บทที่ 7 ตอนที่ 6
เตชินท์ในชุดทำงานทั่วไปของตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางบอดี้การ์ดนับสิบอยู่ที่ท่าเรือโดยสารของตน วันนี้เขาค่อนข้างสบายตัวเพราะมีใครบางคนอาบน้ำถูไข่ให้ แถมยังได้กินข้าวเช้าร้อน ๆ จึงไม่ได้ดูหงุดหงิดตลอดเวลาเหมือนที่ผ่านมา ดวงตาคมทอดมองเอกสารในมือพลันเรียวคิ้วก็ขมวดเข้าหากัน วันก่อนที่เขากระทืบไอ้อาร์มไปดูเหมือนจะผิดตัว เพราะไม่ใช่ความผิดของมันซะทีเดียว
“เอาไงดีครับคุณเตชินท์”
“ขนของขึ้นเรือไปก่อน” เตชินท์เอ่ยตอบสั้น ๆ เพราะกำลังเพ่งมองตัวหนังสือบนมืออยู่ แต่แล้วก็จำต้องพับเก็บไป
“ไอ้พุท มานี่ซิ”
“ครับ”
“เอาไอ้เหี้ยนี่ไปขังไว้ในโกดัง แล้วรอกูไปจัดการ” เขาเอ่ยบอกเสียงเบา
“สองคนนี้เหรอครับ”
“อย่าให้มันรู้ตัวพอ กูไม่อยากให้ฆ่ากันโต้ง ๆ เดี๋ยวเป็นข่าวให้พวกตำรวจมาเสือกอีก”
“ได้ครับ” เขาก้มหัวให้นายเหนือหัวตนเองแล้วออกไปสั่งการลูกน้องทุกคน เตชินท์มองสินค้าผิดกฎหมายทยอยส่งขึ้นไปบนเรือลำใหญ่ แต่ล้วนแล้วเป็นอาวุธเถื่อนด้วยกันทั้งนั้น มือสองข้างล้วงลงไปในกระเป๋า งานที่เขาทำมีทั้งขาวและดำปะปนกันไป เขาเป็นลูกชายคนเดียวของมาเฟียฮ่องกงที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ไทย อาปาและหม่าม้าเองก็ไทยแท้ ธุรกิจบางอันเขายอมรับมาดูแลต่อ บางอย่างก็สร้างด้วยน้ำมือของตนเอง ในประเทศนี้เขาได้ชื่อว่าเจ้าพ่อตามที่คนพวกนั้นเรียกกัน แต่มีใครบ้างจะกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว
หลังจากดูแลงานเสร็จแล้วก็เดินทางกลับมายังบ้านหลังใหญ่โตราวคฤหาสน์ เป็นที่อยู่ของอาปาและหม่าม้าของเขา สาวใช้หลายคนพอเห็นเตชินท์ที่มีรูปร่างหล่อเหลา ตัวสูงอกผายไหล่ผึ่งก็ต่างลอบมองด้วยสายตาหวานเยิ้ม
“อ่าว เตชินท์” หม่าม้าเห็นเขาก็ยิ้มหวานรีบเข้ามากอดลูกชายทันที
“อาปาล่ะครับ”
“อาปาดูพระอยู่ เดี๋ยวหม่าม้าไปตามให้นะ” พูดจบเตชินท์ก็นั่งลงบนโซฟาแล้วใช้แขนพาดไปกับมัน พลางมองรอบบ้านด้วยสายตาเฉยชา
“กว่าจะมา หล่อขึ้นเป็นกองเหมือนป๊าเมื่อหนุ่ม ๆ เลย” เสียงที่เปลี่ยนไปตามอายุเอ่ยพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นลูกชาย
“หล่อกว่าอาปาอีกครับ อย่าหลงตัวเอง” เตชินท์ตอบกลับไป เขาหล่อไม่เหมือนใคร หล่อแบบเขาหาได้ยาก
“เออ มาวันนี้มีข่าวดีหรือไง มีหลานให้ป๊ายัง” ชายสูงวัยนั่งลงบนโซฟา พลางจับแขนลูกเอื้อนเอ่ยถามหาข่าวดี
“มีอะไรล่ะอาปา จะหาคนท้องลูกผมได้จากไหน อย่างผมใช่ว่าจะหาง่าย ๆ นะ”
“เออก็จริง ระดับพวกเราแล้วจะหาพวกบนดินมาคงยาก” สาวใช้ที่คลานเข่าเข้ามาเสิร์ฟน้ำได้ยินแอบก้มหน้าลงเบ้ปาก
“โดยเฉพาะใบหน้าที่เทพเจ้าปั้นแบบลูกหม่าม้าแล้วด้วย จะหาคนที่คู่ควรได้จากที่ไหนกัน” หม่าม้าเดินเข้ามาใช้มือทั้งสองข้างแนบแก้มลูกชายพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“จริงครับ บางคนผมยอมลดตัวคว้าขึ้นมาจากเศษดินยังไม่เห็นค่า”
“ใครกันที่ทำกับลูกหม่าม้าแบบนี้”
“ช่างเถอะครับหม่าม้า เดี๋ยวสักวันก็กอดขาอ้อนวอนผมเอง” เตชินท์พูดเสียงเรียบ นึกถึงวันนั้นชักสะใจ
“อย่าไปยอมนะลูก หล่อเหลาแบบนี้หาใหม่ไปเลย” หม่าม้ายิ้มพริ้มเพลา
“ผมจะไปสนใจทำไมครับ แค่คนรากหญ้า”
เตชินท์ผ่อนลมหายใจออกมา ทำเอาสาวใช้ที่ทำงานมานานและไม่ได้พิศวาสใครอยากจะโก่งคออ้วกเสียตั้งแต่ตอนนี้
เตชินท์เดินทางกลับเพนต์เฮาส์ตั้งแต่หัวค่ำ ดวงตาคมกวาดมองหาใครบางคนที่หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ และเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องเห็นว่ามีใครนอนอยู่บนเตียงก็ต้องขมวดคิ้ว
“เอื้องผึ้ง” เขาสะกิดคนนอนทับแขนตัวเองบนเตียง
“อะไร..” เสียงอู้อี้เอ่ยตอบกลับมา
“ไอ้เด็กล่ะ มันอยู่ไหน” เขาถาม เอื้องผึ้งทึ้งหัวตัวเองนิดหน่อย
“นอนกับพี่ข้างห้อง ไปเล่นกับลูกเขาจนหลับน่ะ เลยปล่อยให้นอน” วันนี้เขาไปอยู่กับพี่เพื่อนบ้านตนเองเกือบทั้งวันเพราะทำความรู้จักกัน แถมมีลูกวัยใกล้เคียงและเด็กทั้งสองก็เข้ากันได้ดี
“ลุกไปหาไรให้กินหน่อย ผัวกลับมาบ้านนอนเป็นคุณนายเลยเนอะ”
“แล้วออกไปข้างนอกไม่หากินเองล่ะ”
“มีเมียรออยู่ห้องกูจะหาทำไมให้เสียเงิน ลุกไป”
“ใครเมีย พูดอะไรกระดากปากตัวเองบ้าง”
“กูเอาอะไรเสียบมึงอะ แบบนี้ไม่เรียกผัวเรียกไรวะ”
“ไอ้...” เอื้องผึ้งไม่รู้จะด่าอะไรตอบจึงขยับลุกขึ้นเดินชนไหล่แกร่งของอีกฝ่ายออกไป เขาหาอาหารง่าย ๆ ให้เตชินท์ส่วนตัวเองก็ปลีกตัวมานั่งที่โซฟา พลางกดวิดีโอคอลหาเพื่อนเก่าตนเองที่เพิ่งจะเจอในเฟซบุ๊กเมื่อครู่
เตชินท์รีบกินข้าวจนหมดจานแล้วขยับลุกขึ้นมาทันที ดวงตาคมมองในโทรศัพท์เห็นว่าเป็นผู้หญิงถึงได้เงียบแล้วทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างแบบแนบชิดแทน
“ใครอะเอื้อง”
“ไม่ต้องสนใจหรอก” เอื้องผึ้งบอกกลับไป
“อ้อ เรานัดรวมตัวกันดีไหม” หญิงสาวดีใจไม่น้อยที่ได้เจอเพื่อนตอนอยู่ต่างจังหวัดด้วยกันถึงอยากนัดเจอ
“ไม่ได้ ผัวไม่ให้ไป” เสียงที่พูดแทรกทำให้ปลายสายชะงักและกล้องก็มืดไป
“พูดอะไร”
“ก็กูไม่ให้ไป เดี๋ยวถ้ามึงไปแรดทำไง”
“แล้วมันกงการอะไรของมึง”
“ดื้อว่ะ” เอื้องผึ้งถอนหายใจแรง ๆ ก่อนเขาจะถูกรวบเอวเข้าไปแนบชิดแล้วเตชินท์ก็บดขยี้จูบลงมาหลายทีทำให้โทรศัพท์เครื่องใหม่ล่วงหล่นลงพื้น และกว่าเตชินท์จะยอมผละจูบออกสายที่โทรคุยอยู่ก็วางไปแล้ว มือเล็ก ๆ ฟาดลงบนช่วงไหล่แกร่งไปสองที
“เจ็บ” เตชินท์พูดสั้น ๆ แต่มองริมฝีปากบวมเป่งของคนตรงหน้าก็พอใจแล้ว น่าเอาฉิบหาย คืนนี้ไอ้เด็กไม่อยู่ด้วยสิ
“....”
“โดนกูจูบแล้วตัวอ่อนเลยนะ คนหรือขี้วะ”
“เมื่อไรจะเลิกปากมากสักที” เอื้องผึ้งเองอ่อนลงจริงยามถูกจูบ เตชินท์เก่งและช่ำชองเรื่องพวกนี้มากเกินไป แถมรู้หมดเลยว่าจุดอ่อนของเขาอยู่ส่วนไหน
เสียงกดกริ่งหน้าห้องทำให้สองคนที่กำลังถกเถียงกันหันไปมอง และเป็นเตชินท์ที่ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้ พอเห็นไอ้เด็กยืนงัวเงียกอดตุ๊กตาอยู่ก็พาเข้ามาแถมยังปิดประตูใส่หน้าเพื่อนบ้านจนอีกฝ่ายมึนงง เอื้องผึ้งเองก็อ้าปากค้าง แก้สถานการณ์ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว
“ไปเดี๋ยวพาเข้านอน” เตชินท์จูงมือปลาวาฬเข้าไปในห้อง เอื้องผึ้งเองที่เห็นแบบนั้นก็เป็นห่วงแต่ในห้วงของความรู้สึกดันอยากให้เตชินท์ทำแบบนี้กับลูกบ้าง เขาจึงนั่งรออยู่ด้านนอก
“นอนไป ตุ๊กตามึงจะเน่าไปไหนวะ”
“หม่ามี๊ซื้อให้”
“เออรู้แล้ว ตุ๊กตากาก ๆ โกโรโกโสแบบนี้ก็ต้องหม่ามี๊มึงอยู่แล้ว” ปลาวาฬกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ตอบอะไรนอกจากพลิกตัวนอนไปอีกด้าน เตชินท์นั่งมองเจ้าเด็กน้อยที่หลับลงไปง่ายดายก็นิ่งอยู่อย่างนั้น และอะไรไม่รู้ที่ทำให้เขาต้องส่งมือเข้าไปลูบกลุ่มผม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ซื้อตัวใหม่ให้” เขาพึมพำออกมาแบบนั้นทั้งที่เจ้าเด็กหลับไปแล้ว นั่งสักพักเขาก็เดินออกมาจากห้อง ไม่เห็นร่างของเอื้องผึ้งถึงได้เดินเข้าไปสำรวจในครัวก่อน เห็นว่ากำลังยืนกินนมอยู่ถึงได้เดินเข้าไป
“ถามจริงนะ มึงเพิ่งจะอยากนมตอนนี้หรือไงแดกเป็นแก้ว”
“อะไร คนกินนมก็มาหาเรื่อง”
“ก็มึงเตี้ยไง หรือว่าตอนเด็กครูแจกนมก็เอาไปให้หมาแดกหมด”
“....”
“เรียนโรงเรียนอะไรตอนเด็ก เขาไม่ให้มึงกินนมทุกเช้าเหรอ”
“....”
“ถามแล้วทำเป็นหยิ่ง คงกินนมแล้วสูงได้เท่านี้มั้งไอ้เตี้ย ตัวเท่าหัวเข่ากูเอง”
“งั้นมึงก็ไปกินปลาบ้างเถอะ จะได้ไปเลี้ยงเซลล์สมองน้อย ๆ ที่ไม่เคยกลั่นกรองคำพูดออกมา”
เป็นเช้าอีกวันที่เอื้องผึ้งต้องตื่นมาพร้อมอ้อมแขนของเตชินท์ แม้เมื่อวานจะโมโหจนอยากเอาอะไรทุบหัวหัวแข็ง ๆ นั่นสักที แต่ด้วยกลัวปลาวาฬจะไม่มีคนเลี้ยงดูเพราะแม่เข้าคุกเขาถึงต้องพยายามหักห้ามอารมณ์ตัวเองกับผู้ชายสติแตกที่นอนอยู่ข้าง ๆ ท่อนแขนหนักและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างดีพาดกอดอยู่ช่วงบริเวณเอว พอจะขยับออกเตชินท์ดันกระชับให้แน่นขึ้นกว่าเดิม แสงที่ลอดเข้ามาทางผ้าม่านทำให้เห็นเส้นเลือดประดับช่วงแขนได้ชัดว่ามันมีมากแค่ไหน เขาไม่อยากให้เตชินท์ตื่นตอนนี้ ปวดหัวเสียเปล่า ๆ
เอื้องผึ้งจึงต้องทำทุกวิถีทางให้หลุดออกมา แต่ความพยายามก็สำเร็จลุล่วง เขานั่งผ่อนลมหายใจอยู่ปลายเตียงก่อนจะค่อย ๆ ลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาแล้วออกมาจากห้องนอนขนาดกว้างขวางเพื่อเข้าไปหาปลาวาฬในอีกห้อง
แกร๊ก เมื่อบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นเด็กน้อยกำลังนอนกอดตุ๊กตาที่มีชื่อเหมือนตัวเองกำลังหลับตาพริ้ม แก้มยุ้ยแนบไปกับหมอนทำเอาคนมองต้องลอบยิ้มออกมาบนใบหน้าด้วยความเอ็นดู ร่างบางทรุดลงบนเตียงแล้วลูบกลุ่มผมนิ่มของลูกพลางกดจมูกหอมหน้าผาก ซึ่งปลาวาฬที่ได้รับสัมผัสก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นแม่รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าก็คลายออกทันที
“หม่ามี๊ ปลาวาฬนอนคนเดียวได้แล้ว” เด็กน้อยยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง เอื้องผึ้งเลยอุ้มลูกขึ้นมานั่งลงบนตัก
“เก่งมากครับ หิวหรือเปล่า”
“หิวครับ แต่ปลาวาฬอยากเล่นน้ำ” เจ้าหนูน้อยขยับเข้าไปซบไหล่แม่แล้วใช้แขนโอบกอดช่วงลำคอ
“เดี๋ยวหม่ามี๊พาไป” เขาเอ่ยตอบแล้วอุ้มลูกชายที่ตัวหนักขึ้นมาก พาเข้าไปในห้องน้ำขนาดหรูหรา ปลาวาฬชอบอ่างนี้มากเพราะกว้างขวางและสามารถทำน้ำอุ่นได้ คนเป็นแม่จัดการเตรียมให้ลูกระหว่างที่รอปลาวาฬถอดเสื้อผ้าออก
“ตุ๊กตาปลาวาฬเหรอครับ” ปลาวาฬเห็นของเล่นใหม่ในอ่างอาบน้ำดวงตาก็พลันเป็นประกายด้วยความดีใจ ผู้เป็นแม่ที่แอบซื้อมาเห็นลูกชอบเขาก็รู้สึกดีไปด้วย ปลาวาฬชอบสัตว์น้ำมาก ทั้งทะเลหรือแม่น้ำธรรมดา แต่เป็ดและปลาวาฬสีน้ำเงินดูเหมือนจะชอบเป็นพิเศษ ในระหว่างที่เขากำลังอาบน้ำให้ประตูดันเปิดออกพร้อมร่างสูงตระหง่านกว่าร้อยเก้าสิบเอ็ดเซนติเมตรเดินเข้ามา ในสภาพผ้าขนหนูพันรอบเอวหมิ่นเหม่และช่วงกลุ่มผมที่หยุ่งเหยิงไม่ได้เซต
ปลาวาฬมองคุณลุงแต่ก็ยังเล่นของเล่นในน้ำ
“อาบแค่ให้ลูก แล้วกูอะ” เอื้องผึ้งย่นคิ้วเมื่อประโยคนั้นถูกเอ่ยถามโดยเตชินท์ จะเอาตัวเองมาเทียบกับเด็กทำไม
“พูดเรื่องอะไร..”
“อย่ามาเลือกกระทำ อาบให้กูด้วย” พูดจบก็กระชากผ้าขนหนูออกจากเอวทำเอาเอื้องผึ้งที่เห็นสิ่งใหญ่โตสีเข้มกำลังหลับใหลอ้าปากค้างรีบยกมือขึ้นปิดตาลูกทันที ในหัวประมวลคำด่าออกมามากมายแต่ไม่ได้เอ่ยออกไปเพราะลูกอยู่ด้วย
“อะ..คุณยุงง” ปลาวาฬร้องเรียกเพราะร่างเด็กน้อยถูกยกขึ้นแล้วเตชินท์ก็มานั่งลงในอ่างแทน โดยให้ปลาวาฬอยู่บนตักเขา ช่วงขายาวเหยียดตรงพาดปลายขอบอ่างเพราะสูงเกินไป เอื้องผึ้งไม่สามารถทำอะไรได้ก็ยอมหลับตาลงช้า ๆ เตชินท์กวักน้ำขึ้นมาราดตัวตนเองรวมไปถึงปลาวาฬด้วยทำให้เด็กน้อยต้องยกมือลูบหน้าตัวเองหลายครั้ง เอื้องผึ้งเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นจับแขนเตชินท์ให้วางลง
“นั่งเฉย ๆ ไป”
“....” เตชินท์ไม่ตอบแต่พิงหัวไปกับอ่างโดยที่บนตักตนเองมีเด็กน้อยตัวกลมอยู่
“กูจะฆ่าปลามึง” พูดจบก็บีบของเล่นปลาซึ่งทำจากยางแบนแต๊ดแต๋ต่อหน้าเด็กน้อย
“อย่าทำคุณปลา คุณยุง”
“ฆ่าเป็ดมึงด้วย” อีกทั้งยังบี้ไม่หยุดมือ ทำเอาเอื้องผึ้งต้องแอบหยิกแขนของเตชินท์ซึ่งทำให้ร่างสูงสะดุ้งเฮือกใหญ่
“เจ็บนะเว้ย”
“แกล้งเด็กทำไม” เขาขมวดคิ้วแย่งของเล่นปลาและเป็ดมาจากมือของเตชินท์แล้วส่งให้ปลาวาฬ
“มึงเห็นปลามีชีวิตรึไงวะ กูบีบมันก็ไม่ตายหรอก” เอื้องผึ้งอยากหยิบขวดแชมพูฟาดหัวมันเสียตั้งแต่ตรงนี้ ทั้งชีวิตเคยเลี้ยงเด็กบ้างหรือเปล่า
“....” ในขณะที่กำลังหลับตาสะกดกลั้นอารมณ์อยู่แก้มของเขาก็ถูกมือปลาหมึกคว้าหมับเข้า
“หรือจะให้กูบีบแก้มมึง” เอื้องผึ้งไม่ตอบแต่ปัดมือของเตชินท์ออกทำเอาผู้ที่ได้ฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อต้องกระตุกยิ้มมุมปากแล้วปล่อยให้มือนุ่ม ๆ เล็ก ๆ ลูบลงบนร่างกายเขา ถึงจะแค่อาบน้ำแต่กูก็คิดไปไกลโพ้น
ถ้าบีบหรรมกูน่าจะฟินและสบายตัวกว่านี้ แต่ก็ได้แค่คิดเพราะไอ้มารหัวขนกำลังเล่นน้ำอยู่ตรงหน้าเขา พอเห็นจากทางด้านหลังและหัวกลมทุยที่เปียกน้ำก็อดหมั่นไส้ไม่ไหวดึงปลาวาฬเข้ามาบีบปากบีบจมูกให้หายมันเขี้ยว และเขาก็ถูกขวดแชมพูฟาดลงบนหัวโดยแม่ของมัน
TBC.
ไม่ใช่ปมไรหรอกเตชินท์อะที่ตาถั่ว แต่จะเป็นบทพิสูจน์อะไรหลายๆอย่างกับผู้ชายอย่างมัน
อัพทุกวัน เม้นต้องมาแล้วปะ น้อยดองนะอิอิ
ขอเม้นนนนนนนนนนนนน
