บทที่ 6 รับผิด...ชอบ
หัวใจของคนน้องเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก รอยยิ้มของคนตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย เธอพยายามดันตัวออกจากเขาแต่ก็ถูกล็อกเอาไว้ทุกทาง
แขนที่จับเอวเธออยู่ก่อนหน้านี้วางลงบนโต๊ะขังเธอไว้ทั้งสองข้างไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้ ขณะที่คนน้องเริ่มลนลานหาทางออกบนใบหน้าเขากลับมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา
“ไงล่ะ พอรู้แล้วจะรับผิดชอบยังไง”
“ไม่รับผิด แล้วก็ไม่ชอบด้วยค่ะ พี่ซันอย่ามาโมเมได้ไหม น้องไม่ได้ทำอะไรให้พี่สักหน่อย”
“ไม่ได้ทำที่ไหน วันนั้นเธอขึ้นให้พี่จำได้มะ...”
“ชู่ว อย่าพูดดังสิ!”
เธอรีบตะครุบปากเขาไว้อย่างไวเพราะกลัวคนข้างนอกได้ยิน ดีหน่อยที่เพลงมันดังพอจะกลบเสียงของเราสองคนเลยไม่เป็นที่สังเกต
เธอถลึงตาใส่เขาอย่างไม่พอใจแต่คนตรงหน้ากลับยิ้มจนตาหยี ไม่พอเขายังเปลี่ยนจากวางมือบนโต๊ะเป็นโอบเอวเธอแล้วดึงเข้าหาตัวอีกครั้ง ไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดเลยสักนิด
ซันยักคิ้วหน่อยๆ เชิงท้าทายให้เธอปล่อยมือจากปากเขา ไม่อย่างนั้นเขาก็จะดึงเธอเข้ามาใกล้อย่างนี้เรื่อยๆ แต่หากทำอย่างนั้นเขาต้องพูดดังจนคนข้างนอกได้ยินแน่
แต่พอเธอไม่ปล่อยเขาก็ดึงเธอเข้าหาตัวแรงกว่าเดิมอีก จากที่แค่โอบๆ กันกลายเป็นกอดแน่นจนคนน้องเริ่มอึดอัด
“พี่ซัน หยุด...” เสียงดุๆ พยายามปรามให้เขาหยุด แต่นั่นก็ไม่ต่างอะไรจากแมวขู่ไม่ได้ทำให้เขากลัวแต่อย่างใด
สายตาเจ้าชู้จ้องมองเธอไม่วางตา เมื่อเห็นว่าเธอยังคงเอามือปิดปากเขาอยู่อย่างนั้นเลยเปลี่ยนเป้าหมาย
ซันใช้อีกมือที่ว่างอยู่จับต้นคอคนน้องแล้วดันหน้าเธอเข้ามาหาตัว ขณะเดียวกันก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปากเธอแตะกับหลังมือ ส่วนเขาก็แนบริมฝีปากลงไปเบาๆ บนฝ่ามือที่ปิดปากตัวเองอยู่
การขยับปากทำราวกับว่าเขากำลังจูบเธอยังไงยังงั้น มือนิ่มที่กั้นระหว่างเราแทบไม่มีความหมายอีกต่อไป
คนน้องหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวกว่าเดิมหลายเท่า ไม่กล้าสบตาเขาที่เอาแต่จ้อง จ้องจนสายตาเขาจะทำเธอพรุนไปทั้งตัวอยู่แล้ว สุดท้ายก็ทำได้แค่หลับตาปี๋หลบสายตาเขา
ไม่ไหว...ถ้าเกิดเธอยังปล่อยให้เขาทำมากกว่านี้จะต้องช็อกตายคาห้องแน่นอน เธอต้องออกไปเดี๋ยวนี้
คิดได้อย่างนั้นจึงตัดสินใจดึงมือออกเพื่อให้เขาหยุด แต่ไม่คิดว่านั่นกลับเป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว
เมื่อไม่มีสิ่งใดกั้นอยู่ก็ทางสะดวก ซันไม่รอช้าแนบริมฝีปากลงไปทันที ความนุ่มนิ่มนี้เขาเคยสัมผัสเมื่อ 6 เดือนก่อนคิดว่าคงลืมมันไปแล้ว แต่กลับกลายเป็นสัมผัสแสนคุ้นเคยที่ทำให้เขานึกอยากแกล้งเธอให้มากกว่านี้อีก
ไม่เพียงแต่แตะปากกัน ซันทั้งดูดทั้งขบเม้มขยับใบหน้าให้จูบของเราแนบกันอย่างลึกซึ้ง มือละจากต้นคอมาวางที่กรอบหน้า ลูบไล้เบาๆ ขณะที่วาดริมฝีปากหนักสลับเบาไปเรื่อยๆ
คนถูกรังแกเริ่มหายใจติดขัด มือวางอยู่บนแผงอกของเขาแล้วจิกเล็บลงไปเพื่อเตือนสติคนตรงหน้า เขาทำให้เธอเจ็บที่ปาก เธอก็จะจิกผิวขาวๆ ของเขาจนมีเลือดซิบ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ยอมหยุด
ยิ่งเธอทำเขาเจ็บมากเท่าไร เขายิ่งจูบเธอแรงขึ้นเท่านั้น
“พี่...ซัน” อาศัยโอกาสเพียงชั่ววินาทีที่เขาผละริมฝีปากออกไปร้องเรียกชื่อให้เขาหยุด แต่ก็ไม่ได้ผล เขายังคงสนุกกับการแกล้งเธออยู่อย่างนั้น
จูบของเขาแทบจะกระชากวิญญาณเธอออกไปจากร่าง แล้วตอนนั้นเองที่ความทรงจำบนเรือวันนั้นกลับเข้ามา
ทุกท่วงท่า ทุกน้ำเสียง ทุกสัมผัสของเขาปรากฏขึ้นในความรู้สึกจนเหมือนได้ย้อนกลับไปวันนั้นอีกครั้ง
อยู่ๆ ความอับอายก็ทำให้เธอไม่สามารถจูบกับเขาต่อได้อีก คนน้องพยายามดันตัวซันออกแต่กลับถูกเขาดึงกลับไปจูบแล้วก็ดูดแรงๆ จนปากบวมเห่อ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่หยุด
อีกนิดเดียว...ถ้าเขายังทำต่ออีกนิดเดียว
ก๊อก ก๊อก
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ซันจิ๊ปากส่งสายตาไม่พอใจมาที่คนน้องส่วนเธอได้แต่กะพริบตาปริบๆ
มีคนมาเคาะประตูแท้ๆ แต่ทำไมคนที่โดนมองค้อนดันเป็นเธอล่ะ
ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อเขาเผลอเธอก็จะใช้โอกาสนี้หนีออกไป มือเล็กดันเขาออกสุดแรงเกิดแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปในทันที
พอเปิดประตูพบว่าคนที่มาเคาะคือพี่กลางที่ถ่ายคนก่อนหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เสร็จหรือยังเล็ก”
กลางหรี่ตามองน้องสาว สภาพเธอตอนนี้ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงแล้วยังปากบวมเหมือนคนโดนต่อย ทว่ายังไม่ทันได้ถามหมอซันก็เดินตามออกมาติดๆ
“โทษทีครับ พอดีเสื้อมันติดเลยต้องแก้อยู่นานหน่อย”
เขาไม่ได้สวมสูทตัวนั้นแต่กลับออกมาด้วยเสื้อสครับสีกรมปักโลโก้ของคลินิกซึ่งดูแล้วไม่น่าใช้เวลาเปลี่ยนนานขนาดนั้น
“อันนี้ถ่ายครึ่งตัวใช่ไหมครับ พอดีกางเกง...” กลางว่าแล้วก็ก้มมอง เพราะเขาใส่เสื้อสครับแต่ท่อนล่างเป็นกางเกงเข้าชุดกับสูทสีครีมที่ถ่ายเสร็จไปก่อนหน้า
“กางเกงมันมีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ ถ่ายแค่ท่อนบนได้เลยนะ”
“ได้ครับ งั้นเข้าเซตเลยครับพี่”
ซันเดินล้วงกระเป๋าไปยืนหน้าเซตตามที่ตากล้องบอก ระหว่างที่เดินไปไม่ลืมทิ้งสายตาไว้ให้คนน้องจนเธอต้องแกล้งหาอะไรทำเพื่อหลบสายตาเขา
ไอ้บ้า คนอยู่กันเต็มไปหมดยังทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงได้กลางวันแสกๆ เกิดว่าเธอออกมาจากห้องนั้นไม่ทัน เรื่องบนเรือนั่นคงเกิดขึ้นซ้ำสอง
เอาเป็นว่ารีบทำงานรีบกลับบ้าน แล้วลืมเรื่องทั้งหมดนี่ไปเลยดีกว่า
งานเสร็จสิ้นลงแล้ว กลางกลับมาส่งน้องสาวแล้วก็กลับคอนโดเพราะพรุ่งนี้เช้ามีงานต่อ หลังจากกลับมาคนน้องกะว่าจะนอนพักสับงีบไล่เรื่องน่าปวดหัวทั้งหมดออกไปแต่ก็นอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาหลายตลบแต่ใบหน้าของหมอซันก็ลอยเข้ามากวนใจจนเธอนอนไม่ได้อีกต่อไป
จูบของเขาในห้องนั้นมันกำลังทำให้เธอเป็นบ้า เขาเป็นอะไรของเขา วันนั้นเธออุตส่าห์ไม่อะไรกับเขาแล้วจากมาเงียบๆ ไม่เรียกร้องหาการรับผิดชอบหรืออะไรจากเขาสักอย่าง แล้วทำไมเขาต้องมาเร้าหรือเธออีก
ผู้ชายหน้าตาดีบ้านรวยแถมยังโซฮอตอย่างเขาเนี่ยนะจะมาอะไรกับคนแบบเธอ หน้าตาก็กลางๆ หุ่นก็ไม่ได้จัดว่าดี ฐานะหรือการศึกษาก็ไม่มีอะไรไปเทียบ เล่าให้ใครฟังเขาก็ไม่เชื่อ
ถ้าเขาจะรู้สึกอะไรสักอย่าง คงเป็นแค่การอยากเล่นสนุกมากกว่า
“โอ๊ย! ไม่รู้อะไรด้วยแล้ว”
คนน้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่นแล้วลุกขึ้นมา ตอนนี้รู้สึกเครียด ขอลงไปหาอะไรกินแก้เครียดดีกว่า
เธอเดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้านกะว่าจะหาขนมรองท้องกับนมอุ่นๆ กินก่อนนอน แต่พอลงมาแล้วกลับพบว่าพ่อนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว สภาพหน้าแดงก่ำมีขวดเหล้าสองสามขวดวางอยู่ ส่วนในแก้วมีอยู่อีกครึ่งหนึ่ง
“พ่อ เมามาอีกแล้วเหรอ”
“กลับมาแล้วเรอะ ไหนแม่แกบอกว่าไปทำงานกับไอ้กลางไง”
เสียงอู้อี้พูดกับลูกสาวแล้วก็กระดกเหล้าเข้าปากอึกใหญ่ จบด้วยการวางแก้วอย่างแรงจนคนน้องสะดุ้ง
“พ่อเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวแก้วก็แตกบาดมือหรอก” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าแก้วนั้นมาหมายจะเอาไปเก็บแต่พ่อไม่ยอม
“ฮึ่ย อย่ามายุ่ง เป็นเด็กเป็นเล็กขึ้นไปนอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือไง”
“น้องไม่ได้ไปทำงานกับพี่กลางนะคะ”
คำพูดของลูกสาวทำให้ผู้เป็นพ่อชะงักไป
“ทำไม ทำวันเดียวเขาไล่ออกเลยเหรอ”
“เปล่าค่ะ น้องแค่ไปช่วยงานพี่กลางเพราะผู้ช่วยพี่ป่วย น้องยังหางานไม่ได้เลยพ่อ เขายังไม่เรียกสักที่เลย”
บรรยากาศเงียบไปจนน่าอึดอัด พ่อเทเหล้าใส่แก้วแล้วกระดกเข้าไปอีก สีหน้าดูเคร่งเครียดจนเธอสังเกตได้
ปกติแล้วพ่อมักจะเมากลับบ้านแบบนี้เสมอ หน้านิ่วคิ้วขมวดจนกลายเป็นนิสัย แต่วันนี้รู้สึกว่าดูเครียดกว่าปกติ
“พ่อ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
เธอดึงเก้าอี้ที่เก็บไว้ใต้เคาน์เตอร์ออกมานั่งข้างพ่อ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นซองสีขาวที่อยู่ข้างพ่ออีกที
คนน้องทำท่าจะคว้ามันมาดูแต่กลับถูกพ่อเก็บไปหมดไม่ให้ดูสักอัน
“นั่นอะไรพ่อ”
“ก็บิลนั่นแหละ ไม่ต้องไปดูหรอก”
ตอนที่รู้ว่าเธอจะไปทำงานกับพี่กลางพ่อดูดีใจมาก ตอนนั้นคนน้องไม่ทันสังเกต หรือว่าพ่อจะดีใจที่เธอได้งานทำแล้ว อาจจะเพราะที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงินหรือเปล่า
“พ่อ...มีอะไรที่อยากบอกน้องไหมคะ?”
ตอนที่ถามหัวใจเธอมันเจ็บจี๊ดๆ หากมันเป็นอย่างนั้นจริงตอนนี้เธอทำอะไรอยู่นะ นอกจากยังหางานไม่ได้ยังขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ อีกต่างหาก
“เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องมารับรู้เรื่องอะไรของผู้ใหญ่หรอก ไปใช้ชีวิตให้ดี ตั้งตัวให้ได้เร็วๆ ก็พอแล้ว”
สองคนพ่อลูกหลบตากัน ความอึดอัดเข้ามาปกคลุมจนผู้เป็นพ่อทนไม่ไหวทำเป็นขอตัวไปนอนเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“เอ้อ คืนนี้มันก็หนาวนะ เวลานอนก็อย่าลืมใส่เสื้อแขนยาวด้วย ยิ่งชอบนอนถีบผ้าห่มอยู่”
คำพูดที่แสดงความเป็นห่วงยิ่งทำให้เธอหน่วงในใจ มองตามหลังพ่อที่เดินขึ้นชั้นสองไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เธอควร...ทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดีนะ
