บทที่ 3 เด็กปีหนึ่ง
สายตาคนนับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่ฉันทันที น้ำขิงสะกิดแขนฉันยิก ๆ พลางทำหน้าเหมือนจะหลุดขำ ฉันสูดหายใจเข้าลึก ค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเทา พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นตอนเอ่ยผ่านไมค์ที่รุ่นพี่ยื่นมาให้
"ใบเฟิร์น ปีหนึ่งค่ะ"
พี่กายเลิกคิ้วมองฉัน สายตาคู่นั้นมีความระยิบระยับบางอย่างที่ชวนให้หน้าร้อนผ่าว เขาเดินเข้าประชิดตัวจนได้กลิ่นหอมสะอาดแสนคุ้นเคย กลิ่นเดียวกับแผ่นหลังในวันนั้นไม่มีผิด ชายหนุ่มก้มลงมากระซิบใกล้ ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน
"สวัสดีครับน้องใบเฟิร์น... วันนี้ไม่ต้องให้พี่แบกแล้วใช่ไหมครับ?"
ฉ่า...!
หน้าของฉันร้อนจนคิดว่ามันคงแดงเป็นมะเขือเทศสุก ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ที่แท้เขาก็จดจำฉันได้ สายตาคมคายที่มองมาอย่างล้อเลียนปนเอ็นดูนั่นทำเอาฉันทำตัวไม่ถูก
เอาล่ะ... ฉันขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ทั้งหมด การแอบชอบรุ่นพี่สุดฮอตระดับเดือนมหาวิทยาลัยคนนี้ ไม่ใช่แค่ยากธรรมดาซะแล้ว
แต่มันอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจฉันขั้นสุดยอดเลยต่างหาก!
ฉันมั่นใจว่าหัวใจตัวเองหยุดเต้นไปอย่างน้อยสามวินาที...
ไม่สิ... อาจจะห้าวินาที หรือสิบวินาทีเลยก็ได้ เพราะหลังจากได้ยินประโยคนั้น สมองของฉันก็ขาวโพลนไปหมด
เขาจำฉันได้... จำได้จริง ๆ!
ผู้ชายที่สาวทั้งมหาวิทยาลัยแอบกรี๊ด ผู้ชายที่มีคนคอยตามกดไลก์รูปเป็นหมื่น ๆ ผู้ชายที่ฉันเพิ่งแอบเซฟรูปของเขาลงเครื่องไปหยก ๆ สามสิบเจ็ดรูป... จำฉันได้!
"นะ... หนู..." ฉันอ้าปากค้างพะงาบ ๆ เหมือนปลาทองขาดออกซิเจน
จนกระทั่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำแผ่วเบาดังขึ้นจากคนตรงหน้า "ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ครับ"
พี่กายพูดพลางยกไมโครโฟนขึ้นจ่อริมฝีปากพลางหันไปทางลานกิจกรรม "น้องคนนี้คือเฟรชชี่ตัวอย่างของเราในวันนี้ครับ"
เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นรอบสนาม ส่วนฉัน... อยากเป็นลมรอบสองแก้เขินให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยมากกว่า
"ชื่ออะไรนะครับ" เขาหันไมค์มาทางฉัน
"ใบ... ใบเฟิร์นค่ะ"
"ดัง ๆ หน่อยครับ เพื่อน ๆ ข้างหลังไม่ได้ยิน"
"ใบเฟิร์นค่ะ!" ฉันเผลอโพล่งเสียงดังลั่นสนามจนตัวเองยังแอบสะดุ้ง
เสียงฮาครืนดังขึ้นรอบด้านด้วยความเอ็นดู แม้แต่พี่กายยังหลุดยิ้มกว้าง รอยยิ้มแบบเต็ม ๆ ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นในระยะประชิดขนาดนี้... โอ๊ย คุณพระช่วย หล่อเกินต้านทานไปแล้ว ตำรวจอยู่ไหนคะ! มีคนใช้อาวุธทำร้ายหัวใจประชาชนกลางมหาวิทยาลัยค่ะ!
"น้องใบเฟิร์น" เสียงทุ้มดึงสติที่กระเจิดกระเจิงของฉันให้กลับมาอีกครั้ง
"ครับ... เอ๊ย ค่ะ!"
คราวนี้คนทั้งสนามระเบิดเสียงหัวเราะดังยิ่งกว่าเดิม ฉันอยากจะขุดรูแทรกแผ่นดินหนีมันเดี๋ยวนั้น ยิ่งหันไปมองข้างล่าง ยัยน้ำขิงถึงกับฟุบหน้าลงกับหัวเข่าเพราะขำสภาพเพื่อนรักเต็มที
"ตื่นเต้นเหรอ" เขาถามพร้อมรอยยิ้มพราวระยับ
"นิดหน่อยค่ะ..."
"นิดหน่อยจริงเหรอครับ" สายตาคู่คมกวาดมองลงมาที่มือของฉัน ตอนนั้นเองที่ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังกำไมโครโฟนแน่นจนมือสั่นกึก ๆ
ตายแล้ว... เขาเห็นหมดเลย!
"ไม่เป็นไรครับ" ชายหนุ่มพูดด้วยกระแสเสียงที่อ่อนโยนลงทว่าปนกระเซ้า "พี่ไม่กินเด็กหรอก"
กรี๊ดดดดด!
เสียงกรีดร้องจากสาว ๆ รอบสนามดังลั่นขึ้นมาทันที ส่วนฉันหน้าแดงวาบจนแทบระเบิดประทุเป็นโกโก้ครันช์
"เอาล่ะครับ" พี่กายหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปพูดกับทุกคนเพื่อเข้าสู่กิจกรรม "เกมแรกง่ายมากครับ เดี๋ยวให้น้องใบเฟิร์นเป็นคนจับฉลากเลือกเงื่อนไขคู่หู"
ฉันพยักหน้ารับอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ต้องตอบคำถามให้ขายหน้าแล้ว ทว่าความโล่งใจนั้นกลับอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาที...
เมื่อฉันล้วงมือเข้าไปในกล่องกระดาษ หยิบม้วนฉลากขึ้นมาคลี่ออก แล้วอ่านออกเสียงตามที่เขาสั่ง
"ให้... ให้จับคู่กับคนที่ยืนอยู่ข้างซ้าย..."
ฉันหันขวับไปมองทางด้านซ้ายของตัวเองทันที แล้วก็ต้องชะงักค้างเติ่งไปในพริบตา เพราะคนที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายมือของฉันในตอนนี้... คือพี่กาย
"..."
"..."
ทั้งสนามเงียบกริบไปหนึ่งอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงกรี๊ดเชียร์กระหึ่มดังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ยัยน้ำขิงถึงกับดีดตัวยืนขึ้นตบมือชอบใจ ส่วนฉันทำได้เพียงยืนนิ่งสนิทประหนึ่งวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
ขณะที่คนต้นเหตุทำเพียงยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่ถึงคืบ เขาโน้มตัวก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเบา ๆ ลมหายใจอุ่น ๆ และเนื้อเสียงทุ้มต่ำทำเอาหัวใจสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
"ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างพี่นะครับ..."
เขาเว้นจังหวะไปนิด สายตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันราวกับจะค้นหาความหมาย
"...หรือจริง ๆ แล้ว พรหมลิขิตกำลังเข้าข้างพี่กันแน่?"
