บทที่ 2 ตกหลุมรัก

ฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนมีสติและใช้เหตุผลนำทางชีวิตมาโดยตลอดนะ... อย่างน้อยฉันก็เคยปักใจเชื่อแบบนั้น

จนกระทั่งพบว่าตัวเองกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงในหอพัก สองมือประคองโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น ตาเบิกกว้าง และกำลังไล่กดบันทึกรูปภาพของพี่กายเป็นรูปที่สามสิบเจ็ดเข้าไปแล้ว!

"นี่ยังไม่เลิกส่องอีกเหรอใบเฟิร์น"

น้ำขิงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ยัยเพื่อนตัวดีเหลือบมองหน้าจอมือถือของฉันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวไปถึงดาวอังคาร "นี่ขนาดแค่เห็นหน้าชัด ๆ ในจอครั้งแรกนะ ถ้ารู้จักกันจริงมึงไม่จดทะเบียนสมรสทิพย์เลยเหรอ"

"แกไม่เข้าใจหรอกน้ำขิง" ฉันพลิกตัวกลับมานอนหงาย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกและจริงจังที่สุด "คนเราทุกคนน่ะ มีสิ่งที่เรียกว่าพรหมลิขิตเป็นของตัวเอง"

"อ๋อเหรอ"

"และฉันคิดว่าพี่กายคือพรหมลิขิตของฉัน"

"ส่วนกูคิดว่ามึงควรกินยาค่ะยัยเฟิร์น"

ฟุ่บ!

หมอนอิงใบโตถูกปาใส่หน้ายัยเพื่อนช่างขัดคอทันที เสียงหัวเราะสลับโวยวายดังลั่นห้องพักเล็ก ๆ ก่อนที่ฉันจะม้วนตัวกลับมาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง

ยิ่งซูม... ก็ยิ่งหล่อ

ยิ่งหล่อ... หัวใจก็ยิ่งทำงานหนัก

ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ ส่วนสูงก็ดี ใบหน้าก็พระเจ้าตั้งใจปั้น แถมยังเรียนวิศวะสวมเสื้อช็อปเท่ ๆ อีกต่างหาก เหมือนพระเอกนิยายที่หลุดออกมาจากซรีส์ไม่มีผิด จนฉันเผลอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับหน้าจอโดยไม่รู้ตัว

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะความฟิน ข้อความใหม่จากกลุ่มเฟรชชี่คณะบริหารธุรกิจเด้งขึ้นมาบนแถบด้านบน ฉันกำลังจะใช้นิ้วเลื่อนผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่แล้วสายตากลับสะดุดเข้ากับข้อความบรรทัดถัดมาอย่างจัง

[ประกาศ: พรุ่งนี้มีกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างคณะ ณ สนามกีฬากลาง เวลา 16.00 น.]

[หมายเหตุ: พี่กาย ประธานเชียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จะมาเป็นวิทยากรพิเศษในพาร์ทสันทนาการด้วยค่ะ]

"..."

"..."

ฉันนิ่งค้างไปสามวินาที สติที่เคยหลุดลอยไปกับการส่องรูปดีดกลับเข้าเข้าร่างในทันใด

"น้ำขิง..." ฉันเรียกชื่อเพื่อนด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย

"อะไร" เพื่อนรักหรี่ตาเลิกลั่ก หันมามองฉันอย่างระแวง

"พรุ่งนี้สี่โมงเย็นมึงว่างไหม"

"ไม่ว่าง!" ยัยขิงตอบสวนกลับมาทันทีโดยไม่ต้องคิด "ถ้ามึงจะชวนกูไปส่องผู้ชายล่ะก็ บอกเลยว่าฉัน ไม่ ว่าง"

ฉันไม่ยอมแพ้ ส่งยิ้มหวานเคลือบน้ำตาลแปดชั้น ก่อนจะค่อย ๆ คลานไปเกาะแขนน้ำขิงแล้วเขย่าเบา ๆ "ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะมึง น้า..."

"ไม่"

"นะ ๆๆๆๆ"

"ไม่เอา"

"นะคะน้ำขิงคนสวย ขิงสวยที่สุดในรุ่นแล้ว"

"บอกว่าไม่ไงยัยเฟิร์น!" เจอนางกวักสิงขนาดนี้ ยัยขิงยังคงใจแข็งประหนึ่งหินผา

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจงัดท่าไม้ตายขั้นสุดท้ายขึ้นมาสู้ "เดี๋ยวกูเลี้ยงชานมไข่มุก"

"..."

"พ่นไฟ พรีเมียม ท็อปปิ้งจุก ๆ"

"...สองแก้ว" ยัยตัวดีเริ่มมีอาการตาโตและกลืนน้ำลาย

"ตกลง! ดีล!" ฉันรีบตอบรับทันควันจนคนถูกติดสินบนได้แต่กุมขมับ

"หมดกัน... ภาพลักษณ์ยัยใบเฟิร์นสาวเรียบร้อยพูดน้อยอ่อนหวานของคณะบริหาร" น้ำขิงส่ายหัวไว้อาลัยให้ความคลั่งรักของฉัน

ฉันหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ไม่สนใจคำแซวใด ๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะหันกลับมามองรูปของพี่กายในจออีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงกว่าทุกที

โดยที่ในตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่า... กิจกรรมสานสัมพันธ์ในวันพรุ่งนี้ กำลังจะกลายเป็นการพบกัน ‘อย่างเป็นทางการ’ ครั้งแรกของเราสองคน

และมันจะเป็นวันที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า... การแอบชอบรุ่นพี่สุดฮอตของมหาวิทยาลัยนั้น มันไม่ได้ง่ายและราบรื่นอย่างที่คิดไว้เลยสักนิดเดียว!

วันถัดมา ณ สนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัย...

"ไหนบอกมาส่องไง แล้วทำไมพวกกูต้องมาอยู่ตรงนี้!"

เสียงน้ำขิงบ่นกระปอดกระแปดดังแข่งกับเสียงดนตรีสดที่เปิดบิ้วอารมณ์ ตอนนี้เราสองคนไม่ได้นั่งอยู่บนสแตนด์เชียร์อย่างที่ฝันไว้ แต่กลับถูกรุ่นพี่จับพลัดจับผลูให้มานั่งหน้าสลอนอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่มสันทนาการ เนื่องด้วยเหตุผลสั้น ๆ ว่า “น้องสองคนหน้าตาน่ารักดี มาช่วยสร้างสีสันหน่อย”

ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งให้เพื่อนรัก ในใจเต้นรัวประหนึ่งกลองรบ และแล้ววินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อพิธีกรประกาศเปิดตัววิทยากรพิเศษ

"ขอเสียงกรี๊ดต้อนรับ พี่กาย ประธานเชียร์คณะวิศวะฯ หน่อยเร็วจ้า!"

กรี๊ดดดดด!

เสียงกรีดร้องของสาว ๆ คณะบริหารดังกึกก้องจนสนามกีฬาแทบแตก ฉันเบิกตากว้าง มองร่างสูงสง่าในเสื้อช็อปสีกรมท่าที่กำลังเดินถือไมค์เข้ามาในลานกิจกรรม แสงแดดยามเย็นที่ตกกระทบใบหน้าคมคายทำให้เขาดูหล่อเหลาจนใจเจ็บ รอยยิ้มมุมปากนั่นทำลายล้างระบบความคิดของฉันจนขาวโพลน

ทว่า... ความฟินกลับอยู่ได้ไม่นาน

"เอาละครับน้อง ๆ กิจกรรมแรกเรามาละลายพฤติกรรมกันก่อน พี่อยากได้อาสาสมัครเฟรชชี่บริหารสักคน..." ดวงตาคมกริบคู่หนังสแกนไปทั่ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าฉัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "น้องคนนั้นน่ะครับ... ที่สบตาพี่แล้วทำท่าเหมือนจะวูบ ลุกขึ้นมาข้างหน้าหน่อยครับ"

"..."

พระเจ้า... พรหมลิขิตทำงานไวไปไหม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป