บทที่ 6 แค่ขวดน้ำขวดเดียว
"ดื่มน้ำเยอะ ๆ นะครับ"
ฉันกะพริบตาปริบ ๆ มองขวดน้ำสลับกับใบหน้าหล่อเหลา "คะ?"
"พี่กลัวน้องจะเป็นลมไปอีกรอบ"
ประโยคนั้นทำให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะ... อีกแล้ว
"ขะ... ขอบคุณค่ะ" ฉันรับขวดน้ำมาถือไว้แน่น ขณะที่พี่กายยิ้มละมุน
"ดูแลตัวเองด้วยนะ"
เขาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ปล่อยให้ฉันยืนแข็งเป็นหินอยู่ตรงที่เดิม น้ำขิงค่อย ๆ หันมามองหน้าฉัน มองขวดน้ำในมือ แล้วหันไปมองแผ่นหลังกว้างของพี่กาย ก่อนจะหันกลับมาล็อกเป้าที่ฉันอีกครั้ง
"..."
"..."
"แก..."
"หืม"
"ฉันว่าเรื่องนี้... มันเกินไปละ เขาจีบมึงชัวร์!"
ฉันก้มลงมองขวดน้ำในมือ ริมฝีปากค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่ว่าจะพยายามหลอกตัวเองแค่ไหน แต่หัวใจดวงนี้ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาทีละนิด...
คืนนั้นฉันนอนกอดขวดน้ำ... ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิดหรอก ฉันกอดขวดน้ำนอน! อย่าถามว่าทำไม เพราะฉันเองก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ รู้แค่ว่ามันคือขวดน้ำที่พี่กายตั้งใจเดินเอามาให้ด้วยมือของเขาเอง
"ฉันว่าแกอาการหนักแล้วนะใบเฟิร์น" น้ำขิงที่นอนเตียงข้าง ๆ ทักขึ้นเป็นรอบที่สามของคืน
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"
"คนปกติเขาไม่เอาขวดน้ำพลาสติกขึ้นมาห่มผ้าด้วยไหมล่ะ" ฉันรีบตลบผ้าห่มคลุมขวดน้ำในอ้อมกอดทันทีเมื่อโดนจับไต๋ได้
"แกไม่เข้าใจ นี่มันขวดน้ำประวัติศาสตร์ ชิ้นแรกและชิ้นเดียวที่พี่กายให้ฉัน!"
"จ้า ๆ ช่วยเลิกทำหน้าเคลิ้มเหมือนกำลังมองแหวนหมั้นเพชรน้ำร้อยสักทีเถอะ" น้ำขิงทำท่าขนลุกขนพองก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นนั่ง "โอ๊ย! พอเลยฉันจะอ้วก นอนละ!"
เสียงหัวเราะคิกคักดังประสานกันในห้องพักสี่เหลี่ยม ก่อนที่เราจะคุยเล่นกันเรื่อยเปื่อยจนผล็อยหลับไป แต่ไม่รู้ทำไม... ก่อนเปลือกตาจะปิดลง ภาพสายตาคู่นั้นของพี่กายตอนเย็นกลับเด่นชัดขึ้นมา สายตาที่มองตรงมาอย่างอ่อนโยนกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พอนึกถึงทีไร หัวใจก็สั่นไหวทุกที
เช้าวันต่อมา ฉันตื่นขึ้นมาด้วยสภาพง่วงซึมเป็นพิเศษ สาเหตุหลักก็มาจากอาการนอนบิดยิ้มคนเดียวอยู่เกือบครึ่งคืนนั่นแหละ
"ตื่นได้แล้วค่ะคุณหนูใบเฟิร์น" น้ำขิงโยนผ้าขนหนูโปะใส่หน้าฉัน "มีเรียนแปดโมงย่ะ"
"ขออีกห้านาที..." ฉันงึมงำในลำคอ
"ห้านาทีของแกเท่ากับครึ่งชั่วโมงตลอดแหละ ลุก!" สุดท้ายฉันก็โดนลากคอออกจากเตียงจนได้
หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ พวกเราเดินลงมาใต้หอพัก ซึ่งมีมะปรางกับลิตายืนรออยู่ก่อนแล้ว
"มาแล้วเหรอจ๊ะคนดัง" ลิตาทันทีที่เห็นหน้าฉันก็จุดยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งมาให้ทันที
"ดังอะไรของแก"
"แหม ทำเป็นไขสือ ทั้งคณะเขาพูดถึงแกกันให้แซ่ด" ลิตาแกล้งไล่นิ้วนับวีรกรรม "เมื่อวานโดนพี่กายเรียกขึ้นเวที... โดนจับมือ... แถมตอนจบงานยังเดินเอาน้ำมาประเคนให้ถึงที่... แกจะให้ฉันเหลาต่อไหม"
ฉันรีบถลาเข้าไปตะครุบปากลิตาทันที มะปรางหัวเราะเบา ๆ พลางชูสมาร์ตโฟนขึ้นมา
"จริง ๆ ไม่ใช่แค่ในคณะหรอกใบเฟิร์น เมื่อเช้าฉันเห็นในเพจมหาวิทยาลัยด้วยนะ"
"ห๊ะ! เพจอะไร!" ฉันสะดุ้งโหยง
พอคว้าโทรศัพท์จากมือมะปรางมาดู หัวใจฉันก็แทบหยุดเต้น บนหน้าจอคือภาพแคนดิดกิจกรรมเมื่อวาน รูปที่ฉันยืนหน้าแดงแจ๋อยู่บนเวที โดยมีพี่กายในเสื้อช็อปวิศวะยืนก้มหน้ามองสบตาฉันพอดี ยอดไลก์ปาไปหลายพัน ยอดแชร์อีกเป็นร้อย ส่วนคอมเมนต์ด้านล่าง... ฉันอ่านแล้วอยากจะแทรกแผ่นดินหนี!
‘โอ๊ย คู่นี้เคมีดีเวอร์!’
‘สายตาพี่กายคือล็อกเป้ามาก มองน้องไม่ละสายตาเลย’
‘น้องปีหนึ่งน่ารักจัง แฟนพี่กายแน่เลย’
‘แต่งงานเลยค่ะ ฉันลงเรือลำนี้!’
ฉันรีบยัดโทรศัพท์คืนมะปราง หน้าลามไปจนถึงใบหูร้อนฉ่าจนแทบไหม้ "พะ... พวกคนพวกนี้ว่างมากหรือไงกัน!"
ลิตาหัวเราะร่า "แล้วแกไม่ชอบเหรอ"
"..."
"ตอบเร็ว ๆ อย่าลีลา"
"...ชอบ" ฉันพึมพำเสียงแผ่ว
"กรี๊ดดดดด!" สามสาวพร้อมใจกันกรี๊ดลั่นประสานเสียงจนคนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว น้ำขิงเห็นท่าไม่ดีเลยรีบกึ่งลากกึ่งจูงทุกคนออกจากจุดเกิดเหตุก่อนที่ฉันจะอายม้วนจนตกตึกตายไปเสียก่อน
ช่วงสายผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังสิ้นสุดคลาสวิชาพื้นฐานธุรกิจ ฉันกำลังเก็บชีทเรียนลงกระเป๋าเตรียมตัวกลับ แต่ยังไม่ทันลุกออกจากเก้าอี้ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาจากหน้าห้องเรียน
"แก ๆ ใครมาน่ะ หล่อมาก!"
"เด็กวิศวะป่ะ เสื้อช็อปสีกรมเข้มขนาดนั้น"
"ฮือออ รุ่นพี่คณะไหนเนี่ย ละมุนจัด"
ฉันเผลอหันไปมองตามเสียงสะกิดของน้ำขิง แล้วก็ต้องชะงัก... ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ยืนส่งรอยยิ้มอบอุ่นพิมพ์ใจอยู่หน้าประตูห้อง เขากวาดสายตามองเข้ามาข้างในช้า ๆ ก่อนจะมาหยุดลงาตรงที่ฉัน
"น้องใบเฟิร์นใช่ไหมครับ"
"...คะ?" ฉันกะพริบตาปริบ ๆ งงเป็นไก่ตาแตก
คนตรงหน้าขยายยิ้มกว้างขึ้น "พี่ชื่ออุ่นนะ อุ่น อรรถพล... พี่มารับครับ"
"มารับ? หา?!"
ทั้งห้องเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงแอร์ แม้แต่แก๊งสามสาวข้างตัวฉันยังอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรัง ส่วนสมองของฉันชัตดาวน์ไปเรียบร้อยแล้ว
