บทที่ 5 หรือเรื่องบังเอิญ
นชะงักไปทันที ทั้งสนามเงียบกริบลงถนัดตา แม้แต่พี่กายเองก็ดูนิ่งไปเล็กน้อย ฉันเม้มปากแน่น เขียนคำตอบลงไปด้วยมือที่สั่นเทา
จริงๆ แล้วฉันไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ... เพราะตั้งแต่ได้เจอเขาในวันนั้น สเปกของฉันก็มีอยู่แค่คนเดียว แต่แน่นอนว่าฉันไม่ได้ใจกล้าบ้าบิ่นพอจะเขียนชื่อ ‘พี่กาย’ ลงไปสุดท้ายเลยเลี่ยงไปเขียนว่า ‘ผู้ชายอบอุ่น ใจดี ดูแลคนอื่นเก่ง’
เขียนเสร็จก็แอบชำเลืองมองคนข้างกาย พี่กายกำลังตวัดปากกาเขียนยุกยิกด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนเดาทางไม่ถูก
“พร้อมนะครับ... สาม... สอง... หนึ่ง... เปิด!”
กระดาษสองใบถูกพลิกหงายพร้อมกัน ฉันก้มมองคำตอบของตัวเอง ก่อนจะรีบหันไปมองข้อความบนกระดาษของพี่กาย แล้วก็ต้องยืนแข็งทื่อเป็นหิน
บนกระดาษของเขา... มีลายมือตัวบรรจงเขียนไว้สั้นๆ เพียงประโยคเดียว
[ ผู้หญิงตัวเล็ก ยิ้มเก่ง...]
“...”
หัวใจของฉันหยุดเต้นไปดื้อๆ ขณะที่เจ้าของกระดาษแผ่นนั้นหันสบตา พร้อมกับจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก... รอยยิ้มเดียวกับที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันพังทลายลงอย่างราบคาบ
และเป็นครั้งแรก... ที่ฉันเริ่มมีความหวังขึ้นมาจริงๆ ว่า
คนที่กำลังตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นในตอนนี้... อาจไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว
คนที่กำลังตกหลุมรักอยู่ในตอนนี้... อาจไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ฉันจะรีบสะบัดมันทิ้งทันที ไม่มีทาง... ไม่มีทางเด็ดขาด พี่กายเป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัยและประธานเชียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้ชายที่เดินไปทางไหนก็มีแต่สายตาคนมอง ส่วนฉันก็เป็นแค่เฟรชชี่ปีหนึ่งธรรมดา ๆ คนหนึ่ง อาจจะน่ารักนิดหน่อย... โอเค น่ารักมากหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
"กรี๊ดดดดด!"
เสียงกรี๊ดของสาว ๆ รอบสนามดึงฉันกลับสู่ความเป็นจริง
"พี่กายหมายถึงน้องใบเฟิร์นแน่เลย!"
"ตัวเล็ก ยิ้มเก่ง ตรงสเปกทุกข้อเลยมึง!"
บรรยากาศรอบสนามคึกคักขึ้นมาทันที รุ่นพี่หลายคนเริ่มส่งเสียงแซวกันสนุกสนาน ส่วนฉันได้แต่ห่อตัว... อยากหายตัวไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย
"ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกครับ" พี่กายหัวเราะเบา ๆ พลางยกไมโครโฟนขึ้น ประโยคนั้นทำให้หัวใจของฉันแอบแฟบลงไปนิดหนึ่ง เห็นไหมล่ะ... ฉันคิดมากไปเอง แต่ประโยคถัดมาของเขากลับทำให้ทุกคนเงียบกริบ "แค่บังเอิญว่า... เพิ่งเจอคนแบบนั้นมา"
"กรี๊ดดดดดดด!"
คราวนี้เสียงกรี๊ดดังสนั่นยิ่งกว่าเดิมจนฉันแทบสำลักอากาศ ส่วนคนพูดกลับยืนยิ้มหน้าตาเฉย เหมือนไม่ได้ก่อคดีฆาตกรรมหัวใจใครเอาไว้
"หมดเวลาครับ!" พิธีกรรีบเข้ามาตัดบท "ขอเสียงปรบมือให้คู่แรกด้วยครับ!"
เสียงปรบมือดังเกรียวกราว ฉันรีบส่งกระดาษคืนให้กรรมการด้วยมือสั่น ๆ ก่อนจะรีบก้าวลงจากเวที หรืออย่างน้อยก็พยายามจะทำแบบนั้น เพราะทันทีที่ก้าวลงบันไดขั้นแรก เท้าของฉันก็สะดุดเข้ากับขอบพื้นอีกจนได้
"อ๊ะ!"
ยังไม่ทันได้ล้มลงไป ข้อมือก็ถูกคว้าเอาไว้หมับ ฉันหันกลับไปมอง... และพบว่าเป็นพี่กายอีกตามเคย
"ระวังหน่อยครับ" เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย "เดินสะดุดเก่งขนาดนี้เลยเหรอ"
"หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย..." ฉันพึมพำเบา ๆ
"พี่ก็ไม่เห็นจะตั้งใจเป็นลมเหมือนกัน"
"..."
"..."
เขากำลังแซวฉันใช่ไหม เขากำลังแซวฉันจริง ๆ ใช่ไหม! ดวงตาคมคู่ นั้นมีแววขำขันอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ
"กลับไปนั่งได้แล้วครับ"
"ค่ะ" ฉันรีบพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปหาน้ำขิงทันที
ทันทีที่หย่อนก้นลงนั่ง แขนของฉันก็ถูกเขย่ารัว ๆ จนหัวสั่นหัวคลอน
"อียายใบ! แก!"
"อะไรของแกเนี่ย"
"แก! ฉันจะเป็นลมแล้ว!" น้ำขิงคว้าไหล่ฉันไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายวิบวับเหมือนคนกำลังดูซีรีส์ตอนสำคัญ "เมื่อกี้มันอะไรกันวะ!"
"อะไร ไม่ไม่มีอะไรซะหน่อย"
"อย่ามาทำไขสือ" ยัยเพื่อนตัวดีหยิกแขนฉันเบา ๆ "เขาจำมึงได้ เขาแซวมึง แถมยังจับมือมึงอีก! ที่สำคัญ... สเปกบนเวทีนั่นมันมึงชัด ๆ!"
ฉันก้มหน้ามุดทันทีเพราะรู้สึกว่าแก้มสองข้างกำลังร้อนฉ่าขึ้นเรื่อย ๆ
"มึงคิดเหมือนกูไหม" น้ำขิงขยับเข้ามาซุบซิบ
"คิดอะไร"
"พี่กาย... สนใจมึง"
ฉันรีบส่ายหน้าจนผมกระจาย "ไม่มีทางหรอก"
"ทำไมจะไม่มี"
"ก็เขาหล่อขนาดนั้น แล้วฉันเป็นใคร..."
"ใบเฟิร์น"
"ไม่ใช่!" ฉันครางประท้วง "ฉันหมายถึง... ฉันก็แค่เด็กปีหนึ่งธรรมดา ๆ"
น้ำขิงถอนหายใจยาว ก่อนจะยื่นมือมาดีดหน้าผากฉันดังโป๊ก!
"โอ๊ย! เจ็บนะ"
"เลิกดูถูกตัวเองได้แล้วยัยเด๋อ" เพื่อนรักเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง "มึงน่ารักนะเว้ย"
ฉันชะงักไปนิด "จริงเหรอ"
"จริง"
"มากไหม"
"เมื่อกี้กูยังซึ้งอยู่เลยเนี่ย"
"ตอบก่อนดิว่ามากไหม"
น้ำขิงกลอกตามองบน "เออ! มาก!"
ฉันฉีกยิ้มกว้างทันทีจนอีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
กิจกรรมดำเนินต่อไปอีกเกือบสองชั่วโมง มีทั้งเกม การแสดง และกิจกรรมสันทนาการ แต่ตลอดเวลานั้น ฉันกลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองตรงมาอยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งที่เผลอหันไป แล้วพบว่าพี่กายกำลังมองมาทางนี้พอดี แต่ทุกครั้งที่สบตากัน เขาจะแค่ยกยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปคุยกับคนอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนฉันน่ะเหรอ... นั่งบิดตัวไปมาจนถูกน้ำขิงด่าว่าประสาทกินไปสามรอบ
กระทั่งกิจกรรมทั้งหมดสิ้นสุดลง ผู้คนเริ่มทยอยแยกย้ายกลับหอ
"กลับกันเหอะ" น้ำขิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ "กูหิวข้าวจะตายอยู่แล้ว"
"อือ" ฉันพยักหน้ารับแล้วช่วยเก็บของ แต่ยังไม่ทันได้เดินออกจากขอบสนาม เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"น้องใบเฟิร์น"
ฉันชะงัก ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นกระหน่ำทันที เมื่อหันกลับไป ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปวิศวะก็กำลังเดินตรงเข้ามา พี่กาย... ตัวเป็น ๆ กำลังเดินมาหาฉันท่ามกลางสายตาคนนับร้อย
"คะ... คะ?" ฉันขานรับเสียงเบาหวิว
ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้า ก่อนจะยื่นขวดน้ำแร่เย็นเฉียบขวดหนึ่งมาให้
