามแน่นพยายามไม่เสียงดัง ก่อนร่างของเขาจะโดนลากออกมาจากห้องนอนลูกแล้วถูกกดลงบนโซฟา
“ถามจริง ตอนมึงเอากับคนอื่นไม่คิดถึงกูบ้างเหรอ” เตชินท์ขบเม้มใบหูขาวพลางจูบซับลงบนแก้มอีกที
“พูดเรื่องอะไร”
“หึ ๆ เรียกว่าของมือสองหรือสามดีล่ะ เอาเป็นว่ากูจะพยายามลืมว่ามึงไปเป็นเมียใครบ้างจะได้เอาลง” เตชินท์ปลดกระดุมเสื้อตนเองแล้วประคองแก้มนิ่มลื่นมือให้รับจูบจากเขา ทว่าเอื้องผึ้งใช่ว่าจะยอมง่าย ๆ เขาจึงต้องใช้วิธีรัญจวนใจเสียหน่อย มือสากบีบเคล้นผิวเนื้อนุ่มจนคนที่อยู่ด้านล่างยอมอ้าปากออกให้เรียวลิ้นสอดเข้ามากวาดเอาความหวาน เอื้องผึ้งสั่นระริกยิ่งมือร้อนลุกลามมากเท่าไรเขาก็สั่นไปทั้งตัว ดวงตากลมเยิ้มลงเรื่อย ๆ ทำเอาคนที่ปลุกเร้าเก่งต้องยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“ขะ..ขออาบน้ำก่อน” พออีกฝ่ายผละออกเอื้องผึ้งก็รีบหาทางรอดให้ตัวเองทันที ยิ่งหงุดหงิดใส่เตชินท์จะได้ใจเลยเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ
“อยากเปลี่ยนบรรยากาศโดนกูเอาในห้องน้ำหรือไง”
“บอกว่าจะอาบน้ำ”
“โดนบนเตียงมันไม่เร้าอารมณ์แล้วหรือไง”
“ก็บอกว่าจะอาบน้ำไงไอ้บ้า!” เอื้องผึ้งขึ้นเสียงใส่ทันที เตชินท์หัวเราะในลำคอแล้วยอมผละออกให้คนตัวเล็กกว่ามากลุกขึ้นมาจากโซฟาด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก ดวงตากลมทอดมองเตชินท์ที่กำลังเสยผมขึ้นลวก ๆ อีกฝ่ายแทบไม่ต่างไปจากสี่ปีก่อนเลย ทั้งนิสัยและหน้าตา ดูกวนส้นตีนไปหมดทุกอย่าง
“จะอาบไม่อาบ มานั่งมองหน้าอ้อนหรรมกูอยู่ได้” เอื้องผึ้งสะดุ้งก่อนจะรีบผละออกแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของเตชินท์ซึ่งเขาจำมันได้ดี มือเล็กควานหาผ้าขนหนูและนำมันมาพาดไหล่ พอเขากำลังจะปิดตู้ไม้เนื้อดีสายตาดันเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าของตนเองที่แขวนอยู่ที่เดิมทุกตัว ลมหายใจสะดุดเล็กน้อยก่อนจะพยายามลืมมันไปแล้วตรงไปยังห้องน้ำ คืนนี้เขาอาจไม่รอดแต่ยื้อเวลาไปได้
เอื้องผึ้งยืนมองตนเองในกระจกใสก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกจากตัวแล้วเข้าไปยืนใต้ฝักบัวราคาแพง เขาเหนียวตัวมาทั้งวันดันจะถูกไอ้คนห่ามทำไม่ดีใส่อีก ระหว่างอาบน้ำนั้นเอื้องผึ้งไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนก้าวขาเข้ามาด้านใน
“หมับ!”
“อ๊ะ!” เอื้องผึ้งสะดุ้งเฮือกเมื่อมีวงแขนมากอดรวบที่เอวจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับแผงอกแข็งแกร่ง
“เล่นเอ็มวีอยู่รึไง กูรอเป็นชาติ”
“กูเข้ามาไม่ถึงห้านาทีเลยนะ! อะ!” เอื้องผึ้งถูกกัดเข้าที่ลำคอแล้วไอ้คนทำดันดูดตรงจุดนั้นจนเขาต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ เตชินท์กอดเอวเขาไว้แน่นมากแถมยังขบเม้มไปตามลำคอ มือสากคว้าเข้าที่แกนกายอันน้อยทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมแขนแข้งขาอ่อนแทบล้มลงบนพื้นห้องน้ำ
“แข็งง่ายจังวะ ไม่ได้เอาออกมานานเท่าไรแล้ว” เตชินท์กระซิบข้างใบหู และยิ่งเสียงทุ้มแบบนั้นทำให้เอื้องผึ้งรู้สึกวูบวาบไปหมด
“อึก..เอามือออกไป” หากยังจับอยู่แบบนี้เขาต้องหลั่งออกมาแน่ ๆ เพราะเอื้องผึ้งเลยวัยที่ต้องช่วยตัวเองมาแล้ว เขาต้องเหนื่อยกับงานและอีกเวลาหนึ่งก็คืออยู่กับลูกจึงไม่มีอารมณ์นั้นสักนิด พอถูกกระตุ้นเข้าจึงอ่อนระทวยไปทั้งตัวแบบนี้
“แต่หน้ามึงมีอารมณ์มากนะ” ยิ่งเห็นใบหน้าที่เคยดื้อดึงกำลังถูกกำราบโดยเขามันยิ่งได้ใจ มือใหญ่จึงไม่หยุดที่จะกลั่นแกล้ง หากไม่มีแขนของเขากอดเอวเข้าไว้เชื่อเลยว่าเอื้องผึ้งต้องล้มลงไปกองกับพื้น แน่ ๆ
“อะ..อึก..อย่าเพิ่ง”
“กูทำให้แตกก็แตก” เตชินท์กล่าวจบก็เร่งจังหวะมือให้เร็วขึ้นจนเสียงหวาน ๆ ที่เขาไม่ได้ยินมานานดังลั่น
“อ๊า..อื้อ”
“ทำกูแข็งจนได้นะมึง” จริง ๆ เขาก็แข็งตั้งแต่แก้ผ้าแล้ว แต่ยิ่งเห็นเรือนร่างขาวจากทางด้านหลังแบบนี้มันน่าน้อยไปซะที่ไหน ร่างของเอื้องผึ้งกระตุกหงึกหลายทีก่อนจะปลดปล่อยออกมาเต็มมือของเขาและละลายไปกับน้ำที่ไหลผ่านลงมา
เตชินท์ขบเม้มไปตามลำคอไล่มาจนถึงยอดอกสีชมพูบวมเป่ง เขากลืนน้ำลายลงคอราวกระหายมาก ไม่ได้ดูดมาถึงสี่ปีแค่คิดก็แทบแตกตามเอื้องผึ้งมันไปแล้ว
“อึก..” มือเล็กยกขึ้นกุมริมฝีปากเมื่อเตชินท์ดูดลงบนยอดอกของเขาซึ่งห่างหายการสัมผัสแบบนี้มานานเช่นกัน
“เมื่อก่อนกูดูดจนม่วงแทบทุกวันทำไมมันยังชมพูอยู่วะ สัตว์! นี่มึงไปสักหัวนมกลบรอยกูเหรอ” เอื้องผึ้งพอได้ยินแบบนั้นก็อยากจะขยุ้มหัวคนตรงหน้าให้ผมติดมือสักสามสี่เส้น แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้นเพราะตอนนี้เขาหมดแรงจะทำอะไรแล้ว ได้แต่ปล่อยให้ไอ้เจ้าพ่อค้าอาวุธค้าของเถื่อนเล่นอยู่กับร่างกายแบบนี้ สุดท้ายเขาก็ถูกจับให้หันหน้าเข้ากำแพง
“อ๊ะ..เดี๋ยว” เอื้องผึ้งยังไม่ทันเตรียมใจเรียวนิ้วยาวก็สอดเข้ามาภายในทำเอาต้องเงยหน้าขึ้นหอบหายใจ เตชินท์เปิดทางเพียงครู่เดียวเพราะอดไม่ไหวแล้วชักรูดความเป็นชายของตัวเองให้พร้อม
เอื้องผึ้งสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มของสิ่งนั้นก่อนมันจะค่อย ๆ สอดแทรกเข้ามาภายในร่างกายเขา มือเล็กที่วางทาบไปกับกำแพงเริ่มกำแน่นขึ้นเพราะแก่นกายของเตชินท์ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย มันใหญ่มากและเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อปรับสภาพตนเองให้พร้อมรับเจ้าสิ่งนั้น
“อ่า..” พอเข้าได้จนสุดคนที่พอใจที่สุดคงไม่พ้นเตชินท์ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นครางเสียงแผ่วด้วยความพอใจ ไม่ได้รู้สึกแบบนี้นานแล้ว เขาแช่ค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้นเพราะมันทั้งรัดทั้งตอด
“ถ้ากูแตกเร็วนะมึง”
“ไอ้เลว นั่นมันของมึงนะ!” อีกฝ่ายพูดเหมือนกำลังเอ่ยโทษเขาทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดเขาเลย
“ตอนนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วไง ดูดิ” พูดพร้อมมองแท่งเนื้อที่แช่อยู่ในรูจีบสีสวยดูสุขภาพดี เอื้องผึ้งหายใจเข้าออกพยายามไม่คิดมากไปกับคนสติแตกอย่างเตชินท์ เอวหนาสอบสะโพกเข้าไปเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไปทั่วทั้งห้องน้ำ มือสาก ล็อกเอวบางเอาไว้ไม่ให้เอื้องผึ้งขยับหนีไปไหน ต่อให้น้ำไหลลงผ่านร่างกายของทั้งสองมากเท่าไรก็ไม่สามารถดับความรุ่มร้อนของเซ็กซ์ที่ห่างหายไปนานได้เลย เตชินท์กระแทกเป็นจังหวะที่เร็วแต่ก็เน้นจุดกระสันของเอื้องผึ้งที่เขารู้ดีกว่าใครว่ามันอยู่ตรงไหน
“ครางเหมือนจะตายแล้วทำเล่นตัว” เตชินท์ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วใช้แขนรัดช่วงไหปลาร้าของเอื้องผึ้งจนร่างเล็กเนื้อตัวเหยียดตรง มีเพียงสะโพกเท่านั้นที่โค้งลง ริมฝีปากร้อนดูดไปตามลำคอระหงจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ
“อ๊า อึก”
“ซี้ด..เอามันฉิบหาย” จะกี่ครั้งเขาก็คิดว่าร่างกายตนเองและเอื้องผึ้งเข้ากันได้ดีมาก เตชินท์ไม่เคยลืมช่วงเวลาหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันเลย เขาจดจำมันทุกอย่างจนถึงจุดแตกหักที่เอื้องผึ้งหนีเขาไป แต่ให้ตามก็ใช่เรื่อง เขาเพอร์เฟกต์เกินกว่านั้น มีผู้คนมากมายยอมพลีกายให้โดยไม่ต้องตามแบบไอ้เด็กดื้อตรงหน้า ที่เขายอมตามครั้งนี้เพราะผลประโยชน์ของตัวเองต่างหาก เดี๋ยวเบื่อเขาก็เขี่ยทิ้งเองไม่ใช่มันที่ทิ้งเขาไปก่อน
“อ๊ะ..บะ เบาหน่อย”
“ไม่” เป็นคำตอบสั้น ๆ เอื้องผึ้งเริ่มดวงตาพร่าเบลอก่อนจะปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ซึ่งเตชินท์ก็สอบเอวสองสามทีแล้วดันเข้าไปลึกสุดโคนจนคนที่ต้องทนรับอารมณ์ตาเหลือกค้าง น้ำคาวข้นฉีดพุ่งเข้าไปภายในช่องท้องจนเอื้องผึ้งรับรู้ได้ว่ามันมีมากขนาดไหน แถมไอ้คนด้านหลังยังครางเสียงแหบพร่าทำให้เขาขนลุกเพิ่มขึ้นไปอีก กว่าเตชินท์จะยอมปล่อยเอวเขาออกก็เมื่อน้ำหมดแล้ว ร่างเล็กจึงทรุดลงบนพื้นห้องน้ำทันที เขาหอบหายใจปล่อยให้ไหลลงมาตามเรียวขา เขาจะเงยหน้าขึ้นมองไอ้คนที่มันปล่อยให้เขาล้มลงก็ต้องผงะเมื่อความเป็นชายของเตชินท์ยังคงแข็งชี้หน้าเขาอยู่
“พรุ่งนี้ปลาวาฬต้องไปโรงเรียน..มึงได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็พากูกลับสิ”
“อะไร”
“เอาเงินค่าตัวกูมาด้วย” เตชินท์ได้ยินแบบนั้นก็คิ้วกระตุก ที่ยอมมาง่าย ๆ แบบนี้เพราะเงินงั้นหรือ พอเริ่มเข้าใจอะไรมุมปากหยักก็ยกขึ้นคล้ายกับยิ้ม ความเป็นอยู่คงจะดูออกอยู่หรอก คนเป็นแม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูกเห็นจะจริง
“แล้วใครว่ากูจะพามึงถ่อมาเอาที่กรุงเทพแค่รอบเดียววะ” เตชินท์จับแกนกายตนเองถูไถใบหน้าขาวนวลจนน้ำกามที่เลอะปาดไปบนแก้มขาว
“....”
“กูจะให้มึงย้ายมาที่นี่ ส่วนโรงเรียนไอ้เด็กกูจัดการให้”
“ไม่ต้อง จ่ายเงินมาแล้วเลิกยุ่งกับกู”
“ซื้อสังคมให้ลูกมึงไม่ดีหรือไง เรียนโรงเรียนกะโหลกแบบนั้นโดนรังแกขึ้นมามึงชอบรึไงวะ” เอื้องผึ้งเงียบ ไม่อยากเอ่ยตอบคนที่มองอะไรก็อคติไปหมด เตชินท์หย่อนกายนั่งลงแล้วลูบมือไปตามใต้ดวงตากลม
“แค่นอนอ้าขาให้กูเอา มึงจะมีทุกอย่างที่อยากได้เหมือนเมื่อก่อน”
“....”
“แถมลูกมึงไม่ต้องลำบาก ไม่ดีหรือไง” เตชินท์จูบลงบนเปลือกตาแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นมา หากไม่ตอบแปลว่าตกลงแล้ว เขาวางร่างบางที่เปียกชื้นลงบนเตียงขาวสะอาดแล้วค่อย ๆ โถมกายลงซุกไซ้ร่างขาวเนียน เป็นการเริ่มกิจกรรมยามค่ำคืน
เอื้องผึ้งสะดุ้งตื่นในยามเช้าของวันเพราะเขาเหมือนได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของลูก ดวงตากลมมองท่อนแขนที่กอดรอบเอวเอาไว้แน่น พยายามแกะออกอยู่นานก่อนจะรีบเอาเสื้อผ้าของเตชินท์ขึ้นมาใส่ เพียงแค่เสื้อก็เกือบถึงเข่าเขาแล้ว
แกร๊ก
“หม่ามี๊ ฮึก” ปลาวาฬเบะปากจะร้องไห้เมื่อตื่นมาไม่เจอแม่ เอื้องผึ้งเปิดประตูมาเจอพอดีก็รีบอุ้มลูกขึ้นมาทันที
“โอ๋ ๆ หม่ามี๊ขอโทษ”
“ฮึก..หม่ามี๊ไม่ได้นอนกอดปลาวาฬเหรอครับ” ปลาวาฬซุกใบหน้าลงบนช่วงไหล่ของแม่
“นอนกอดครับ หม่ามี๊ตื่นมาทำกับข้าวให้ปลาวาฬไง” เอื้องผึ้งเช็ดน้ำตาให้ลูกพลางกดจมูกลงหอมแก้มขาวเนียน
“อื้อ..”
“ปลาวาฬไปนอนดูการ์ตูนก่อนนะ เดี๋ยวหม่ามี๊อาบน้ำก่อน” เขาพาลูกมานั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดการ์ตูนให้ดู ซึ่งปลาวาฬพอเจอแม่ก็ไม่งอแงแล้ว เขาเดินกลับมาที่ห้องจนรู้สึกว่ามีอะไรหนืด ๆ ไหลลงมาตามเรียวขา ซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่าคืออะไร เพราะเตชินท์หลั่งข้างในตั้งหลายครั้งจนอึดอัดไปหมด นอกจากจะต้องอาบน้ำแล้วคงต้องหายาคุมมากิน
พออาบน้ำเสร็จแล้วออกมาเห็นเตชินท์นอนเป็นตายอยู่บนเตียงก็ไม่คิดจะปลุก นอกจากเดินขากะเผลกออกไปข้างนอกแล้วเข้าครัวทำข้าวต้มให้ลูกกินเป็นอาหารเช้าไปก่อน
“หอมจัง” ปลาวาฬดมข้าวต้มฟุดฟิดแล้วลงมือกินทันทีโดยไม่ต้องบอก เอื้องผึ้งลูบกลุ่มผมของลูกก่อนจะได้ยินเสียงประตูห้องใหญ่เปิดออกพร้อมร่างสูงตระหง่านของเตชินท์ที่อาบน้ำมาเรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมมองเห็นข้าวต้มในถ้วยไอ้เด็กก็รีบเดินไปที่ครัวทันทีพบว่ามันไม่มี แปลว่าเอื้องผึ้งทำให้มารหัวขนคนเดียว
“ไหนข้าวต้มกูอะ” พอไม่ได้รับความเป็นธรรมก็เดินออกมาจากครัวพลางกอดอกทอดมองสองแม่ลูก
“ทำกินเอง” ในใจคือหาแดกเอง แต่เขาจะระวังคำพูดเสมอเมื่ออยู่กับลูก
“เฮอะ คิดว่ากูง้อมั้ง” พูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าครัวไปต้มมาม่ากิน อุตส่าห์ยอมทนเอาทั้งคืน แม่งยังไม่หาของกินมาโด๊ปกูอีก เขาเดินฟึดฟัดกลับมานั่งกินบนโต๊ะแต่สองแม่ลูกดูไม่ได้สนใจ เตชินท์สูดเส้นมาม่าสามห่อเข้าไปแป๊บเดียวก็หมด
“เดี๋ยวหม่ามี๊ลงไปซื้อขนมให้นะ ดูการ์ตูนไปก่อน”
“ปลาวาฬไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอครับ”
“เดี๋ยวไปครับ ตอนนี้อยู่กับหม่ามี๊ก่อน” เอื้องผึ้งลูบหัวลูกชายแล้วกดจมูกลงบนแก้มทั้งสองข้างเป็นฟอดใหญ่ จนคนตัวสูงที่นั่งมองอยู่ต้องเบะปาก แล้วยืดอกยืดตัวขึ้นเมื่อเอื้องผึ้งเดินผ่าน แต่อีกฝ่ายกลับเดินผ่านไปเฉย ๆ ไม่ทำอะไรกับเขาบ้างนอกจากเมินเฉยเปิดประตูออกไป เตชินท์ผ่อนลมหายใจแล้วหันมามองไอ้เด็กที่ใครเป็นพ่อก็คงขี้เหร่น่าดู
ปลาวาฬที่นั่งดูการ์ตูนอยู่เงยหน้ามองคุณลุงซึ่งมานั่งลงตรงหน้าเขา
“จะบอกอะไรให้ไอ้หนู”
“....”
“ปากกับจมูกที่หอมแก้มมึงอะ มันเคยหอมแก้มกูมาก่อนแล้ว อย่าชะล่าใจไป”
“....” เตชินท์ปล่อยมือจากคอเสื้อเด็กแล้วลุกขึ้นเดินออกไป ปลาวาฬมองตาปริบ ๆ ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลยเพราะคุณลุงดูอิจฉามากกว่าโกรธ
TBC.
ความอิจฉาของอิเตมันร้อนแรงยิ่งกว่านางร้ายละครหลังข่าวอีกนะทุกคน มันโง่แค่เรื่องนี้แหละ เรื่องอื่นฉลาดเป็นกรด รักมันหน่อย อย่างน้อยก็ลูกเขย
เม้นเยอะก็จะขยันอัพหน่อยนะ อิอิ ขอเม้นนนนนนนนนนนนนนนนนนน
